สายลมยามค่ำคืนพัดพากลิ่นคาวเืเจือจางหายไป ทิ้งไว้เพียงศพของมารสกัดโลหิตที่นอนตาเหลือก ขาทั้งสองข้างยังคงหนีบเข้าหากันแน่นด้วยความเ็ปที่ฝังลึกไปถึงิญญา
ต้าหนิวค่อยๆ คลานเข้าไปใกล้ศพอย่างกล้าๆ กลัวๆ เขามองดูผลงาน 'ตะปูเจ็ดดาวสะท้านภพ' ของตนเองแล้วถึงกับกลืนน้ำลายเอื๊อก พลางยกมือขึ้นกุมเป้ากางเกงตัวเองโดยอัตโนมัติ
"ส...สวี่อัน ข้าฆ่าผู้ฝึกตนสายมารจริงๆ หรือเนี่ย?" มือปราบร่างั์ในชุดกระโปรงสีชมพูขาดวิ่นถามเสียงสั่น
"แน่นอนพี่ชาย! ท่วงท่าการแทงทะลวงอเวจีของท่านช่างงดงามและเด็ดขาดยิ่งนัก!" สวี่อันยกนิ้วโป้งให้ "คราวนี้ตำแหน่งรองหัวหน้ามือปราบไม่หนีไปไหนแน่ ท่านแบกศพเ้านี่กลับไปรายงานท่านนายอำเภอเถอะ ส่วนข้า... ขอตรวจดูความเรียบร้อยแถวนี้อีกสักหน่อย"
พูดจบ สวี่อันก็ไม่รอช้า พุ่งเข้าไป 'ทำความสะอาด' ศพของมารสกัดโลหิตอย่างมืออาชีพ (ในฐานะสัปเหร่อ การค้นศพถือเป็ทักษะพื้นฐาน!)
มือเรียวของเขาล้วงเข้าไปในอกเสื้อของศพอย่างรวดเร็วและแม่นยำ สิ่งแรกที่คว้าออกมาได้คือถุงผ้าไหมปักดิ้นทอง น้ำหนักของมันทำให้ดวงตาของสวี่อันเปล่งประกาย... กริ๊ง... เสียงโลหะกระทบกันไพเราะเสนาะหู
เมื่อเปิดดูด้านในก็พบกับตั๋วเงินมูลค่าถึง 'ห้าสิบตำลึง' และเศษเงินก้อนอีกจำนวนหนึ่ง! "รวยแล้วโว้ย! พวกนิกายมารนี่มันอู้ฟู่จริงๆ!" สวี่อันแทบจะหลั่งน้ำตา
นอกจากเงินแล้ว เขายังคลำเจอ 'ม้วนคัมภีร์ไม้ไผ่' เก่าๆ อีกหนึ่งม้วน สวี่อันรีบยัดทุกอย่างใส่ย่ามของตนเองอย่างแเี ก่อนจะหันไปยิ้มแฉ่งให้ต้าหนิวที่กำลังแบกศพขึ้นบ่าอย่างทุลักทุเล
"พี่ต้าหนิว ข้าเจอแค่ป้ายหยกสีดำนี่ชิ้นเดียว ท่านเอาไปเป็หลักฐานยืนยันความดีความชอบด้วยนะ!" สวี่อันโยนป้ายนิกายบัวโลหิตให้
"ขอบใจเ้ามากน้องรัก! คืนนี้เ้ากลับไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้ข้าจะเลี้ยงสุราเ้าชุดใหญ่!" ต้าหนิวรับป้ายไป ยิ้มกว้างจนเห็นฟันครบทุกซี่ แล้วรีบแบกศพวิ่งกลับที่ว่าการอำเภอไปอย่างเริงร่า
เมื่อลับร่างของมือปราบ สวี่อันก็กลับมายังห้องพักซอมซ่อของตน ร่มกระดาษน้ำมันสีแดงสั่นกึกๆ ก่อนที่ไป๋ลู่จะลอยออกมา นางกอดอกปรายตามองสวี่อันด้วยสายตาจับผิด
"หน้าเนื้อใจเสือ หลอกใช้เพื่อนแถมยังฮุบสมบัติไว้คนเดียว สัปเหร่ออย่างเ้านี่มันเลวได้ใจข้าจริงๆ" ไป๋ลู่แค่นเสียง
"เอาน่าๆ ข้าเป็คนวางแผนทั้งหมดนะ ส่วนพี่ต้าหนิวก็ได้ผลงานเลื่อนขั้นไป วิน-วินทั้งคู่!" สวี่อันหัวเราะร่วน หยิบตั๋วเงินออกมาหอมฟอดใหญ่ "พรุ่งนี้ข้าจะไปเหมาธูปหอมิญญาจันทรามาให้เ้าสักห้าสิบกำเลยเป็ไง!"
