เห็นไกลลิบคือคนกลุ่มใหญ่ทั้งผู้ชาย ผู้หญิง และเด็ก ทุกคนสวมเสื้อผ้าคล้ายกันเนื้อผ้าคล้ายผ้าฝ้ายสีขาวแบบธรรมชาติ คือขาวหม่นไม่ขาวจัดไม่มีลวดลายหรือตกแต่งอะไร มองดูเรียบร้อยเป็ระเบียบ ทุกคนมีสีหน้ายิ้มแย้มสดใสมีความสุขและวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนามอยู่ริมทะเลแต่ไม่มีใครสักคนที่จะสังเกตเห็นร่างหญิงสาวที่นอนอยู่ริมชายหาดซึ่งไม่ไกลเท่าใดนัก
เนิ่นนานจนกระทั่ง
“พี่ พี่ พี่สาว” เด็กหญิงตัวน้อยคนหนึ่งใช้มือเขย่าตัวคนที่นอนนิ่งไปมาหนูน้อยพยายามใช้แรงกำลังทั้งหมดที่มีพลิกร่าง ‘พี่สาว’ที่เธอเรียกให้นอนหงายขึ้น แต่ไม่สำเร็จ ทำไงดี คิดในใจสักพักเด็กหญิงคนเดิมก็ลุกพรวดขึ้นยืนแล้วออกวิ่งอย่างเร็วไปยังทิศที่อยู่ของคนกลุ่มใหญ่จากนั้นคนทั้งหมดก็วิ่งกรูกันมายังที่ที่มีคน ‘แปลกหน้า’นอนสลบอยู่ที่ริมชายหาด เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังขึ้นเซ็งแซ่
“ใครน่ะ” ชายหนุ่มคนหนึ่งเปรยขึ้นมาทั้งที่รู้ว่าคงไม่ได้คำตอบ
“มานอนอยู่ตรงนี้ได้ยังไงเนี่ย” หญิงสาวอีกคนถามขึ้นอีก
“ดูซิว่าตายหรือยัง” หนึ่งในนั้นพูดด้วยความสงสัยโดยมีผู้ให้การสนับสนุน
“นั่นซิ”
แล้วทุกคนก็พูดและถามออกมาอีกมากมายหลายประโยคจนเสียงดังระงมฟังไม่ได้ศัพท์กระทั่ง
“เอาล่ะ เอาล่ะ” เสียงหนึ่งดังขึ้นทำให้ทุกคนต่างหยุดพูดหันมองคนที่กำลังนั่งยอง ๆ อยู่ข้างคนแปลกหน้าแล้วเสนอว่า
“ฉันว่าพวกเราช่วยเขาก่อนเถอะ ไม่รู้เป็ยังไงบ้าง”
คนที่เข้ามาประชิดตัวคนแปลกหน้าคือหญิงสาวคนหนึ่งหล่อนใช้มือเขย่าแขนคนแปลกหน้าเบา ๆ เพื่อเรียกสติให้รู้สึกตัว แต่ไม่ได้ผลร่างนั้นยังคงหลับตาพริ้มอยู่เหมือนเดิม
“ตายรึยังเนี่ย เธอลองเอามืออังที่จมูกเขาดูซิ” ผู้หญิงคนหนึ่งในกลุ่มร้องบอกวิธีแก่คนที่นั่งยองอยู่คนถูกมอบหมายจึงใช้มืออังไปที่จมูก แล้วเงยหน้าขึ้นบอกพวกเดียวกับเธอว่า
“ยังไม่ตายหรอก ยังหายใจอยู่เลย ดูซิ” หล่อนชี้ให้ทุกคนดูที่ท้องของคนที่นอนอยู่ว่ามีอาการเคลื่อนไหวเป็จังหวะ
“เหรอ เหรอ” เสียงตอบรับและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังอื้ออึงขึ้นอีกครั้ง
