หลี่เพ่ยเพ่ยได้ออกมาเดินตลาดกับไป๋จางลี่เมื่อเดินทางมาถึงตลาดทั้งสองก็ได้ไปนั่งที่ร้านน้ำชา ร้านแห่งนี้เป็ร้านน้ำชาอันดับหนึ่งเป็ที่นิยมของเหล่าบุตรหลานของขุนนางชั้นสูงที่นิยมมานั่งพบปะสหาย หนึ่งในนั้นก็มีกลุ่มของฉีหลิงหลงและสวีซินชิง คุณหนูสวีแห่งจวนเสนาบดีกรมยุติธรรม บุตรสาวของสวีอีเย่และฮูหยินเวินอิงเหยา หลงรักหยวนฟางหรงเป็อย่างมากคนทั่วทั้งเมืองหลวงต่างรับรู้ถึงความรักของสวีซินชิงที่มีให้หยวนฟางหรง
เมื่อหลี่เพ่ยเพ่ยเดินเข้ามาถึงในร้านก็แปลกใจในชาติก่อนทั้งสองคนนี้ไม่ได้สนิทสนมกันเช่นนี้ นางนั่งลงโต๊ะที่เสี่ยวเอ้อพามานั่งเมื่อนั่งลงได้สักพักก็มีสายตาที่จับจองมา นางมองไปยังทิศทางที่ถูกจ้องมองก็เห็นกลุ่มของฉีหลิงหลงและสวีซินชิงที่มองนางอยู่ก่อนด้วยแววตาชิงชังที่ไม่คิดจะปิดยกเว้นฉีหลิงหลงที่พยายามทำหน้าที่ห้ามปรามเหล่าสหายยิ่งทำให้คนภายนอกมองนางเป็คนที่แสนดีอ่อนโยน
“พวกเ้าอย่าไปมองนางเช่นนั้นเลย” นางเอ่ยกับกลุ่มสหายที่มาด้วยกันในวันนี้
“นางหลอกล่อท่านอ๋องไปจากข้า นางแย่งท่านอ๋องไปจากข้าจะให้ข้าทนนั่งมองนางอย่างไม่รู้สึกอะไรเลยหรือ” นางพูดก่อนจะหันหน้ามามองฉีหลิงหลงด้วยแววตาเสียใจ นางร้องไห้แทบบ้าั้แ่มีข่าวของหยวนฟางหรงกับหลี่เพ่ยเพ่ยออกมา นางแทบจะอดทนไม่ให้เข้าไปตบตีนางไม่ได้เมื่อมาเจอกันเช่นนี้นางก็แทบจะพุ่งเข้าไปเพื่อทำร้ายนางแพศยานั้น
“ถ้าท่านอ๋องรู้ว่าเ้าทำร้ายนางท่านอ๋องจะต้องโกรธเป็แน่” นางเอ่ยเตือนสวีซินชิงด้วยความหวังดี นางเกรงว่าถ้าสวีซินชิงลงมือทำร้ายหลี่เพ่ยเพ่ยจะทำให้แผนการของหยวนฟางหรง
“แล้วเ้าจะให้ข้านั่งมองนางเฉย ๆ เช่นนี้หรือ” สวีซินชิงถามออกไป
“เ้าต้องทำให้ท่านอ๋องหลงรักในตัวเ้า นางก็แค่ใช้อำนาจทางทหารมาหลอกล่อท่านอ๋องก็แค่นั้นนางไม่มีสิ่งใดสู้เ้าได้เลย มีเพียงแค่หน้าตาที่เหมือนนางจิ้งจอกเท่านั้นที่เ้าสู้ไม่ได้” ฉีหลิงหลงพูดหลอกล่อสวีซินชิงให้นางรู้ว่าสิ่งที่หลี่เพ่ยเพ่ยมีอยู่เหนือนางก็คือหน้าตาที่ไม่มีใครเทียบนางได้ ถ้าสวีซินชิงฉลาดพอคงจะรู้ว่าจะต้องทำเช่นไรต่อไป
“ใช่ข้าก็คิดว่านางมีดีแค่หน้าตา” สหายคนหนึ่งพูดขึ้น
