สองสาวเดินทางมาถึงเมืองเปียงซู เมืองนี้มีภูมิประเทศเป็ป่าดิบชื้นมีูเาและถ้ำจำนวนมากมาย
“อีกนิดเดียวก็ใกล้ถึงเมืองเปียงชานแล้วนะ”จูหลินมองแผนที่
“จริงหรอดีจังจะได้เจอท่านผู้เฒ่าเสียที” ตงตงเริ่มหอบเพราะเดินทางมาไกล
จูหลินพยักหน้าสักพักนางก็ได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือจากหญิงสาว
“ช่วยด้วยช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยข้าด้วย”
สองสาวรีบวิ่งไปดูเหตุการณ์ก็เห็นว่ามีจอมยุทธ์หญิงคนหนึ่งถูกเชือกรัดข้อเท้าห้อยต่องแต่งติดกับกิ่งไม้ใหญ่
“เ้าโดนกับดักงั้นหรือ”จูหลินะโถาม
“ใช่ ได้โปรดช่วยข้าที”จอมยุทธ์หญิงะโตอบ
จูหลินจึงขว้างมีดสั้นเพื่อตัดเชือกให้ด้วยความที่หญิงสาวแปลกหน้ามีวรยุทธ์จึงสามารถใช้มือทั้งสองแตะพื้นและผลักให้ตัวเองตีลังกาและยืนขึ้นอย่างสง่างาม
“ขอบคุณแม่นางมาก”จอมยุทธ์หญิงกล่าว
“แม่นางเป็ใครทำไมถึงติดกับดักแบบนี้ล่ะ” ตงตงสงสัย
“ข้าชื่อซูฉีเป็นักปราบอสูร ข้าตั้งใจจะวิ่งเข้าไปในถ้ำ แต่คงไม่ได้ดูตาม้าตาเรือ เลยเผลอไปเหยียบกับดักเข้า”ซูฉีกล่าว
“จริงหรอแม่นาง” จูหลินดีใจมาก นางจึงเผลอเดินเข้าไปกอดซูฉีด้วยความดีใจที่ได้เจอนักปราบอสูร
ซูฉีใเลยผลักตัวจูหลินและถอยหลังหนี
“เอ่ออย่าได้ใไป แม่นางซูฉี ท่านนี้คือจูหลิน ส่วนข้าชื่อตงตง พวกเรากำลังตามหานักปราบอสูรอยู่”ตงตงอธิบาย
“เอ่อ ข้าขอโทษข้าเผลอดีใจไปหน่อย” จูหลินกล่าว
“พูดแล้วก็น่าละอายข้ายังคงฝึกวิชาไม่ถึงไหน ยังคงปราบอสูรไม่ได้ขนาดนั้นหรอกข้าก็เลยต้องออกตามหาตำราปราบอสูร” ซูฉีกล่าว
“ให้พวกเราช่วยมั้ยถ้าเ้าเจอตำรา เ้าก็จะได้เป็นักปราบอสูรที่เก่งกาจ และช่วยพวกเราปราบอสูร”จูหลินกล่าว
“พวกเ้าจะไม่แย่งตำราจากข้าไปใช่มั้ย”ซูฉีระแวง
“พวกข้าไม่ได้เป็นักปราบอสูรจะสามารถฝึกวิชาในตำราได้ยังไงล่ะ” ตงตงกล่าว
“ก็จริงพวกเ้าไม่มีกระบี่ปราบมารด้วย เอาล่ะงั้นรบกวนพวกเ้าด้วย ตำราอยู่ภายในถ้ำตรงหน้านี้ล่ะ”ซูฉีไม่เกรงใจ
“งั้นพวกเราเข้าไปกันเถอะ”จูหลินกล่าว
สองสาวจึงเดินตามซูฉีเข้าไปภายในถ้ำโชคดีที่เป็กลางวัน ทำให้มองเห็นเส้นทางภายในถ้ำอย่างชัดเจน
“ภายในถ้ำสวยจังมีหินงอกหินย้อยมากมาย” ตงตงมองไปรอบๆ
“ไม่ใช่เวลามาชื่นชมธรรมชาตินะตงตง”จูหลินเตือน
“แหมข้าเป็ยาจกมาตั้งนาน เพิ่งได้มาเที่ยวถ้ำนี่นา”ตงตงรู้สึกได้เห็นภาพตระการตา
“แย่แล้วล่ะ มีช่องทางสามช่องแล้วพวกเราจะเข้าไปในช่องทางไหนกันดี” ซูฉีลังเล
