ณ ห้องพัก วิหารพระแม่ธรณีเวลากลางคืน
แกลสนอนอยู่ที่เตียงของเขา นอนเอาขาไขว่ห้างเอามือทั้งสองข้างหนุนหัวและผิวปากอย่างสบายใจ
เขาเป็ชายหนุ่มรูปงาม หน้าตาหล่าเหลามีผมสีดำเข้มไม่ยาวมาก และยังมีดวงตาที่เป็เอกลักษณ์
ตาชั้นนอกจะเป็สีเขียวมะนาว ตาชั้นในจะเป็สีแดงก่ำจนดูน่ากลัว เขามีรูปร่างมีลักษณ์เหมือนกับ
นักสู้ร่างกายสมบูรณ์ผิวชาวซีด ตามตัวมีผ้าพันแผลพันรอบๆไม่มากนัก
แกลส เฟอริออส
ตัวละครหลัก, อัศวินเดนตาย, ออร่าสีแดงฉาน
ผมนอนมองเพดานนึกอยู่ในหัวว่าอีไรอาสพี่น้องร่วมสาบานของผมกำลังทำอะไรอยู่
จนกระทั้งผมเหลือบไปเห็นที่นอกหน้าต่างว่ามีคนมายืนถือตะเกียง
อยู่ที่นอกประตูรั้วทางเข้าหลักของวิหาร ในเวลาดึกอย่างนี้จะมาทำอะไรที่วิหาร? ผมได้แต่นึกคิดและอดสงสัยไม่ได้
ผมจึงถือวิสาสะแอบออกไปดูโดยที่ไม่ได้หยิบยุทโทปกรณ์ของผมไปเลย
พอผมไปถึงหน้าประตูรั้ว ผมก็ได้พบกับผูหญิงคนหนึ่ง เธอใส่ชุดแขนยาวกับกางเกงขายาวและใส่ผ้าคลุม
ปิดใบหน้าที่เอวของเธอยังคาดดาบเรเปียร์เล่มงามไว้ ในจังหวะที่ผมจะเดินเข้าไปใกล้กว่านี้
เธอก็พูดสวนขึ้นมา ผมใมากและหยุดเมื้อได้ยินสิ่งที่เธอพูดออกมา
"เจอตัวจนได้ กลาซาเลีย เฟอริออส"
ผมใอย่างมากที่เธอรู้ชื่อเต็มของผม ผมพยายามนึกอย่างฉับพลันว่ามีใครที่รู้ชื่อเต็มๆ
ของผมนอกจากอีไรอาส แม่ และก็...
จากนั้นไม่นานเธอก็ถอดผ้าคลุมหัวออก ผมถึงกับกระจ่างเลยทีเดียวเลยที่ได้เห็นใบหน้าของเธอ
เฟรย่า เฟอริออส
พี่สาว, ไซโคลนแห่งชัยชนะ, ออร่าสีแสด
พี่สาวผมเอง เธอมีผิวขาวนวลมีผมสีบลอนด์เทามัดผมหางม้ายาวดวงตาก็เป็สีเดียวกับเส้นผมของเธอ
ถึงแม้เธออาจจะดูเหมือนคนเ็าแต่จริงๆแล้วเธอกลับชอบอะไรเหมือนผู้หญิงปกติจนหน้าแปลกใจ
แต่ส่วนมากเธอมักจะแต่งตัวเหมือนผู้ชาย
ทั้งสวยทั้งใจดีและพร้อมที่จะให้อภัยผู้อื่นเสมอไม่ว่าเขาจะทำเื่เลวร้ายขนานไหน
และที่สำคัญ เธอเป็เพียงไม่กี่คนที่สามารถเอาชนะผมได้อย่างง่ายดายด้วยเรเปียร์
ของเธอ ถือได้ว่าเป็หญิงในฝันของชายหลายคน แต่เธอไม่ได้สนแค่เพศตรงข้ามนะสิ
เธอยิ้มออกมาเล็กน้อยให้ผมที่ยืนถึงบางอ้ออยู่
"ร้อยวันพันปีแกจะถอดหมวกออกมาเดินข้างนอกนะเนี้ย"
เธอพูดออกมา ผมจึงส่งยิ้มไปเล็กน้อยและตอบกลับ
"หิ ก็ผมโดนสั่งห้ามไปทำเควสนีหน่า"
"ชั่งเถอะ มีเื่สำคัญกว่านี้จะมาบอก"
เธอพูดขึ้นจึงทำให้ผมสงสัยมากว่าเื่นั้นจะเป็เื่อะไร และทำไมเธอถึงมาที่นี้ รู้ได้ยังไงว่าเป็ที่นี้
ความคิดในหัวของผมนั้นเต็มไปหมดจนทำให้สับสน
"ทางรัฐบาล้าตัวนายกลับนะสิ และถ้านายไม่กลับอย่างน้อยนายก็ต้องโดนจัดไปเป็นักผจญภัยระดับทอง
ทำงานให้กับทางรัฐอยู่ดี"
เื่ที่เธอบอกนั้นทำให้ผมใเป็อย่างมาก ผมนึกอะไรไม่ออกไปแปปหนึ่ง หลังจากนั้นก็ตั้งสติ
และตอบกลับไปอย่างชัดเจน
"ไม่มีทาง หลังจากที่พวกบ้านั้นทำกับจักรวรรดิศักดิ์สิทธิ์และ Rising Queen เนี้ยนะ
มันคงคิดว่าผมจะกลับไปง่ายขนาดนั้นเลยหรอ..."
