พี่ศิลาเขามากับพรีน…
พรีนแทบไม่ปล่อยให้พี่ศิลาอยู่ห่างตัวเลย เธอคล้องแขนเขาไว้ตลอดเวลา เดี๋ยวก็นั่งบนตัก เดี๋ยวก็โน้มตัวไปหอมแก้มต่อหน้าคนทั้งโต๊ะ ราวกับ้าประกาศให้ทุกคนรู้ว่าพวกเขากำลังดูใจกัน ฉันได้แต่เบือนหน้าหนีมองไปทางอื่นในตอนที่โต๊ะข้าง ๆ ส่งเสียงล้อเลียนพวกเขา ช่างประเจิดประเจ้อเสียจริง
ที่น่าหงุดหงิดกว่านั้นก็คือ โต๊ะของพวกเราดันอยู่ติดกันนี่สิ ทำให้ฉันได้ยินทุกคำพูดที่พวกเขาคุยกัน ถึงแม้จะไม่อยากรับรู้อะไรเลยก็ตาม
“พี่ศิลาดื่มช้า ๆ สิคะ” เธอหยิบทิชชูเช็ดคราบเหล้าที่มุมปากเขา พี่ศิลามองพรีนก่อนจะให้เธอเช็ดโดยไม่ปัดมือทิ้ง
“ไปโต๊ะนั้นกับพรีนหน่อย” พี่ศิลาไม่ตอบ เขาลุกขึ้นแล้วเดินตามเธอไปอย่างว่าง่าย
เมื่อกลับมาที่โต๊ะพรีนก็นั่งเบียดจนแทบจะขึ้นไปคร่อมบนตักพี่ศิลาแล้วซบลงกับอกเขา จนเสียงเอ่ยแซวดังขึ้นมาเป็ระลอก
“หวานนะแก”
“อิจฉาจัง”
“อยากจะ แหมมมม”
พี่ศิลาไม่ได้ยิ้มแต่ก็ไม่ผลักออก คนอย่างเขาถ้ารำคาญขึ้นมาคงไม่ปล่อยให้ใครมาทำอะไรแบบนี้หรอก เขาคงชอบพรีนจริง ๆ แหละถึงได้ตามใจเธอขนาดนี้
ฉันคิดก่อนจะยกแก้วน้ำโค้กขึ้นจิบ แล้วนี่ฉันจะมัวมานั่งสนใจเขาทำไมกัน ตอนนี้ยัยบีกำลังรับบทหวานดูดดื่มอยู่กับหนึ่งจนใคร ๆ ก็อิจฉา ทำให้ยัยเตยอดไม่ได้ที่โมโหแฟนของเธอ และยัยบีกับเตยสองคนนั้นก็เขม่นกันไปมา
“แพรสวยมากครับวันนี้” คำชมจากตี๋ทำให้ได้สติก่อนจะเหลือบมองเขาแล้วยิ้มน้อย ๆ ให้ตามมารยาท
“แพรมีคนคุยไหมตอนนี้” ตี๋ถามขึ้นก่อนจะยื่นแก้วน้ำที่เติมแล้วมาให้ฉัน
“ก็มีคุย ๆ บ้างน่ะ” มีที่ไหนกันละ…แต่พอเห็นสายตาของตี๋ที่มองฉันั้แ่หัวจรดเท้าบ่อย ๆ ฉันจึงตอบเพื่อกันท่าเขาไว้ก่อน
“เหรอ แล้วแบบนี้เราพอจะเป็หนึ่งในนั้นบ้างได้ไหม” ตี๋จ้องมองฉันอย่างสื่อความหมาย
แต่ก่อนที่ฉันจะทันได้ตอบอะไร เพื่อนคนหนึ่งที่เมาก็เบียดมาชนฉัน จนทำให้ร่างฉันเซถลาเข้าไปจนเกือบชิดตี๋ ตี๋เอื้อมมือมาแตะเอวฉันไว้แล้วยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ นั่นทำให้ฉันรีบจะขยับตัวหนีแต่ทว่า
“แพร คนคุยเหรอหล่อจางงง” น้ำเสียงเนือย ๆ ของคนที่กำลังเมาหนักเบียดตัวเข้ามาชิดฉันกว่าเดิม ทำให้ฉันเซเข้าไปให้หาตี๋อย่างช่วยไม่ได้ แถมตอนนี้มือของตี๋ที่ขยับจากแตะกลายเป็โอบเอวฉัน
“ว๊ายย ตายแล้วเมาหนักเลยนะเนี่ย” แล้วยัยบีก็โผล่มาช่วยชีวิตฉันด้วยการโผล่เข้ามาแทรกตัวนั่งแทรกกลางระหว่างฉันกับตี๋ ก่อนจะดึงฉันออกไปทางด้านหลังเธออย่างแเี แล้วหันไปบอกพวกเพื่อน ๆ ของเธอ
“ไหวปะเนี่ย รีบไปพักก่อนป่าว เมาหนักแล้ว” แล้วเพื่อนของเธอก็รีบมาพาตัวออกไป ตี๋มองฉันอย่างเสียดาย ฉันถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกที่หลุดจากเขาได้สักที