“พวกเราช่วยกันยกตัวเขาให้พ้นน้ำก่อนเถอะ ขืนชักช้าเดี๋ยวได้ตายจริง ๆขึ้นมาพอดี” หนึ่งในนั้นออกความเห็น ซึ่งก็ได้รับการตอบสนองจากทุกคนด้วยการพยักหน้า
“เอ้า นึง สอง ซ้าม ฮึบ” หลายแรงแข็งขันจึงช่วยกันอุ้มคนแปลกหน้าจนตัวลอยขึ้นพ้นน้ำ
“ใครก็ได้ไปตามคุณเอริคมาเร็ว” เสียงหนึ่งะโสั่ง
“คุณเอริคไม่อยู่ ไปธุระ” อีกคนะโตอบ
“อ้าว แล้วเราจะทำยังไงกันดีล่ะ”
“เอางี้ เอาไปไว้ที่กระท่อมของหนูก็ได้” คนเสนอคือเด็กหญิงตัวน้อยคนที่มาเจอคนแปลกหน้าคนแรก
“เอ้า ก็ได้” ทุกคนเห็นพ้องต้องกันจึงช่วยกันอุ้มร่างของคนแปลกหน้าออกห่างจากชายฝั่งทะเลไปและหากผู้ใดรู้จักหล่อน จะรู้ทันทีว่าคนแปลกหน้าคนนี้คือ น้ำใสแต่ไม่ใช่ที่นี่
น้ำใสถูกนำมาวางนอนราบบนเตียงไม้ไผ่ภายในบ้านไม้หลังเล็กหญิงสาวยังคงไม่ได้สติ
++++++++++++++++++++++
เอริคทำงานอยู่ในเรือนไทยซึ่งเป็สถานที่แห่งเดียวที่เขารู้สึกว่าตัวเองเป็อิสระจากทุกสิ่งที่นี่คือบ้านที่ดอกเตอร์เกื้อสร้างขึ้น ให้เขาไว้เป็ที่พักเวลาที่ต้องดูแล‘คน’ของดอกเตอร์ แต่ชายหนุ่มกลับใช้ที่นี่เป็‘บ้าน’ ของตนเอง ไม่ใช่ห้องใหญ่ในตึกหรูนั่น
ดอกเตอร์โกรธเขาทุกครั้งที่คุยกันเื่นี้แต่เอริคก็ไม่นำพา มันคือความสุขที่เขาหาได้เพียงสิ่งเดียวบนเกาะ ความสุขที่ได้ใช้ชีวิตตามลำพัง ไม่รู้ไม่เห็นเื่ราวของตึกใหญ่เอริคจึงใช้ที่นี่เป็บ้าน เป็ที่กินที่นอนและเขาจะไปที่ตึกใหญ่นั่นเท่าที่จำเป็เท่านั้น แต่ถึงจะไปที่นั่นเมื่อเสร็จภารกิจที่ต้องจัดการ เอริคจะกลับมานอนบ้านของเขาทุกครั้งหลายปีที่ผ่านมา เขาไม่เคยไปนอนห้องของเขาที่ดอกเตอร์จัดไว้ให้อย่างสวยหรูบนตึกใหญ่ฝั่งโน้นเลย
“กรุ้ง…กริ้ง…” กระดิ่งส่งเสียงดังทุกครั้งที่ลมพัดผ่าน มันเหมือนเพื่อนสนิทช่วยคลายความเหงายามเมื่อความคิดของเขาเริ่มฟุ้งซ่านมันเหมือนเพื่อนคอยเตือนสติว่า เขาควรจะใช้ความรอบคอบทุกครั้ง ที่ความคิดของเขากำลังถูกมนตร์ดำแห่งความโกรธขึงเข้าครอบงำ
แม้จะช่วยงานดอกเตอร์แต่เขาก็กำลังหาวิธีหยุดงานของดอกเตอร์ วิธีที่จะใช้จะต้องแเีและไม่ทำให้น่าสงสัยเพราะไม่ใช่มีแต่ดอกเตอร์คนเดียวเท่านั้นที่เกี่ยวข้องกับเื่นี้ยังมีคนที่อยู่เื้ัอีกคน คนที่ ‘ร้าย’ ยิ่งกว่าดอกเตอร์หลายเท่า
เอริคนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์มองดูข้อมูลที่ลื่นไหลบนหน้าจอตู้กระจกสี่เหลี่ยม
ชายหนุ่มรู้สึกว่ามีความเคลื่อนไหวอยู่ข้างนอกเอริคเอี้ยวคอมองผ่านหน้าต่างที่อยู่ด้านหลังของคอมพิวเตอร์
เด็กหญิงตัวน้อยคนที่เจอน้ำใสเป็คนแรก วิ่งกระหืดกระหอบมาที่เรือนไทยเมื่อมาถึงตรงบันไดทางขึ้นเรือน หนูน้อยหยุดวิ่งก้มตัวกุมท้องหอบหายใจถี่เร็วด้วยความเหนื่อย ครั้นความเหนื่อยทุเลาลง หนูน้อยจึงร้องะโเสียงดังลั่นว่า
“พี่เอริค พี่เอริค”
“อ้าว อ้อ มีอะไรเหรอ” เอริคถามเด็กหญิงตัวน้อยขณะที่เขากำลังก้าวลงบันไดเพื่อมาคุยด้วย
“ใครก็ไม่รู้ มานอนสลบอยู่ตรงชายหาดเมื่อเช้านี้” หนูน้อยหายใจฟืดฟาดเสียงขึ้นจมูกเพราะยังเหนื่อยอยู่
“หะ… อ้อว่าอะไรนะ ใครทำไม” เอริคถามย้ำเพื่อให้มั่นใจว่าเด็กไม่ได้ล้อเล่น
“ใครก็ไม่รู้ค่ะพี่เอริค หนูเจอเมื่อเช้านี้ นอนสลบอยู่ตรงชายหาดฝั่งโน้นนะ”หนูน้อยชี้มือบอกทิศทาง
“ผู้ชายหรือผู้หญิง”
“ผู้หญิงค่ะ ตัวขาว ผมยาว แต่ตัวเลอะเทอะไปหมด แล้วก็…” หนูน้อยหยุดหายใจนิดหน่อย ก่อนบอกต่อว่า
“หนูเห็นมีเืออกด้วยค่ะ”
“แล้วตอนนี้อยู่ที่ไหน”
“อยู่ที่บ้านหนูค่ะ พี่แก้วเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อให้แล้วแต่ยังไม่ฟื้นเลย”
“พาพี่ไปดูเร็ว” เอริคสั่งพร้อมกับวิ่งนำหน้าเด็กหญิงตัวน้อย
เอริคกับเด็กอ้อวิ่งมาจนถึงกระท่อมของเด็กน้อยชายหนุ่มผลักประตู มองลึกเข้าไปด้านในตรงเตียงไม้ไผ่มีร่างบางของหญิงสาวคนหนึ่งนอนหลับตาพริ้ม หญิงสาวตรงหน้าอยู่ในชุดของคนที่นี่เอริคสาวเท้าช้า ๆ เดินเข้าไปใกล้ ๆ แวบแรกที่เห็นแม้ดวงหน้านั้นจะซีดขาวและมีรอยช้ำเป็จ้ำบางจุด หากแต่ก็ชวนมอง
เครื่องหน้าเ้าหล่อนรับกันไปซะทุกส่วนคิ้วบางคู่นั้นโก่งสวยพองาม เส้นขนเรียงเป็ระเบียบตามธรรมชาติ จมูกสวยได้รูปแต่ไม่โด่งมากแบบสาวเอเชียทั่วไป ริมฝีปากอวบอิ่ม ผมยาวดำขลับเป็มันวาวชวนมอง
นี่ถ้าหล่อนลืมตาใบหน้าหล่อนจะน่าดูซักแค่ไหนนะ