ตอนที่8
กรรมคืนสนอง
"น้องหลงซี ข้าตุ๋นรังนกมาให้เ้าอยู่หรือเปล่า" อันเสวี่ยเหล่ยเดินเข้ามาในเรือนพร้อมกับสาวใช้คนสนิท
จิงฮุยสาวใช้ของอันหลงซีเดินออกมาหาอีกฝ่ายแทนผู้เป็นาย"คุณหนูเสวี่ยเหล่ย คุณหนูของข้ายังไม่ตื่นนอนเ้าค่ะ"
อันเสวี่ยเหล่ยมองลอดเข้าไปในห้องนอน เห็นว่าอันหลงซีกำลังหลับอยู่นางจึงบอกให้สาวใช้ของตนส่งรังนกตุ๋นให้กับสาวใช้ของอันหลงซี
"หากนางตื่นนอนแล้วเ้าห้ามลืมนำรังนกถ้วยนี้ให้นางดื่มเป็อันเด็ดขาด"
"เ้าค่ะ"
จิงฮุยรับถาดมาถือไว้ รอให้คุณหนูเสวี่ยเหล่ยเดินออกจากเรือนไปก่อนจึงยกถ้วยรังนกตุ๋นเข้าไปในห้องของคุณหนู
อันหลงซีไม่ได้หลับอย่างที่สาวใช้บอกกับเสวี่ยเหล่ยนางลุกขึ้นนั่งบนที่นอน มองไปยังรังนกตุ๋นในมือสาวใช้
เพียงเพื่อ้าวางยาพิษนาง อีกฝ่ายไม่ตระหนี่ที่จะใช้รังนกราคาสูงเช่นนี้เลยคงหวังผลในครั้งเดียว
คนเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงนิสัยได้ภายในวันเดียวจิงฮุยที่รับใช้คุณหนูมาตลอดหลายปีรู้ดีว่าเกาฮูหยินกับคุณหนูเสวี่ยเหล่ยจัดเป็คนประเภทไหนจึงกล่าวด้วยสีหน้าเป็กังวล "คุณหนูเ้าคะรังนกถ้วยนี้คุณหนูเสวี่ยเหล่ยอาจวางยาพิษลงไปก็ได้นะเ้าคะบ่าวว่าอย่าดื่มเลยเ้าค่ะ"
อันหลงซีรับถ้วยรังนกตุ๋นมาจากสาวใช้เพียงสูดดมกลิ่นก็รู้แล้วว่าพิษที่ใส่ในน้ำชาจัดว่าแรงแล้วพิษในรังนกถ้วยนี้นับว่าแรงกว่าอีกเกาฮูหยินกับบุตรสาวกะจะให้นางอยู่ที่จวนอ๋องโดยไร้บุตรสืบทอดสินะถึงได้กล้าลงมือเหี้ยมโหดถึงเพียงนี้
"เอาไปเททิ้ง"
คล้อยหลังสาวใช้ อันหลงซีหยิบต้นวัชพืชที่ใครๆต่างก็คิดว่าไร้ค่าออกมาจากแขนเสื้อ อาศัย่ที่สาวใช้เดินออกไปนอกเรือนนำต้นหญ้าออกมาต้มผสมลงไปในกาน้ำชา
"ข้าจะไปหาท่านพ่อที่เรือนใหญ่"สาวใช้กลับเข้ามาในเรือน อันหลงซีก็บอกให้สาวใช้ยกถาดน้ำชาที่เตรียมไว้ไปกับนางด้วย
ในเรือนใหญ่ บิดากำลังนั่งสนทนาอยู่กับเกาฮูหยินและบุตรสาวของนางอันหลงซีเดินเข้าไปหาพวกเขาด้วยรอยยิ้มหวาน
"ท่านพ่อ ท่านแม่เมื่อครู่นี้พี่เสวี่ยเหล่ยเพิ่งนำรังนกตุ๋นไปมอบให้แก่ข้าหลงซีซาบซึ้งใจเป็อย่างยิ่ง ข้าจึงนำชาที่ท่านอ๋องมอบให้นำมาชงให้กับพวกท่านได้ดื่มกันเ้าค่ะ"
