เช้าวันนี้ผู้คนหลั่งไหลเข้ามาที่ลานประลองประเพณีการประลองผู้ฝึกยุทธ์หน้าใหม่เป็รายการประจำปีที่ไม่ควรพลาดนอกจากจะได้เป็ถึงฝีไม้ลายมือของเด็กหน้าใหม่แล้ว ยังเป็โอกาสที่แต่ละกลุ่มจะทาบทามผู้ที่มีความสามารถเข้าไปอยู่ในสังกัดของตน
“เอ้าแทงจ้าแทง รักใครชอบใครมาดูกันก่อนจ้า”ชายหนุ่มอายุราว 30 ปีเปิดโต๊ะรับพนันรายชื่อมักเป็คนที่มีชื่อเสียงและเป็ที่รู้จักกันดีในหมู่บ้านรูปแบบในการเดิมพันคือเลือกว่าใครจะผ่านรอบแรกบ้าง ส่วนคนที่เชื่อว่าผ่านแน่ ๆจะเป็การเลือกว่าใช้เวลากี่ลมหายใจจึงจะผ่านซึ่งสร้างความตื่นเต้นแก่ผู้แสวงโชคไม่น้อยเลยทีเดียว
“โอ้...ดูซินั่นใครใช่หยางฉินเทียนผู้โด่งดังใช่หรือไม่”ผู้เปิดโต๊ะพนันพูดเสียงดังพอให้ได้ยินกันทั่ว คนที่กำลังมุงอยู่รวมถึงเดินผ่านไปผ่านมาส่งสายตาไปยังผู้โด่งดังเพียงจุดเดียว
“นายน้อยหยางไถ่โป๋สั่งข้าว่าถ้าท่านเดินผ่านมาก็ให้ชวนเสนอการเดิมพัน”เขาหยิบกระดาษขึ้นมาชี้ไปที่ชื่อของหยางฉินเทียน “ดูนี่สิ ถ้าแทงชื่อท่าน แทง 1จ่าย 50 เลยนะ ถ้าท่านมั่นใจว่าจะผ่านรอบแรก เรามาลองกันสักตั้งมั้ยล่ะ แต่ถ้าคิดว่าจะเสียเงินเปล่าก็ไม่เป็ไรนะข้าเข้าใจ ข้าเข้าใจ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
ฝูงชนต่างก็หัวเราะชอบใจแม้หยางฉินเทียนจะได้เงินเป็กอบเป็กำจากการขายแมลงแห่งเต๋าแต่ทว่ากำลังภายในของเขายังอยู่ในระดับต่ำสุด เมื่อเทียบกับคนอื่น ๆแล้วเขามีโอกาสผ่านการประลองรอบแรกน้อยมาก หยางไถ่โป๋ถึงกับตั้งราคาการเดิมพันเพื่อดูถูกเขาโดยเฉพาะและสั่งให้ลูกน้องยั่วโมโหเพื่อที่
หยางฉินเทียนจะได้ติดกับและเอาเงินที่ได้จากการขายแมลงแห่งเต๋าทั้งหมดมาลงเดิมพัน
“แทงหนึ่งจ่ายห้าสิบ อย่างนั้นรึแล้วข้าจะรู้ได้ยังไงว่าเ้าจะจ่ายจริง ถ้าข้าลงไปสองล้าน จะได้คืนถึงร้อยล้านหลงเฉียนซึ่งเงินจำนวนนี้แม้แต่ตระกูลโม่ก็ยังหาได้ลำบากนับประสาอะไรกับเ้าที่เปิดโต๊ะพนันข้างถนนโดยไม่มีใครรับรอง” เขาตอกกลับ
“เ้า้าคนรับประกันอย่างนั้นรึ”ฝูงชนแหวกทางให้เ้าของเสียงเดินเข้ามา “ถ้าอย่างนั้น ข้าหยางไถ่โป๋จะเป็คนรับประกันเองว่าไงล่ะ เ้ากล้าแทงรึเปล่า!”
