กลิ่นยาสมุนไพรฉุนๆปะทะเข้ากับจมูกจนต้องนิ่วหน้า ร่างกายรู้สึกเจ็บและปวดร้าวไปทั่วทั้งตัวได้ยินเสียงนกร้องและเสียงลมพัดมาเอื่อยๆ ดวงตาที่อยู่ใต้เปลือกตาบางบีบเข้าหากันแน่นก่อนที่ดวงตาสีแดงดุจดวงตาของกระต่ายจะลืมตาขึ้นมองโลกภายนอก
ดวงตาสีแดงมองบุคคลที่นั่งอยู่ใกล้ๆ รัดเกล้าเครือไม้ประดับอยู่บนศีรษะสวมชุดสีม่วงปักลายดอกไม้คนคนนั้นกำลังจ้องมองเขาที่เพิ่งลืมตาตื่นก่อนจะจับมือเขาขึ้นมาเพื่อตรวจชีพจร
คลับคล้ายคลับคลาเหมือนเคยเจอ แต่เหมือนไม่เคยเจอเช่นกันคนผู้นี้เป็ใคร
“ฟื้นแล้วรึ?” เสียงผู้มาใหม่เอ่ยขึ้นทำให้คนที่าเ็อยู่ต้องเลื่อนสายตาไปมองร่างนั้นสวมชุดสีม่วงที่ดูแล้วอยากจะปิดตาลงไปเดี๋ยวนั้น เปลือยทั้งอกเปลือยทั้งขาแม้จะแต่งตัวแบบนั้นก็ยังมองเห็นเป็ผู้ชายถึงกระนั้นหากไม่คิดในแง่ลบก็นับว่าชวนมองอยู่มากทีเดียว
“นี่ข้า....”
“สมกับที่เป็ท่านแม่ทัพ แม้จะาเ็สาหัสแต่สามารถลืมตาตื่นขึ้นมาได้ในสองวันข้าล่ะอยากรู้จริงๆว่าร่างกายของเ้าทำมาจากอะไร” คนพูดโน้มหน้าลงมามองพร้อมทั้งทำสายตาอยากรู้อยากเห็นทำให้คนที่าเ็อยู่ต้องยันตัวเองลุกขึ้นได้กลิ่นคาวเืจางๆปะปนมากับกลิ่นสมุนไพร เขาสะบัดหัวเล็กน้อยก่อนจะถามขึ้นอีก
“ข้าอยู่ที่ไหน?”
“มองแล้วไม่รู้รึ?”
“เพราะมองแล้วไม่รู้ข้าถึงถามนี่ไง” คนเจ็บยียวนก่อนจะได้รับรางวัลเป็นิ้วชี้จิ้มลงบนาแจนต้องลงไปนอนโอดโอยอีกรอบ
“ข้าเป็คนเจ็บนะ!”
“ปากดี” อีกฝ่ายว่าพลางเก็บสมุนไพรลงในตะกร้าแล้วลุกขึ้นจากนั้นก็เดินออกไปเสียดื้อๆ คนที่เพิ่งมาถึงเลยหัวเราะเล็กน้อย
“ซ่งฮวาเป็ห่วงเ้านะโดนแทงทะลุอกเช่นนั้นกลัวว่าเ้าจะไม่รอดเสียแล้ว” คนพูดเอามือไพล่หลังคนที่นอนอยู่มองหน้าอีกฝ่ายนิดๆ ก้มลงมองตัวเองที่ถูกทำแผลแล้วเรียบร้อยกวาดสายตาไปรอบๆอีกหนหลังจากนั้นก็ย้อนกลับมาที่คนข้างตัวอีกที
ที่นี่ไม่เหมือนโลกเวทมนตร์ที่เขาเคยอยู่ ลักษณะการพูดก็ไม่เหมือนกันการแต่งตัวแทบจะไม่ต้องพูดถึงและจากเท่าที่ดูบรรยากาศรอบๆตัวพวกเขาทั้งสองก็คล้ายแม่ทัพหลานเยว่เทียนเช่นนั้นก็หมายความว่า....
เขามาถึงที่ที่แม่ทัพหลานเยว่เทียนคนนั้นอยู่แล้วเช่นนั้นเขาในตอนนี้ก็.....