"คงเป็ชาที่ฝ่าาเพิ่งประทานให้กับท่านอ๋อง"ท่านราชครูอันซีเฉอมีสีหน้ากระตือรือร้น ไม่คิดว่าเขาจะได้ดื่มชาล้ำค่าในวันนี้
เกาฮูหยินได้ยินสิ่งที่สามีกล่าวก็พลอยยิ้มกว้างไปด้วย"ท่านอ๋องเมตตาเ้าถึงเพียงนี้ นับว่าเป็วาสนาของเ้าแล้วหลงซี"
"เ้าค่ะท่านแม่" อันหลงซีขานรับท่าทางถ่อมตน
"ข้าจะรินชาให้เองเ้าค่ะ"เสวี่ยเหล่ยรับกาน้ำชามาจากสาวใช้ของอันหลงซี นางเทน้ำชาใส่ถ้วยส่งให้กับทุกคนเสร็จจึงนั่งลงเก้าอี้ของตนเอง
"ชาถ้วยนี้รสชาติดีจริงๆ"ท่านราชครูอันซีเฉอชื่มชมด้วยสีหน้ามีความสุข เขาดื่มหมดในคราวเดียวแล้วยื่นถ้วยน้ำชาให้กับบุตรสาวเทให้กับตนเองอีก
"ท่านอ๋องมอบชาชนิดนี้ให้กับข้ามามากเลยแหละเ้าค่ะข้ากลับไปที่เรือนแล้ว จะแบ่งมาให้กับท่านพ่อเพิ่มนะเ้าคะ"อันหลงซีกล่าวอย่างเอาใจชายชรา
ท่านราชครูอันซีเฉอหัวเราะชอบใจ เขากล่าวคำว่าดีๆ อยู่หลายครั้งยกยอบุตรสาวไม่ขาดปาก
ไม่ใช่เื่ง่ายเลยที่จะได้ดื่มชาล้ำค่าเช่นนี้โดยง่ายเกาฮูหยินกับบุตรสาวของนางต่างดื่มน้ำชาเข้าไปอีกหลายถ้วย จนกระทั่งน้ำชาในกาหมดลง
"ของดีเช่นนี้ เหตุใดถึงได้หมดเร็วนัก"เกาฮูหยินกล่าวด้วยสีหน้าเสียดาย
เพราะคิดว่าเป็ของล้ำค่าจึงไม่ทันได้นึกถึงรสชาติที่แปลกไปเพียงเล็กน้อยอันหลงซีกระตุกยิ้มอย่างสมใจนางนั่งสนทนากับพวกเขาเสร็จก็นั่งทานอาหารมื้อค่ำร่วมกับพวกเขาจึงกลับเรือนของตนไป
"คุณหนูเ้าคะ ใบชาล้ำค่าเช่นนี้ เหตุใดคุณหนูไม่เก็บไว้ดื่มบ้างล่ะเ้าคะ"สาวใช้มองดูกล่องชาที่ท่านอ๋องเพิ่งมอบให้กับคุณหนูของตน แอบรู้สึกเสียดายเมื่อนึกถึงความยากลำบากในหลายสิบปีที่อยู่ในจวนแห่งนี้ยิ่งรู้สึกว่าพวกเขาเหล่านี้ไม่เหมาะที่จะดื่มชาล้ำค่าที่ท่านอ๋องมอบให้กับคุณหนูของตนสักนิด
"ชาที่เก็บไว้ในจวนท่านอ๋องมีมากมายเพียงแค่ใบชากล่องเดียวเ้าอย่าทำหน้าเช่นนี้สิ"อันหลงซีหันมาหยอกเย้าสาวใช้อย่างอารมณ์ดี"รีบนำชากล่องนี้ไปมอบให้กับท่านพ่อ"
สาวใช้รับคำเดินออกจากเรือนไปทำตามที่คุณหนูสั่ง
"อาจู ข้าเบื่อ"จูเหลี่ยวหมินที่อยู่แต่ในเรือนรับรอง นอนกลิ้งไปมาบนเตียงนอนด้วยความเบื่อหน่าย
