เหม่ยอิงเหลือบมองสามีที่ไม่ได้รัก เพียงคำพูดของเขาที่เอ่ยจากปากนางถึงกับแสยะยิ้มมุมปากเบาๆ ชายคนนี้รักภรรยายังไงกันนะ ความรักอันบริสุทธิ์งั้นหรือ แต่สิ่งที่เขาเอ่ยออกมามันไม่ใช่กระนั้นเลย นี่เป็การเข้าข้างพี่สาวอย่างสุดโต่งโดยไม่สนใจเหม่ยอิงที่นอนซมเหมือนคนป่วยไร้เรี่ยวแรง
“หยุดว่าร้ายป้าหลี่ของเ้า ไม่งั้นข้าจะโบยเ้าสิบครั้งหลี่จุน!” หลี่หานกล่าวเสียงเข้ม เพียงเท่านั้นแหละเด็กชายถึงกับหน้าเจื่อน ถอยหลังไปหลายก้าวเพราะความกลัว
“พอเถอะหลี่หาน เ้าเห็นไหมว่าลูกกลัวหมดแล้ว อีกอย่างลูกอายุยังไม่ถึงสิบขวบเลยนะ เ้าจะใช้กำลังกับลูกเชียวหรือ?” เหม่ยอิงเงยหน้าถาม น้ำเสียงช่างไร้ไมตรีเยื่อใย ดูห่างเหินเหมือนคนต่างหน้า แต่สำหรับหลี่หานผู้โง่เขลาดูเหมือนจะไม่ตระหนักถึงจุดนี้
“เ้าเข้าข้างเขาเกินไปแบบนี้ไงลูกๆ ถึงไม่เชื่อฟังข้า ดีล่ะงั้นข้าจะต้องสั่งสอนสักหน่อย ในเมื่อหลี่จุนปากดีก็ต้องรับผิด!” หลี่หานเป็ผู้ชายร่างใหญ่ในยุคโบราณ และเขาเป็ถึงหัวหน้าครอบครัวดังนั้นตนเองจึงต้องมีศักดิ์ศรี ไม่สามารถให้ภรรยาหยามเกียรติหรือดูิ่ได้ โดยเฉพาะต่อหน้าลูกทั้งสาม
หลี่หานคว้าแส้ป่านเก่าๆ เส้นหนึ่งมาจากหลังบ้าน ลักษณะท่าทางเขาเวลานี้ดูเหมือนกับผู้ร้ายบ้าเื ทำให้เด็กทั้งสามต่างหวาดกลัว รีบหลบไปอยู่หลังเหม่ยอิงทันควัน
“ผู้ชายคนนี้บ้าหรือเปล่า เด็กๆ อายุยังไม่ถึง 10 ขวบด้วยซ้ำแต่ยังกล้าลงแส้ เขาเป็พ่อจริงหรือเปล่าเนี่ย หรือว่าแท้จริงแล้วมันคือสันดานของคนแซ่หลี่?” เหม่ยอิงกัดฟันกรอดก่นด่าในใจสำหรับความไร้ยางอายของคนตรงหน้า
หลี่หานเอื้อมมือมา้าคว้าแขนหลี่จุน ลูกชายคนโตซึ่งตอนนี้ตาแดงก่ำ หวาดกลัวจนน้ำตาคลอเบ้า เหม่ยอิงซึ่งไร้เรี่ยวแรงไม่สามารถนิ่งดูดายได้ นางลุกขึ้นยืนแล้วปัดมือของสามีออกไป
“ให้เื่มันจบลงเท่านี้เถอะหลี่หาน!” เหม่ยอิงคำรามด้วยเสียงแหบแห้ง หลี่หานซึ่งถูกภรรยาขวางก็ยิ่งโกรธ แทนที่จะถอยไปแล้วยอมจบเื่เขากลับง้างมือที่ถือแส้ไว้แล้วฟาดลงบนหน้านางเต็มแรง
เสียง'เพี้ย'ดังขึ้นในบ้านเก่าท้ายหมู่บ้าน เหม่ยอิงซึ่งไร้เรี่ยวแรงอยู่แล้วไม่สามารถยืนอย่างมั่นคง นางล้มลงกับพื้น หน้าสะบัดไปอีกทางเพราะแรงฟาดจากแส้ หลี่จุน หลี่กุ้ยและหลี่เหนียงถึงกับร้องไห้ เข้าไปดูเหม่ยอิงที่ล้มลงบนพื้น