“อ้าวเ้าไม่มีแผนที่ภายในถ้ำงั้นหรือ” จูหลินสงสัย
“ไม่มี มีแต่แผนที่มาถึงหน้าถ้ำเท่านั้น”ซูฉีกล่าว
“งั้นเอาอย่างนี้พวกเรามีสามคน แยกกันไปคนละช่องทางสิ จะได้เจอไวๆ” ตงตงเสนอ
“อย่างนั้นก็ดีเหมือนกัน”ซูฉีเองก็ใจร้อนอยากเจอตำรา
******************************************************
เมื่อซูฉีเดินเข้าในช่องทางแรกนางก็พบว่า
“ขอแสดงความยินดีด้วยท่านเ้าสำนัก”เด็กสาวคนหนึ่งกล่าว
“ข้าน่ะหรือ” ซูฉีชี้มาที่ตัวเอง
“ได้โปรดรับข้าเป็ศิษย์ด้วยเ้าค่ะท่านเ้าสำนักซูฉี” หญิงสาวอีกคนกล่าว
ซูฉีมองไปรอบๆก็มองเห็นลูกศิษย์ชายหญิงนับ 20 คนคุกเข่าให้กับนาง
“ได้ข้าจะรับพวกเ้าเป็ศิษย์ พวกเ้าลุกขึ้นก่อนเถิด” ซูฉีกล่าวอย่างยินดี
“ศิษย์ยินดีด้วยขอรับท่านสามารถกำจัดอสูรพยัคฆ์ได้สำเร็จ” ศิษย์หนุ่มแสดงความยินดี
“อย่างนั้นหรอนี่ข้าคงฝึกวิชาในตำราได้สำเร็จแล้วสินะ 555 555 555”ซูฉีหัวเราะอย่างยินดี
******************************************************
เมื่อจูหลินเข้าไปในช่องทางที่สองนางก็พบว่า
“โอ๊ยใครปาผักใส่ข้า” จูหลินจับไปที่หัว
“ไปให้พ้น ไอ้ลูกฏ”หญิงชาวบ้านะโด้วยน้ำเสียงเกลียดชัง
“ข้าไม่ใช่ลูกฏพ่อข้าไม่ได้เป็ฏนะ” จูหลินะโแย้ง
“ไปให้พ้นออกจากเมืองหลวงไปเดี๋ยวนี้” ชายวัยกลางคนกล่าว
จูหลินมองไปรอบๆ ก็เห็นชาวบ้านมุงดูนางและขว้างปาผักผลไม้ใส่นางอย่างรังเกียจ
“พ่อเ้าปลงพระชนม์ฝ่าาฆ่าขุนนางตงฉินไปมากมาย พ่อเ้าอำมหิต ชั่วร้ายจริงๆข้าขอให้พ่อเ้าอย่าได้ผุดอย่าได้เกิด” ชายหนุ่มะโด่าทอ
“ไม่! พ่อข้าไม่ได้ทำ มันเป็ฝีมือของอสูรชั่วต่างหาก ฮือๆ ฮือๆ” จูหลินร้องไห้ ที่มองไปก็มีแต่คนสาปแช่งพ่อและตัวนาง
“ไปไกลๆเลยนะแล้วอย่ากลับมาเหยียบที่นี่อีก ไอ้ลูกฏ” หญิงชาวบ้านอีกคนะโ
“โอ๊ย! อย่าทำข้า อย่านะ ฮือๆ ฮือๆ” จูหลินกำลังถูกชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์
******************************************************
ทางด้านตงตงนั้นได้เข้าไปในช่องทางที่สามแต่นางก็เดินเข้าไปปกติ และมองเห็นตำราวางอยู่บนแท่นหิน นางก็เดินไปหยิบปกติหลังจากนั้นอยู่ดีๆตงตงก็ชะงักและมีอาการปวดหัวอย่างหนัก
“โอ๊ย ทำไมปวดหัวมากขนาดนี้ มันเกิดอะไรขึ้นกับข้า” ผ่านไปไม่นานตงตงก็หายปวดและเดินไปตามเสียงร้องไห้
ตงตงเดินไปด้านหลังแท่นหินก็มองเห็นจูหลินคุกเข่าร้องไห้และพยายามเอามือมาบังศีรษะไว้เหมือนพยายามป้องกันอะไรบางอย่าง