เงื่อนไขของการพนันครั้งนี้คือการผ่านรอบแรกซึ่งเป็เื่ที่หนักหนาสาหัสสำหรับผู้ที่มีกำลังภายในระดับปฐมธาตุขั้นแรกอย่าว่าแต่หยางฉินเทียนเลย แม้จะเป็ชื่อคนอื่นที่มีพลังในระดับนี้ก็ไม่มีใครกล้าเดิมพันเพราะโอกาสได้ย่อมไม่มี
เขาสบตากันอยู่ครู่หนึ่งผู้คนที่แวดล้อมไม่ได้ส่งเสียงอะไรเพราะเกรงจะพลาดบทสนทนาที่สำคัญของคู่นี้ในที่สุดหยางฉินเทียนก็ขยับตัว เขาเอาสัญญาโลหิตขึ้นมา หลับตาจินตนาการครู่หนึ่งตัวอักษรก็ปรากฏบนกระดาษ
“แม้เ้าจะรับประกัน ข้าเองก็ยังไม่มั่นใจ”เขายื่นสัญญาโลหิตให้หยางไถ่โป๋ “ถ้าเ้ากล้าทำสัญญาโลหิต ข้าจึงลงเดิมพัน”
คู่สนทนาหยิบสัญญามาอ่านด้วยสีหน้าเ็า
“หยางฉินเทียนผ่านรอบแรกต้องจ่ายงวดแรกวันนี้จำนวนยี่สิบล้านหลงเฉียน และจ่ายส่วนที่เหลือภายในเจ็ดวัน ถ้ามิเช่นนั้น
หยางไถ่โป๋จะต้องตายด้วยการแตกสะบั้นของเส้นเืทั้งร่างกายข้าว่าสัญญามันมากไปหน่อยมั้ย”
คู่สัญญารู้สึกถึงความเสี่ยงขึ้นมาทันทีจริงอยู่ว่าโอกาสจะเสียแทบจะเป็ศูนย์ แต่ไม่มีใครรู้ว่าการประลองรอบแรกคืออะไรซึ่งแม้มีโอกาสน้อยมาก เขาก็ไม่อยากเสี่ยงชีวิต
เขาพยายามทำให้หยางฉินเทียนเสียหน้า และได้เงินฟรีแม้จะต้องโกงก็ตามแต่ไม่นึกว่าหยางฉินเทียนจะมีสัญญาโลหิตอยู่ในมือ อย่าว่าแต่ได้เลยของสิ่งนี้แม้การล่วงรู้ว่ามีอยู่ในโลกก็ยากแล้ว มันไปเอาข้อมูลมาจากไหน? สำคัญไปกว่านั้นสัญญาได้ครอบคลุมถึงการห้ามทำร้าย หรือเป็ต้นเหตุให้ถูกทำร้าย นั่นหมายว่าเขาจะไม่สามารถจ่ายก่อนแล้วส่งคนไปชิงเงินคืนได้การเดิมพันที่ความเสี่ยงมากขนาดนี้ เขาไม่ประสงค์
“ไหนบอกว่าข้าจะไม่มีวันผ่านรอบแรกไปได้ไง”
หยางไถ่โป๋ถึงกับคิ้วขมวดเมื่อได้ยินหยางฉินเทียนรุกกลับใบหน้าเริ่มหมองคล้ำจนเห็นได้ชัด เขานึกว่างานนี้จะได้เงินมาใช้อย่างสบาย ๆแต่สถานกาณ์กลับตาลปัตรเพราะสัญญาโลหิตฉบับนี้ฉบับเดียว!
“นี่คือแหวนมิติ ข้างในมีเงินสองล้านหลงเฉียนถ้ารวมมูลค่าของแหวนเข้าไปด้วย มันจะมีค่าไม่ต่ำกว่าสองล้านห้าแสน ซี่งที่เขียนไว้ในสัญญาข้าคิดเพียงสองล้านห้าแสนหลงเฉียนเท่านั้นเมื่อเ้าจ่ายห้าสิบเท่า เมื่อเดิมพันด้วยแหวนวงนี้แล้วชนะ เ้าก็ต้องจ่ายข้าหนึ่งร้อยยี่สิบห้าล้านหลงเฉียน”
“ข้าได้ยินกิตติศัพท์ของเซียนพนันหยางไถ่โป๋แห่งหมู่บ้านตระกูลหยางมานานเขาว่ากันว่าถ้าเป็เื่พนันเ้ากล้าหาญที่สุดในสถานที่นี้ เ้าคงไม่ขลาดเขลาเพราะกระดาษแผ่นเดียวใช่หรือไม่!?”
