เกิดใหม่ครั้งนี้ พกสวนแห่งชีวิต สู่ยุค 70 นำพาตระกูลหลินรุ่งเรือง

    ตอนที่ 39 : ฟ้าหลังฝน

    เกิดใหม่ครั้งนี้พกสวนแห่งชีวิตสู่ยุค 70 พลิกชะตาตระกูลหลิน

    ตอนที่ 39 : ฟ้าหลังฝน

     

    สัปดาห์ถัดจากการประชุมกล่าวโทษบรรยากาศในหมู่บ้านชิงเหอค่อยๆ กลับเข้าสู่ความปกติแต่ความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลหลินกับชาวบ้านกลับแน่นแฟ้นขึ้นกว่าเดิมมากราวกับเหตุการณ์ที่ผ่านมาได้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นถึงความจริงใจของครอบครัวนี้อย่างชัดเจน

    ชาวบ้านหลายคนที่เคยเพียงแค่รู้จักผิวเผินเริ่มแวะเวียนมาทักทายและพูดคุยกับครอบครัวหลินบ่อยขึ้นบางคนก็นำผลผลิตจากสวนของตัวเองมาฝากเป็นการขอบคุณที่เคยได้รับความช่วยเหลือ

    "ขอบคุณนะคะที่ครอบครัวคุณไม่เคยดูถูกใครในหมู่บ้านนี้เลยและยังช่วยเหลือพวกเราอีกด้วย"หญิงชาวบ้านคนหนึ่งพูดพลางยื่นตะกร้าผักให้หวังซูเจิน

    "ไม่เป็นไรค่ะเพื่อนบ้านต้องช่วยกันอยู่แล้ว" หวังซูเจินตอบพลางยิ้มรับด้วยความอบอุ่นใจ

    ต้าโจวเริ่มมาเยี่ยมบ้านหลินบ่อยขึ้นหลังจากเหตุการณ์นั้นบางครั้งก็ชวนซินเยว่ไปเดินเล่นแถวลำธาร บางครั้งก็แวะมาช่วยงานเล็กๆ น้อยๆที่บ้าน ความสัมพันธ์ระหว่างสองครอบครัวแน่นแฟ้นขึ้นกว่าเดิมมาก

    "แม่ผมบอกว่าอยากเชิญครอบครัวน้องซินเยว่ไปกินข้าวที่บ้านบ้างนะ"วันหนึ่งต้าโจวพูดขึ้นด้วยความเขินอาย "ถึงจะไม่มีอะไรหรูหราแต่ก็อยากตอบแทนน้ำใจ"

    "ไปสิ!หนูอยากไปเที่ยวบ้านพี่มานานแล้ว" ซินเยว่ตอบอย่างดีใจไม่ได้คิดถึงความแตกต่างทางฐานะแต่อย่างใด

    เจียงหย่งจวินหลังจากเหตุการณ์นั้นก็เปลี่ยนท่าทีไปมากเขาเริ่มตระหนักว่าความเชื่อของตัวเองอาจไม่ถูกต้องเสมอไปการตัดสินคนอื่นจากภาพลักษณ์ภายนอกโดยไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงอาจนำไปสู่ความผิดพลาดที่ร้ายแรงได้

    วันหนึ่งเขาเดินมาหาครอบครัวหลินด้วยท่าทีเก้อเขินอย่างเห็นได้ชัด"ผมขอโทษด้วยครับสำหรับเรื่องที่ผ่านมาผมคิดผิดไปเองที่ด่วนตัดสินโดยไม่รู้ความจริง"

    หลินเต๋อชางมองเด็กหนุ่มด้วยความเข้าใจไม่มีความโกรธเกลียดหลงเหลืออยู่เลย "ไม่เป็นไรหรอกเด็กหนุ่มที่มีอุดมการณ์และความเชื่อมั่นในสิ่งที่ถูกต้องไม่ใช่เรื่องผิดเพียงแต่ต้องรู้จักฟังความจริงจากทุกด้านก่อนตัดสินใจ"

    คำพูดนั้นทำให้เจียงหย่งจวินรู้สึกประหลาดใจกับความใจกว้างของครอบครัวที่เขาเคยกล่าวหา"ขอบคุณครับที่ไม่โกรธผม ผมจะเรียนรู้จากความผิดพลาดครั้งนี้"

    ไม่นานหลังจากนั้นทางการก็ตัดสินใจย้ายเจียงหย่งจวินไปประจำที่คอมมูนอื่นตามระบบหมุนเวียนเยาวชนที่ถูกส่งลงพื้นที่ก่อนไปเขาแวะมาลาครอบครัวหลินเป็นครั้งสุดท้าย

    "ขอบคุณสำหรับบทเรียนที่ได้เรียนรู้ครับ"เขาพูดพลางโค้งคำนับ "ผมจะจดจำไว้เสมอว่าความจริงมักซับซ้อนกว่าที่เห็นแบบผิวเผิน"

    ซินเยว่ที่ยืนอยู่ไม่ไกลยิ้มให้เขาอย่างไม่มีความโกรธเกลียดหลงเหลืออยู่เลย"โชคดีนะคะที่คอมมูนใหม่"

