ตอนที่ 1 แค่ลอง
ผมชื่อ“อินทร์” ตอนนี้ผมอายุยี่สิบห้าปีแล้ว ผมทำงานเป็พนักงานในบริษัทเล็กๆแห่งหนึ่ง ผมมีแฟนและกำลังวางแผนจะแต่งงานกันเร็วๆ นี้่นี้ผมก็เลยขยันเป็พิเศษเพราะจะรีบทำงานเก็บเงินเอาไว้แต่งเมีย แฟนของผมเธอเป็คนสวยน่ารัก เราคบกันมาั้แ่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย จนตอนนี้เข้าปีที่ห้าแล้วผมจึงคิดว่ามันถึงเวลาที่ผมจะมีครอบครัวเสียที
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเราสองคนอาจเคยมีทะเลาะกันบ้างงอนกันบ้าง แต่มันไม่ได้เป็เื่ใหญ่โตอะไร จนกระทั่งวันหนึ่งที่ผม “ท้อง” โลกทั้งใบของผมเหมือนมันหมุนกลับด้านในทันทีทุกอย่างในชีวิตของผมล้มพังไม่เป็ท่าเพียงเพราะผู้ชายคนนั้นคนเดียว เื่ราวของผมมันเริ่มต้นจากวันนั้นก็แค่วันศุกร์ธรรมดาๆวันหนึ่ง
“ขอโทษทีนะอินทร์” หัวหน้างานเรียกผมเข้าไปแจ้งเื่ที่ผมไม่ผ่านทดลองงานและจำเป็ต้องให้ผมออกจากงานในสิ้นเดือนนี้
เนื่องจากบริษัทได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจ่นี้อันที่จริงไม่ใช่แค่ผมคนเดียวหรอกที่ต้องออกจากงานแบบกะทันหันยังมีพนักงานอีกหลายคนที่ตกงานเหมือนกัน แต่การมีเพื่อนร่วมชะตากรรมเดียวกัน ในเื่นี้มันก็ไม่ใช่เื่น่ายินดีหรอกจริงมั้ย
ผมกลับมานอนเอาขาก่ายหน้าผากอยู่ภายในอพาร์ทเม้นท์แคบๆของผม เฝ้าทอดถอนหายใจออกมาเป็ครั้งที่ล้านแล้ว ภายในหัวนั้นมืดแปดด้านไปหมดเพราะตอนนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดีงานก็หายาก แล้วผมจะไปหางานตอนนี้ก็คงต้องใช้เวลาเงินเก็บที่มีก็ไม่ได้เยอะแยะมากมายอะไร แล้วที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น ผมจะบอกกับฝ้ายแฟนผมยังไงดีว่าผม...ตกงาน
เย็นวันหนึ่งหลังจากที่ผมนอนว่างงานมาหลายวันผมเดินเอาผ้าในตะกร้าลงไปใส่เครื่องซักผ้าแบบหยอดเหรียญใต้ตึกแล้วบังเอิญเจอเข้ากับพี่วินซึ่งเป็พี่ที่ผมรู้จักแต่ไม่ถึงกับสนิทนักเพราะอยู่อพาร์ทเม้นท์เดียวกันมานานหลายปีจึงเห็นกันบ่อย
“เป็ยังไง หน้าเหี่ยวเชียวอินทร์” พี่วินทักผม
“เหี่ยวดิพี่ บริษัทคัดคนออกแล้วแจ็กพ็อตดันมาลงที่ผม ตกงานตอนนี้แม่งเอ๊ย”ผมบ่นด้วยความหงุดหงิดหัวเสีย
“แย่เลยนะแบบนี้ ถ้ามีอะไรให้พี่ช่วยก็บอกนะอินทร์” พี่วินยิ้มให้ผมอย่างเอ็นดู