“ข้า...ข้าขอโทษ” หลี่หานถึงกับหายใจไม่ทั่วท้องกับการกระทำของตัวเอง ดูจากสภาพของภรรยาตอนนี้มันไม่ใช่เื่ดีเลย เขาทิ้งแส้ในมือลงแล้ว้าเข้าไปปลอบนาง แต่เสียงคำรามก็ถูกส่งออกมาจากปากเปื้อนเื
“อย่าเอามือสกปรกของเ้ามาแตะต้องข้า ออกไป!” เหม่ยอิงมองตาขวางร่างสั่นสะท้านไปทั้งตัว ดวงตาของนางเวลานี้ไม่มีความอ่อนโยนดังภรรยาตัวน้อยที่ทำทุกอย่างเพื่อสามี แต่กลับมองเขาดุจมารร้ายอันน่าสะพรึง
หลี่หานหดมือกลับไม่กล้าเผชิญหน้าเหม่ยอิงเวลานี้ หลังจากนั้นจึงลุกขึ้นยืน กล่าวด้วยน้ำเสียงเฉยเมย “พรุ่งนี้หากพี่สาวข้ามาหาอีกล่ะก็ อย่าลืมทำกับข้าวให้นางด้วย” แล้วเขาก็ปลดเชือกป่านที่เอว นำเนื้อสดมาวางไว้บนโต๊ะ “หมูเอ้อร์เหลี่ยงอาหารวันนี้ แต่ดูจากสภาพของเ้าแล้วคงไม่มีแรงเข้าครัวกระมัง งั้นข้าจะไปนอนข้างนอกคืนนี้ไม่กลับบ้าน หมูเอ้อร์เหลี่ยงนี้อย่าลืมทำให้พี่สาวข้าพรุ่งนี้เชียว”
ชายที่ขึ้นชื่อได้ว่าเป็สามีหันหลังจากไป ไม่มีคำปลอบโยนแม้สักคำ มีเพียงคำพูดกล่าวถึงพี่สาวเท่านั้น ดูเหมือนเขากลัวนางอดอยากไม่มีกินถึงได้กำชับเื่นี้ครั้งแล้วครั้งเล่า
เหม่ยอิงจับใบหน้าของตัวเองทันใดนั้นก็หัวเราะออกมา หลี่จุนที่อยู่ข้างๆ สามคนผงะ และแม้แต่เห็นหลี่หานจากไปพวกเขาก็ไม่กล้าหยุด
“ท่านแม่...ท่านไม่เป็ไรนะ” หลี่เหนียงถาม น้ำเสียงเป็กังวลเล็กน้อย
เหม่ยอิงมองเด็กทั้งสามที่อยู่ตรงหน้า นี่คือเืเนื้อเชื้อไขของสามีสารเลวนั่น นางอยากจะเกลียดและหนีออกไปจากนรกนี้เหลือเกิน แต่เพราะจิตสำนึกที่หลงเหลืออยู่ของเ้าของร่างคนเก่าบอกนางว่าไม่สามารถทำอย่างนั้นได้
“ข้าไม่เป็ไร เข้านอนเถอะ พรุ่งนี้จะได้ตื่นแต่เช้า” เหม่ยอิงตอบด้วยรอยยิ้ม สำหรับเนื้อหมูเอ้อร์เหลี่ยงนั่นั้แ่ต้นนางไม่ชายตามองด้วยซ้ำ
ลูกสามคนไม่รบกวนเมื่อนางนอนอยู่บนฟูกเก่าๆ เหม่ยอิงนอนเอามือกายหน้าผาก มองดูดวงจันทร์ผ่านบานหน้าต่างที่เปิดอ้าอยู่ สายลมเย็นเอื่อยๆ พัดโชยเข้ามาในบ้านหลังเล็ก มันช่างเงียบสงบดุจดังคืนอันแสนสุข แต่สำหรับเหม่ยอิงเื่ราวต่างๆ ดูเหมือนจะเพิ่งเริ่มต้นขึ้น