“เป็อะไร? เ้าสงสัยอะไรรึ?” ไม่รู้ทำไมเขารู้สึกเหมือนจะรู้จักอีกฝ่ายทั้งที่เพิ่งเคยเจอหน้ากันครั้งแรกเหมือนมีอะไรอยู่ในหัวอยู่แล้วอย่างนั้นแหละ
“อสรพิษเหมาฉา”
“เรียกเสียเต็มยศ มีอะไร”
“เปล่า ข้าแค่เรียกให้แน่ใจว่าข้าไม่ได้ตาฝาดแล้วซ่งฮวา....” คนเจ็บมองไปตามทางเดินที่ร่างโปร่งเพิ่งเดินหายไปซ่งฮวา ท่านหมอเทพผู้เป็ประมุขของพรรคว่านฮวาที่ประจำอยู่ทิศหรดี (ตะวันตกเฉียงใต้)ของแคว้น คนผู้นี้สนิทกับหลานเยว่เทียนไม่น้อย แต่ไม่ใช่คนที่หลานเยว่เทียนฝากฝังให้ดูแล
ส่วนคนที่ยืนอยู่ข้างๆคือ อวี๋เหมาฉาอสรพิษเหมาฉาผู้เป็ประมุขของพรรคอู่ตู๋ที่ประจำอยู่ทิศพายัพ (ตะวันตกเฉียงเหนือ)ของแคว้น คนผู้นี้ท่าทางจะชื่นชอบการลองของใหม่เสียด้วย
เช่นนั้นตัวเขาเองก็.....
หากเข้าใจไม่ผิด และอวี๋เหมาฉาบอกว่าเขาเป็แม่ทัพรวมทั้งสิ่งที่อยู่ในหัวบอกเขา ร่างนี้คือหลานเยว่เทียนท่านแม่ทัพแห่งพรรคเทียนเช่อที่ประจำอยู่ทิศทักษิณ (ใต้) ของแคว้นซึ่งตอนนี้.....น่าจะเป็อดีตท่านแม่ทัพเสียมากกว่า
“ไม่ใช่แค่ร่างกายที่าเ็ จิตใจยังาเ็ด้วยรึ”
“ทำเป็มองข้ามเสียหน่อยจะเป็ไรไปแล้วข้ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง? คงมิใช่เ้าหรือเขาพาข้ามาหรอกนะ” หลานเยว่เทียนชี้ไปที่อวี๋เหมาฉาก่อนจะชี้ไปทางที่ซ่งฮวาเดินผ่านไปอวี๋เหมาฉาพยักหน้า
“เป็เขาที่พาเ้ามา” คนที่ยืนอยู่ชี้ไปทางที่ซ่งฮวาเดินไปเขาน่ะรึ?
“เขา?”
“เหมือนเขาจะเชื่อว่าเ้าไม่มีทางก่อฏจึงไปช่วยเ้าออกมาจากวงล้อมของทัพจากฉางหวั่นแต่อย่างที่เห็นว่าหากผู้นำทัพคือแม่ทัพใหญ่หลิวชิงฟงเ้าย่อมไม่มีทางรอดมาได้ง่ายๆ” ก่อฏ...อย่างนั้นสินะ
“แม่ทัพหลิวเขายึดมั่นในกฎและความถูก้าเอาดาบบั่นคอข้าถือเป็เป้าหมายแรกในการพากองทัพจากฉางหวั่นเข้าล้อม” คนเจ็บพยุงตัวเองลุกขึ้นนั่งอีกหนมองไปยังท่านหมอเทพที่กำลังตากสมุนไพรอยู่ ร่างนั้นตัวเล็กกว่าเขาเล็กน้อยดูแล้วคนเป็หมออย่างซ่งฮวาคงยากที่จะแบกเขามาถึงที่นี่
หลิวชิงฟง แม่ทัพใหญ่ผู้เป็ประมุขของพรรคฉางหวั่นที่ประจำอยู่ทิศบูรพา(ตะวันออก) ของแคว้นพรรคของนักรบที่ได้ชื่อว่าเป็เกราะอันแข็งแกร่งขององค์จักรพรรดิและเกราะปกป้องแคว้นด้านการสู้รบไม่ได้น้อยหน้าไปกว่าพรรคเทียนเช่อที่เป็นักรบเช่นเดียวกันและได้ชื่อว่าเป็อาวุธอันทรงพลังขององค์จักรพรรดิและอาวุธสังหารข้าศึกเป็สองพรรคที่เป็กำลังหลักในการทำาของแคว้นเลยก็ว่าได้