นอกจากเดินวนไปวนมาในเรือนรับรองแล้วท่านอ๋องก็ไม่อนุญาตให้นางก้าวขาออกนอกเรือนรับรองแม้แต่ก้าวเดียวยกเว้นจะมีคำสั่งเรียกให้ไปพบ
ท่านอ๋องทรงทำเช่นนี้ไม่ต่างอะไรกับการสั่งกักบริเวณนาง
"คุณหนูอยากดีดพิณหรือไม่เ้าคะ"อาจูพลันนึกขึ้นได้ว่าคุณหนูมีชื่อเสียงเื่ดีดพิณจึงเสนอความคิดของตนกับผู้เป็นาย
จูเหลี่ยวหมินส่ายหน้าทันทีที่ได้ยิน นางเล่นพิณเป็ที่ไหนกันเล่ายิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงคุณหนูอันหลงงซีคนก่อน สามวันดีสี่วันป่วย จะเอาเวลาที่ไหนไปฝึกเล่นพิณ
"ปักผ้าดีหรือไม่เ้าคะ"สตรีส่วนมากชอบนั่งปักผ้า
"ไม่เห็นจะสนุกเลย เ้าลองคิดหาอะไรที่สนุกๆหน่อยสิ"
อาจูเสนอขึ้นมาแต่ละอย่าง ทำเอานางแทบกุมขมับสตรีที่นี่เขาทำเป็แค่ไม่กี่อย่างเองหรอกหรือ
ในขณะที่จูเหลี่ยวหมินนั่งทำสีหน้าเซ็งกะตายอยู่ในห้อง สายตาเหลือบไปเห็นผลผิงกั่วที่อยู่ข้างเรือนรับรอง
"นั่นผลผิงกั่วนิ" นางเดินไปชิดขอบหน้าต่างมองดูต้นผิงกั่วออกลูกสีแดงสดเต็มต้น
"ในจวนอ๋องมีผิงกั่วต้นนี้เท่านั้นที่รสชาติดีกว่าต้นอื่นเ้าค่ะ"
จูเหลี่ยวหมินตาลุกวาว "ข้าอยากกิน"
ถึงผิงกั่วต้นนี้จะรสชาติดี ทว่ากลับมีลำต้นที่สูงใหญ่ยากต่อการใช้บันไดไต่ขึ้นไปเก็บ "คุณหนู บ่าวปืนต้นไม้ไม่เป็เ้าค่ะ"อาจูอยากที่จะเอาใจคุณหนู แต่กลัวความสูง นางไม่เคยปีนต้นไม้มาก่อน
"ข้าปีนเอง"จูเหลี่ยวหมินยกขาแตะไปที่ขอบหน้าต่าง คิดจะใช้ทางลัดไปยังต้นผิงกั่วนางี้เีเดินอ้อมไปไกล อีกทั้งหน้าเรือนมีทหารยืนเฝ้าอยู่ตลอดเวลาพวกเขาไม่ให้นางก้าวเท้าออกไปนอกเรือนอย่างแน่นอน
"คุณหนูลงมาก่อนเ้าค่ะ"
สาวใช้กระวีกระวาดรีบดึงมือนางลงมาจากขอบหน้าต่าง"ถ้าเ้าไม่ให้ข้าออกไปเก็บก็ต้องเป็เ้าที่ต้องไปเก็บผิงกั่วมาให้ข้าแทน" แรงของนางย่อมมีมากกว่าสาวใช้ตัวผอมแห้งเท้าจึงยังคงเกาะอยู่บนขอบหน้าต่างเหนียวแน่นยังกับตีนตุ๊กแก
"ก็ได้เ้าค่ะบ่าวจะไปเก็บผิงกั่วมาให้คุณหนูเองนะเ้าคะตอนนี้คุณหนูลงมาจากหน้าต่างก่อนเ้าค่ะเกิดใครมาเห็นเข้าจะนำเื่ไปฟ้องพ่อบ้านเอาได้เ้าค่ะ"