พี่วินเป็ผู้ชายธรรมดาดูเหมือนจะสำอางนิดหน่อยพี่วินเป็ผู้ชายผิวขาวหน้าตาสะอาดหมดจด ผมไม่รู้ว่าพี่วินทำงานอะไรแต่เดาว่าเงินเดือนคงไม่น้อยเพราะเห็นพี่วินแต่งเนื้อแต่งตัวดีตลอดอาหารการกินผมแอบเห็นเวลาพี่วินซื้อของเข้าห้อง หิ้วมามีแต่ของดีราคาแพงทั้งนั้น ผิดกับผมที่จะกินอะไรต้องคิดแล้วคิดอีกเพราะต้องประหยัดอย่างเต็มที่
“ช่วยเหรอ...ช่วยหางานให้ผมบ้างสิพี่ งานอะไรก็ได้ตอนนี้นี่ถ้าแฟนผมรู้นะว่าผมตกงานมีหวังทะเลาะกันอีกแน่ๆ เลย” ผมบ่นกับพี่วินแล้วก็เตรียมปวดหัวรอเลย เพราะฝ้ายนั้นซีเรียสเื่งานของผมมากเพราะแฟนผมคนนี้บ้านมีฐานะ แล้วฝ้ายเองก็วาดฝันอนาคตของเราทั้งสองคนเอาไว้อย่างเป๊ะๆ แต่งงานแล้วอีกกี่ปีจะมีลูกมีลูกกี่คน ซึ่งผมก็ไม่ได้ว่าอะไรเธอหรอกฝ้ายก็เหมือนผู้หญิงทั่วๆ ไปที่อยากมีครอบครัวที่ดีและมั่นคง
“อืม ได้สิถ้าพี่มีงานอะไรดีๆ จะมาบอกแล้วกัน เดี๋ยวพี่ไปก่อนนะพอดีนัดเพื่อนเอาไว้”พี่วินเดินตรงไปริมถนนหน้าอพาร์ทเม้นท์ผมหันไปทันเห็นรถยนต์หรูคันใหญ่มาจอดเทียบแล้วรับพี่วินขึ้นรถไปพอดี
ก๊อกก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูห้องผมใน่เย็นวันหนึ่งทำให้ผมต้องลุกออกจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ซึ่งกำลังเล่นเกมออนไลน์อยู่ไปเปิดประตูเพื่อดูว่าใครมาทักทาย
“พี่วินมีอะไรหรือเปล่าพี่” ผมร้องทักด้วยความแปลกใจเพราะปกติพี่วินไม่เคยมาเรียกผมจนถึงที่ห้อง
“พอดี พี่มีเื่ให้อินทร์ช่วยหน่อยน่ะ วันนี้พี่ติดธุระแต่ว่าพี่ต้องเอาของไปส่งให้ลูกค้าอินทร์ว่างใช่มั้ยช่วยเอาของไปส่งแทนพี่หน่อยสิ นี่ที่อยู่นะแล้วก็นี่ค่าเหนื่อยกับค่ารถ ถ้าไปถึงแล้วโทรไปหาลูกค้าก่อนนะพี่จดเบอร์โทรให้แล้ว”พี่วินยื่นถุงกระดาษใบหนึ่งใส่มาในมือผมพร้อมกับเงินสามพันบาท
“โห แค่ไปส่งของแค่นี้สามพันเลยเหรอพี่ ของอะไรเนี่ย หวังว่าไม่ใช่ยานะ” ผมพลิกกระดาษในมือดูที่อยู่ด้านในมันก็ไม่ได้ไกลจากอพาร์ทเม้นท์นี้สักเท่าไหร่ ค่าแท็กซี่ก็คงไม่เกินสามร้อยบาท ส่วนต่างค่าจ้างค่าแรงส่งของแค่ถุงกระดาษใบเดียวเหลือตั้งสองพันกว่าบาท
“ไม่ใช่ยา...จะบ้าเหรออินทร์ เอาน่า...พี่ฝากหน่อยนะ พี่ไปล่ะขอบใจมาก” พี่วินมีท่าทางรีบร้อนมากผมจึงไม่ได้สนใจถามต่อเพราะว่าอย่างน้อยวันนี้ผมก็ได้เงินมาเป็ทุนสำรองแล้วสามพันบาท
ผมจัดการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็เสื้อยืดกางเกงยีนตามแบบของผมแล้วเดินไปโบกเรียกรถแท็กซี่หน้าอพาร์ทเม้นท์ ระหว่างนั่งมาในรถผมหยิบกล่องกระดาษซึ่งอยู่ภายในถุงออกมาเขย่าๆดูมันก็ไม่น่ามีอะไรนะเห็นมันเบาๆ