“จูหลิน จูหลิน เ้าเป็อะไรไป ร้องไห้ทำไม รีบตั้งสติสิ” ตงตงพยายามเขย่าตัวเพื่อน
จูหลินตื่นจากภวังค์ก็มองเห็นตงตง และมองไปรอบด้านก็พบว่าตนอยู่ภายในถ้ำไม่ได้อยู่กลางตลาดในเมืองหลวง “ใช่จริงด้วยพวกเรากำลังตามหาตำราปราบอสูรนี่นา”
“เ้าเป็อะไร ทำไมมีอาการเช่นนี้” ตงตงสงสัย
“เอ่อข้า ข้ารู้สึกว่าเหมือนตนย้อนกลับไปในอดีตตอนที่ข้าถูกชาวประชาขับไล่ข้าออกจากเมืองหลวงเพราะข้าเป็ลูกแม่ทัพที่ก่อการฏเมื่อสามปีก่อน” จูหลินเล่า
“ช่องทางที่สองคงมีพิษอะไรบางอย่างที่ทำให้เ้ามองเห็นภาพหลอนกระมัง”ตงตงคาดเดา
“ว่าแต่ แล้วเ้าล่ะ” จูหลินสงสัย
“ข้าได้ตำรามาแล้ว แล้วนักปราบอสูรล่ะ” ตงตงอวดตำราให้ดู
“นั่นสิ ซูฉีอยู่ไหน” จูหลินมองไปรอบๆ
“ข้าเหมือนได้ยินเสียงหัวเราะนะ” ตงตงพยายามตั้งใจฟัง
“เสียงมาจากฝั่งขวามือ ไปกันเถอะ” จูหลินก็ได้ยินเหมือนกัน
ตงตงจึงประคองจูหลินให้ลุกขึ้นแล้วพากันเดินไปที่ช่องทางฝั่งขวามือ
“555ในที่สุด ข้าก็ได้เป็เ้าสำนักแล้ว ข้าฝึกวิชาปราบอสูรสำเร็จแล้ว 555”ซูฉีหัวเราะอย่างยินดี
สองสาวมองไปก็เห็นซูฉียืนหัวเราะอย่างภูมิใจอยู่คนเดียว
“เ้าเป็อะไรไปน่ะ ซูฉี ซูฉี ซูฉี” จูหลินพยายามเรียกนักปราบอสูร
ซูฉีรู้สึกตัวเมื่อจูหลินเขย่าตัวนาง
“มันเกิดอะไรขึ้นงั้นหรือ” ตงตงถาม
“เ้าเป็อะไรไป เห็นภาพหลอนงั้นหรือ” จูหลินคิดว่าซูฉีอาจเห็นภาพหลอนเหมือนตัวเอง
“เอ่อ สงสัยจะใช่” ซูฉีกล่าวอย่างเขินๆ
“เ้ามีความสุขเื่อะไรงั้นหรือ” ตงตงสงสัย
“ข้าฝันว่าฝึกวิชาปราบอสูรสำเร็จแล้ว และได้เป็เ้าสำนักด้วย ว่าแต่พวกเ้าได้ตำรามามั้ย” ซูฉีอยากรู้
“นี่ไงตำรา ข้าเห็นมันวางอยู่บนแท่นหิน ใช่ตำราปราบอสูรมั้ย” ตงตงยื่นให้ซูฉีดู
“ไหนดูซิ” ซูฉีรับมาอย่างยินดี และค่อยๆเปิดดูก็พบว่า“ทะ ทำไม มันมีแต่หน้าว่างล่ะ ไม่เห็นมีตัวหนังสือเลยสักนิด”
“ไหน ข้าขอดูหน่อยสิ” จูหลินรับมาเปิดดูก็เห็นแต่หน้าว่างจริงๆ“มันไม่ใช่ตำราปราบอสูรสินะ”
“พวกเ้าหลอกข้าหรือเปล่า พวกเ้าเอาตำราเล่มจริงไปแล้วส่งตำราเล่มเปล่ามาให้ข้า” ซูฉีกล่าวอย่างเอาเื่
“ข้าเปล่าทำนะ นี่เป็ตำราที่วางอยู่บนแท่นหินจริงๆไม่เชื่อก็ค้นตัวข้าดูสิ” ตงตงท้า
“ไหน ขอดูหน่อย” ซูฉีไม่ไว้ใจใครทั้งสิ้นเลยค้นตัวตงตง“ไม่มีจริงด้วย” ซูฉียังไม่ยอมแพ้ นางหันไปเอาเื่จูหลิน“แล้วเ้าล่ะตำราของจริงอาจอยู่กับเ้าก็เป็ได้”
“ถ้าเ้าไม่เชื่อ ค้นดูได้เลย” จูหลินกางแขนด้วยความบริสุทธิ์ใจ