และประมุขพรรคฉางหวั่นก็ได้เอาดาบใหญ่คู่กายปักทะลุอกของหลานเยว่เทียนไปเนื่องด้วยว่าเขาเป็ผู้นำทัพฏโดยที่ตัวหลานเยว่เทียนเองก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขานั้นกลายเป็ฏไปั้แ่เมื่อไหร่
แม้ว่าิญญาในร่างนี้จะไม่ใช่ของคนเดิม....ไม่สิแม้หลานเยว่เทียนจะยังมีชีวิตแต่หากไม่จัดการเื่นี้ให้เข้ารูปเข้ารอยและสืบหาความจริงเกรงว่าการใช้ชีวิตต่อจากนี้คงไม่ง่ายนัก
“เกรงว่าหากไม่สืบหาความจริงชีวิตในภายภาคหน้าลำบากเป็แน่”หลานเยว่เทียนเปรยขึ้นเบาๆซ่งฮวาที่เดินกลับมาพอดีได้ยินเข้าก็ขมวดคิ้ว
“ผู้ใดก็ย่อมคิดว่าเ้านั้นตายไปแล้วจะกลับไปสืบหาความจริงอีกทำไม”
“ทำให้ประวัติของข้ามีรอยด่างพร้อยเช่นนี้มีรึข้าจะปล่อยผ่านไปง่ายๆ” แม้หลานเยว่เทียนจะไม่ได้มีนิสัยเ้าคิดเ้าแค้นแต่กับเื่นี้เห็นทีจะปล่อยไปไม่ได้อีกทั้งมันเป็เื่ที่เขาควรจัดการให้ถูกต้อง
รู้สึกไม่ชอบมาพากลั้แ่ที่ได้ฟังเื่ราวนี้ใครสักคนใส่ร้ายเขาให้กลายเป็ผู้นำทัพฏ ใครสักคนที่อยู่เื้ั
“เมื่อเ้าคิดจะสืบหาความจริงก็ย่อมต้องมีคนรู้ว่าเ้านั้นยังมีชีวิตอยู่เมื่อเป็เช่นนั้นเ้าจะถูกตามล่า คิดดีแล้วอย่างนั้นรึ?” ซ่งฮวาเอ่ยถามก่อนจะได้รับรอยยิ้มมีเลศนัยจากหลานเยว่เทียน
“มีวิธีมากมายที่จะใช้สืบหาความจริง อย่าได้ห่วงไปเลยยังไงเสียตอนนี้ข้าก็ยังเป็คนเจ็บ คงทำอะไรมากไม่ได้หรอก” ว่าแล้วก็ล้มตัวลงนอนอวี๋เหมาฉามองคนเจ็บเล็กน้อยแล้วหันไปมองซ่งฮวาทั้งสองไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาจนกระทั่งคนเจ็บผล็อยหลับไปอีกครั้งอวี๋เหมาฉาจับชีพจรโดยที่ซ่งฮวาสำรวจาแอีกครั้งจนมั่นใจว่าาแทั้งหมดได้รับการรักษาดีแล้วจึงถอนหายใจ
“อย่ากังวลไปเลย เขานั้นแข็งแกร่งเพียงใดเ้าย่อมรู้ดี”อวี๋เหมาฉาลูบศีรษะหมอหนุ่มเล็กน้อยก่อนที่มือเรียวจะตีดังเพียะ
“ตีข้าอีกแล้ว”
“อย่ามารุ่มร่ามกับข้า”
“ทีกับหลานเยว่เทียนเ้ายังให้เขานอนหนุนตักเลย”คนพูดมองคนเจ็บที่นอนหนุนตักหมอหนุ่มอยู่โดยที่เป็ซ่งฮวาเองที่ประคองศีรษะเขามานอนตัก
“ข้าจะผ่อนคลายความเครียดให้คนเจ็บใช่เื่ที่เ้าคิดเสียที่ไหน” มือเรียวบีบนวดเบาๆไปตามศีรษะของคนที่หลับอยู่ยังดีที่ไม่มีาแบนศีรษะหรือว่าได้รับความกระทบกระเทือนาแที่สาหัสที่สุดมีแค่แผลจากดาบใหญ่ที่กลางอกเท่านั้นแต่อาจใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะหายรอยฟกช้ำก็มีไม่มาก มีรอยเผาไหม้อยู่หลายแผลแต่อีกไม่นานก็หายร่างกายนี้ทนทานเสียจริง เจอเื่มาขนาดนั้นยังรอดมาได้
