“คุณต้นรัก”
คาวีนั่งรออยู่ในรถครู่หนึ่งก็เห็นหญิงสาวเดินออกมาแต่ไม่ยักจะมาหาเขาที่รถทั้งที่รถของเขาก็จอดอยู่ตรงหน้าของเธอจึงเปิดประตูรถแล้วลงไปเรียกหญิงสาวเอาไว้
“คุณเรียกฉันว่าอะไรนะคะ”
พริกแกงกับต้นหลิวถึงกับชะงักการเดินเมื่อได้ยินใครบางคนเรียกชื่อต้นรักต้นหลิวหันมาถามชายหนุ่มที่กำลังเดินเข้ามาหาเธอด้วยความแปลกใจเธอไม่รู้ว่าผู้ชายตรงหน้าเธอรู้จักต้นรักได้อย่างไรแล้วเขาเป็ใคร
“คุณต้นรักไงครับเอามือถือไปให้พี่สาวคุณเรียบร้อยแล้วใช่มั้ยครับ”
คาวีถึงกับทำหน้างงที่จู่ๆหญิงสาวก็ทำเหมือนไม่รู้จักเขาเสียแบบนั้นพร้อมถามถึงธุระที่หญิงสาวมาที่นี่อีกด้วย
“หืมมมม...”
ต้นหลิวหันไปมองหน้ากับพริกแกงด้วยความหวั่นใจหากต้นรักมากับผู้ชายคนนี้แล้วหากต้นรักเข้าไปด้านในแล้วเจอฝรั่งคนนั้นจะทำอย่างไร
“เกิดอะไรขึ้นหรอครับ”
คาวีรู้แล้วว่ามันต้องมีอะไรผิดปกติเป็แน่จึงถามทั้งสองสาวด้วยใบหน้าที่เป็กังวลพร้อมคิดในใจว่านี่อาจจะไม่ใช่ต้นรักแต่เป็พี่สาวของเธอแล้วต้นรักอยู่ที่ไหนกันตอนนี้
เมื่อถามไถ่ความจากสองสาวก็ได้คำตอบที่น่าปวดหัวกลับมาคาวียังไม่ได้กล่าวโทษอะไรใครตอนนี้แต่เขา้าให้หญิงสาวทั้งสองตามหาต้นรักให้กลับมาให้ได้ก่อนเพราะไม่รู้ว่าตอนนี้เธอจะเป็อย่างไรบ้าง
“นี่พวกคุณทำอะไรลงไปรู้ตัวหรือป่าว”
คาวีไม่คิดเลยว่าหญิงสาวนั้นจะใช้วิธีแบบนี้หาเงินถ้าเ้าทุกข์ไปแจ้งความจับเธอคงหมดโอกาสหาเงินไปอีกนานแถมเสียประวัติอีกด้วย
“ก็ฉันอยากได้เงินไปจ่ายค่ารักษาแม่ฉันนี่นา”
ต้นหลิวรู้ว่าวิธีที่เธอทำมันผิดแต่การหาเงินได้ไวๆเธอก็คิดได้แบบนี้หญิงสาวนั่งคอตกที่หาน้องเธอเท่าไรก็หาไม่เจอแถมผู้ชายคนที่เธอขโมยของมาก็หายไปด้วย
“เดี๋ยวผมจะไปขอคนที่ร้านดูกล้อง”
คาวีเห็นว่าคงเป็หนทางสุดท้ายที่เขาจะรู้ว่าต้นรักอยู่ที่ไหนคือขอดูกล้องวงจรของคลับนี้เขาเองก็พอจะมีเส้นสายที่สามารถเข้าถึงคลับนี้ได้อย่างง่ายดายอยู่บ้าง
“พวกเราไปด้วย”
ทั้งพริกแกงและต้นหลิวไม่อยากนั่งรอแบบไม่รู้อะไรหากชายหนุ่มจะไปขอดูกล้องพวกเธอก็จะไปด้วยตอนนี้พวกเธอไม่กลัวโดนดำเนินคดีอะไรแล้วขอแค่รู้ว่าต้นรักอยู่ที่ไหนก็พอ
“มันจับตัวต้นรักไปจริงๆด้วย”
พริกแกงแทบจะร้องให้ออกมาเมื่อเห็นภาพในกล้องวงจรปิด
“จะทำยังไงกันต่อดี”