“ข้าก็คิดเช่นนั้น นางมีดีแค่หน้าตามิเคยแสดงฝีมือด้านใดออกมาเลย” สหายอีกคนก็พูดสมทบขึ้น ด้วยทุกคนคิดว่าหลี่เพ่ยเพ่ยไม่มีความสามารถเนื่องด้วยทุกครั้งที่มีงานชมดอกบุปผาหรืองานที่ต้องแสดงฝีมือนางไม่เคยจะไปเยือนทั้งที่นางจะถึงวัยปักปิ่นแล้วและนางก็ไม่เคยแสดงความสามารถออกมาให้ใครภายในเมืองหลวงได้เห็นแม้สักครั้งเดียว
“หึ มีดีแค่หน้าตางั้นหรือข้าจะจัดการมันให้หมดลงไปเอง” นางพูดออกมาเบา ๆ แล้วแย้มรอยยิ้มที่ยากจะเดาออกมา ฉีหลิงหลงก็ได้แต่ยิ้มเย้ยในใจพอจะเดาออกว่านางคิดจะทำอะไรต่อไป
ทางด้านหลี่เพ่ยเพ่ยเมื่อนั่งดื่มชาได้สักพักก็พากันออกไปเดินตลาดเนื่องด้วยไป๋จางลี่้าที่จะซื้อของเพื่อกลับไปเตรียมของขวัญวันปักปิ่นให้กับหลี่เพ่ยเพ่ย
“เ้าจะใช้ปิ่นใดปักผมในวันงานหรือ” ไป๋จางลี่เอ่ยถามสหาย
“ข้ายังไม่ได้ปรึกษาเื่งานกับท่านแม่เลย เหลือเวลาอีกตั้งสองเดือนจะรีบร้อนไปไย” นางเอ่ยตอบสหายออกไป
“ข้าอยากเตรียมของขวัญให้เ้าแล้ว กลัวจะไม่ทัน” นางพูดแล้วก็ทำแก้มป่องอย่างน่ารักออกมา หลี่เพ่ยเพ่ยเมื่อเห็นดังนั้นก็ยื่นมือไปบีบแก้มนั้นอย่างหมั่นเคี้ยว
“ฮ่าฮ่า เ้าทำอะไรให้ข้า ข้าก็ชอบทั้งนั้นแหละ” นางพูดขึ้นก่อนจะปล่อยมือออกจากแก้มนุ่มนั้น
“ข้าอย่างให้เครื่องประดับผมที่เข้ากับปิ่นนิ ข้ากลัวมันจะไม่ทัน” ไป๋จางลี่เอ่ยขึ้นเบา ๆ แต่หลี่เพ่ยเพ่ยก็ได้ยิน
“เอาเช่นนี้หรือไม่ เราไปเลือกผ้าเพื่อตัดชุดแล้วเ้าก็เตรียมเครื่องประดับที่เข้ากับชุดมาให้ข้าดีหรือไม่” นางเสนอความคิดออกมา
“ได้สิ งั้นเราไปเลือกผ้ากันเถอะ” นางพูดขึ้นอย่างดีใจ ทั้งคู่ต่างพากันไปเลือกผ้าและซื้อของอีกหลายอย่างจากนั้นก็แยกย้ายกันกลับจวน
ทางด้านสวีซินชิงเมื่อออกจากร้านน้ำชาก็ตรงไปยังหอแสงจันทร์เพื่อที่จะว่าจ้างให้ทำงาน เมื่อเข้ามาถึงภายในคนดูแลหอแสงจันทร์ก็พาเข้ามารอในห้องรับรอง นางสวมชุดคลุมและใช้หมวกปิดปังใบหน้าเพื่อที่จะมาทำการว่าจ้างโดยไม่ให้คนล่วงรู้ถึงตัวนาง เมื่อผู้คุมร้านออกไปได้สักพักก็มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามา
“มีอะไรให้ทางหอแสงจันทร์รับใช้หรือขอรับ” เขาพูดออกมาอย่างสุภาพ
“ข้าง้าทำลายใบหน้าของคุณหนูหลี่ หลี่เพ่ยเพ่ย” นางบอกความ้าออกไป
“คุณหนูหลี่บุตรสาวของแม่ทัพใหญ่หรือ” เขาเอ่ยถามออกไปอย่างแปลกใจ คุณหนูบ้านใดกันที่คิดจะทำร้ายคนจวนแม่ทัพกัน