"หึ... หวังว่าเ้าจะมีชีวิตอยู่จุดธูปให้ข้าได้นานๆ ก็แล้วกัน" ผีสาวชุดแดงหรี่ตาลง มองไปที่คัมภีร์ไม้ไผ่ "นิกายบัวโลหิตไม่ใช่พวกที่จะยอมเลิกราง่ายๆ การที่เ้าฆ่าคนของมัน เท่ากับกระตุกหนวดเสือ ต่อให้อายุขัยเ้าเพิ่มขึ้นเป็ปี แต่ถ้าโดนพวกมันตามล่า สิบปีก็ไม่พอให้รอดหรอก"
คำพูดของไป๋ลู่ราวกับน้ำเย็นสาดเข้าหน้า สวี่อันชะงักไป นั่นสิ! ตอนนี้เขามีอายุขัยหนึ่งปีเต็มแล้ว ปัญหาเื่ความตายกะทันหันหมดไป แต่ปัญหาเื่ความอ่อนแอยังอยู่! เขายังเป็แค่คนธรรมดาที่ต้องพึ่งพามุกตลก ยันต์ราคาถูก และิญญาผีสาวในการเอาชีวิตรอด
"ข้าต้องแข็งแกร่งขึ้น..." สวี่อันพึมพำ เขาหยิบคัมภีร์ไม้ไผ่ที่ยึดมาได้ขึ้นมาเปิดดู
ตัวอักษรสีแดงเข้มถูกสลักไว้บนซีกไผ่ หน้าแรกเขียนไว้ว่า [เคล็ดวิชาโคจรโลหิตกลืนิญญา]
"วิชามาร..." สวี่อันขมวดคิ้ว "ถ้าข้าฝึกวิชานี้ ข้าคงต้องไปตามควักหัวใจคนอื่นเหมือนไอ้มารนั่นแน่ๆ ขืนทำแบบนั้น ไม่โดนทางการตามล่า ก็คงโดน์ผ่าตาย"
เขาโยนคัมภีร์ลงบนโต๊ะอย่างผิดหวัง แต่ในจังหวะนั้นเอง ปรากฏการณ์ประหลาดก็เกิดขึ้น!
ละอองแสงสีทอง (ความขอบคุณ) ที่หลอมรวมอยู่ในตัวสวี่อัน จู่ๆ ก็ตอบสนองต่อไอหยินชั่วร้ายในคัมภีร์ไม้ไผ่ แสงสีทองสว่างวาบพุ่งออกจากฝ่ามือของเขา อาบชโลมไปทั่วทั้งม้วนคัมภีร์!
ฉ่าาา...
เสียงคล้ายน้ำเดือดดังขึ้น ไอหมอกสีดำอมแดงระเหยออกจากม้วนไผ่ ตัวอักษรสีเืที่เคยสลักไว้ค่อยๆ เลือนหายไป ราวกับถูกพลังแห่งความดีงามชำระล้างจนหมดสิ้น!
และเมื่อแสงสีทองจางลง ซีกไผ่ที่เคยดำคล้ำกลับกลายเป็สีหยกขาวบริสุทธิ์ ตัวอักษรสีทองอร่ามปรากฏขึ้นมาใหม่!
[บันทึกเต๋าแท้จริง: เคล็ดชำระล้างลมปราณขั้นต้น]
"นี่มัน..." สวี่อันเบิกตาโพลง "ระบบฟอกขาวงั้นรึ! พลังแสงสีทองที่ได้จากการช่วยเหลือคนตาย สามารถนำมาชำระล้างวิชามารให้กลายเป็วิชาเต๋าที่บริสุทธิ์ได้!"
ไป๋ลู่ที่ลอยอยู่ใกล้ๆ ถึงกับตะลึง "พลังพุทธาปาฏิหาริย์? ไม่ใช่สิ... นี่มันพลังบุญกุศลที่บริสุทธิ์ยิ่งกว่า... เ้าสัปเหร่อ เ้าไปเอาพลังระดับนี้มาจากไหนกัน?"