จูเหลี่ยวหมินยอมลงมาจากหน้าต่าง เมื่อเท้าแตะลงพื้นแล้วนางชี้มือไปยังลูกผิงกั่วที่ตนเองหมายตาเอาไว้"เ้าไปเก็บผิงกั่วลูกนั้นและลูกนั้นมาให้ข้า"
สาวใช้มองตามมือที่คุณหนูชี้ไป ใบหน้าเริ่มถอดสี"สองลูกนั้นอยู่สูงมากนะเ้าคะ"
"ยิ่งอยู่สูง ยิ่งต้องอร่อย อาจูอย่าขัดใจข้ารีบไปนำลงมาเร็วเข้า" จูเหลี่ยวหมินกล่าวเร่งสาวใช้
อาจูเดินอ้อมมายังต้นผิงกั่วด้านหลังเรือน พร้อมกับบันไดที่ใช้ปีนมองขึ้นไปบนต้นผิงกั่ว มือไม้เกิดสั่นไม่หยุด
"จับให้แน่นล่ะอาจู"จูเหลี่ยวหมินะโบอกด้วยความเป็ห่วง
"เ้าค่ะ"
อาจูขานรับ ยกแขนเสื้อปาดเหงื่อบนใบหน้า ท่าทางกล้าๆกลัวของสาวใช้ทำให้จูเหลี่ยวหมินคิดหนัก
"สะ สูงนะเ้าคะ"เพิ่งปีนขึ้นบันไดได้ห้าขั้น อาจูก็เกิดอาการขาสั่นไม่หยุดมองลงไปยังด้านล่างยิ่งรู้สึกหวาดกลัวหนักกว่าเดิม
"จะรอดไหมนั่น" จูเหลี่ยวหมินเริ่มเป็กังวล"เ้าลงมาเถอะ"
อาจูได้ยินดังนั้นก็รีบไต่บันไดลงมาด้วยสีหน้าโล่งอกในใจย่อมรู้สึกผิดที่ตนไม่สามารถนำผลผิงกั่วลงมาได้สักลูก
"เ้ามีหนังสติ๊กไหม"
"หนังสติ๊กคืออะไรเ้าคะ"อาจูไม่เข้าใจสิ่งที่คุณหนูถาม
"อาวุธที่เอาไว้ใช้ยิงนกอะไรพวกนี้นะ"นางไม่แน่ใจว่าที่นี่มีสิ่งที่นางกล่าวมาหรือไม่
"อ้อ" สาวใช้พยักหน้าเข้าใจ"คุณหนูรอบ่าวสักครู่นะเ้าคะ"
สาวใช้วิ่งหายไปไม่นานก็กลับมาพร้อมกับทหารนายหนึ่งในมือของเขาถือธนูหนึ่งคัน
เมื่อมาถึงสาวใช้ก็บอกให้ทหารคนนั้นใช้ธนูเล็งไปบนลูกผิงกั่วทั้งสองลูกที่คุณหนูอยากได้
จูเหลี่ยวหมินยืนมองดูพวกเขาอยู่นานไม่รู้ว่าฝีมือของทหารคนนี้แย่หรือผลผิงกั่วทั้งสองลูกอยู่สูงกันแน่ทหารคนนั้นหมดลูกธนูไปสามดอกแล้ว แต่กลับยิงไม่ถูกผลผิงกั่วสักลูกเดียว
"ส่งธนูมาให้ข้า" จูเหลี่ยวหมินกวักมือเรียก"ข้าจะยิงเอง"
"คุณหนูยิงธนูเป็ด้วยหรือเ้าคะ"
"เดี๋ยวเ้าก็รู้เอง"จูเหลี่ยวหมินเล็งลูกธนูไปที่ขั้วของผลผิงกั่วลูกแรก "อาจูรับให้ดีนะห้ามให้ตกพื้นเป็อันขาด"
นางดึงสายและปล่อยออก ลูกธนูตัดขั้วผลผิงกั่วลูกแรกได้อย่างแม่นยำน่าเสียดายที่อาจูรับลูกผิงกั่วไม่ทัน