“ร่างกายนี้อ่อนแอเกินไป เดินก็แทบไม่มีแรง ฉันจำเป็ต้องทำให้มันกลับมาแข็งแรง” ผินหน้าไปมองหมูเอ้อร์เหลี่ยงที่วางอยู่บนโต๊ะ มุมปากเริ่มยกโค้งขึ้น “หมอนั่นอยากให้ฉันทำหมูเอ้อร์เหลี่ยงให้พี่สาวกิน แต่เสียใจด้วยแล้วกัน พรุ่งนี้ฉันจะกินเองเพื่อร่างกายนี้”
แต่รอยยิ้มนี้อยู่ได้ไม่นานนักก็หายไป
เหม่ยอิงรู้ว่าเื่นี้อาจทำให้หลี่หานโกรธ แต่ถึงจะไม่ทำแบบนี้สุดท้ายก็ยังถูกเอาเปรียบโดยคนสกุลหลี่อยู่ดี
“เฮ้อ หากเป็นิยายจีนเื่อื่นเวลานี้ตัวเอกถูกทำร้ายจากนั้นก็ตกหน้าผาสูง แต่โชคก็เข้าข้างทำให้เขามีชีวิตอยู่ และภายในถ้ำใต้ผาสูงยังซ่อนวิชาลับไว้ น่าเสียดายที่นั่นคือนิยายออนไลน์ และถ้าฉันถูกจับโยนลงไปใต้หน้าผามีหวังตายก่อนได้วิชาป้องกันตัว” เหม่ยอิงหัวเราะเยาะตัวเอง
นางไม่ใช่ตัวเอกในนิยายแต่นี่คือโลกความจริง
แถมสามีโง่เขลานั่นยังหัวใจเย็นดังหินผา เหม่ยอิงคนก่อนรักมันไปได้ยังไง หรือนางไร้ทางเลือกอื่น
“ฟังว่าเหม่ยอิงคนนี้มีที่ดินหนึ่งหมู่เป็สมบัติติดตัวเพียงอย่างเดียว พรุ่งนี้คงต้องไปดูสักหน่อย จะได้ไม่ต้องเจอหน้าหลี่อี้นางแพศยานั่น”
หลังจากวางแผนการพรุ่งนี้แล้วเหม่ยอิงก็เข้านอนแต่หัววัน อาจเพราะร่างกายนี้อ่อนเพลียเกินไป พอหลับตาลงนางก็หลับสนิท ตื่นขึ้นมาอีกทีดวงตะวันฉายก็ส่องผ่านเข้ามาทางบานหน้าต่างที่ถูกเปิดออก
เหม่ยอิงเอามือทาบหน้าตัวเอง ลุกขึ้นจากฟูกเก่าๆ อย่างยากลำบาก แต่ไม่ทันไรต้องประหลาดใจเพราะกลิ่นอาหารที่โชยเข้ามาในห้อง พอหันไปมองก็เห็นลูกสามคนกำลังเข้าครัวทำอาหาร
หมูเอ้อร์เหลี่ยงบนโต๊ะที่ถูกวางไว้เมื่อเย็นวานหายไป ดูเหมือนว่าเ้าตัวเล็กกำลังปรุงอยู่ในครัว
เหม่ยอิงลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้าไปดูเด็กๆ ที่กำลังยุ่งกันอยู่ นางไม่ได้รบกวนเพียงยืนอยู่ที่นั่นเฝ้าดูเงียบๆ
“เมื่อก่อนเด็กเหล่านี้ไม่เคยหยิบจับอะไร แต่ตอนนี้กลับเลือกเข้าครัวด้วยตัวเอง แถมยังสามัคคีกันอย่างน่าประหลาด หากเหม่ยอิงคนก่อนมาเห็นแบบนี้คงดีใจทั้งน้ำตา น่าเสียดายที่เธอตายไปแล้ว” เหม่ยอิงส่ายหัวเล็กน้อยแล้วเดินออกไปหลังบ้านเพื่อล้างหน้าล้างตาที่ยังไม่ส่าง
เนื่องจากเป็ครอบครัวจนๆ บ้านเก่าโทรมๆ ไม่หรูหรา ห้องน้ำห้องท่าเองก็ไม่ดีเลิศ มันเป็ห้องสี่เหลี่ยมที่ถูกสร้างแยกขึ้นจากบ้านด้วยดินเหนียว เพียงเดินไม่ถึงสิบเก้าก็มาถึงแล้ว
