ตอนที่ 35 ห้ามจูบคนอื่น
ลู่โจวเห็นกระจุกขนสีขาวในเสื้อคลุมก็ถาม “ในเสื้อคลุมของคุณเป็นลูกแมวหรือว่าลูกหมาครับ”
ลี่หนานเสวียนเห็นว่าลู่โจวเดาถูกแล้วจึงไม่ได้ซ่อนต่อ นำลูกสุนัขตัวน้อยที่อยู่ในอกออกมาวางบนมืออีกฝ่าย “นี่คือสุนัขถ้วยน้ำชาที่ไม่มีวันโต วันหลังถ้าผมไม่อยู่บ้านก็ให้มันอยู่เป็นเพื่อนคุณ เวลาออกไปข้างนอก คุณก็เอามันไว้ในกระเป๋าเสื้อพามันไปด้วย”
สุนัขถ้วยน้ำชาตัวเล็กแค่ฝ่ามือคนเท่านั้น มีขนปุกปุยสีขาว ดวงตาดำกลมโต มีหูเล็กๆ คู่หนึ่งและขาสั้นๆ ตอนที่เงยหน้ามองลู่โจวดูน่ารักน่าเอ็นดูมาก
“มันน่ารักจังเลย” ลู่โจวชอบมาก เขายกมือลูบขนสีขาวของเจ้าหมาน้อย พลางก้มหน้าลงกำลังจะจุ๊บหัวของมัน
ลี่หนานเสวียนเห็นแบบนั้นก็รีบยื่นมือไปขวางไว้ ห้ามไม่ให้ลู่โจวสัมผัสใกล้ชิดกับเจ้าหมาน้อย
ลู่โจวไม่เข้าใจ “ทำไมถึงห้ามล่ะ”
ลี่หนานเสวียนกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “ห้ามคุณจูบมัน”
สุนัขตัวนี้เป็นสุนัขปีศาจเพศผู้ สามารถกลายร่างเป็นคนได้ ถ้าคนรักของเขาจูบมัน ก็เท่ากับเป็นการจูบผู้ชายคนอื่น เขาไม่ยอมให้เกิดเรื่องแบบนั้นหรอก
“…” ลู่โจวหลุดขำ “คุณหึงเหรอครับ”
ลี่หนานเสวียนไม่ปฏิเสธ “คุณเป็นคนรักของผม ห้ามจูบคนอื่นนอกจากผมเด็ดขาด รวมถึงสัตว์ด้วย”
“ก็ได้” ลู่โจวคิดในใจ เดี๋ยวเขาค่อยแอบจูบตอนที่ลี่หนานเสวียนไม่อยู่ก็ได้
เหมือนลี่หนานเสวียนได้ยินความคิดในใจเขา “ต่อให้แอบจูบก็ไม่ได้ แล้วก็แก...”
เขาหยิกหูน้อยๆ ของเจ้าลูกหมา “ห้ามเลียคนรักฉันเด็ดขาด”
เจ้าหมาน้อย “…”
ลู่โจวกระตุกยิ้มมุมปาก “มันฟังคุณเข้าใจด้วยเหรอครับ”
ลี่หนานเสวียนยิ้ม “เข้าใจสิ”
“จริงเหรอ” ลู่โจวไม่อยากจะเชื่อเท่าไร
“มันเคยถูกฝึกมา” ลี่หนานเสวียนพูดกับเจ้าหมาน้อย “ยกเท้าขวา”
เจ้าหมาน้อยรีบยกเท้าขวาขึ้นอย่างว่าง่าย
“ยกเท้าซ้าย”
เจ้าหมาน้อยวางเท้าขวาลง แล้วยกเท้าซ้ายขึ้นมา
“หมุนตัวอยู่กับที่สองรอบ เห่าสามที”
เจ้าหมาน้อยหมุนตัวอยู่กับที่สองรอบ และเห่าใส่ลี่หนานเสวียน ‘โฮ่งๆๆ’ สามที
ลู่โจวพูดอย่างตื่นเต้น “มันฉลาดมาก”
เจ้าหมาน้อยส่ายหางไปมาด้วยความดีใจ
ลู่โจวถาม “มันชื่ออะไรเหรอครับ”
ลี่หนานเสวียนตอบไปเรื่อย “ชื่อหมาโง่”
เจ้าหมาน้อยตัวแข็งทื่อ พลางมองลี่หนานเสวียนอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะตั้งชื่อให้มันน่าเกลียดและดูโง่ขนาดนี้
ลู่โจวชะงัก “หมาโง่เหรอ ใครเป็นคนตั้งกัน ไม่เพราะเลย เปลี่ยนได้ไหม”
เจ้าหมาน้อยเห่าใส่ลู่โจวสองทีด้วยความดีใจ
