“ฉันถามว่าใคร! ไอ้พวกเด็กใหม่ พวกแกอย่าคิดว่าฉันคนนี้ไม่รู้นะว่าเป็พวกแก~!”
“ทุกคน~!” นักเรียนที่รู้ตัวว่าครูฝึกรับรู้ถึงพวกเขาแล้ว จึงวิ่งเข้าไปในโรงอาหารไม่สนใจสิ่งใด แม้ว่ามันจะมืดพวกเขากลับเห็นแสงไฟจากกระบอกไฟฉายของทหารที่เปิดส่องนำทาง ซึ่งแสงไฟเหล่านี้ทหารจงใจเปิดเพื่อล่อให้นักเรียนเข้ามาหาหม้อข้าวที่พวกเขาวางเอาไว้เป็เหยื่อล่อ
“วิ่งเข้าไปเลยอย่าหยุด~!”
“วิ่งเข้าไป”
แอชเชอร์ที่วิ่งมาถึงโรงอาหารเขาก็เริ่มได้ยินเสียงมากมายของเหล่านักเรียนและเสียงร้องะโด่าของครูฝึก อย่างไรก็ตามด้วยความชุลมุนที่เกิดขึ้น กลับมีเสียงทุบตีดังขึ้นเป็่ๆ ซึ่งแอชเชอร์รู้ว่าเสียงเหล่านี้เกิดจากอะไร ในชีวิตก่อนเขามักจะเห็นการปล้นข้าวเป็ประจำ แล้วเสียงที่เกิดขึ้นส่วนมากก็มาจากทหารกำลังทุบตีนักเรียนที่คิดจะปล้นข้าว แม้นักเรียนจะมีจำนวนที่มากกว่า พวกเขากลับไม่สามารถสู้ทหารที่สวมใส่ชุดเกราะฝึกซ้อมได้ หนำซ้ำตอนนี้มันก็มืดมากมีเพียงแค่แสงของไฟฉายส่องนำทาง จึงทำให้พวกเขาแทบจะมองอะไรไม่เห็น บางคนวิ่งชนโต๊ะจนล้มลงยังไม่ทันจะได้เข้าถึงหม้ออาหารเลยด้วยซ้ำ
“ก็แค่อาหารหม้อเดียว ถ้าพวกแกรู้จักวางแผนให้ดีกว่านี้ป่านนี้คงแบ่งอาหารกันแล้ว”
แอชเชอร์ถอนหายใจ 2 เดือนที่ผ่านมาพวกเขาได้ฝึกหลายอย่าง การทำงานเป็ทีม การทำงานเดี่ยว การวางแผน การหาจุดที่ตัวเองได้เปรียบศัตรู แต่สิ่งเหล่านี้กลับถูกนักเรียนมองข้าม ตอนนี้พวกเขาทำไม่ต่างจากไฮยีน่า พยายามตะเกียกตะกายเข้าไปหาหม้อข้าว ไม่สนสิ่งใดๆทั้งสิ้น แม้จะถูกเหยียบพวกเขาต่างไม่สนพยายามลุกขึ้นวิ่ง ต่อให้จะชนอะไรก็ตามพวกเขายังคงมุ่งหน้าต่อไป
“ไอ้พวกเวร หยุด หยุดเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่อยากเจอดี หยุดเดี๋ยวนี้~!”
ครูฝึกะโข่มขู่นักเรียน ถึงอย่างนั้นมันกลับเป็การแกล้งะโ ความจริงเขากลับสนุกกับการทุบเด็กที่พยายามวิ่งเข้ามาใกล้หม้อข้าว
ปี๊ด~!