“งานนี้ช่างยากนักแม่นางจ่ายไหวหรือไม่ " เขาเอ่ยถามออกไป
“ข้าจ่ายไม่อันเพียงแค่สำเร็จก็พอ” นางตอบออกไป หลังจากเอ่ยตกลงราคาและจ่ายเงินกันเสร็จเรียบร้อยนางก็เตรียมจะกลับจวน
“ข้าจะไปรีบทำงานตามที่ได้รับ” เขาเอ่ยจบนางก็ลุกและเดินออกไปจากห้องรับรอง ชายหนุ่มผู้นั้นเมื่อนางออกไปแล้วก็เรียกลูกน้องให้เข้ามาเพื่อรับภารกิจ
“ไปตามนาง ดูว่านางเป็บุตรสกุลใด” เขาพูดจบก็เดินออกจากห้องไป เมื่อสวีซินชิงออกจากหอแสงจันทร์ก็เดินไปขึ้นรถม้าที่จอดแอบไว้แล้วตรงกลับจวนสกุลสวีทันทีโดยไม่รับรู้ถึงว่ามีคนได้ติดตามออกมาจากหอแสงจันทร์
ทางด้านมู่หนิงที่นั่งรอลูกน้องหลังจากที่ได้สั่งให้ไปตามสืบเื่ของคนที่มาจ้างให้ไปทำร้ายคุณหนูหลี่ว่าคือคุณหนูจวนใดกันแน่ ถ้าวันนี้เขาไม่ใช้ผู้ดูแลหอแสงจันทร์ไปทำงานอย่างอื่นให้คงไม่แคล้วคุณหนูหลี่คงใบหน้าเสียโฉมเป็แน่ คนทั้งเมืองหลวงคงรับโทสะของนายท่านของเขาไม่ไหว หลังจากนั่งรอสักพักลูกน้องที่ให้ไปตามสืบก็กลับมา
“เป็คุณหนูสวี สวีซินชิงขอรับ” ลูกน้องคนนั้นรายงานออกมา
“คุณหนูสวีจวนเสนาบดีกรมยุติธรรมหรือ” เขาเอ่ยออกไป
“ขอรับ”
“อืม ออกไป” เขาตอบรับแล้วให้ลูกน้องออกจากห้องไป สวีซินชิงที่หลงรักหยวนฟางหรงเขาคงต้องไปแจ้งแก่นายท่านเสียแล้ว เมื่อคิดได้ดังนั้นก็เรียกผู้ดูแลอีกคนมาทำหน้าที่แทนแล้วรีบกลับไปรายงานนายท่านของตนเอง
“คนสกุลสวีจ้างให้ทำลายใบหน้าของเสี่ยวเพ่ยเช่นนั้นหรือ” เขาเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจ เพราะสกุลสวีถือว่าเป็ขุนนางที่ดีคนหนึ่ง
“เป็คุณหนูสวีซินชิงขอรับ นางหลงรักอ๋องสามมานานแล้วขอรับ” เขาเอ่ยตอบพร้อมกับคิดถึงคำเรียกขานที่นายท่านใช้เรียกคุณหนูหลี่ ‘ทั้งคู่สนิทกันถึงเพียงนี้เชียวหรือพี่ชายนางรู้หรือไม่’ เขาได้แต่คิดในใจไม่กล้าเอ่ยถาม
“เป็เช่นนี้เอง” เอาเอ่ยอย่างเข้าใจ
“มีอะไรอีกหรือไม่” เขาถามเมื่อเห็นมู่หนิงยังยืนอยู่
“จะให้ทำเช่นไรต่อขอรับ” เขาตัดสินใจถามออกไปเมื่อนายท่านไม่ให้ความกระจ่างแก่เขา
“เดี๋ยวข้าบอกอีกที” เขาตอบโดยไม่มองหน้าของมู่หนิงสักนิด เมื่อเห็นเช่นนั้นมู่หนิงก็ออกไปอย่างเงียบ ๆ เพื่อให้นายท่านได้ทำงานที่ค้างไว้ต่อ หยวนเวยเถียนรีบจัดการงานที่เหลือให้เรียบร้อยเพื่อที่จะได้ไปบอกแก่เสี่ยวเพ่ยของเขาว่ามีคนจงใจทำร้ายนาง
