ตอนที่ 7 จำฉันได้หรือเปล่า 1
รินอารีค่อย ๆเอื้อมมือสองข้างดึงกล่องใบค่อนข้างใหญ่เข้ามาใกล้ ๆกล่องใบนั้นไม่ได้ถูกปิดให้มิดชิดหล่อนเปิดฝากล่องออกอย่างรวดเร็วในใจอดคิดไม่ได้ว่ามันจะต้องเป็อะไรบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับความทรงจำที่หายไปของตัวเองอย่างแน่นอน
แต่เมื่อกล่องใบนั้นเปิดออกภายในบรรจุเพียงสมุดวาดภาพที่ศิลปินวาดภาพนิยมใช้พร้อมกับดินสอที่มีขนาดความเข้มเกือบทุกระดับ ปากกา ยางลบและกระดาษใบหนึ่งที่เขียนข้อความบอกว่า
“ห้ามเอาสีน้ำมาระบายในร้านเด็ดขาด จากป้าลุงคนสวย”
รินอารีผิดหวังเล็กน้อยแต่ก็ยิ้มก่อนจะรื้อเอาข้าวของทั้งหมดที่อยู่ในกล่องออกและต้องยิ้มกว้างอีกครั้งเมื่อพบว่าภายในกล่องยังมีกระเป๋าผ้าใบพอเหมาะที่จะใส่ข้าวของที่อยู่ในกล่องได้หมดพอดี
เสียงโทรศัพท์มือถือของรินอารีดังขึ้นหล่อนล้วงมันออกมาจากกระเป๋าสะพายข้างยกขึ้นมาดูชื่อของคนที่โทรมา เมื่อรู้ว่าเป็ใครแล้วก็รีบกดรับ
“ฮัลโหลสวัสดีค่ะป้าลุง”
“กลับมาถึงแล้วเหรอ”
“ค่ะ”
“แล้วได้ของที่ป้าลุงฝากไว้ให้ที่ร้านแล้วหรือยัง”
“ได้แล้วค่ะป้าลุง วงเล็บคนสวย”
“ไม่ต้องมาปากหวานเลยแล้วอย่าเอาสีน้ำไประบายในร้านเด็ดขาดนะรู้ไหมเดี๋ยวลูกค้าเขาเหม็นกลิ่นสีจะไม่มีใครเข้าร้าน”
“เ้าค่ะนายหัว”
“ต้าย...เดี๋ยวเถอะแล้วอย่าลืมสัญญาที่เคยพูดไว้กับป้าลุงนะว่าเที่ยวเสร็จแล้วจะมาช่วยงานที่ไร่”
“ค่ะนายหัวจะได้เข้าบ่อนแล้วให้หลานสาวกับน้องสาวเป็คนทำงานที่ไร่แทน”
“เดี๋ยวเถอะรู้ดีหลานสาวคนนี้” คุณนันทิศนิ่งครู่หนึ่ง “แล้วจะกลับมาที่ไร่เมื่อไหร่”
“สองอาทิตย์ค่ะ”รินอารีตอบเสียงใส
“อ้าว ทำไมละ”
“ก็มันยังไม่ครบเดือนนี่คะหรือป้าลุงจะให้รินกลับตอนนี้เลยก็ได้นะคะ”
“...”คุณนันทิศเงียบก่อนจะรีบตอบหลานสาว “ไม่ต้องรีบก็ได้ ดูแลร้านให้ป้าลุงแทนก็แล้วกันที่ไร่ก็ยุ่ง ๆ อยู่ป้าลุงไม่มีเวลาไปดูร้านเลยเอาเป็ว่าเราเบื่อตอนไหนแล้วค่อยกลับมาที่ไร่ก็แล้วกัน”
“ค้า...ป้าลุง แต่รินว่ารินจะอยู่ที่นี่เลย” รินอารีพูดปนเสียงหัวเราะ
“เฮ้อ...คุยกับหลานจอมซนคนนี้ทีไรเป็ต้องยาวเหยียดทุกที เอาเป็ว่าฝากร้านด้วยก็แล้วกันมีอะไรก็โทรมานะ”
“ค่ะ”
คุณนันทิศกดวางโทรศัพท์พร้อมกับพูดขึ้น
“จริงๆแล้วป้าลุงก็อยากให้หนูอยู่ที่โน่นเลยยิ่งดีจะได้ไม่ต้องกลับมารื้อฟื้นความทรงจำที่อาจจะทำให้หนูเ็ปที่นี่ป้าลุงอยากเห็นหนูร่างเริงอย่างนี้ตลอดไป”
“น้องก็อยากให้เป็อย่างนั้นค่ะอยากเห็นยายรินที่ร่าเริงสดใสอยู่ตลอดเวลาอย่างนั้น” คุณนวลหงส์ที่นั่งอยู่ข้าง ๆพูดขึ้น
“แล้วบุญเรือมกับนกแกจัดการทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้วหรือยัง”
“ค่ะ คุณพี่น้องเป็คนตรวจดูด้วยตัวเองเลยค่ะ”
“ดีแล้วใจจริงพี่ก็อยากทุบเรือนแก้วทิ้งแต่ทำไงได้เมื่อยายรินจำได้ว่ามีเรือนแก้ว”
“แล้วถ้าเกิดแกจำเื่ราวทั้งหมดได้ละคะ”คุณนวลหงส์เริ่มเสียงสั่น
“นวลหงส์”น้ำเสียงคุณนันทิศเคร่งขรึม “อย่าเพิ่งไปวิตกกังวลกับเื่ที่มันยังมาไม่ถึงสิถ้ามันเกิดขึ้นจริงเดี๋ยวมันก็มีทางออกของมันแหละ เราต้องช่วยกันรับมือ”
“ค่ะ”
“ว่าแต่เมื่อไหร่ที่นาราภัทรกลับจากต่างประเทศหล่ะ”
“เห็นคุณพนิตนันท์บอกว่าเดือนหน้าค่ะ”
“ดีแล้วถึงตอนนั้นยายรินก็คงกลับไร่พอดี”
“เราจะทำอย่างนั้นจริงๆ เหรอคะ”
“ใช่เราต้องทำอย่างนั้นเพื่อตัวของยายรินเอง”...