ใน่เย็นวันศุกร์แบบนี้เป็ที่รู้กันดีว่ารถแม่งโคตรติดเลย ผมใช้เวลาชั่วโมงครึ่งกว่าจะมาถึงคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองแต่ติดริมแม่น้ำเ้าพระยาแห่งนี้ ผมหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาดูใหม่อีกครั้งเพื่อความมั่นใจว่าผมไม่ได้มาผิดที่เพราะไอ้คอนโดสูงๆนี่แม่งหรูหราฉิบหาย
“ก็ไม่ผิดนี่หว่า” ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์ตามที่พี่วินจดเอาไว้ให้ เพื่อเป็การโทรไปบอกกล่าวกับคนที่ผมจะมาพบว่าตอนนี้ผมมาถึงแล้วจะได้ไม่เป็การเสียมารยาทจนเกินไป
“สวัสดีครับผมเอาของมาส่งครับ” ผมกรอกเสียงลงไป เสียงผู้ชายห้วนห้าวฟังดูไม่ค่อยเป็มิตรคนหนึ่งรับสายและบอกให้ผมขึ้นไปบนห้องได้เลย
ผมกดลิฟต์แก้วขึ้นไปบนชั้นห้าสิบเก้าทันทีแค่ลิฟต์ก็หรูซะขนาดนี้ไม่อยากจะนึกเลยว่า คนที่อาศัยอยู่ที่นี่มันต้องรวยขนาดไหนวะเนี่ยลิฟต์แก้วค่อยๆ ดึงตัวเองสูงขึ้นไปเรื่อยๆระดับความสูงของที่นี่เรียกว่ามองไปได้ไกลจนเกือบข้ามฟากกรุงเทพได้เลย
เมื่อออกจากลิฟต์ผมเดินไปตามทางเดินจนมาหยุดอยู่หน้าห้องห้องหนึ่งผมอ่านทวนหมายเลขห้องในกระดาษกับหมายเลขซึ่งติดอยู่หน้าห้องอีกทีแล้วจึงกดออดหน้าประตูเพื่อเป็สัญญาณบอกให้คนด้านในรู้ว่าพนักงานส่งของอย่างผมมาถึงแล้ว
กริ๊กเสียงปลดล็อกพร้อมกับประตูที่ดีดตัวเปิดออก ผมมองประตูนั้นครู่หนึ่งด้วยความไม่มั่นใจว่ามันจะเป็การเหมาะสมและปลอดภัยหรือเปล่าหากผมจะก้าวเข้าไปภายในห้องแต่ผมมาส่งของนี่นะมันคงไม่มีอะไรเลวร้ายหรอกจริงมั้ย
“เอ่อ ขอโทษครับ ผมมาส่งของ” ผมหันซ้าย หันขวามองไปรอบห้องชุดสุดหรูหราแต่ไม่เห็นใครเลยสักคนเดียว
ภายในห้องสูทหรูหรากระจกบานใหญ่กำลังอวดภาพวิวแม่น้ำเ้าพระยายามค่ำคืนปรากฏอยู่เบื้องล่างทำให้ผมเผลอยืนมองมันจนเพลิน เรือลำใหญ่หลายลำเห็นเป็เงาตะคุ่มๆ แล่นไปมาอยู่ด้านล่างนั้นถนนซึ่งการจราจรหนาแน่นเห็นเพียงไฟท้ายสีแดงๆ จอดนิ่งต่อท้ายกันยาวจนสุดลูกหูลูกตา
“ของล่ะ” เสียงใครคนหนึ่งดังอยู่ข้างหลังจนผมสะดุ้งรีบหันหลังกลับมาทันที
ผู้ชายวัยกลางคนอายุน่าจะสักสามสิบกว่าๆ ล่ะมั้ง รูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าคมเข้ม เคร่งขรึม แววตาแสนเ็าเ้าของร่างสูงอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำสีดำสนิทกำลังยืนจ้องผมอยู่