“แกกับหนึ่งหวานชนะเลิศไปเลยนะ” ฉันกลับมานั่งที่เดิมก่อนจะเอ่ยแซวบี บีหัวเราะอย่างขวยเขินแล้วยกแก้วแอลกอฮอล์ขึ้นมาจิบ
“ก็นิดหนึ่งนาน ๆ ที ไปเต้นกันปะ ตรงนั้น” บีชี้ไปทางจุดตรงที่เพื่อน ๆ พากันไปยืนเต้นอย่างสนุกสนาน
วันนี้งานของพวกเราจ้างนักร้องพิเศษมาโดยเฉพาะ เพลงจึงเป็เพลงสำหรับเต้นอยู่แล้ว หนึ่งในกลุ่มนั้นมีพี่ศิลาที่ยืนอยู่ด้านหลังพรีน เขากำลังโอบเอวเธออยู่ เราสบตากันเพียงครู่เดียว ก่อนที่เขาจะละสายตาไปหาพรีนเหมือนเดิม
“แกพาหนึ่งไปเถอะ ฉันเต้นไม่ค่อยเก่งน่ะ”
“ก็แค่โยก ๆ เองป่ะแก ปะเราจะไปเฉิดฉายกัน” ยัยบีพูดแล้วดึงมือฉันไป ฉันหัวเราะออกมาเบา ๆ กับท่าทางตื่นเต้นของเธอ
“เดี๋ยวก่อนแก ขอสักแก้วสองแก้วก่อนไปจะได้สนุก” ยัยบีพูดก่อนจะหยุดเดิน เธอยกแก้วขึ้นดื่มจนหมด แล้วส่งแก้วอีกใบมาให้ฉัน
ฉันมองแก้วในมือคนตรงหน้าพลางคิดว่า ทุกคนกำลังสนุกกันหมด มีแต่ฉันที่เอาแต่นั่งคิดเื่ไร้สาระ แค่แก้วเดียวคงไม่เป็ไรหรอก ฉันรับแก้วจากมือยัยบีขึ้นมาดื่มรวดเดียวจนหมด
ไม่นานนักฉันก็รู้สึกว่าแอลกอฮอล์เริ่มออกฤทธิ์ ความตึงเครียดค่อย ๆ หายไป แม้จะยังไม่ถึงกับเมาแต่ก็รู้สึกมึน ๆ และตัวเบากว่าปกติ พอแอลกอฮอล์เริ่มออกฤทธิ์เต็มที่ฉันก็พบว่าทุกอย่างดูสนุกขึ้นมา ฉันรู้ตัวอีกทีเมื่อรับรู้ได้ถึงััที่หัวไหล่
“ตี๋กลัวแพรล้มน่ะ” เขาพูดแล้วส่งยิ้มหวานมาให้
“อ่อ ขอบคุณนะ” ฉันพูดแล้วดึงหัวไหล่ออกมือเขาอย่างแเี
“อ่าวแพร ไม่เจอกันนานเลยนะ” พรีนที่เดินควงแขนกับพี่ศิลาเอ่ยทักฉัน ไม่แปลกที่เธอจะเพิ่งเห็นฉัน เพราะั้แ่เดินเข้ามาเธอแทบไม่ละสายตาจากพี่ศิลาเลย
“อือ…พรีนสบายดีไหม” ฉันพูดแล้วยิ้มให้พรีน เธอมองฉันกับตี๋สลับไปมา ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างล้อเลียน แล้วตี๋ก็เลื่อนมือเข้ามาโอบไหล่ฉันอีกครั้ง
“พี่ศิลา…นี่แพรค่ะเพื่อนพรีน” ฉันเผลอช้อนสายตาขึ้นมองเขา สายตาคมทอดมองฉันแค่เสี้ยววินาที
“อือ” เขาพยักหน้ารับเพียงเล็กน้อย ก่อนจะยกแก้วขึ้นจิบอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อน ราวกับเราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
“ส่วนนี่…พี่ศิลา” พรีนยิ้มหวานพลางสอดแขนเข้าไปกอดแขนคนข้าง ๆ แน่นกว่าเดิม
“ไปชนแก้วกันแพร วันนี้ชุดแซ่บสุด ๆ ไปเลย มานั่งคุยกันก่อนสิ” เธอพูดยิ้ม ๆ พลางมองชุดฉันั้แ่หัวจรดเท้า
“มาด้วยกันสิ” พรีนหันไปพูดกับตี๋แล้วออกแรงดึงที่มือฉันแล้วพาไปที่โต๊ะ นั่นทำให้ฉันสะบัดแขนตี๋ออกอีกครั้งแล้วเดินตามพรีนไป
ฉันกับพรีนเราเคยสนิทสนมกันอยู่่หนึ่ง แต่พอแยกห้องกันไปเราก็ห่าง ๆ กันไปไม่ได้สนิทกันเหมือนเดิม