จูเหลี่ยวหมินยกคันธนูขึ้นอีกครั้ง บอกให้อาจูไปยืนในจุดที่ลูกผิงกั่วจะหล่นลงมาเสียงลูกธนูตัดไปที่ขั้วลูกผิงกั่ว ครู่ต่อมาร่วงหล่นสู่พื้นโชคดีที่คราวนี้อาจูรับไว้ได้ทัน
นางส่งธนูคืนให้กับทหารคนนั้น ไม่ลืมกล่าวขอบคุณอีกฝ่ายพร้อมทั้งสั่งกำชับไม่ให้นำเื่นี้ไปบอกใคร
"คุณหนูเก่งมากเลยเ้าค่ะ"สาวใช้ยกยิ้มดีใจเดินเข้ามาในเรือนพร้อมกับลูกผิงกั่วที่หั่นเป็ชิ้นเรียบร้อยแล้วใส่จานยกมาให้คุณหนู
"ชิมด้วยกันสิอาจู"จูเหลี่ยวหมินชวนอีกฝ่ายกินด้วยกันกับนาง
"เ้าค่ะ"สาวใช้หยิบผิงกั่วขึ้นมากัดหนึ่งชิ้น
ทั้งสองมองหน้ากัน "อร่อย"
ตกดึก คุณหนูอันหลงซีตื่นขึ้นมาด้วยสีหน้าซีดเล็กน้อยนางร้องโอดโอยว่าปวดท้องอยู่ตลอดเวลา เสียงดังออกไปถึงนอกเรือนสาวใช้ที่ซุ่มดูอยู่ด้านนอกรอดูอยู่อีกพักใหญ่จึงนำเื่ไปรายงานให้กับเกาฮูหยินและคุณหนูเสวี่ยเหล่ยทราบ
"คุณหนูให้บ่าวไปแจ้งกับนายท่านให้ตามหมอมาตรวจเถอะนะเ้าคะ" สาวใช้มองดูเ้านายด้วยสีหน้ากระวนกระวายท่านอ๋องรักษาอาการป่วยของคุณหนูเพิ่งจะหายดีหลังจากกลับมาที่ตระกูลอันได้เพียงสองวัน คุณหนูของนางก็เริ่มเจ็บป่วยอีกสถานที่แห่งนี้ไม่ต่างอะไรกับขุมนรกสักนิด
อันหลงซีที่แกล้งป่วย ส่ายหน้าเบาๆ "ข้าไปเป็อะไรมาก แค่รู้สึกปวดท้องขึ้นมานอนพักน่าจะหาย"
ตลอดทั้งคืนจวบจนถึงเช้า ทั้งสาวใช้และอันหลงซีต่างไม่ได้นอนมาทั้งคืนเพื่อที่จะแสดงละครในเช้าวันนี้ จึงต้องลงทุนทำให้สมจริงสักหน่อย
"ตายแล้ว!!! หลงซีลูกแม่ทำไมเช้านี้สีหน้าดูไม่สู้ดีนัก เ้าไม่สบายตรงไหนหรือไม่" เกาฮูหยินเดินมาจับมือลูกเลี้ยงด้วยสีหน้าท่าทางเป็ห่วงเกินจริง
อันหลงซีจับไปที่ท้องของตนเอง"เมื่อคืนข้าปวดท้องเลยนอนไม่ค่อยหลับเ้าค่ะ"
เกาฮูหยินรอบส่งยิ้มให้กับบุตรสาวของตนเองก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าดูเป็มารดาดีเด่น "ไม่สบายก็ต้องนอนพัก วันพรุ่งนี้ก็จะถึงวันแต่งงานของเ้าแล้วเ้าต้องถนอมร่างกายให้ดี"
เกาฮูหยินประคองลูกเลี้ยงกลับเรือนด้วยสีหน้าห่วงใยสั่งกำชับให้สาวใช้ดูแลลูกเลี้ยงเป็อย่างดีทว่าไม่คิดที่จะพาหมอเข้ามาตรวจอาการให้กับลูกเลี้ยง