“อ่อ นี่ครับ” ผมยื่นถุงกระดาษในมือส่งไปให้ผู้ชายตรงหน้า
ผู้ชายคนนั้นหยิบถุงกระดาษในมือจากผมไปแล้วเปิดกล่องออกดูผมชะเง้อคอมองด้วยความอยากรู้อยากเห็นตามสัญชาตญาณ แต่ผมมองไม่ถนัดว่ามันเป็อะไรแต่เห็นผู้ชายคนนั้นยิ้มมุมปากหน่อยๆ แสดงว่าของที่ได้รับคงเป็ที่ถูกใจแหละเป็อันว่าผมหมดหน้าที่แล้วอย่างสมบูรณ์
“เอ่อ คุณได้รับของเรียบร้อยแล้ว ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวนะครับ”ผมกำลังจะเดินออกมาจากห้อง แต่ถูกอีกฝ่ายคว้าแขนเอาไว้ได้ก่อน
“เดี๋ยว” ผู้ชายคนนั้นร้องเรียกผมเอาไว้
“ครับ” ผมก้มลงมองมือหนาซึ่งอีกฝ่ายจับดึงแขนผมไว้
“ฉันยังไม่ได้ทดลองของเลย” ผู้ชายคนนั้นบอกกับผมก่อนจะกระชากแขนผมอย่างแรงจนผมเซถลาเข้าไปชนกับอกกว้างอุ่นจนร้อน
“ทดลองของเหรอ คุณจะทำอะไร” ผมผลักอกเ้าของห้องให้ออกห่างจากตัวทันทีแต่อีกฝ่ายกลับผลักผมล้มลงไปบนโซฟาตัวยาวซึ่งตั้งอยู่ใกล้ๆ นี่มันอะไรกันวะ
“ก็ทดลองสินค้าไง” ผู้ชายตรงหน้าปลดสายผูกเสื้อคลุมอาบน้ำออกแล้วโยนมันลงไปกองกับพื้นห้อง ผมจ้องมองร่างเปลือยเ้าของห้องนี้ด้วยความใและยังคงสับสน
ผมเป็ผู้ชายและเป็ผู้ชายแท้ทั้งแท่งด้วยการที่มีผู้ชายด้วยกันมายืนแก้ผ้าโชว์สรีระอวดหุ่นแบบนี้ทำให้ผมกระดากไปเหมือนกันแล้วเราเพิ่งจะเจอกันไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำเวลานี้ท่อนเนื้อแท่งใหญ่มันแข็งเป็ลำพุ่งชี้มาทางผมแผงอกกว้างกับกล้ามเนื้อเป็ลูกลอนกล้ามท้องนั้น ผมบอกตามตรงว่าถึงเป็ผู้ชายด้วยกันผมก็อิจฉาแต่มันไม่ใช่แบบนั้น ผู้ชายคนนี้กำลังเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าผมเป็ผู้ชายและผมเป็แค่คนมาส่งของนะ ผมไม่ใช่เกย์ ไม่ใช่ผู้ชายขายตัวผมมีแฟนเป็ผู้หญิงและกำลังจะแต่งงานกัน ต้องเกิดการเข้าใจอะไรผิดกันแน่ๆ
“เดี๋ยวครับ คุณจะทำอะไร” ผมร้องอีกครั้งเมื่ออีกฝ่ายโถมตัวลงมาหาทั้งร่างเปลือยอย่างนั้น
“บอกแล้วไงว่าทดลองสินค้า”
ผู้ชายคนนั้นตะปบจูบบดขยี้ริมฝีปากนั้นลงมาหาจนผมมึนไปหมดริมฝีปากร้อนบดเคล้าลงมาอย่างหนักหน่วงไร้ความนุ่มนวล จนผมคิดว่าผมคงปากแตกเพราะไอ้กลิ่นคาวกับรสเค็มเฝื่อนๆในช่องปาก ผมเม้มปากตัวเองแน่นไม่ยอมให้อีกฝ่ายรุกล้ำดันลิ้นเข้ามาข้างใน แต่อีกฝ่ายก็ดูจะไม่ยอมอ่อนข้อง่ายๆ