หลี่เพ่ยเพ่ยเมื่อกลับถึงจวนก็เข้าไปพักผ่อนภายในเรือนของตนเองโดยมีอ้ายฉิงนั่งเฝ้าอยู่หน้าประตู เมื่อตื่นขึ้นมาก็พบกับหยวนเวยเถียนนั่งมองนางอยู่บนเตียง
“ท่านมาั้แ่เมื่อไหร่” นางเอ่ยถามออกไป
“ข้ามาได้สักพักแล้วเห็นเสี่ยวเพ่ยนอนอยู่มิอยากรบกวน” เขาตอบออกไป หลังจากที่เขาได้ฟังลูกน้องรายงานเื่ของหลี่เพ่ยเพ่ยเขาก็รีบจัดการงานที่เหลือเพื่อที่จะมาบอกแก่นาง แต่เมื่อมาถึงก็เห็นนางหลับอยู่ก็เลยนั่งมองนางอยู่อย่างนั้นจนนางตื่น
“ท่านหลบออกไปก่อนข้าจะให้สาวใช้เข้ามา” นางบอกเขาให้หลบก่อนจะเรียกเฉาฉี่เข้ามาปรนนิบัติล้างหน้าล้างตาและให้นางไปแจ้งแก่มารดาว่านางรู้สึกเหนื่อยจากการไปเดินตลาดจึงขอนับอาการเย็นที่เรือนและให้เฉาฉี่เตรียมมาเยอะหน่อย หลังจากอ้ายฉิงออกไปแล้วชินอ๋องจึงได้ออกมา
“ท่านมีอะไรหรือถึงได้มาหาเสี่ยวเพ่ยเร็วเช่นนี้” นางเอ่ยถามอย่างแปลกใจ เขามักจะมาหลังจากตะวันตกดินเสมอ
“ข้ามีเื่จะมาบอกเสี่ยวเพ่ย” เขาเอ่ยตอบออกไป
“ร้ายแรงเพียงนั้นเชียว” นางถามขึ้น
“มีคนมาจ้างให้บ้าทำลายโฉมเสี่ยวเพ่ย” ขาบอกนางถึงงานที่มีคนมาจ้างให้ทำ
“ใครหรือ” นางเอ่ยถามออกไปอย่างแปลกใจ
“สวีซินชิง” เมื่อนางได้ยินก็นึกถึงวันนี้ที่เจอกับกลุ่มของสวีซินชิงกับฉีหลิงหลง ในชาติก่อนสวีซินชิงก็มิถูกกับนางเนื่องจากนางหลงรักหยวนฟางหรงแต่อ๋องสามนั้นมาคบหากับนาง สวีซินชิงก็มีมาพูดจาว่าร้ายนางบ้างแต่ไม่ถึงกับลงไม่ลงมือขนาดนี้ คงเป็ฉีหลิงหลงเป็แน่คิดจะยืมมือนางใช้ทำร้ายนาง
“คุณหนูสวี บุตรสาวของสวีอีเย่เสนาบดีกรมยุติธรรมเช่นนั้นหรือ” นางเอ่ยออกไป
“ใช่ เขาหลงรักอ๋องสามมานานแล้ว” เขาตอบอย่างกระตือรือร้น
“แล้วท่านเล่ามีหญิงสาวมาตกหลุมรักมากมายเช่นนี้หรือไม่” นางแกล้งถามเขาออกไป
“แม่จะมีหญิงงามมาสนใจข้ามากเพียงใดข้าก็สนใจเพียงแค่เ้า เสี่ยวเพ่ยของข้า” เขาตอบกลับอย่างรวดเร็วแล้วมองตานางด้วยแววตาที่แสดงถึงความรักที่มีอย่างจริงใจ แล้วเอ่ยถามถึงสิ่งที่นางจะทำต่อไป
“เสี่ยวเพ่ยจะทำเช่นไรต่อไป”
“เขาอยากให้ข้าเสียโฉม ข้าก็จะเสียโฉมให้เขา”
***********
“ไม่ ข้าจะไม่ยอมให้เสี่ยวเพ่ยทำอย่างนั้นเป็แน่” เขาจะไม่ยอมให้นางเจ็บตัวเพราะเื่เพียงเท่านี้เด็ดขาด
“ท่านคิดว่าข้าจะยอมเจ็บตัวหรือ” นางพูดแล้วยิ้มเ้าเล่ห์ออกมา