    เจียงหย่งจวินยิ้มตอบก่อนจะเดินจากไปทิ้งไว้เพียงบทเรียนที่ทุกคนในครอบครัวหลินจะจดจำไปอีกนาน

    เย็นวันอาทิตย์ถัดมาทั้งสามครอบครัวมารวมตัวกันที่ลานกลางตามธรรมเนียมเดิมแต่คราวนี้มีชาวบ้านหลายคนแวะมาร่วมวงด้วยความเป็นกันเองมากขึ้นกว่าเดิมผู้ใหญ่บ้านหวังเต๋อฟาพาครอบครัวมาร่วมมื้อค่ำด้วยเป็นครั้งแรก

    "ต่อไปนี้เราคงต้องมาร่วมมื้อค่ำแบบนี้บ่อยขึ้นแล้วนะ"หวังเต๋อฟาพูดพลางหัวเราะอวี้เหมย์นั่งข้างซินเยว่ด้วยความดีใจที่ได้เห็นพ่อผ่อนคลายมากขึ้น

    หลินเต๋อชางยกแก้วน้ำชาขึ้นกล่าวขอบคุณทุกคนที่มาร่วมงาน"ขอบคุณทุกท่านที่ยืนหยัดเคียงข้างครอบครัวเราในวันที่ยากลำบากความสัมพันธ์ที่เรามีต่อกันมีค่ามากกว่าสิ่งใดทั้งสิ้น"

    เสียงปรบมือและรอยยิ้มดังขึ้นทั่วลานบรรยากาศความอบอุ่นที่เคยมีอยู่แล้วยิ่งเข้มข้นขึ้นไปอีกจากบทเรียนที่ทุกคนได้เรียนรู้ร่วมกันในช่วงเวลาที่ผ่านมา

    จื้อหมิงที่นั่งอยู่ไม่ไกลหันมาพูดกับน้องสาวเบาๆ"รู้ไหมว่าตอนที่พี่เห็นทุกคนออกมาช่วยพูดวันนั้นพี่รู้สึกภูมิใจในครอบครัวเรามากเลยนะ"

    "หนูก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกันค่ะพี่"ซินเยว่ตอบพลางยิ้ม "ไม่คิดเลยว่าความช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆที่เราทำไปจะมีความหมายมากขนาดนี้"

    เฉินซิ่วหลานที่นั่งฟังอยู่ข้างๆยิ้มพลางเอ่ยขึ้น "นี่แหละคือสิ่งที่ปู่ย่าอยากสอนหลานๆ ทุกคนมาตลอดไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ถ้าเราให้ความรักและความจริงใจกับคนรอบข้างสักวันมันก็จะย้อนกลับมาช่วยเราเสมอ"

    หลินเต๋อชางพยักหน้าเห็นด้วยมองไปที่ลูกหลานทุกคนที่นั่งล้อมวงกันอย่างมีความสุข ทั้งลูกชายลูกสะใภ้ หลานๆทุกคน รวมถึงเพื่อนบ้านที่กลายมาเป็นเหมือนครอบครัวที่ขยายใหญ่ขึ้นไปแล้ว

    หลินเจี้ยนหมินที่กลับมาจากค่ายทหารทันพอดีในวันนั้นเดินเข้ามานั่งข้างภรรยาพร้อมยิ้มให้ทุกคน "ได้ยินเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วดีใจมากที่ทุกอย่างจบลงด้วยดีขอบคุณทุกคนที่ช่วยดูแลครอบครัวผมตอนที่ผมไม่อยู่"

    "เป็นครอบครัวเดียวกันต้องช่วยกันอยู่แล้ว" ลุงใหญ่ตอบพลางยิ้ม

    ค่ำคืนนั้นดำเนินไปด้วยเสียงหัวเราะและความอบอุ่นเช่นเคยแม้ดวงอาทิตย์จะลับขอบฟ้าไปแล้ว แต่แสงจากกองไฟเล็กๆที่ก่อไว้กลางลานยังคงส่องสว่างให้ทุกใบหน้าดูอบอุ่นไม่ต่างจากเดิม

    ซินเยว่นั่งมองภาพความสุขตรงหน้าด้วยความรู้สึกซาบซึ้งใจนึกถึงคำพูดของปู่ที่บอกว่าความดีไม่เคยสูญเปล่าเธอตั้งใจแน่วแน่ในใจว่าจะยังคงใช้ความสามารถที่มีช่วยเหลือคนรอบข้างต่อไปไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยแค่ไหนก็ตามเพราะได้เห็นแล้วด้วยตาตัวเองว่าความเมตตาเล็กๆ น้อยๆ ที่หว่านไว้สามารถเติบโตกลายเป็นสิ่งที่ปกป้องทั้งครอบครัวได้ในยามที่ต้องการที่สุด

     

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครั้งนี้ พกสวนแห่งชีวิต สู่ยุค 70 นำพาตระกูลหลินรุ่งเรือง ที่คุณอ่าน