ผมยกตีนขึ้นมาเพื่อ้าจะถีบผลักไอ้ผู้ชายบ้ากามตรงหน้าให้มันออกไปจากบนตัวผมแต่อีกฝ่ายนั่งคร่อมทับร่างผมไว้ ใช้หัวเข่ากดหน้าขาทั้งสองข้างของผมให้จมลงไปกับโซฟาเจ็บจนน้ำตาไหลพยายามดิ้นรนแต่ดูจะไร้ผลมือทั้งสองข้างของผมดิ้นรนผลักไสไอ้บ้านี่อย่างหนักแต่ไม่นานก็ถูกมันรวบข้อมือไว้จนได้
กริ๊กเสียงอะไรแปลกๆ ดังขึ้นพร้อมกับโลหะเย็นเฉียบััตรงข้อมือ ไอ้บ้านั่นมันจับผมใส่กุญแจมือทั้งสองข้างผมใจนตาค้างนี่มันเื่บ้าอะไรกันวะเนี่ย
“ปล่อยกู ไอ้สัดมึงจะทำอะไร” ผมร้องะโใส่หน้ามัน พยายามกระชากมือตัวเองออกทั้งดิ้นรน ทั้งเตะ ทั้งถีบ แต่มันตัวใหญ่กว่าผมแถมแรงก็เยอะกว่ามากผมจึงไม่สามารถดิ้นให้หลุดพ้นจากมันได้เลย
“บอกแล้วไงว่า...ทดลองสินค้า” มันชูซองถุงยางอนามัยหลากสีหลายสิบซองในกล่องซึ่งผมทำหน้าที่เป็คนส่งของถือมาให้มันถึงมือเมื่อครู่แล้วใช้ปากกัดฉีกซองนั้นออกต่อหน้าผม
ซองถุงยางอนามัยสีฟ้าเข้มเมื่อแกะออกมาด้านในเห็นเป็ปลอกถุงยางอนามัยสีฟ้าใสๆม้วนอยู่ พร้อมสำหรับการสวมใส่ทันที ไอ้ผู้ชายตรงหน้ายิ้มแล้วจัดการรูดสวมถุงยางนั้นเข้าไปกับท่อนเอ็นของมันทันที
“กูไม่ใช่เกย์นะ แล้วกูก็ไม่ได้ขายตัวด้วยปล่อยกู”ผมด่ามันพยายามดิ้นรนขัดขืน
ไอ้บ้านั่นมันไม่ได้ฟังผมเลยมันจับผมล็อกแขน ล็อกขาแล้วใช้หัวเข่าของมันแยกถ่างขาผมออกจากกัน ก่อนจะแทงแท่งเนื้อของมันพรวดเข้ามาทีเดียวมิดลำจนผมร้องไม่ออกมันเจ็บ...มันเจ็บฉิบหาย
“อ๊าก” ผมร้องออกมาด้วยความเจ็บ ความจุก รู้สึกเหมือนไอ้ช่องประตูหลังของผมแม่งฉีกดังแคว้กเหมือนเสียงใครมาฉีกอะไรใกล้ๆ หู ผมเจ็บจนดิ้นพล่านไปหมดมือไม้ดิ้นปัดป่ายไปทั่วจนข้าวของบนโต๊ะกลางข้างโซฟานั้นตกกระจายเกลื่อนพื้นไปหมด
“อ๊า” เสียงไอ้คนบนตัวผมร้องครางเหมือนพอใจอะไรสักอย่าง
“อื้อ” ผมก้มหน้าลงไปขยี้ฟันกัดแขนไอ้คนที่มันแทงดุ้นเอ็นนั้นใส่ผมเพื่อเป็การระบายความเจ็บและ้าทำให้มันเจ็บเหมือนกันมันจะได้ปล่อยผมสักทีแต่เปล่าเลยมันไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยผมเลยสักนิด
“โอ๊ย” ไอ้ผู้ชายคนนั้นร้องเสียงหลง เมื่อผมกัดมันเสียจมเขี้ยว ไอ้บ้านั่นตะปบเอามือมาบีบคางผมจนเต็มแรง
“ชอบแบบนี้เหรอ” ไอ้บ้านั่นคำรามเสียงต่ำๆ ใส่ผมยิ้มน่ากลัวจนผมรู้สึกเสียวสันหลังยังไงบอกไม่ถูก
“กูเจ็บไอ้สัด! เอาออกไปนะ เอาของมึงออกไป”ผมร้องด่ามันรู้สึกเหมือนน้ำตาตัวเองไหลออกมาเป็ทางตรงหางตา
“อ๊า แน่นดีจัง ดีจริงๆ” เสียงไอ้ผู้ชายคนนั้นครางอย่างพึงพอใจไม่หยุดทุกครั้งเมื่อมันเคลื่อนไหวร่างกายช่างน่าขยะแขยง น่ารังเกียจ