หลายวันต่อมาบ้านเดี่ยวสองชั้นหลังใหญ่ใกล้ๆ กับสนามบินจังหวัดเชียงใหม่
เวลาใกล้ค่ำรินอารีสวมชุดนอนออกมายืนนอกระเบียงชั้นสองมองดูเงามืดของแนวเขากับท้องฟ้าสีเทาที่เริ่มเปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ เมื่อย่างเข้าสู่ความดำมืดในยามค่ำคืน
ระหว่างที่รินอารีเพลิดเพลินด้วยอารมณ์แห่งศิลปินอยู่นั้นหล่อนก็เหลือบไปเห็นชายคนหนึ่งกำลังเดินอย่างๆ ช้า ๆ เหมือนกับว่ากำลังดูดดื่มบรรยากาศย่ำค่ำเช่นเดียวกับหล่อนแต่เมื่อเพ่งพิจารณาดูให้แน่ชัดจึงได้รู้ว่าชายหนุ่มที่กำลังเดินอยู่นั่นเป็คนที่ผูกเชือกรองเท้าให้หล่อนตอนอยู่ที่สนามบิน
รินอารีมองดูพนักงานรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านสองคนดูพวกเขาไม่เอะใจเลยที่ชายหนุ่มไม่เต็งเต็มคนนั้นหลุดออกมาเดินเล่นโดยไม่มีคนดูแลแวบเดียวในความรู้สึกหล่อนก็อดคิดเื่สนุกไม่ได้แต่ใจก็คิดอีกว่าถ้าหล่อนแกล้งเขาแล้วเขาจะวิ่งขึ้นมาบีบคอหล่อนจะทำยังไง
“ไม่เป็ไรหรอกน่า ยามก็มีอยู่ตั้งสองคนพวกเขาก็กำลังมองมาที่ชายคนนั้นด้วย” รินอารีนึกขึ้นในใจและยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ “แต่มันจะทำให้เขาเตลิดไปหรือเปล่าเราจะเป็บาปเอานะรินอารียิ่งสติเขาไม่ค่อยจะดีอยู่ด้วย” อีกความคิดวิ่งเข้ามาในสมอง
ระหว่างที่ลังเลอยู่นั้นชายหนุ่มก็กำลังจะผ่านหน้าบ้านของรินอารีและเขากำลังทำท่าเหมือนจะหันมาทางหล่อนเมื่อเป็เช่นนั้น หล่อนจึงรีบเอามือโกยเส้นผมปิดหน้าปิดตาพร้อมกับยื่นแขนสองข้างไปหาชายหนุ่มทันทีที่เขาหันมาเห็นหล่อน
“เฮ้ย...”