ซูฉีก็ค้นตัวอย่างไม่ไว้หน้าเช่นกัน“ไม่มีจริงๆ แล้วทำไมล่ะ ทำไมถึงไม่ใช่ตำราปราบอสูร หรือว่าลายแทงเป็ของปลอม”
“ข้าเสียใจด้วยนะ” ตงตงกล่าว
“ข้าจะไปตามหาลายแทงของจริง เอาตำรานั่นมาให้ข้าเดี๋ยวนี้” ซูฉียื่นมือมารับตำราจากจูหลิน
จูหลินจึงยื่นตำราเล่มเปล่าไปให้ซูฉี
และแล้วซูฉีก็ใช้คาถาขั้นพื้นฐานทำให้เกิดไฟที่ฝ่ามือและจุดไปที่ตำราทันที
“เดี๋ยวสิ เผาตำราทำไมน่ะ” ตงตงใ
“ก็ในเมื่อมันไม่ใช่ตำราปราบอสูรของจริง จะเก็บไว้ทำไมอีก” แต่ซูฉีกลับคิดในใจว่า “ในเมื่อข้าอ่านตำราไม่ได้ข้าก็จะไม่ยอมให้คนมีฝีมือรู้วิธีทำให้อักษรปรากฏได้อ่านตำรานี้”
“เ้ากลัวคนอื่นรู้วิชาในตำราสินะ” ตงตงเริ่มมองซูฉีออก
“เ้าไม่ควรกล่าวหาซูฉีแบบนั้นนะ นางคงไม่อยากให้คนอื่นสับสนและเผลอแย่งชิงตำราปลอมไปต่างหาก”จูหลินแก้ตัวให้
“เอาล่ะ ในเมื่อตำราปลอมก็ถูกทำลายแล้ว ข้าไปล่ะ” ซูฉีกำลังจะผละจากไป
“เดี๋ยวสิ เ้าจะไม่ช่วยพวกเราปราบอสูรงั้นหรือ” ตงตงพยายามรั้ง
“วิชาที่ข้ามีมันก็น้อยนิด หากข้าเผชิญหน้าอสูรในตอนนี้มีหวังตายอย่างอนาถน่ะสิ” ซูฉียังไม่กล้าต่อสู้กับอสูร
“แต่ว่า….” จูหลินรู้สึกเสียดาย
“พวกเราค่อยขอความช่วยเหลือจากนักปราบอสูรที่พร้อมเถอะนะ จูหลิน” ตงตงแตะไหล่เพื่อนเบาๆ
“ไม่มีอะไรแล้ว ข้าไปนะ” ซูฉีเดินจากไปด้วยความโมโหและคิดในใจว่า “เสียเวลาจริงๆ”
******************************************************
จูหลินและตงตงเดินออกมาจากถ้ำอย่างผิดหวังทั้งๆที่ได้พบนักปราบอสูรแล้ว แต่ซูฉีกลับไม่ยอมช่วยเหลือ
“ไม่เอาน่าจูหลินอย่าเสียใจไป เห็นมั้ยว่าตอนนี้พวกเราเจอนักปราบอสูรมาสองคนแล้วนะ ต้องมีนักปราบอสูรคนอื่นอีกแน่”ตงตงปลอบใจ
จูหลินพยักหน้า
สักพักสองสาวก็หันไปตามเสียงหญิงชรา
“ขอแสดงความยินดีด้วยเ้าได้ตำรามาแล้วสินะ” หญิงชรากล่าว
“ท่านรู้ได้ยังไง”ตงตงสงสัย
“ตำราไม่ได้อยู่บนแท่นหินแล้วนี่”หญิงชรากล่าว
“เอ่อคือตำรานั้นมันเป็ของปลอม นักปราบอสูรจึงเผาทำลายไปแล้ว” จูหลินรู้สึกผิด
“เป็ไปไม่ได้ตำราเป็ของจริง ก่อนข้าจะนำไปวาง ข้าก็เห็นว่าตำรานั้นมีอักษรทุกหน้านี่” หญิงชราเปิดดูอย่างคร่าวๆก่อนนำไปวาง
“หรือว่าจะมีคนสับเปลี่ยนไปหรือเปล่าเ้าคะ”จูหลินกล่าว
“ข้าเฝ้าที่นี่มาโดยตลอดก็เห็นมีแต่พวกเ้านี่แหละที่มาที่นี่” หญิงชรายืนยัน
“ข้าเสียใจจริงๆตำราไม่เหลือซากเลยเ้าค่ะ” ตงตงเองก็รู้สึกผิด