เสียงนกหวีดหวีดหวิวชวนให้นักเรียนหลอนใน่ดึก ถึงอย่างนั้นพวกเขากลับไม่มีใครฟังคำสั่งจากเสียงนกหวีดเลยแม้แต่น้อย แต่มันกลับทำให้คนที่ยังอยู่ในหอพักออกมามากขึ้นไปอีก หลายคนที่รู้ตัวว่าการอยู่ในห้องเงียบๆไม่เป็ผลดีเพราะจะถูกทำโทษฟรี เมื่อเห็นจำนวนเพื่อนมากมายมุ่งหน้าไปยังโรงอาหารนี้ พวกเขาต่างสวมผ้าโพกหัววิ่งตามไปเพื่อแย่งชิงอาหารเพราะยังไงพวกเขาก็จะถูกลงโทษรวมแล้ว จึงคิดจะไปเสี่ยงโชคบ้าง
“ท่านผู้บัญชาการ เขาเข้าไปในโรงอาหารแล้ว”
กล้องตัวหนึ่งจับไปยังแอชเชอร์ที่เดินเข้าไปในโรงอาหาร โดยการเดินของเขาไม่ได้เร่งรีบใดๆเลย ไม่มีแม้กระทั่งความตื่นตระหนก เขาเดินเข้าไปในโรงอาหารมืดๆแล้วหลบไปยืนอยู่มุมหนึ่ง จับจ้องมองไปยังจุดที่มีทหารและครูฝึกมากมาย ด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นกับแอชเชอร์นี้เองทำให้คนที่มองจ้องพอใจกับการกระทำของแอชเชอร์ แม้มันจะดูโหดร้ายไปบ้างที่ใช้เพื่อนเป็เหยื่อล่อ แต่หากดูในมุมหนึ่ง โดยคิดว่าเขาเป็มือที่ 3 การที่เขาสร้างสถานการณ์ให้ 2 ฝ่ายที่กำลังเตรียมตัวปะทะกันลงมือแล้วเขาเป็คนฉวยโอกาส ก็ถือว่าการกระทำของเขาไม่เลว
“หนึ่ง สอง สาม สี่…”
แอชเชอร์ที่ยืนอยู่ในมุมห้องไม่มีใครวิ่งผ่านเพราะมันไม่ใช่ทางที่หม้ออาหารตั้ง เขาได้นับจำนวนครูฝึกและทหารที่อยู่ใกล้กับหม้ออาหารเพื่อที่จะจัดการรวดเดียว ไม่เพียงเท่านั้นเขาพยายามสังเกตสิ่งกีดขวางด้วยการใช้กระบอกไฟฉายของทหารที่ส่องไปทั่ว แม้เขาจะมีระบบ1-1 เขาก็ยังเป็มนุษย์อยู่ดี จึงไม่สามารถมองเห็นในที่มืดได้ ด้วยการจดจำตำแหน่งของสิ่งต่างๆที่กระบอกไฟฉายพาดผ่านเป็สิ่งเดียวที่ทำให้เขาสามารถบุกเข้าไปได้อย่างมีประสิทธิภาพในตอนนี้
“วิ่งไปทางซ้ายสองก้าวมีเก้าอี้ล้ม ไปทางขวาอีก 5 ก้าวมีโต๊ะคว่ำ..”
แอชเชอร์เริ่มจดจำตำแหน่งต่างๆ ทันใดนั้นเขาก็นึกได้ว่าตัวเองมีระบบช่วยในการเคลื่อนไหวในความมืด
“ระบบ สแกนบริเวณโรงอาหารให้หน่อย ฉันอยากรู้ว่าเส้นทางไหนที่วิ่งไปได้โดยไม่ชนสิ่งกีดขวาง”
[แจ้งเตือน ไม่สามารถระบุเส้นทางที่แน่ชัดได้เนื่องจากมีการเคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวางตลอดเวลา]
แอชเชอร์ไม่ใกับการพูดของระบบ ไม่แปลกที่มันไม่สามารถหาเส้นทางที่แน่นอนให้กับเขาได้ จากการที่นักเรียนวิ่งชนทุกๆอย่างเพื่อไปให้ถึงหม้อข้าว ทำให้โต๊ะ เก้าอี้ และอีกหลายๆอย่างถูกชนกระจัดกระจาย แต่เขาไม่ได้้าเส้นทางที่ราบเรียบสวยหรู สิ่งที่เขา้าคือให้ระบบวิเคราะห์ตำแหน่งสิ่งต่างๆ ตัวของเขาจะใช้ข้อมูลเ่าั้ในการเคลื่อนไหว
“ระบบ แกสามารถแจ้งเตือนฉันในตอนที่กำลังจะวิ่งชนสิ่งกีดขวางได้หรือไม่”
[ระบบสามารถทำได้ โฮสต์้าให้ระบบบอกรายละเอียดสิ่งกีดขวางมากน้อยแค่ไหน]
“ไม่ต้องบอกมาก บอกเพียงแค่ว่าสิ่งที่ฉันกำลังจะวิ่งชนเป็อะไร มันอยู่ในแนวไหนก็พอ”
พรึ่บ~!