ต้นหลิวหันไปถามหมอหนุ่มตอนนี้เธอไม่รู้ว่าจะช่วยน้องเธอยังไงแล้วผู้ชายคนนั้นจะจับตัวน้องสาวเธอไปไหนก็ไม่รู้
“ผมรู้ว่าคนๆนี้คือใครจะบอกอะไรให้ว่าคุณเล่นผิดคนแล้ว..แต่เอาเป็ว่าผมจะช่วยก็แล้วกัน”
คาวีถึงกับกุมขมับเขารู้ดีว่าผู้ชายคนนั้นเป็ใครไม่คิดว่าหญิงสาวจะซวยไปขโมยของผิดคนแบบนี้แต่ยังไงเขาก็ต้องช่วยเพราะหญิงสาวโดนจับตัวไปทั้งทีเป็แพะรับบาปให้คนเป็พี่สาว
คาวีพอจะรู้จักกับเบนจามินอยู่บ้างเพราะเมื่อก่อนพ่อของเขาเข้าไปรักษาคุณย่าของเบนจามินอยู่บ่อยๆ
เพนท์เฮ้าส์
ต้นรักฉุกคิดในหัวว่าเหตุใดผู้ชายคนนี้จึงมั่นใจเหลือเกินว่าเธอเป็ขโมยไม่แน่พี่สาวเธออาจจะทำอะไรแบบไม่คิดก็ได้หากเป็เช่นนั้นถ้าชายหนุ่มจะส่งเธอที่สถานีตำรวจเธอเองก็พร้อมจะยอมรับผิดทุกอย่าง
“คุณพาฉันมาที่ไหน”
“เพนท์เฮ้าส์”
“นี่คุณปล่อยฉันได้แล้วนะถ้าคุณคิดว่าฉันเป็ขโมยคุณก็ส่งฉันให้ตำรวจสิ”
ต้นรักเริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมาเรื่อยๆเพราะเขาลากเธอมายังเพนท์เฮ้าส์ของเขาแทนที่จะเป็สถานีตำรวจหากเขาคิดว่าเธอเป็ขโมย
“ไม่มีทางฉันอยากจะลงโทษเธอเองมากกว่า”
ไม่มีทางที่ชายหนุ่มจะทำอย่างนั้นเพราะเขาได้ลงโทษเธอเองมันจะสนุกกว่าจะได้สั่งสอนให้เข็ดหลาบและจะไม่ได้ไปทำแบบนี้กับใครอีกหน้าตาก็น่ารักแต่นิสัยเสียแบบนี้เขาไม่ใจดีกับเธอเป็แน่
“กระเป๋าเงินฉันอยู่ไหน”
เมื่อฉุดกระชากลากถูหญิงสาวมาถึงในห้องเขาก็สะบัดร่างบางเสียจนกระเด็นไปเกาะอยู่ที่โซฟาถามหากระเป๋าเงินของเขาทันที
“กระเป๋าอะไร”
ต้นรักไม่รู้ว่ากระเป๋าที่ชายหนุ่มถามหามันคือกระเป๋าอะไรเธอไม่ได้เอาของเขาไปจึงไม่รู้ว่าจะเอาอะไรมาคืนให้เขา
“ยังจะทำเป็หน้าซื่ออีกเอามานี่”
ตุ้บบบบ
“นี่เธอ”
เบนจามินกระชากกระเป๋าสะพายหญิงสาวจนของหล่นกระจัดกระจายอยู่ตามพื้นแต่เมื่อมองแล้วมันก็ไม่มีกระเป๋าเงินของเขาอยู่ในนั้นแต่ที่สะดุดตาก็คือมือถือที่กระเด็นหล่นหน้าจอที่มันเปิดขึ้นมามันเป็รูปหญิงสาวที่หน้าตาเหมือนกันยืนกอดกันยิ้มอยู่ทำให้เขาคิดว่านี่อาจจะเป็ฝาแฝดของเธอหากเป็เช่นนั้นการที่เธอปฏิเสธทำท่าไม่รู้นั้นเธออาจจะไม่รู้จริงๆก็เป็ได้
RrrrrrrrrrrrrrrrrrrrRrrrrrrrrrrrrrrrrrr
“นั่งอยู่ที่นี่อย่าคิดหนี”
เบนจามินยังไม่ทันได้ถามหญิงสาวให้หายคาใจเื่ที่เธอมีฝาแฝดก็มีสายจากคาวีเข้ามาเสียก่อนชายหนุ่มคิดว่าหากคาวีโทรมาตอนนี้คงจะมีธุระสำคัญเป็แน่จึงต้องกดรับเสียก่อนพร้อมหันไปสั่งหญิงสาวเสียงเข้มก่อนจะเดินออกไปคุยโทรศัพท์