สวี่อันไม่ตอบ เขาหัวเราะลั่นอย่างบ้าคลั่ง "ฮ่าๆๆ! ์มีตา! ข้าไม่ต้องไปหาซื้อคัมภีร์แพงๆ แล้ว!"
ไม่รอช้า สวี่อันนั่งขัดสมาธิลงบนเตียง เริ่มทำตามเคล็ดวิชาบนม้วนไผ่หยกทันที พลังงานฟ้าดินรอบตัวค่อยๆ ถูกสูบเข้ามาในร่าง ไหลเวียนไปตามเส้นลมปราณ แม้จะยังอ่อนด้อย แต่ก็ถือว่าเขาก้าวเท้าเข้าสู่เส้นทาง 'ผู้ฝึกตนขั้นหลอมปราณระดับที่ 1' อย่างเป็ทางการแล้ว!
...
เช้าวันต่อมา ณ ที่ว่าการอำเภอเมืองผิงอัน
บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักและตึงเครียดในเวลาเดียวกัน ต้าหนิวได้รับการติดเข็มกลัด 'รองหัวหน้ามือปราบ' อย่างเป็ทางการ ท่ามกลางความชื่นชมของนายอำเภอหลิว แต่ทว่าสีหน้าของนายอำเภอกลับไม่ได้เบิกบานนัก
"ต้าหนิว... เ้าทำได้ดีมากที่สังหารมารสกัดโลหิตได้" นายอำเภอหลิวยกผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อ "แต่ป้ายหยกสีดำที่เ้าพบ... มันคือของนิกายบัวโลหิต เื่นี้ใหญ่เกินกว่าที่อำเภอเล็กๆ ของเราจะรับมือไหว ข้าได้ส่งนกพิราบสื่อสารไปแจ้งทางเมืองหลวงแล้ว"
ต้าหนิวที่กำลังยืดอกรับความดีความชอบถึงกับหน้าเจื่อน "ม...เมืองหลวงเลยหรือขอรับ?"
"ใช่... และทางนั้นตอบกลับมาแล้วว่า พวกเขาได้ส่งผู้ตรวจการจาก 'หน่วยศาลต้าหลี่ (หน่วยปราบปรามคดีลี้ลับ)' เดินทางมาถึงเมืองผิงอันในวันนี้ เพื่อตรวจสอบเื่นี้โดยเฉพาะ!"
พูดไม่ทันขาดคำ ประตูที่ว่าการอำเภอก็ถูกเปิดออกอย่างแรง
ปรากฏร่างของบุรุษหนุ่มชุดดำผู้หนึ่ง ก้าวเดินเข้ามาด้วยท่วงท่าสง่างามแฝงไปด้วยความกดดันอันมหาศาล บนอกเสื้อปักลาย 'กิเลนเหยียบเมฆ' สีเงิน สัญลักษณ์ของยอดฝีมือแห่งหน่วยศาลต้าหลี่! สายตาอันคมกริบราวกับใบดาบกวาดมองไปทั่วห้องโถง ก่อนจะหยุดลงที่ศพของมารสกัดโลหิต
"ข้าคือ 'ฉินอวี่' ผู้ตรวจการแห่งศาลต้าหลี่" น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบและทรงพลัง "ใครคือคนที่สังหารมารผู้นี้? ก้าวออกมา!"
ต้าหนิวตัวสั่นงันงก หันซ้ายหันขวาเตรียมจะโยนความดีความชอบ (และความซวย) กลับไปให้สวี่อัน แต่ทว่ามองไปรอบๆ กลับไม่พบแม้แต่เงาของสัปเหร่อหนุ่ม!
ในขณะเดียวกัน สวี่อันที่แอบดูสถานการณ์อยู่บนหลังคาที่ว่าการอำเภอ กำลังลูบคางอย่างใช้ความคิด
ผู้ตรวจการจากเมืองหลวงรึ... ท่าทางจะรวยแถมมีคดีใหญ่ๆ ให้ทำเพียบ...
"ไป๋ลู่" สวี่อันกระซิบกับร่มกระดาษน้ำมันข้างกาย "ข้าได้กลิ่น... กลิ่นของความกลัวก้อนใหญ่ กลิ่นของอายุขัย และกลิ่นของเงินตรา! ดูเหมือนพวกเราจะได้ 'เ้านายใหม่' ให้สูบเืสูบเนื้อแล้วล่ะ!"