“แล้วเสี่ยวเพ่ยจะทำเช่นไร” เขาถามขึ้น
“คนก็คนของท่าน จะทำอะไรก็ได้ไม่ใช่หรือ” นางอธิบาย
“เสี่ยวเพ่ยจะให้ข้าปล่อยข่าวออกไปหรือ” เขาถามต่อ นางเพียงแค่ยกยิ้มขึ้นไม่ได้ตอบออกไป
“พรุ่งนี้เสี่ยวเพ่ยจะออกไปซื้อของที่ตลาด ท่านก็จัดการตามเหมาะสมเถอะ” นางบอกเขาออกไป
“ข้าจะเป็คนจัดการเอง เสี่ยวเพ่ยไม่ต้องเป็ห่วง” เขาจะเป็คนจัดการเองเพื่อไม่ให้เกิดเื่ผิดพลาดขึ้น
“เสี่ยวเพ่ยเชื่อใจท่าน” นางยิ้มให้เขา
ก๊อก ก๊อก
“คุณหนูอาหารมาแล้วเ้าคะ” เฉาฉี่เดินนำอาหารมาให้เ้านายของตนที่พักผ่อนอยู่ในห้อง นางหันไปมองคนที่อยู่ภายในห้องด้วยกันเมื่อครู่เขาเดินหลบออกไปจากตรงนี้แล้วก็ให้สาวใช้นำอาหารเข้ามา เมื่อสาวให้จัดเรียงอาหารเสร็จแล้วก็ให้ออกไปทั้งหมด
“ออกไปเถอะ” นางเอ่ยกับสาวใช้
“เ้าค่ะ” แล้วทั้งหมดก็เดินออกไป เมื่อสาวใช้ออกไปหมดแล้วหยวนเวยเถียนก็เดินออกมา
“มาทานข้าวด้วยกันเถอะ เสี่ยวเพ่ยให้อ้ายฉิงเตรียมมาเยอะเลย” นางบอกกับเขา
“อืม” แล้วทั้งคู่นั่งลงกินข้าวด้วยกัน ทั้งคู่ผลัดกันคีบอาหารให้กันแล้วพูดคุยกันอย่างมีความสุข นี่เป็ครั้งแรกที่ทั้งสองทานอาหารด้วยกัน เมื่อทานอาหารเสร็จแล้วหลี่เพ่ยเพ่ยก็รินน้ำชาให้และยกขึ้นให้เขา
“น้ำชาถ้วยนี้ช่างอร่อยเสียจริง” เขาพูดขึ้นพร้อมกับส่งยิ้มหวานให้กลับนาง
“ท่านก็ช่างพูดเสียจริง” นางเอ่ยก่อนจะเรียกสาวใช้ให้มาเก็บสำหรับออกไป หยวนเวยเถียนก็หลบออกไปเช่นเดิม เมื่อสาวใช้ออกไปหมดเขาก็เดินออกมานั่งลงเช่นเดิม
“เมื่อไหร่เราจะได้อยู่ด้วยกัน” เขาเอ่ยขึ้นขณะมองหน้านาง
“เมื่อเราจัดการคนพวกนั้นสำเร็จ” นางตอบเขาออกไป ทางด้านหยวนเวยเถียนก็ได้แต่แปลกใจในความแค้นนี้ของนางแต่เขาก็ไม่สนใจเพียงได้ทำให้นางมีความสุขเขาสามารถทำให้นางได้ ต่อให้ต้องฆ่าคนกี่คนเขาก็สามารถทำให้นางได้
“ข้าอยากจะฆ่าพวกเขาให้ตายเสียเดี๋ยวนี้” เขาบ่นออกมา
“รอไม่นานหรอก อีกไม่นานแผนการขั้นต่อไปก็จะเริ่มขึ้นแล้ว” นางเอ่ยขึ้น
“ไม่สามารถดูแคลนเสี่ยวเพ่ยได้จริง ๆ นางมารน้อยของข้า” เขาเอ่ยขึ้นแล้วยื่นมือไปบีบจมูกนาง
“นางมารหรือช่างไม่เหมาะกับเสี่ยวเพ่ยของท่านเลย” นางเอ่ยขึ้น
