ตอนที่ 18 อ้างผีสาง (2)
“ท่านย่า ท่านแม่ อย่าฟังนางเด็กนี่พูดจาเหลวไหล” อันหยวนเฟิงอย่างไรก็ได้ศึกษาตำรามาบ้าง ทั้งเห็นพวกอันเสี่ยวเย่ว์ซื้อข้าวของในเมืองตั้งมากมาย ย่อมรู้ว่านางพูดโกหก
“พี่หยวนเฟิง หากท่านไม่เชื่อ กรรมสนองเสียชื่อเสียงแล้วอย่ามาโทษข้าล่ะ!” อันเสี่ยวเย่ว์เตือนสติอันหยวนเฟิงว่าอย่าได้ปากมาก
อันหยวนเฟิงมีชนักติดหลังอยู่ ได้แต่ถอนใจ ไม่พูดอะไรอีก
เสิ่นซื่อกลับดวงตาเป็นประกาย “ท่านแม่ เรื่องนี้ยอมเชื่อไว้ก่อนดีกว่านะเจ้าคะ!”
“เสี่ยวเย่ว์ ท่านนักพรตผู้เฒ่านั่นเล่า” เสิ่นซื่อรีบถาม “เขาได้บอกหรือไม่ว่าพี่เจ้าสอบติดได้ที่เท่าไร ได้เป็นขุนนางอะไร”
“ข้าถามเขาแล้วว่า บ้านเราจะได้ดิบได้ดีอะไรบ้าง ท่านนักพรตแค่ยิ้มแล้วบอกว่า ‘เรื่องของสวรรค์ไม่อาจเปิดเผย’ จากนั้นก็สลายกลายเป็นควันหายไปเลย” อันเสี่ยวเย่ว์พูดออกท่าทางเกินจริงไปมาก “หากท่านย่ายังคิดอยากได้เครื่องประดับนั่นอยู่ อันที่จริงไปงมดูในน้ำ ไม่แน่ว่าจะแย่งของจากมือเทพวารีมาได้!”
“งมไม่ได้!” หม่าซื่อร้อนใจขึ้นมาฉับพลัน “จะไปแย่งของกับเทพวารีได้อย่างไรกัน นั่นมันของเซ่นไปแล้ว”
“ท่านย่า ท่านไม่ตีข้าแล้วหรือ” อันเสี่ยวเย่ว์แกล้งถาม
“นับว่าเจ้าโชคดี ยังไม่ไสหัวไปผ่าฟืนอีก มายืนอยู่แถวนี้ทำไม อู้งานหรือ” หม่าซื่อตวาด เรื่องนี้นับว่าจบได้แล้ว
อันเสี่ยวเย่ว์เดินไปผ่าฟืนที่ลานหลังบ้าน พวกเด็กๆ ก็ตามไปด้วย
“เสี่ยวเย่ว์ แค่นี้ก็รอดตัวได้จริงๆ หรือ” อันเสี่ยวเหมยถาม
“พี่หญิงเสี่ยวเหมย ท่านไม่ได้ยินหรือว่าท่านย่าบอกว่าของพวกนั้นห้ามลงไปงม” อันเสี่ยวเย่ว์ยักคิ้วแล้วยิ้มออกมา “ข้ากล้ารับประกันเลยว่า ตอนนี้นางไม่เพียงไม่โมโหเสียดายของแล้ว ยังอารมณ์ดีมากอีกด้วย!”
“แต่ว่า ถ้าเผื่อปีหน้าพี่หยวนเฟิงสอบไม่ติดจอหงวนจะทำอย่างไร” อันเสี่ยวหลีนึกไปถึงเรื่องในปีหน้าแล้ว
“นั่นก็ไว้ถึงปีหน้าค่อยว่ากันสิ” อันเสี่ยวเย่ว์ตบบ่าอันเสี่ยวหลี “ดังนั้น ยังไงก็ต้องแยกบ้าน พอแยกบ้านแล้ว ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับพวกเราอีก นอกจากนี้ เรายังมีเวลาอีกทั้งปีนะ! ไม่ต้องกลัวหรอก!”
“พี่หญิงรอง ท่านเก่งจัง!” อันหยวนเซิงคว้ามืออันเสี่ยวเย่ว์ไว้ “พวกเราไปเอาของที่บ้านเจ้าของที่ดินเกาได้เมื่อไร ข้ากลัวว่าหม่านไฉจะเล่นกระบี่ไม้ของข้าพังก่อน”
“รอให้ฟ้ามืดก่อน ข้ากับพี่หญิงเสี่ยวเหมยจะไปเอง” อันเสี่ยวเย่ว์ลูบผมลานบินของอันหยวนเซิง “มีพี่หญิงรองอยู่ ไม่ต้องห่วง”
อันหยวนเฟิงคิดไม่ถึงว่าคำพูดเหลวไหลของอันเสี่ยวเย่ว์จะทำให้นางรอดพ้นจากการถูกตีไปได้ เขาอยากฉีกหน้ากากอันเสี่ยวเย่ว์ แต่ก็กลัวว่าอันเสี่ยวเย่ว์จะปูดเรื่องของเขาออกมา เขาจึงหาข้ออ้างมาที่ลานหลังบ้านตามลำพัง
“เก่งนักนะอันเสี่ยวเย่ว์ ถึงกับอ้างคำพูดผีสางมาหลอกท่านย่า” อันหยวนเฟิงถลึงตาใส่อันเสี่ยวเย่ว์
“พี่หยวนเฟิง ข้าบอกเช่นนี้ ท่านย่าก็ยิ่งรู้สึกว่าท่านเป็นความหวังของบ้าน ท่านไปขอเงินก็ยิ่งง่ายขึ้นอีก นี่ข้าช่วยท่านหรอกนะ! ท่านไม่ขอบคุณข้า เหตุใดยังจ้องข้าเช่นนี้อีก” อันเสี่ยวเย่ว์มองดูใบหน้าดำคล้ำที่เครียดยิ่งกว่าท่านเปา[1]ของอันหยวนเฟิง “หากท่านอยากได้เงิน ก็ยอมรับความหวังดีของข้าเสียเถอะ! ท่านเป็นซิ่วไฉ เป็นคนฉลาด ข้าว่าท่านคงไม่คิดทำลายตัวเองแน่”
“อันเสี่ยวเย่ว์ คอยดูกันต่อไปเถอะ” อันหยวนเฟิงหมุนกายจากไป
เขารู้ว่าข้าวของที่พวกอันเสี่ยวเย่ว์ซื้อมาต้องฝากไว้ที่บ้านเจ้าของที่ดินเกา พอฟ้ามืดย่อมต้องไปเอาของ เขาเปิดเผยเรื่องของอันเสี่ยวเย่ว์ไม่ได้ แต่สามารถใช้อันหยวนซิ่งกับอันหยวนวั่งได้ ไม่ว่าอย่างไรเขาจะไม่ให้อันเสี่ยวเย่ว์รอดตัวไปอย่างง่ายดายแน่
เชิงอรรถ
^ หมายถึง เปาบุ้นจิ้น