ภัคธีมาเข้ามาในห้องนอนของพี่ชายที่บัดนี้เ้าของห้องไม่อยู่แล้ว แต่เธอจะเก็บทุกอย่างที่เป็ของเขาไว้ระลึกถึง ถ้าคิดถึงเขาเมื่อไหร่ก็จะเข้ามาในห้องนี้ทุกครั้ง
หญิงสาวเดินไปนั่งตรงเตียงนอนพี่ชายก่อนจะหันมองไปรอบๆ ด้วยแววตาเศร้าสลด ทว่าบัดนี้กลับไม่มีน้ำตาไหลแล้ว เธอมองไปเรื่อยๆ กระทั่งมาหยุดที่โต๊ะข้างหัวเตียง เธอเห็นรูปของพุฒิพงศ์ที่ถ่ายกับใครบางคนก็เอื้อมมือไปหมายจะหยิบมาดูทว่ากลับเผลอปัดตกลงบนพื้นจนกรอบแยกออกจากตัวรูป กระจกแตกเป็เสี่ยงๆ ภัคธีมาใรีบลงไปเก็บขึ้นมาและพลิกดูด้านหลังก็เห็นมีข้อความสั้นๆ
นายตุล…นายเป็เพื่อนที่ฉันรักมากที่สุด นายกับฉันตกลงที่จะทำธุรกิจร่วมกัน แต่ยังคิดไม่ออกว่าจะทำอะไรดี แต่เราจะพยายามช่วยกันคิดนะ…
ขณะที่เธออ่านข้อความหลังรูปภาพก็กลับได้ยินเสียงแจ้งเตือนส่งข้อความในมือถือเข้ามา เธอจึงกดเข้าไปดูก็ไม่เห็นชื่อผู้ส่งแต่มีเพียงตัวหนังสือเท่านั้น
ผมรู้ว่าใครที่เป็ขับรถชนพี่ชายของคุณ เขาคือตุลธร สุทธาพิวัฒน์ เ้าของบริษัทผลิตน้ำหอมยี่ห้อดังของประเทศไทย เพราะเขามีความแค้นส่วนตัวกับพี่ชายของคุณ ในคืนเกิดเหตุเขาหลอกให้คุณพุฒิพงศ์ออกไปหาแล้วขับรถชนเพื่อฆ่าชำระแค้น แต่เขาไม่ทิ้งหลักฐานอะไรให้สาวถึงตัวเขาได้เลย และทุกอย่างที่ผมบอกคุณมันคือเื่จริงทั้งสิ้น คุณสามารถเชื่อคำพูดของผมได้!
ปล.
ผมเป็ผู้หวังดี…
หลังจากได้อ่านข้อความแล้วหญิงสาวก็นิ่งอึ้งไป มือไม้เย็นเฉียบพร้อมกับแววตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธแค้นที่ฉายบนใบหน้าสวยๆ ของเธอ ในที่สุดวันนี้ก็ได้รู้ตัวผู้กระทำผิดเสียที ที่แท้ก็คือเพื่อนของพี่ชายที่อยู่บนรูปภาพด้วยกันนั่นเอง
“รู้ตัวฆาตกรสักที สิ่งที่ฉันคิดไว้ไม่เคยผิดคาดเลย ไอ้คนที่ขับรถชนพี่พงศ์มันจงใจชนให้ตาย เพราะเื่ความแค้นส่วนตัวนี่เอง ที่แท้ก็เป็เพื่อนที่พี่พงศ์รักมากที่สุด แต่สุดท้ายก็ถูกเพื่อนคนนั้นฆ่าตายอย่างเืเย็น…พี่พงศ์คะ ภัคสัญญานะคะ ว่าภัคจะเป็คนแก้แค้นให้พี่เอง” ประโยคท้ายเธอพูดกับรูปพี่ชายด้วยแววตามาดมั่น
สักพักเธอก็พูดกับใครอีกคนในรูปด้วยความโกรธแค้นถึงขีดสุด
“ส่วนแก…ฉันจะแก้แค้นแกให้กับพี่ชายของฉัน แล้วฉันก็จะหาหลักฐานมาลากแกเข้าคุกให้ได้ แกลอยนวลอยู่แบบนี้ได้ไม่นานหรอกไอ้ฆาตกร”
แล้วภัคธีมาตัดสินใจกดมือถือหวังว่าจะส่งข้อความกลับไปหา ‘ผู้หวังดี’ คนนั้น ทว่าฝ่ายนั้นบล็อกเธอเรียบร้อยแล้ว ราวกับไม่้าให้เธอรู้ว่าตนเองเป็ใคร ทำตัวลึกลับจริงๆ
“โธ่เอ๊ย! บล็อกฉันซะแล้ว ฉันอุตส่าห์มีเื่อยากจะถามและอยากจะขอบคุณสักหน่อย แต่ก็เอาเถอะ ฉันขอบคุณคุณนะคะ”
พูดจบหญิงสาวก็ก้าวออกจากห้องนอนพี่ชายไปทันที วันนี้เธอค่อยรู้สึกโล่งใจหน่อยที่ได้รู้ว่าใครเป็คนขับรถชนพี่ชายของเธอ ในเมื่อเธอรู้แล้วก็จะไม่อยู่เฉยแน่นอน แล้วไอ้ตัวฆาตกรก็อย่านึกว่าจะได้ใช้ชีวิตแบบสงบสุข เธอจะทำให้มันกระวนกระวายเลยคอยดู!