“แล้วใครเป็ผู้หยิบตำราล่ะ”หญิงชราปล่อยวาง
“ข้าเองเ้าค่ะ”ตงตงกล่าว
“ไม่เป็ไรมันเป็กติกา ในเมื่อเ้าเป็ผู้ชนะหยิบมาได้เ้าจงนำถุงทองแท่งนี้ไปแลกเปลี่ยนสิ่งของกับท่านผู้เฒ่าหลีจู่เถิด” หญิงชรายื่นถุงทองให้ตงตง
ตงตงรับถุงทองแท่งมาเก็บไว้อย่างงงๆ
“พวกข้ากำลังจะไปพบท่านผู้เฒ่าหลีจู่พอดีเลย”จูหลินกล่าว
“หมดหน้าที่ของข้าแล้วข้าไปล่ะ” หญิงชรากำลังจะกลับเข้าไปในถ้ำ
“เดี๋ยวสิท่านผู้าุโ เพื่อนข้าได้รับพิษทำให้มีอาการจิตหลอนเห็นภาพอดีตมียาถอนพิษหรือไม่” ตงตงกล่าวเพราะเป็ห่วงเพื่อน
“มันไม่ใช่พิษหรอกนางแข็งแรงดี แต่นางเอาชนะมิติฝันไม่ได้เองต่างหาก” หญิงชรากล่าว
“หมายความว่ายังไงน่ะท่าน”ตงตงสงสัย
“แม่นางท่านนี้ยึดติดกับอดีตมากเกินไปเื่ราวฝังใจของนางทำให้นางเห็นภาพนั้นอีก วิธีแก้ก็คือเ้าควรอยู่กับปัจจุบันและมีสติอยู่กับปัจจุบัน” หญิงชรากล่าวแนะ
“แล้วทำไมข้าไม่เป็เหมือนกับจูหลินล่ะ”ตงตงสงสัยอีก
“เ้าจึงเป็ตัวอย่างที่ดีเ้าไม่มีอดีต ไม่มีอนาคต จิตของเ้านั้นอยู่กับปัจจุบันตรงหน้าทำให้เ้าไม่หลงเข้าไปอยู่ในมิติฝัน” หญิงชรากล่าว
“ก็ใช่สิตงตงความจำเสื่อมนี่” จูหลินกล่าว
“แต่นั่นก็ทำให้เ้าไม่ต้องโศกเศร้ากับอดีตและไม่ต้องเพ้อฝันกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึงไง”หญิงชรากล่าว
“แล้วซูฉีล่ะนางหลงในมิติฝันหรือเปล่า” ตงตงสงสัย
“เสียงหัวเราะดังขนาดนั้นแสดงว่านางกำลังหลงความสุขกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึงสินะ” จูหลินกล่าว
“ก็อย่างที่ซูฉีเพ้อนางคงอยากฝึกวิชาปราบอสูรสำเร็จและคงอยากเป็เ้าสำนักล่ะสิ” ตงตงเริ่มเข้าใจ
“เดินทางปลอดภัยนะแม่นางทั้งสองข้าขอตัว” หญิงชรากล่าว
“ขอบคุณท่านผู้าุโ”สองสาวทำท่าคารวะ
สองสาวจึงเดินทางต่อ
“เ้าจะเอาทองแท่งไปตั้งตัวมั้ยล่ะตงตง”จูหลินสงสัย
“ไม่ล่ะข้าคิดว่าสิ่งของที่ต้องแลกด้วยทอง ต้องมีมูลค่ามากเป็แน่ข้าอดทนรับสิ่งของนั้นดีกว่า” ตงตงกล่าว
“ข้าอยากความจำเสื่อมอย่างเ้าบ้างจังจะได้ไม่ต้องจดจำเื่เศร้าๆ” จูหลินรู้สึกอิจฉา
“ไม่ดีหรอกจูหลินการที่ไม่รู้ว่าตัวเองเป็ใครมันทุกข์ใจมากแค่ไหน และรู้สึกกังวลมากเพียงใดข้ากลัวเหลือเกินว่าอดีตของข้าจะเป็คนไม่ดี ทำอะไรชั่วร้ายน่ะ” ตงตงกล่าว
“ข้าเชื่อว่าเ้าเป็คนดีนะตงตงอย่างน้อยตอนนี้เ้าก็เป็เพื่อนที่ดี จริงมั้ย” จูหลินตบไหล่เพื่อน
ตงตงทำได้เพียงยิ้มบางๆและเดินทางไปเปียงชางต่อไป