แอชเชอร์พุ่งไปด้วยความรวดเร็ว เขาไม่ได้มาตัวเปล่าบนตัวของเขามีชุดเกราะฝึกซ้อมสวมใส่มาด้วย เนื่องจากว่าการที่เขาใช้พลังในคืนนี้หากไม่มีชุดฝึกซ้อมมันจะแปลกเกินไป เขาจึงพกมันมาบังหน้า การที่เขาพกมันมาด้วยไม่กลัวว่าจะถูกจับตัวได้จากการใช้เครื่องมือในค่ายตรวจจับตำแหน่งของชุดเกราะ นั่นก็เพราะว่าคืนนี้ต่อให้จะสวมใส่หรือไม่สวมใส่ชุดเกราะก็จะถูกลงโทษ แล้วเขาก็จะอยู่ที่นี่ในอีกไม่กี่วันแอชเชอร์จึงไม่สนใจชุดเกราะนำออกมาใช้งามเต็มที่
[ห่างออกไป 1 เมตรมีเก้าอี้อยู่ในแนวตั้ง]
แอชเชอร์ะโข้ามเก้าอี้ จากความสูงของมันเขาไม่จำเป็ต้องให้ระบบบอกเพราะก่อนหน้านี้เขาได้สังเกตความสูงของเก้าอี้มาก่อนแล้ว ระบบจึงมีหน้าที่บอกเพียงระยะห่างระหว่างเขากับเก้าอี้ก็พอ หน้าที่ะโหลบเขาจะทำเอง หลังจากที่แอชเชอร์ะโข้ามเก้าอี้ไปด้วยความเร็วระบบก็ทำการแจ้งเตือนอย่างถี่รัวให้เขาได้ะโข้ามไป
[ห่างออกไป 2 เมตร 30 เิเมีมนุษย์นอนขวางทาง ]
[ห่างออกไป 50 เิเมีเก้าอี้ล้มขวาง]
“นั่นมันอะไรกัน” ทหารได้ยินเสียงวิ่งเขาจึงหันมองไปในมุมมืดปรากฎว่าเขาพบเจอเข้ากับนักเรียนคนหนึ่งกำลังพุ่งเข้ามาหาด้วยความรวดเร็ว ไม่เพียงเท่านั้นยังสวมใส่ชุดเกราะฝึกซ้อมมาด้วย ครูฝึกที่ได้ยินเสียงร้องเขาก็มองตามไปเช่นกันจนพบเข้ากับนักเรียนคนหนึ่งกำลังวิ่งะโหลบสิ่งกีดขวางโดยใช้แสงจากไฟฉายของพวกเขานำทาง
“จัดการมันซะ~!”