“อะไรนะ! นี่แกรู้ตัวผู้กระทำผิดแล้วงั้นเหรอ” รวิสราเอ่ยถามผู้เป็เพื่อนด้วยสีหน้าตื่นตะลึง หลังจากที่อีกฝ่ายมาบอกเธอว่าทราบตัวฆาตกรแล้ว
ภัคธีมาพยักหน้าพร้อมกับตอบด้วยสีหน้าราบเรียบว่า
“ใช่! มีผู้หวังดีส่งข้อความมาบอกฉัน”
“แล้วข้อความนั่นเชื่อได้มากน้อยแค่ไหนกัน” เธอถามอย่างไม่ไว้วางใจ
“ฉันดูรูปนี้…” หญิงสาวส่งภาพถ่ายของพี่ชายกับเพื่อนให้อีกฝ่ายดู “เมื่อฉันดูรูปนี้และข้อความที่พี่พงศ์เขียนไว้ด้านหลัง บวกกับข้อความลับที่บุคคลปริศนาส่งมาให้ฉันก็ลองเอามารวมๆ เข้ากันคร่าวๆ ซึ่งฉันคิดว่าเป็ไปได้ที่เพื่อนของพี่พงศ์กับพี่พงศ์อาจขัดแย้งเื่ธุรกิจที่จะทำร่วมกัน แล้วอาจเป็แรงจูงใจให้เพื่อนคนนั้นหลอกพี่พงศ์ออกไปฆ่าเพราะไม่พอใจก็ได้”
“ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งด่วนสรุปสิ เรายังไม่รู้เลยว่าข้อความที่บุคคลปริศนาส่งมามันเชื่อถือได้จริงหรือเปล่า ลองคิดดูสิ…ถ้าเขาหวังดีกับแกจริงๆ แล้วทำไมเขาถึงบล็อกแกหลังจากส่งข้อความให้แล้ว เขาก็น่าจะให้แกถามข้อมูลอะไรอีกสักหน่อย และถ้าสิ่งที่เขาบอกมันเป็เื่เท็จก็เท่ากับเราจับแพะนะ”
“แต่ฉันเชื่อว่าสิ่งที่คนลึกลับนั่นบอกเป็เื่จริง ความรู้สึกของฉันมันบอกแบบนั้น และฉันจะแก้แค้นให้พี่ชายของฉัน ทำเป็ไปตีสนิทกับผู้ชายคนนั้นและทำให้เขาหลงรักฉันจนโงหัวไม่ขึ้น จากนั้นก็ค่อยๆ ตีจากเขาเพื่อทำให้เขาได้รับรู้ถึงความเ็ปที่ฉันเคยได้รับ ระหว่างที่อยู่กับเขาฉันก็จะพยายามหาหลักฐานเอาผิดเขา”
“จะทำอะไรก็คิดให้ดีๆ นะ เล่นกับไฟมันไม่ดีนะรู้มั้ย เพราะสุดท้ายไฟมันอาจจะย้อนกลับแผดเผาตัวแกเองจนมอดไหม้” รวิสราเอ่ยเตือนสติเพื่อนด้วยความหวังดี ทว่าอีกฝ่ายกลับมองมาที่เธอด้วยแววตาเคร่งขรึมพร้อมกับบอกอย่างขึงขังว่า
“ฉันไม่กลัวไฟหรอก ฉันจะวิ่งเข้าหากองไฟเลย ถึงยังไงฉันก็ต้องแก้แค้นและหาหลักฐานเอาผิดคนที่ฆ่าพี่พงศ์ให้ได้ ฉันมั่นใจว่าไม่ได้จับแพะแน่นอน แกอย่าพยายามห้ามฉันเลย เพราะว่าฉันไม่ล้มเลิกความคิดแน่นอน”
รวิสราได้แต่ทอดถอนหายใจอย่างหนักใจ เมื่อเห็นว่าอย่างไรผู้เป็เพื่อนก็ไม่ล้มเลิกความคิดที่จะแก้แค้นให้พี่ชาย โดยเชื่อข้อความของบุคคลปริศนาที่ส่งมาให้ทั้งที่ไม่รู้ว่ามันคือเื่จริงหรือเท็จ บุคคลนั้นหวังดีจริงหรือเปล่า หรือเขามีอะไรแอบแฝงอยู่ก็ได้
ทว่าตอนนี้ภัคธีมาปักใจเชื่อข้อความนั้นไปเรียบร้อยแล้ว โดยไม่คิดที่จะพิสูจน์ความจริงอะไรเลย และยิ่งเห็นใบหน้าโกรธเกรี้ยวและเคร่งขรึมของเพื่อนแล้วก็ยิ่งทำให้หญิงสาวรู้สึกเครียดเพิ่มขึ้นไปอีก เพราะไม่ว่าจะเตือนอย่างไรอีกฝ่ายก็ไม่ยอมเชื่อฟังและยังแน่วแน่กับเื่แก้แค้นอย่างมาก เธอก็คงทำได้เพียงแค่เฝ้าดูอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ เท่านั้นละ