เมื่อถึงโต๊ะพรีนเธอนั่งแล้วดึงแขนพี่ศิลาลงมานั่งข้าง ๆ พี่ศิลานั่งไขว่ห้างก่อนจะเอามือพาดโซฟาหลังพรีน ฉันนั่งลงตรงข้ามกับพรีนส่วนตี๋ก็นั่งลงข้าง ๆ ฉัน
“พี่ศิลากินน้ำก่อน เต้นเหนื่อยพรีนป้อน” พรีนหยิบแก้วขึ้นมาป้อนเขา พี่ศิลาก้มหน้าดื่มน้ำโดยไม่พูดอะไร
ฉันละสายตาออกจากภาพตรงหน้า พลางหลุบมองแก้วในมือเงียบ ๆ ทั้งที่ในอกเหมือนมีอะไรมาบีบแน่นอย่างบอกไม่ถูก
ฉันเคยคิดว่าเขาเป็คนขี้รำคาญและไม่ชอบให้ใครวุ่นวายกับตัวเอง แต่วันนี้เขากลับยอมให้พรีนป้อนน้ำ ยอมให้เธอซบ ยอมให้เธอแตะตัวทุกอย่างโดยไม่ปฏิเสธ งั้นคนที่เขารำคาญ...คงเป็ฉันมาั้แ่แรกสินะ
“แพรเป็ไงมั้ง ดูเหมาะสมกันดีนะ” พรีนพูดอย่างล้อเลียน เธอมองไปทางตี๋ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ
“ก็สบายดี พรีนละ” ฉันเลี่ยงที่จะตอบคำถามของพรีน แต่ตี๋ดันเป็ตอบคำถามนั้นของพรีนขึ้นมา
“เหมาะสมใช่ไหมล่ะ เรากำลังทำคะแนนอยู่ แต่แพรไม่สนใจเราสักที” ฉันเหลือบไปมองตี๋อย่างตกตะลึง ไม่คิดว่าเขาจะพูดโต้ง ๆ ออกมาขนาดนี้
ตี๋พูดแล้วจ้องมองฉันอย่างรอคอยคำตอบ พี่ศิลาเหลือบมองฉันเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะหันไปจัดสายเดี่ยวชุดเดรสของพรีนที่เลื่อนต่ำลงให้อย่างเป็ธรรมชาติ ความรู้สึกหน่วงหนักในอกค่อย ๆ แผ่ซ่านจนหายใจไม่ค่อยทั่วท้อง
“ก็...ไว้เป็เื่ของอนาคตแล้วกัน” ฉันยกแก้วน้ำขึ้นจิบ แกล้งซ่อนความประหม่าเอาไว้ก่อนจะหัวเราะแห้ง ๆ
“ถ้าแพรใจอ่อนก็ดีสิ เราพยายามั้แ่เริ่มงานแล้ว” คำพูดของตี๋เรียกเสียงหัวเราะจากพรีนได้ทันที
หลังจากนั้นบทสนทนาส่วนใหญ่ก็กลายเป็การจับคู่ฉันกับตี๋ พรีนคอยชงไม่หยุด ส่วนตี๋ก็รับมุกทุกครั้งที่มีโอกาส เขาเริ่มขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้ จับแขนฉันบ้าง แตะไหล่บ้าง ราวกับเราสนิทกันมานานแล้ว
ฉันพยายามขยับตัวหลบอย่างแเี แต่ยิ่งหลบ เขาก็ยิ่งหาโอกาสเข้ามาใกล้ จนเริ่มรู้สึกอึดอัดจึงขอตัวไปเข้าห้องน้ำ
“เฮ้อ” ฉันถอนหายใจออกมาพลางสะบัดศีรษะช้า ๆ อยากกลับบ้านชะมัดเลย
หลังจากเรียกสติตัวเองได้ ฉันก็จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ ก่อนจะผลักประตูห้องน้ำออกไป ทันทีที่เงยหน้าขึ้น ฉันก็ชะงัก
ร่างสูงของพี่ศิลากำลังยืนพิงผนังอยู่ไม่ไกล บุหรี่ถูกคีบไว้ระหว่างปลายนิ้ว เขาพ่นควันสีขาวออกมาช้า ๆ ใบหน้าเรียบเฉยจนเดาอารมณ์ไม่ออก
“ไง” น้ำเสียงเ็าดังขึ้น ฉันทำเป็ไม่ได้ยินแล้วยังคงก้าวเดินต่อไป
“สนุกมากไหม” น้ำเสียงของเขายังคงราบเรียบ แต่ไม่รู้ทำไมฉันถึงรู้สึกว่า...ภายใต้ความเรียบนิ่งนั้นกำลังซ่อนความคุกรุ่นเอาไว้
“...” ฉันไม่คิดจะตอบ เดินตรงต่อไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง
ปึก!
ขายาว ๆ ของพี่ศิลายกขึ้นมาขวางทางฉันไว้
“จะไปไหน”