ลี่หนานเสวียนถาม “คุณอยากตั้งชื่อให้มันว่าอะไรล่ะ”
“มันตัวขาวขนาดนี้ แถมตัวยังเหมือนกับลูกบอลอีก ให้ชื่อว่าเสวี่ยฉิว[1] ก็แล้วกัน” ลู่โจวลูบหัวเจ้าหมาน้อย “คิดว่าชื่อเสวี่ยฉิวเพราะไหม ถ้าคิดว่าเพราะก็ส่ายหางนะ”
เพราะ เพราะมาก เพราะกว่าชื่อหมาโง่เป็นไหน ๆ เจ้าหมาน้อยส่ายหางรัวๆ น่าเสียดายที่หางมันสั้น จึงทำได้แค่ส่ายก้นเท่านั้น
ลู่โจวเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ดูเหมือนมันจะชอบชื่อเสวี่ยฉิวนะครับ หนานเสวียน คุณตั้งใจซื้อมันกลับมาให้ผมเหรอ”
ลี่หนานเสวียนหรี่ตามองเจ้าหมาน้อยแล้วตอบ “ไม่ได้ซื้อมาหรอก ผมตั้งใจจับมันจากภูเขาให้มาอยู่เป็นเพื่อนคุณน่ะ”
เจ้าหมาน้อยตัวสั่น ขดตัวอยู่ในมือของลู่โจวด้วยความหวาดกลัว
“จับมันกลับมาจากภูเขางั้นเหรอ” ลู่โจวไม่เชื่อ “หมาภูเขาจะมีขนขาวขนาดนี้ได้ยังไง”
ลี่หนานเสวียนไม่ได้อธิบายให้อีกฝ่ายฟังมากกว่านั้น เขาจูงมือลู่โจวกลับเข้าไปในบ้านหยางเหมิน เห็นว่าเมล็ดพันธุ์ที่ลู่โจวปลูกไว้ก่อนหน้านี้ต้นสูงครึ่งเมตรแล้วก็ยิ้มแล้วกล่าว “อีกสักครึ่งเดือนถึงหนึ่งเดือน พวกมันก็คงผลิดอกออกผลแล้ว”
“ดินในบ้านคุณมหัศจรรย์มากเลย ปลูกลงดินแค่ราวๆ สิบวัน ตอนนี้ก็งอกขึ้นมาถึงครึ่งเมตรแล้ว” ลู่โจวเห็นต้นไม้ต้นนี้ก็นึกถึงเรื่องที่มีเด็กสองคนมาขอให้เขาปลูกเมล็ดพันธุ์เมื่อเช้า “จริงสิ ผมจะเล่าเรื่องตลกให้คุณฟัง วันนี้มีเด็กสองคนชื่อเจาไฉ จิ้นเป่า เอาเหรียญทองแดงหนึ่งเหรียญมาให้ บอกว่ามันคือเมล็ดต้นไม้เงิน แล้วให้ผมปลูกลงดิน คุณว่ามันตลกไหม”
ลี่หนานเสวียนตาเป็นประกาย “คุณได้ปลูกมันหรือเปล่า”
“ปลูกสิครับ อยู่ตรงนั้นไง” ลู่โจวพยักพเยิดหน้าไปทางแปลงดอกไม้ขนาดใหญ่ตรงกลางลานบ้านที่อยู่ด้านหลัง
ลี่หนานเสวียนเดินไปดูก็เห็นต้นอ่อนเล็กๆ ในแปลงดอกไม้
ลู่โจวเอ่ยอย่างประหลาดใจ “แตกหน่อแล้วเหรอ เป็นไปได้ยังไงกัน สิ่งที่ผมปลูกลงไปเป็นแค่เหรียญทองแดงเท่านั้นเอง ทำไมถึงแตกหน่อได้ล่ะ หรือว่าพ่อแม่ของพวกเขาไม่อยากให้ลูกเสียใจก็เลยแอบเอาเมล็ดพันธุ์มาเปลี่ยน”
ลี่หนานเสวียนหัวเราะ “อาจจะเป็นอย่างนั้นก็ได้ วันหลังถ้ามีใครมาขอให้คุณปลูกอะไรอีก คุณก็ปลูกไปเลยนะ แต่ต้องเก็บดอกเบี้ยด้วย”
“เก็บดอกเบี้ยยังไง”
“อย่างเช่น ต้องแบ่งสิ่งที่ได้ออกมาให้คุณครึ่งหนึ่ง”
“แบบนั้นจะดีเหรอครับ”
ลี่หนานเสวียนกวาดสายตามองคนที่กำลังแอบอยู่ในมุมมืด แล้วพูดแฝงความนัย “พวกเขาต้องยินดีให้คุณทำแบบนั้นแน่นอน...”
ลู่โจว...
เชิงอรรถ
^ เสวี่ยฉิว ในภาษาจีนแปลว่า ก้อนหิมะ หรือบอลหิมะ