หยางไถ่โป๋อยากจะถอยแต่ทำไม่ได้เพราะหยางฉินเทียนได้ลบลู่ศักดิ์ศรีของเขาท่ามกลางฝูงชนหากเขาไม่รับเดิมพันที่เขาเป็คนเริ่ม ชาตินี้คงได้แต่ซุกแผ่นดินหนีมันจะเป็อย่างนั้นไม่ได้!
“ก็ได้ ข้ารับคำท้า” เขากัดนิ้วหยดเืลงไปในสัญญาแล้วส่งคืนให้หยางฉินเทียนซึ่งทำแบบเดียวกันโดยไม่ลังเล
“ในเมื่อข้าทำสัญญาโลหิตไว้แล้วแหวนมิติและสัญญาโลหิตฉบับนี้ ข้าจะเก็บไว้ตามที่ระบุไว้ในสัญญาและมอบคืนให้เมื่อข้าพ่ายแพ้ในการประลองรอบแรก”
“เชิญ!!”หยางไถ่โป๋เอ่ยเสียงแข็งก่อนสะบัดตัวเดินจากไป
ผ่านไปครึ่งก้านธูปก็ถึงเวลาของการประลองรอบแรก
“การประลองรอบแรกจะเป็รอบคัดเลือกทุกคนจะได้ผ้าโพกศีรษะ เมื่อการประลองเริ่มขึ้นผู้ที่เสียผ้าของตนจะสอบตกทันทีผู้ที่มีผ้าสองผืนจะสอบผ่านรอบคัดเลือก แต่หากหมดเวลาหนึ่งก้านธูปแล้วใครยังได้ไม่ครบถือว่าตกรอบ!”
กรรมการที่มองไปรอบ ๆ เพื่อสบตาผู้เข้าแข่งขัน
“กฎในรอบนี้มีเพียงข้อเดียว คือห้ามใช้อาวุธ นอกนั้นเ้าจะใช้วิธีอะไรถือว่าสามารถกระทำได้หากพวกเ้าพร้อมแล้วก็โพกศีรษะก้าวขึ้นมาบนลานประลอง”
ผ่างงง!
“เริ่มได้!”แม้กรรมการจะบอกให้เริ่ม แต่ทุกคนกลับไม่ได้ขยับ เพราะขณะนี้มีแรงโน้มถ่วงเกิดขึ้นบนลานประลองอย่างมหาศาลทำให้พวกเขาขยับไปไม่ได้
“โฮ่...การประลองรอบแรกปีนี้ดูเข้าท่านอกจากจะเป็การคัดกรองผู้ที่มีร่างกายที่แข็งแกร่งแล้ว ยังจะต้องใช้ไหวพริบในการแก้ปัญหาเมื่อพลังที่เคยมีไม่สามารถใช้ได้อย่างอิสระ”ผู้ชมท่านหนึ่งเอ่ยปากชม
เมื่อเหล่าผู้แข่งขันได้เผชิญกับแรงโน้มถ่วงที่สูงขึ้นก็ต่างเดินพลังลมปราณเพื่อจะขยับตัวให้ได้กลุ่มที่มีกำลังภายในระดับปฐมธาตุขั้น 4 สามารถขยับตัวได้ก่อนใครแล้วจึงดึงผ้าโพกศีรษะของผู้ที่อยู่ใกล้ที่สุดกลุ่มที่เหลือเริ่มขยับตามแต่สำหรับผู้ที่มีกำลังภายในระดับปฐมธาตุขั้นแรกดูเหมือนจะหมดหวังนอกจากจะขยับตัวไม่ได้แล้วยังนอนตัวสั่นอยู่บนลานประลอง
ในกลุ่มของผู้มีกำลังภายในต่ำสุดมีเพียงหยางฉินเทียนเท่านั้นที่ยังยืนหยัดอยู่ได้ หยางไถ่โป๋ถึงกับเหงื่อตกหากหยางฉินเทียนผ่านรอบนี้ไปได้ แม้จะขายบ้านและสมบัติทั้งหมด เงินที่ได้ก็ยังไม่พอจ่าย! “มันจะต้องตกรอบเท่านั้น!!”