ชายหนุ่มตาเบิกกว้างร้องอุทานด้วยความในิ่งตะลึงอยู่กับที่รินอารีหัวเราะชอบใจก่อนจะเสยผมให้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มแกมเ้าเล่ห์ของหล่อนพนักงานรักษาความปลอดภัยทั้งสองก็ยิ้ม ๆก่อนจะรีบเดินมาหาชายหนุ่มพร้อมกับอธิบายให้ชายหนุ่มรู้
“คุณเขาเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ใหม่ครับไม่ใช่ผีสาวที่ไหนหรอกครับ” พนักงานรักษาความปลอดภัยอธิบายด้วยน้ำเสียงที่สุภาพ
“แล้วทำไมเธอต้องแกล้งผมด้วย”
ชายหนุ่มรีบเดินเข้าหมู่บ้านพยายามไม่สบตากับใครอีกเลยเขาเขินอายพนักงานรักษาความปลอดภัยสองคน ทั้งอายรินอารีที่ยืนยิ้มบนระเบียงชั้นสอง
รินอารีเริ่มสีหน้าเปลี่ยนทันทีเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มพูดคุยกับพนักงานรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านด้วยการตอบสนองอย่างเป็ปกติพนักงานรักษาความปลอดภัยยิ้มให้รินอารี แล้วกำลังจะเดินกลับไปที่ป้อมยามรักษาการณ์แต่รินอารีเรียกเอาไว้เสียก่อน
“พี่คะ”
“ครับ”
“ผู้ชายคนเมื่อกี้เขาไม่ได้...”รินอารีเงียบนิดหนึ่ง “เขาเป็ปกติดีเหรอคะ”
“...”พนักงานรักษาความปลอดภัยเงียบครู่หนึ่ง “อ้อ คุณน้ำครับ คุณน้ำ เขาหายเป็ปกติแล้วครับ”
“เหรอคะ”
“คุณหนูริน”เสียงบุญเรือมจากด้านหลัง “เป็สาวเป็นางใส่ชุดนอนแล้วมายืนะโคุยกับผู้ชายหน้าบ้านได้ไงคะกลับเข้ามาเดี๋ยวนี้เลย”
“ค้า”
บุญเรือมวางถาดนมอุ่นๆ กับน้ำแก้วหนึ่งไว้บนโต๊ะโคมไฟข้าง ๆ หัวนอน รินอารีมองเห็นแล้วทำหน้าเหยเก
“รินไม่ดื่มได้ไหมคะ”
“ไม่ได้ค่ะคุณนวลหงส์สั่งไว้”
“แม่ไม่อยู่นี่คะไม่เป็ไรหรอกรินไม่ฟ้องแม่หรอกค่ะ” เสียงใสทำตาแป๋ว
“เฮ้อ...”บุญเรือมหัวเราะด้วยเสียงแปลก ๆ “มาเดี๋ยวนี้เลยนะคะคุณหนูยังทำตัวเหมือนเด็กอยู่อีกถ้าอย่างนั้นบุญเรือมจะให้คุณนันทิศมารับไปไร่พรุ่งนี้เลย”
“ดื่มก็ได้ค่ะถ้าขืนให้ไปไร่ตอนนี้ไม่ดีแน่เลย พอไปถึงก็ได้ทำแต่งานไม่มีเวลาวาดภาพ” ทำเสียงอ้อน“แต่รินขอดื่มครึ่งเดียวนะคะ”
“...”บุญเรือมยิ้ม
“นะคะ นะคะขอดื่มครึ่งเดียวนะคะทานข้าวมาเยอะแล้ว”
“ขี้อ้อนอีกตามเคยงั้นก็ได้ค่ะ ครึ่งเดียวก็ได้”
“เย้...บุญเรือมใจดีที่สุด บุญเรือมของรินอารีใจดีที่สุด”
รินอารีเอานิ้วบีบจมูกตัวเองก่อนจะยกนมขึ้นดื่มได้อึกเดียวเสร็จแล้วรีบวางแก้วไว้ที่เดิมพร้อมกับแลบลิ้นออกมา
“แหวะ ขนลุก”
“...”บุญเรือมยิ้มขำท่าทางของรินอารี “อย่านอนดึกนะคะ”
“ค่ะวาดภาพหนึ่งภาพแล้วจะเข้านอนเลยเ้าค่ะ”
บุญเรือมลงมาชั้นล่างโดยมีนกแกนั่งตาใสแป๋วอยู่หน้าทีวีทันทีที่สังเกตเห็นบุญเรือมกับนมที่เหลืออยู่ครึ่งแก้วก็มองหน้าอีกฝ่าย
“คุณหนูดื่มไม่หมดอีกแล้วเหรอคะ”
“อื้อ...”
“ป้าไม่มีฝีมือเอาซะเลยถ้าเป็หนูนะ คุณรินดื่มหมดแก้ว”
“ชิ...นึกว่าฉันไม่รู้หรือไง นางนกแก ว่าทำไมนมถึงหมดแก้ว”
“โธ่ป้าก็หนูสงสารคุณหนูนี่ค่ะดื่มแต่ละทีน้ำหูน้ำตาไหลตลอดแถมยังออดอ้อนเก่งปานนั้นใครจะขัดใจได้ลงคอ”
“เฮ้อ... ซนเหมือนผู้ชายอ้อนเก่งเหมือนผู้หญิง”
“ซนเหมือนคุณวาไงป้า”นกแกลดเสียงลง
“นี่...เดี๋ยวเถอะนางนกแก” ป้าบุญเรือมเอามือตีแขนนกแกไปทีหนึ่ง“คุณหนูได้ยินเดี๋ยวก็เป็เื่หรอก”
“ป้าตีหนูอีกแล้ว”
“เดี๋ยวเถอะ”ป้าบุญเรือมกัดกรามแน่น