เหม่ยอิงอยู่ที่นี่มาสองวันแต่ยังไม่รู้สึกคุ้นชินสักนิด สุดท้ายนางก็ยังเป็คนจากศตวรรษที่ 21 เื่นี้ต้องใช้เวลาปรับตัว
ใช้เเวลาไม่นานก็ออกมาจากห้องน้ำ เพราะอากาศค่อนข้างเย็นและร่างกายนี้ก็อ่อนแอเหลือเกิน หากอยู่ในที่อับชื้นนานเกินไปเกรงว่าอาจเป็ไข้ล้มหมอนนอนเสื่อ ถึงเวลานั้นครอบครัวหลี่คงเข้ามาหาเื่ และสามีราคาถูกนั่นคงไม่ปกป้องนาง
เหม่ยอิงเดินเข้ามาในบ้านก็พบกับชามอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะตัวเตี้ย
หลี่เหนียงเห็นนางมาแล้วก็วิ่งมาจูงมือ
“ท่านแม่มานี่สิเ้าคะ ข้ากับท่านพี่ทำอาหารให้ท่านเองเลยนะ ข้ามต้มใส่ผักและมีเนื้อหมู เนื้อหมูเนี่ยอร่อยมากเลยข้าลองชิมแล้ว รับรองว่าท่านแม่จะต้องถูกใจและแข็งแรงหลังจากที่กินเนื้อ”
เนื่องจากครอบครัวจนและหลี่หานก็ใส่ใจแต่บ้านสกุลหลี่ เนื้อที่ได้กินแต่ละมื้อจึงสามารถนับด้วยนิ้วมือ ช่างเป็การใช้ชีวิตแสนสิ้นหวัง ผู้ชายคนนี้ไม่มีคุณสมบัติของความเป็พ่อ
เหม่ยอิงนั่งลงบนพื้นแล้วกินข้าวต้มที่มีผักเหม็นหืนและหมูที่ดูเหมือนไม่สุกดี สามพี่น้องล้อมวงโต๊ะตัวเตี้ย ดวงตาเล็กๆ จ้องไปยังคนเป็แม่โดยรอคำชมจากปาก
เหม่ยอิงเหมือนจะรู้เช่นนั้นหลังจากทานได้หนึ่งคำนางก็กล่าวว่า “อร่อยมาก ฝีมือของพวกเ้าพัฒนาไปจากเมื่อวานเยอะเลย เอาล่ะอย่ามัวแต่นั่งดูแม่สิพวกเ้าเองก็กินด้วย”
“ดีใจจังที่ท่านแม่ชอบ งั้นข้าไม่เกรงใจแล้วนะ” หลี่กุ้ยกล่าว จากท่าทางที่เขาแสดงออกมาดูเหมือนว่าจะรอไม่ไหวแล้วที่จะขย้ำอาหารตรงหน้า โดยเฉพาะเนื้อหมูที่อยู่ในชาม มันช่างยั่วยวนกระเพาะเสียเหลือเกิน
เช้านี้สำหรับเหม่ยอิงมันช่างเรียบง่าย อาหารที่ไม่อร่อยแต่ถูกรายล้อมด้วยเด็กสามคน เป็ภาพน่าดูชมอีกอย่าง
หลังจากทานข้าวเช้าเสร็จนางก็เดินออกไปท้ายหมู่บ้าน ไม่รู้ว่าเป็่เวลาใดเพราะไม่มีนาฬิกา อีกอย่างการข้ามมิติครั้งนี้มาเพียงิญญาดังนั้นตัวของนางที่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อยู่ด้วยจึงไม่ได้ถูกนำมา
“ที่นี่หรือนาของเหม่ยอิง” ใช้เวลาไม่นานนักในการเดินอย่างช้าๆ ในที่สุดเหม่ยอิงก็มาถึงที่ดินหนึ่งหมู่ หลังจากกวาดตามองรอบหนึ่งจึงเดินเข้าไป ทว่าหลังจากนั้นเสียงหนึ่งจึงดังขึ้น