“ป่านนี้คงมีคนรู้แล้วว่าร่างของเขาไม่ได้อยู่ในสนามรบ”อวี๋เหมาฉาเอ่ย ซ่งฮวายังคงตั้งใจผ่อนคลายความเครียดให้คนที่หลับอยู่ไม่นานก็เอ่ยขึ้น
“รู้แล้วอย่างไร”
“พวกเขาก็ต้องสงสัยว่าใครที่เอาร่างของเขาไปเ้าสนิทชิดเชื้อกับหลานเยว่เทียน ความเป็ไปได้ที่พวกเขาจะสงสัยเ้ามีมากทีเดียว”
“ก่อนจะสงสัยข้าพวกเขาจะไม่สงสัยกองทัพของต่างแคว้นหรือโจรต่างแดนเลยรึ”ร่างของแม่ทัพนั้นเปรียบเสมือนขุมสมบัติชั้นเลิศเมื่อแม่ทัพนั้นเสียชีวิตลงจะถูกนำมาฝังไว้ที่สุสานของวังหลวงและมีการป้องกันอย่างหนาแน่นยากที่จะขโมยออกมาได้ แม้ต่อให้อยู่ในสนามรบร่างของแม่ทัพก็จะถูกปกป้องอย่างดี
“ใครๆก็รู้ว่าหลานเยว่เทียนตายในสนามรบและข้าไม่สุงสิงกับคนตาย” ซ่งฮวาเอ่ยขึ้นอีกแล้วเงยหน้ามองคนที่ยืนอยู่
“แต่หากเป็เ้าก็ไม่แน่” อวี๋เหมาฉาหัวเราะร่างของแม่ทัพหนุ่มคนนี้มีอะไรให้ค้นหาอีกเยอะ ระหว่างซ่งฮวากับอวี๋เหมาฉา คนที่สองต่างหากที่จะถูกสงสัยว่าเอาร่างของแม่ทัพหลานไป
“ทุกคนรู้ว่าเขาตาย พวกเขาจะสงสัยข้าแต่หากรู้ว่าเขายังไม่ตายพวกเขาจะสงสัยเ้า ก็เข้าท่าดี”
“แต่หากเ้าไม่ยอมรับมีรึใครจะกล้าสงสัยเ้า”
“จะไม่มีใครกล้าสงสัยเ้าด้วย” แม้ว่าซ่งฮวาจะสนิทกับหลานเยว่เทียนมากแต่ใน่ที่เกิดการโจมตีซ่งฮวาอยู่ที่พรรคว่านฮวา ไม่มีทางไปถึงเขตทิศใต้ใน่ที่เกิดการโจมตีอย่างแน่นอนและอย่างที่บอกว่าซ่งฮวาไม่สุงสิงกับคนตาย เมื่อทุกคนคิดว่าหลานเยว่เทียนตายไปแล้วย่อมหมายถึงซ่งฮวาจะไม่เข้ามายุ่งเื่นี้ด้วย แม้ว่าในความเป็จริงซ่งฮวาเดินทางไปถึงเทียนเช่อโดยที่ไม่มีใครรู้ก็ตาม
“จะสงสัยก็สงสัยไปเถอะ ตอนนี้เขาก็รอดแล้วในฐานะหมอก็ถือว่าทำได้สมกับหน้าที่ของตัวเองแล้ว”
“ข้าอยากตรวจดูอย่างละเอียดจริงๆว่าเขารอดมาได้ยังไง”
“ไม่ได้” ซ่งฮวาดักทันควันอวี๋เหมาฉาเลยถอนหายใจ มีรึซ่งฮวาจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดจะตรวจอะไร
ความลับเื่ร่างกายของแม่ทัพตราบเท่าที่ไม่ตายก็จะยังคงเป็ความลับต่อไป
“ไว้ข้ารอเขาตายก็ได้”
“ข้าจะตรวจเขาก่อนแล้วฝังเขาก่อนที่เ้าจะได้ทำแบบนั้น”
“ใจร้ายเสียจริง”
“ดีกว่าปล่อยคนตายไปอยู่ในมือคนชั่วร้ายอย่างเ้า”
“คนชั่วร้ายที่ไหน ข้าน่ะเป็......” เสียงพลิกตัวของคนหลับทำให้ทั้งสองเงียบเสียงลงเพราะรบกวนคนหลับอยู่ซ่งฮวามองร่างสูงเล็กน้อยคล้ายจะบอกให้ออกไปอวี๋เหมาฉาแค่ยักไหล่แล้วเดินออกไปเท่านั้น
ไว้ค่อยพูดทีหลังก็ได้