ชายหนุ่มเจรจากับคาวีอยู่นานสองนานจนได้รู้ว่าคนที่เขาพามานั้นเธอเป็แฝดกับคนที่ขโมยกระเป๋าเงินของเขาไปแต่มีหรือตัวเธออยู่ในมือของเขาแล้วเขาจะปล่อยไปง่ายๆขอใช้งานให้เบื่อก่อนก็แล้วกันถึงจะไม่ใช่คนผิดตัวจริงแต่ก็ผิดเองที่เธอดันหน้าเหมือนหัวขโมยแล้วเขาก็พึงใจเธอคนนี้เสียด้วยที่ดูหัวอ่อนไม่เป็ประสาดีคงจะควบคุมได้ง่าย
โรงพยาบาล
ต้นหลิวมานั่งรอฟังข่าวกับคาวีที่โรงพยาบาลส่วนพริกแกงนั้นต้นหลิวให้เพื่อนเธอกลับไปก่อนเพราะตอนนี้ดึกมากแล้ว
“เป็ยังไงบ้างคุณ”
ต้นหลิวเห็นคาวีคุยโทรศัพท์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดอยู่นานสองนานเมื่อเห็นเขาวางสายเธอก็รีบเข้าไปถามเื่ถามราวทันทีว่าตอนนี้น้องสาวของเธอเป็ยังไงบ้าง
“ข่าวดีก็คือ..เค้าจะไม่เอาเื่คุณ”
“จริงหรอ??”
“แต่เค้าจะไม่ปล่อยน้องคุณ”
“ทำแบบนี้ไม่ได้คุณติดต่อเค้าไปใหม่ได้มั้ยว่าฉันยอมรับผิดทุกอย่างแต่ให้เขาปล่อยน้องฉันเถอะนะเค้าจะมาทำแบบนี้ไม่ได้ไม่อย่างนั้นก็จะแจ้งตำรวจที่เค้าจับน้องฉันไปเหมือนกัน”
ต้นหลิวถึงกับเข่าทรุดผู้ชายคนนั้นจะทำเหมือนบ้านเมืองไม่มีกฎหมายไม่ได้ยังไงเธอก็ไม่ยอมให้เขากักตัวน้องสาวเธอไว้เป็แน่
“ตำรวจทำอะไรเค้าไม่ได้หรอกคุณเื่นี้คุณผิดเต็มๆเห็นหรือยังการทำอะไรไม่คิดมันจะเป็ยังไง”
คาวีก็หมดหนทางที่จะช่วยจริงๆเบนจามินนั้นมีอิทธิพลแค่ไหนเขารู้ดีพร้อมหันไปคาดโทษหญิงสาวให้เธอได้คิดว่าผลของการทำอะไรสิ้นคิดมันก่อให้เกิดปัญหาอะไรบ้าง
“ฮึก..ฮือๆๆ..แล้วจะให้ฉันทำยังไง”
ต้นหลิวจากที่เป็คนที่ค่อนข้างเข้มแข็งเจอแบบนี้เธอเองก็ไปไม่เป็เหมือนกันดันไปเหยียบหางเสือเข้าเสียเต็มที่ตอนนี้เธอร้องให้สะอึกสะอื้นมาแบบไม่อายใครแม้แต่น้อย
“เอาน่า...เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะเข้าไปคุยกับเค้าด้วยตัวผมเอง”
คาวีถึงกับถอนหายใจเขาเองก็ไม่น่าปากไวซ้ำเติมเธอเสียตอนนี้เลยเชียวเขาคิดไว้แล้วว่ายังไงพรุ่งนี้เขาก็จะไปคุยกับเบนจามินตัวต่อตัวยู่ดีเพราะเื่นี้เขาเองก็ไม่ยอมให้เบนจามินทำตัวอยู่เหนือคนอื่นแบบนี้เช่นกัน
............................................................................................................
วุ่นวายไปหมด