“ปล่อยกู...กูเจ็บ” ผมร้องะโเมื่อไอ้บ้านั่นกัดลงมาบนคอแล้วฝังเขี้ยวมันลงมาตามเนื้อตัวของผมทั้งดูด ทั้งเม้ม จนผมรู้สึกเจ็บระบมไปหมด
“อื้ม เอามันจริงๆ” ไอ้บ้านี้อัดบดกระแทกทิ้งน้ำหนักตัวลงมาใส่ผมอย่างบ้าคลั่ง
ผมนอนฟังเสียงโซฟาลั่นดังตั้บๆตามจังหวะเวลามันทิ้งสะโพกลงมา พร้อมกับความรู้สึกเจ็บแปลบตรงช่องประตูหลังไปด้วยแรงเสียดสีร้อนฉ่าของแท่งเนื้อใหญ่คับแน่นนั้น ขยับเข้า ขยับออก มันสร้างความเจ็บและแสบร้อนไปหมดผมได้แต่นอนกัดฟันแน่นเพราะไม่รู้จะดิ้นรนหนีชะตากรรมครั้งนี้ยังไง
ผมแทบจะกระดุกกระดิกตัวไม่ได้เลยเพราะท่อนล่างของผมตอนนี้นั้นมันเจ็บจนร้าวไปหมดไอ้บ้านั้นยกขาผมแยกออกจากกัน แล้วเริ่มขยับสะโพกใส่ผมอีกครั้งในท่วงท่าใหม่ข้อมือของผมซึ่งถูกใส่กุญแจมือติดอยู่ยังคงพยายามดันตัวมันออกไป
แต่นรกคงส่งซาตานอย่างมันมาเกิดมันจับมือผมด้วยมือข้างหนึ่งแล้วดันมือผมขึ้นไปไว้เหนือหัว ซุกใบหน้านั้นเข้ามาจูบพร้อมกับดูดปากผมอย่างหิวกระหายแม้ผมจะพยายามสะบัดหน้าหนีแต่ก็ทำได้ไม่นานเพราะทนสู้แรงและความป่าเถื่อนของมันไม่ได้จริงๆ
“อ๊าเจ็บ ไอ้สัด ไอ้เหี้ย ปล่อยกู...ปล่อย อย่าทำกู...พอแล้ว”
ผมร้องและพยายามดิ้นหนีมันแต่ไม่ว่าผมจะดิ้นไปทางไหน มันก็ตามไปอัดสะโพกใส่จนผมรู้สึกเหมือนร่างกายตัวเองอวัยวะทุกส่วนถูกมันจับทึ้งดึงฉีกจนแขน ขา ทั้งหมดขาดออกจากกัน
่เวลาอันบัดซบนี้ผ่านไปนานแค่ไหนผมไม่รู้เลยผมนอนนิ่งอยู่กับที่ขยับตัวแทบไม่ได้และจำใจยอมปล่อยให้ไอ้คนเถื่อนนั่นมันจับผมพลิกซ้าย พลิกขวา ยกแข้ง ยกขา อยู่นานเป็ชั่วโมงกว่ามันจะเสร็จ
ผมคิดว่ามันจะจบแค่นั้นแต่เปล่าเลยไอ้บ้านั้นถอดถุงยางอันเก่าซึ่งเอ่อล้นไปด้วยน้ำรักทุเรศๆ ของมันออกพร้อมกับร่องรอยคราบเื สีแดงสดของผมติดมากับปลอกถุงยางนั้นเปรอะไปหมดมันหยิบขึ้นมาดูแล้วหันมาทางผม
“ไม่คิดว่าจะยังซิง” ไอ้เลวนั่นพูดกับผมพร้อมกับรอยยิ้มแล้วมันก็หันไปเลือกถุงยางซองใหม่ขึ้นมาอีก
ค่ำคืนนี้ช่างโหดร้ายและยาวนานเหลือเกินสำหรับผมผมผล็อยหลับไปตอนไหนไม่รู้คลับคล้ายคลับคลารู้แค่มันแบกผมเข้าไปในห้องนอนแล้วก็ตักตวงทุกอย่างไปจากผมครั้งแล้วครั้งเล่าเหมือนมันไม่รู้จักอิ่ม ไม่รู้จักพอ
“ฉันชอบเธอ” นั่นคือประโยคสุดท้ายที่ผมได้ยินจากมัน ความรู้สึกสุดท้ายที่ผมรับรู้คืออะไรอุ่นๆกดมาบนแก้มพร้อมกับอ้อมกอดโอบมาจากด้านหลัง