“เ้ามันร้ายกว่านางมารเสียอีก” แล้วทั้งสองก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน แล้วทั้งคู่ก็พากันหยอกเย้ากันได้สักครู่เขาก็ต้องกลับไปเพราะต้องไปหารือเื่ของหยวนฉี่ฟางต่อ เมื่อนางอยากจะเล่นเขาก็จะให้นางเล่นสนุกกับพวกเขาไปตามที่นาง้าส่วนเื่จัดการพวกมันให้สิ้นซากเขาจะจัดการให้นางเองไม่ต้องให้นางมาเปลืองสมองจัดการ
“ข้าต้องไปแล้ว เสี่ยวเพ่ยก็พักผ่อนต่อเถอะ” เขาพูดก่อนจะเข้าไปลูบหัวนาง
“ท่านก็ดูแลสุขภาพด้วย” แล้วนางก็เข้าไปกอดเขาแล้วหอมแก้มของเขา เมื่อเขาััได้ถึงสิ่งที่ถูกแก้มก็ได้แต่ยืนนิ่งพร้อมกับหัวใจที่สั่นแรงขึ้นเขายืนตะลึงอยู่นานจนนางต้องเอ่ยขึ้น
“ท่านกลับไปได้แล้ว” นางเอ่ยขึ้นพร้อมกับดันตัวเขาให้ออกไปทางหน้าต่าง
“เ้า เ้า” เขาพูดออกมาได้แค่นางก็ปิดหน้าต่างลง
“หึ ฝากไว้ก่อนเถอะ” เขายกยิ้มขึ้นพร้อมกับยกมือขึ้นมาลูบบริเวณที่นางหอมเขาพร้อมกับใจที่สั่นไม่ยอมหยุด แล้วเขาก็กลับออกไปด้วยอารมณ์ดีพร้อมกับรอยยิ้มที่ประดับบนหน้า
ทางด้านหลี่เพ่ยเพ่ยเมื่อปิดหน้าต่างลงแล้วก็ยกมือขึ้นมากุมบริเวณหัวใจที่เต้นแรงไม่ยอมหยุด แล้วก็คิดขึ้นมาว่าทำเช่นนั้นลงไปได้อย่างไรนางเพียงแค่คิดว่าในชีวิตก่อนนางไม่เคยได้ทำอะไรเช่นนี้จึงอยากลองทำดูบ้าง เมื่อรู้ตัวก็ได้ทำลงไปเสียแล้ว นางอยากจะตีตัวเองนักเมื่อสงบสติได้แล้วก็เรียกเฉาฉี่เตรียมน้ำให้อาบแล้วก็ล้มตัวลงนอน
หยวนเวยเถียนมาถึงห้องประชุมภายในหอแสงจันทร์ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ทำให้ลูกน้องใต้บังคับบัญชาก็ได้แต่ตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เื่อันใดที่ทำให้นายเหนือหัวของพวกเขายิ้มออกมาเช่นนี้ จะมีก็เพียงแต่มู่หนิงเท่านั้นที่รู้เพราะก่อนจะมาที่นี่นายท่านได้ไปหาคุณหนูหลี่มาคงจะเกิดเื่ดี ๆ ขึ้นเป็แน่ เขาก็ได้แต่ห่วงเพื่อนร่วมงานเมื่อได้รู้ว่าน้องสาวตนเองเป็คนที่ทำให้ของนายท่านตนเองเป็เช่นนี้เขาจะทำสีหน้าเช่นไร
“สืบได้เื่อะไรมาบ้าง” เขาเอ่ยถามพร้อมกับสีหน้าที่จริงจังขึ้น
“อ๋องสามได้เลี้ยงกองกำลังไว้ส่วนหนึ่งเพื่อค่อยทำงานอย่างลับ ๆ ให้ขอรับ” ลูกน้องคนแรกได้เอ่ยขึ้น