ผมตอบไปอย่างใจเย็น และสังเกตุเห็นอะไรบางอย่างผิดปกติ ผมกวาดสายตาไปรอบๆ
แต่พอละสายตาพี่ไปแว้บเดียวก็มีชายแปลกหน้าเอามีมาแทงข้างหลังผม ความเ็ปนั้นชั่งทรมาน
เพราะไม่ได้ใส่แหวนแห่งพลังชีวิต ผมเริ่มหน้ามืดและทรุดตัวลงนั่งเข่า ผมจึงใช้มือข้างขวายันพื้นไว้ไม่ให้ล้ม
ไม่...
ไม่ได้สิ...
จะมาตายเพราะง่ายๆแบบนี้ไม่ได้
หน้า... มืดไปหมด
คิดไม่ออก...
แกลสพยายามลุกขึ้นขณะที่เข้าลุกขึ้นนั้นก็มีออร่าสีแดงไหลทะลักออกจากตัวมาเป็จำนวนมาก
เขาลุกขึ้นยืนและดึงมีดออกจากหลัง แต่เืก็ไม่ไหลออกมา แผลก็ไม่มีด้วยเช่นกัน
"สายเืจงหลังไหล คมดาบจงปลิวไสว Undying!! "
หนึ่งในความสามารถพิเศษของออร่าสีแดงของแกลส เวทย์นี้จะใช้ได้ก็ต่อเมื้อผู้ร่ายอยู่ในสถานะปางตาย
เวทย์รักษาที่สามารถใช้ได้ครั้งเดียวต่อสัปดาห์ และเมื้อใช้ไปแล้วจะไม่สามารถใช้เวทย์รักษาได้ต่อจากนั้น
เป็เวลาสี่ชั่วโมง
พอลุกขึ้นเสร็จแกลสก็ปามีดที่ดึงออกมาใส่ท้องของชายคนนั้นด้วยความเร็ว
แต่แค่นั้นยังไม่พอที่จะฆ่าเขาจึงวิ่งเข้าไปและแทงเข่าใส่ด้ามมีด มีดจึงแทงเข้าไปมิดด้าม ชายคนนั้นกระเด็นออกไป
ด้วยความรุนแรงในการแทงเข่าของแกลส และนอนทุรนทุรายร้องเสียงหลงด้วยความเ็ปอยู่พักหนึ่ง
และแน่นิ่งไปในที่สุด แกลสจึงเดินเข้าไปนั่งลงดูศพอยู่ซักแปป
ผมรู้สึกแปลกๆยังไงไม่รู้สิ ตายเร็วไปจนผิดสังเกตผมจึงเอานิ้วโป้งจ้วงเข้าไปที่แผลและก็ บิงโก
มันร้องออกมาด้วยความเ็ป จังหวะนั้นพี่เฟรก็มายืนค้ำหัวผมตอนไหนไม่รู้ เธอข้ามรั้วมาตอนไหนผมไม่รู้
เลยด้วยซ้ำ เธอนั่งลงข้างๆผมและวางตะเกียงไว้ข้างๆตัวเอง
"เยี่ยมมากไอน้องชายบ้าพลัง ทีนี้ฉันก็ไม่โดนจับตาดูละ"
เธอพูดออกมาอย่างโล่งใจ นั้นจึงทำให้ผมเข้าใจแล้วว่าเธอถูกสะกดรอยตามจับตาดูอยู่ตลอดแน่นอน
แต่นั้นก็ยังไม่คลี่คลายความสงสัย ผมหันไปมองหน้าพี่เฟร เธอทำสีหน้าตึงเครียดและพยักหน้าให้ผม
ผมหันกลับไปที่ชายแปลกหน้าและเอานิ้วโป้งทิ่มไปอีกทีก่อนที่จะถามออกไป
"พวกแกจะเอาฉันไปทำอะไรอีกละหึ"
"อ่าาา! นี้แกไม่สงสัยเลยหรอว่าทำไมคนในวิหารถึงเงียบ"
มันพูดขึ้นและทำให้ผมฉุกคิด ผมรีบลุกและวิ่งเข้าไปในวิหาร และวิ่งะโปีนขึ้นไปที่ห้องของ ผมใส่ชุดเกราะ
อย่างเร่งรีบและกระแทกประตูออกไป ตามทางเดินในวิหารกลับมีเืนองเต็มพื้น