ครูฝึกสั่งให้ทหารจัดการแอชเชอร์ที่กำลังเข้ามาหาพวกเขาด้วยความเร็ว แต่เมื่อแอชเชอร์เข้าใกล้หนึ่งในทหารที่เข้ามาขวางเขาก็ได้โยกตัวก้มต่ำซัดหมัดเข้าที่ท้องน้อยตามด้วยอัปเปอร์คัตทหารจนหงายหลัง ด้วยเสียงโครมครามที่เกิดขึ้นนั้น ทำให้ทหารที่อยู่ใกล้ๆส่องไฟฉายมาดูจนพบเข้ากับร่างของเพื่อนสลบบนพื้นมีไฟฉายส่องขึ้นไปบนเพดาน
ทันใดนั้นแอชเชอร์ที่พุ่งผ่านทหารที่ทำให้สลบด้วยสกิลเชี่ยวชาญหมัด เขาก็ได้เข้าไปเตะข้อพับทหารที่อยู่ใกล้จนล้มลงจากนั้นก็สับไปที่หลังคอจนสลบไปอีกคน ด้วยการลงมือของแอชเชอร์ทำให้ทหารที่เห็นเริ่มหันเหความสนใจสั่งการให้คนที่อยู่ใกล้ๆเข้ามาเพิ่มอีก แอชเชอร์ที่มองไปตามมุมของไฟฉายพบเข้ากับแว่นอินฟาเรดหล่นบนพื้นดิน เขาจึงะโเข้าไปหยิบมาสวมใส่จากนั้นก็พุ่งเข้าไปหาทหารและครูฝึกด้วยความรวดเร็วที่มากกว่าเดิม
“แย่แล้วมันได้แว่นมองกลางคืนไปแล้ว”
“จัดการมันเร็วเข้า”
ผั๊วะ~!
หมัด เท้า เข่า ศอก ทุกๆอย่างที่เป็สกิลติดอยู่กับสกิลเชี่ยวชาญหมัดล้วนถูกชกออกไปจากแอชเชอร์ ด้วยประสบการณ์ของชีวิตก่อนที่ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านการต่อสู้มาอย่างหนัก ทำให้ทุกๆการลงมือของเขานั้นรุนแรงจนทุกๆคนสลบไป มันง่ายสำหรับแอชเชอร์มากที่จะทำให้ทุกๆคนสลบไสล แม้แต่ครูฝึกที่กระโจนเข้ามาหาเขาต่างก็ถูกแอชเชอร์ใช้สกิลหลบหลีกอ้อมไปด้านหลังใช้สกิลหมัดอัดชกไปตามส่วนต่างๆ ต่อให้ครูฝึกจะมีฝีมืออยู่บ้างแต่เมื่อเทียบกับเขาที่ใช้งานสกิลครูฝึกยังคงเป็คนที่อ่อนแอ
ผั๊วะ~!
จำนวนคนที่ขวางทางถูกทำให้สลบไปทั้งหมด แม้จะมีทหารและครูฝึกอยู่อีกหลายคนแอชเชอร์กลับไม่สนเพราะตอนนี้ระยะเขากับหม้อข้าวห่างกันเพียง 1 เมตรเท่านั้น เขาจึงะโเข้าไปหามันแล้วใช้มือทั้งสองข้างหยิบจับหม้อแกงเทแกงทุกอย่างลงหม้อข้าวแล้วหามยกมันขึ้นบ่าวิ่งออกไปจากโรงอาหาร
“บ้าเอ๊ย มันได้ข้าวไปแล้ว~!”
ครูฝึกร้องะโออกมาด้วยความโกรธ ทว่าเขากลับไม่ได้วิ่งตามแอชเชอร์ไป ทำเพียงถอนหายใจแล้วหยุดการต่อสู้เอาไว้ เหล่านักเรียนที่ได้ยินเสียงร้องของครูฝึกต่างพากันดีใจวิ่งออกจากโรงอาหารหลังจากรู้ว่ามีใครบางคนได้ยกหม้อข้าวออกไป
“ยกเลิกงานเลี้ยง เข้าสู่ภารกิจต่อไป”
วิทยุสื่อสารของครูฝึกกระจายคำสั่งให้กับคนที่เกี่ยวข้อง ให้รู้ว่าการปกป้องหม้อข้าวของพวกเขาเสร็จสิ้นไปแล้ว ทางฝั่งนักเรียนเป็ฝ่ายชนะ
“ข้าวอยู่ตรงนี้ อยากได้ก็แบ่งกันเอาเอง”
แอชเชอร์ดัดเสียงแล้วร้องะโบอกให้นักเรียนได้รู้ตำแหน่งของหม้อข้าว ส่วนตัวของเขาที่ได้หยิบถ้วยมาด้วยหนึ่งใบก็ได้ตักข้าวมากินในส่วนของเขา ปล่อยให้นักเรียนจัดการอาหารที่เขาเหลือไว้กันเอง แต่ดูเหมือนมันจะไม่ใช่การแบ่งเพราะทุกคนล้วนวิ่งเข้ามากำข้าวในหม้อไปคนละหนึ่งกำมือแล้ววิ่งจากไป ส่วนพวกที่โลภมากพวกเขาถึงขั้นนั่งเฝ้าหม้อด้วยการใช้มือควักกินสิ่งที่อยู่ข้างในไม่สนใจใดๆทั้งสิ้น
อรึก~!