“สืบมาแน่ชัดแล้วขอรับเขา้าแรงสนับสนุนจากจวนแม่ทัพด้วยการที่เข้าไปตีสนิทกับคุณหนูหลี่” ลูกน้องอีกคนเอ่ยขึ้นพร้อมกับหันหน้าไปมองหลี่เพ่ยหยาง ทางด้านหลี่เพ่ยหยางเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ได้แต่ข่มอารมณ์โกรธไว้ในใจ จนประชุมเสร็จก็ให้ทุกคนแยกย้ายเหลือเพียงแค่หลี่เพ่ยหยางกับมู่หนิงเท่านั้นที่อยู่ภายในห้องต่อ
“มีคนจ้างวานทางหอแสงจันทร์ให้ไปทำลายรูปโฉมของหลี่เพ่ยเพ่ย” เมื่อทุกคนต่างออกไปแล้วเขาก็เอ่ยขึ้น
“อะไรนะขอรับ มีคนหวังให้เพ่ยเอ๋อร์าเ็เช่นนั้นหรือ” เขาะโขึ้นอย่างลืมตัว
“ใช่” เอาตอบออกไป
“จะทำเช่นไรดีขอรับ” เขาเอ่ยถามอย่าง้าหาทางออก
“เพียงแค่แสดงงิ้วฉากหนึ่งก็จบแล้ว” เขาตอบออกไป
“อย่างไรขอรับ เราไม่รับงานนี้ไม่ได้หรือ” เขาถามอย่างไม่เข้าใจ ทำไมต้องแสดงด้วยเพียงแค่ไม่รับงานก็จบแล้ว
" ถ้าเราไม่รับพวกมันก็จะไปจ้างคนอื่นอยู่ดี หรือเ้าคิดว่าจะคอยปกป้องน้องสาวได้ตลอดเวลากัน
“เป็ข้าที่คิดน้อยไปเองขอรับ” เขาเอ่ยขึ้นอย่างสำนึกผิดเกือบที่จะทำให้น้องสาวตกอยู่ในอันตราย
“มู่หนิงไปเตรียมคนที่ไว้ใจได้ที่สุดมาสักสามคน” เขาเอ่ยสั่งงานมู่หนิงที่ยืนฟังเงียบ ๆ ก่อนจะพูดถึงแผนการที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้พร้อมกับย้ำเสมอว่าจะต้องไม่มีการผิดพลาดอย่างเด็ดขาด
“เ้าก็ไปพร้อมกับพวกข้าด้วย” เขาบอกแก่หลี่เพ่ยหยาง
“ขอรับ ข้าจะไปบอกเื่นี้แก่เพ่ยเอ๋อร์นางจะได้ไม่ต้องใ” เขาเอ่ยบอกเพื่อขออนุญาตจากเ้านาย
“เื่นั้นไม่ต้องข้าคุยกับเสี่ยวเพ่ยแล้ว” เขาเอ่ยขึ้นหลังจากที่หลี่เพ่ยหยางพูดจบ
“ส เสี่ยวเพ่ยหรือ” เขาเอ่ยออกมาอย่างเหม่อลอย
“อืม พวกเ้าออกไปได้แล้ว” เมื่อคุยเสร็จเขาก็ไล่ทั้งคู่ออกไป หลี่เพ่ยหยางยังไม่หายตะลึงกับสิ่งที่ได้ยิน เดินออกมาพร้อมกับมู่หนิงอย่างงง ๆ เมื่อออกมาจากห้องแล้วมู่หนิงก็ทำได้เพียงแค่ตบบ่าของสหายแล้วเดินจากไป ทำให้หลี่เพ่ยหยางได้สติแล้ววิ่งตามไปทันที
“เ้ารู้เื่อันใด บอกข้ามาเดี๋ยวนี้นะเ้ามู่หนิง” หลี่เพ่ยหยางร้องะโแล้ววิ่งตามไป
********
ส่งมาพูดคุยได้นะคะอยากรู้ว่าตัวเองเขียนออกมายังไง ส่วนตัวคิดว่ายังไม่ดีเท่าไรเพราะยังคิดคำไม่ออกว่าควรจะใช้คำแบบไหน อยากให้ปรับปรุงตรงไหนสามารถติชมหรือส่งมาพูดคุยกันได้นะคะ ^•^
อาจจะมีคำผิดบ้างหรือตัวหนังสือไม่เหมือนกันบ้างเพราะพิมพ์ในมือถือและโน๊ตบุ๊คยังไม่ได้แก้ไขจ้าาา
ฝากให้กำลังใจ กดหัวใจ และกดติดตามกันด้วยนะคะ >•<