ผมค่อยๆย่องไปตามทางเดิน กลิ่นคาวเื.. กลิ่นที่คุ้นเคยฟุ้งเต็มวิหารไปหมดศพตามห้อง
และทางเดินถูกชีกเป็ชิ้นๆ อะไรกัน? ไม่น่าจะใช่คนแน่นอน ถ้าใช่ก็นักฆ่าฟีมือระดับต้นๆ ไม่มีความรู้
สึกต่อเป้าหมาย ลงมือได้อย่างเงียบกรีบ ฆ่าได้แม้กระทั่งนักบวช ไม่รู้สิแต่ตอนนี้ต้องหาตัวการก่อน
ผมย่องไปเรื่อยๆแบบเงียบๆ จนไปถึงโถงใหญ่อันโล่งกว่าง ตรงสุดของห้องโถงนั้นมีรูปปั่น
พระแม่แห่งธรณีขนาดใหญ่ไม่มากแค่พอดีกับโถง ที่นั้นยังมีศพนักบวชอยู่อีก ผมรีบเดินเข้าไปดู
และก็ได้เห็นเด็กหนุ่มคนหนึ่ง กำลังนั่งกดแผลที่ท้องของนักบวชหญิงที่ทำแผลให้ผม อยู่ที่หน้ารูปปั่นพอดี
ผมจึงรีบวิ่งเข้าไป และเอายาที่แอบจิกมาจาก Rising Queen ให้เธอดื่ม
แต่จู่ๆก็มีชายในชุดเกราะดำปกปิดใบหน้า ะโลงมาจากเสาค้ำโถงและใช้ใบมีดขนาดกลางที่
ติดแขนขวาจะแทง แต่แกลสควักดาบและกันการโจมตีและปัดตัวชายคนนั้นกระเดนไปกลางโถง
แต่เขาก็ทรงตัวยื่นขึ้นได้แบบง่ายๆ
ชายคนนั้นใส่ชุดเกราะหนังที่เสริมด้วยแผ่นเหล็กบางๆสีดำคอบแดงทำให้มีเกรา่ะป้องกันในระดับหนึ่ง
และสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างพลิ้วไหว เขาสวมหน้ากากที่ตรงลูกตาใช้ผ้าิญญาสีข้าวถักปิดไว้ไม่ให้เห็น
ผ้าิญญานั้นเป็ผ้าที่อัดิญญาของสิ่งมีชีวิตต่างๆไว้ในเนื้อผ้าจนเรืองแสงอ่อนๆด้วยเวทย์มนต์ ความสามารถนั้นขึ้นอยู่กับิญญาของ
สิ่งนั้นๆ ในกรณีนี้ผมเดาว่ามันน่าจะเป็ิญญาของอันเดธที่มีความสามารถในการหาสิ่งมีชึวิตรอบข้าง เพราะนั้นจะ
ทำให้การหาเป้าหมายได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้บนหน้ากากของเขายังถักรอยยิ้มที่ถักด้วยผ้าิญญาสีขาวฉีกปจนเกิบถึงใบหู
และที่เห็นได้ชัดที่สุดก็คือใบมีดติดแขนอันขนาดกลางที่เปื่อนเื ไม่ต้องเดาเลยว่าเป็ฝีมือเ้าหมอนี้แน่นอน
โดยรวมดูแล้วน่าจะเป็นักฆ่ามืออาชีพที่ถ้าเทียบเป็ระดับนักผจญภัยแล้วก็น่าจะอยู่ในระดับทอง
"เข้ามาสิ มาลองกันซักตั้ง"
พอเขาพูดขึ้น เสียงอันหน้าสะพรึงของเขาก็ทำให้ผมนึกขึ้นได้ว่าคนคนนั้นเป็ใคร ผมสั่งให้เด็กหนุ่มพานักบวชออกไป
เขาตั้งท่าเตรียมพร้อมต่อสู้ ผมก็เช่นกัน
"เข้ามาเลย ควินเลน!!"
VS ควินเลน ซีเอโว
ออร่าสีดำ, ความแค้นอันไร้สิ้นสุด, หัวหน้ากลุ่มก่อการร้าย กุหลาบทมิฬ