“ให้ตายสิ เค็มเป็บ้า~!”
แอชเชอร์รีบกลืนข้าวที่ขโมยมาอย่างตะกละตะกลาม เขารู้ว่าอีก 10 นาทีต่อจากนี้ทุกๆอย่างภายในค่ายจะกลับมาใช้งานได้ปกติ เหล่านักเรียนจะถูกเรียกออกไปรวมตัวกันเพื่อรับผิด คืนนี้พวกเขาจะไม่ได้นอน พวกเขาจะถูกทำโทษจนถึงค่ำของวันพรุ่งนี้ ดังนั้นเขาจึงต้องรีบกินข้าวที่มีให้หมด เพื่อรอการทำโทษในลำดับถัดไป
ปี๊ด~!!!!
เสียงเป่านกหวีดยาวเหยียดทำเอาขนทั่วร่างของนักเรียนลุกชั้น มันเป็เสียงเป่าที่ดังมาก ทันใดนั้นไฟของโรงอาหารที่ดับก็กลับมาทำงานได้ตามปกติ ไม่เพียงแค่นั้นไฟทุกๆดวงที่ติดตั้งไว้ในค่ายแห่งนี้ต่างก็ส่องสว่างจนทำให้เงาทุกอย่างหายไป เหล่านักเรียนที่กำลังรุมหม้อข้าวต่างสั่นไหว กับการถูกทหารล้อมรอบตัว
“หมอบ~!!!”
“หมอบลงไป ฉันบอกพวกแกแล้วใช่ไหมว่าคืนนี้จะต้องอยู่ในห้องพัก~!!”
ครูฝึกร้องะโด้วยความโกรธเหล่านักเรียนทำได้เพียงเชื่อฟัง ในระหว่างที่ครูฝึกสั่งให้นักเรียนด้านนอกที่กำลังมั่วสุมหม้ออาหารหมอบนั้น ทหารก็ได้เข้าไปในหอพักนักเรียน เปิดประตูเข้าไปเรียกทุกๆคนให้ออกมา ไม่ว่าจะหลบอยู่ใต้ผ่าห่ม หลบอยู่ใต้เตียง หรือจะหลบอยู่ในห้องน้ำทำเหมือนว่าตัวเองท้องเสียไม่ได้ออกไปไหน ล้วนถูกพาตัวออกมาทั้งหมด
“หายหนึ่งคน วิดพื้นเพิ่ม 100 ครั้ง~!”
ครูฝึกร้องะโก้องจากนั้นก็ให้นักเรียนจัดแถวตามห้องพักของตัวเองเพื่อหาคนหาย แอชเชอร์ที่มองดูการเรียกแถวเขากลับไม่ตื่นใ ทำการกินข้าวต่อไป เนื่องจากตอนนี้คนหายยังเยอะ เขาจะปรากฎตัวในตอนที่คนหายถูกตามตัวใกล้ครบ หากเขาออกไปตอนนี้เขาจะต้องถูกทำโทษไปเรื่อยๆจนกว่าจะมีคนยอมรับผิดแล้วออกมาทำโทษร่วมกัน
“เค็มโว๊ย~!”