ความตายที่รอตรงหน้ายิ่งทำให้เด็กหนุ่มสับสนยากทำความเข้าใจในสิ่งที่ท่านปู่เขากล่าวมา
“ ท่านปู่คิดเล่นตลกอันใด หยกในมือท่านแม้สวยงามแต่แสงประกายหม่นหมองนัก ” ชายชรากัดฟันยกใหญ่จึงกล่าวต่อ
“ 7 ปีที่แล้ว ข้าพบเ้าอยู่ในป่าลึกขณะกำลังตัดฟืน ป่าผืนนี้แน่นอนว่าข้ารู้จักดีกว่าใคร สัตว์อสูรน้อยใหญ่ข้าพบเห็นมาแทบหมดสิ้น แต่กลิ่นอายบนตัวเ้านั้นแปลกประหลาดนัก คาวคุ้งไปด้วยกลิ่นโลหิตเสียยิ่งกว่าเดรัจฉานตัวใด ตรวจดูไม่นานข้าก็พบหยกชิ้นนี้ คนชราเช่นข้าไหนเลยจะดูไม่ออกว่ามิใช่สิ่งธรรมดา ยามหยิบจับมัน มันบอกกล่าวหลายสิ่งต่อข้า ฮ่าวเทียน ปู่ปิดบังเ้าด้วยหวังว่าให้ปลอดภัยไร้อันตราย แม้ไม่ใช่ลูกในไส้แต่เ้าคือหลานเพียงคนเดียวของข้า” ฮ่าวเทียนยิ่งฟังยิ่งสับสน สรุปแล้วเขาไม่มีพ่อแม่งั้นหรือ ?
“ ถึงขั้นนี้แล้วท่านรู้เื่ราวใดก็บอกมาให้หมดเถอะ ” เด็กหนุ่มก้มหน้าก้มตาด้วยความขมขื่น
“ ฮ่าวเทียน ข้าไม่รู้ของวิเศษชิ้นนี้ติดตัวเ้ามาอย่างไร ทว่ามันพาเ้าบิดผันมิติเวลามายังห้วงเวลานี้ ทั้งยังบอกกับข้าว่า จนกว่าเ้าจะอายุครบ 15 ปี ให้ข้าดูแลเ้าอย่างดีห้ามตกตาย และจะไม่มอบหยกนี้ให้เ้าเด็ดขาดจนกว่าจะถึงเวลา....แต่ดูท่าชะตากลั่นแกล้งเ้านัก ความตายมารอตรงหน้าแล้ว ที่ปู่รู้ ย่อมบอกเ้าไปหมดสิ้น... เื่ราวอื่นใด คงต้องเป็เ้าค้นหาความจริงด้วยตัวเอง ” เด็กหนุ่มฟังเื่ราวเหนือธรรมชาติอย่างงุนงง
“ นั่นคือชาติกำเนิดข้า แต่จะเป็ไปได้อย่างไร ข้าย่อมต้องมีพ่อแม่ จึงจะเกิดมาได้ ท่านปู่ ท่านมอบมันให้ข้าเถอะนะ อย่างไรเสียข้าจะต้องตายอยู่แล้ว ” ชายชราไม่เพียงมอบมันถึงมือฮ่าวเทียน ยังกล่าวต่อว่า
“ เด็กโง่ ทหารข้างนอกไม่ปล่อยเ้าไปแน่ ท่านอ๋องหกก็คงไม่แยแสตัวตนเช่นเ้า แต่ปู่จะให้เ้าตายไม่ได้ ปู่จะรับมือทหารเกราะทองเ่าั้เอง เ้านำสมบัติเงินทองเล็กน้อยที่ปู่มี รุดหน้าไปยังสำนักศึกษาที่เ้าตั้งใจเถอะ ยิ่งเร็วยิ่งดี อย่างไรผู้มีพระคุณของเ้าเป็ถึงเชื้อพระวงศ์ สถาบันนั่นอย่างน้อยไม่ทอดทิ้งเ้า ทั้งบรรดาเหล่าอาจารย์ที่นั่นตำแหน่งใหญ่โต ย่อมคุ้มหัวเ้าได้ ”
ฮ่าวเทียนครุ่นคิดอยู่นานจึงกล่าวต่อ “ ท่านปู่ ไม่ว่าข้าจะมีเื่ราวเช่นไร ท่านคือพ่อแม่เพียงคนเดียวของข้า ทหารเ่าั้อยู่ในระดับสูงส่ง ท่านคนเดียวไม่อาจรับมือ ท่านจะให้ข้าไปมีชีวิตสุขสบาย แลกกับชีวิตท่าน ข้าไม่เอาด้วย ถ้าจะตกตายก็ขอตายด้วยกัน! ” ชายชรายิ้มอย่างพอใจนัก
“ เด็กโง่ ไม่เสียทีปู่สั่งสอนเ้ามากมาย แม้ยามพบเจอเ้ามีกลิ่นคาวเืน่าหวาดหวั่น ยามนี้อายุยังน้อยกลับรู้จักผิดชอบชั่วดี ชีวิตข้าถือว่าสำเร็จกิจที่์มอบให้แล้ว ” ทันใดนั้นเอง ชายชราฉีกใบหน้าตนเองลง ทั้งร่างกายซูบผอมก็เปลี่ยนเป็กำยำ ดูไปเยาว์วัยขึ้นมากนัก ปลดปล่อยรัศมีสีทองสุดเปรียบปราน
“ ฮ่าวเทียน จดจำรัศมีพลังนี้ไว้ให้ดี ปู่ของเ้าเป็ถึงจอมราชันประกายแสง! ตัวข้าร้างลายุทธภพนับสิบปี แก่ชราไปบ้างแต่ไม่นับว่าแก่กระโหลกอันใด เ้ารีบเตรียมตัว ยามปู่ทะลวงผ่านพ้นประตูไป เ้าจงไปทันที ไม่ว่าผลลัพธ์วันนี้เป็เช่นไร จงจำไว้ อนาคตเ้า จะกลายเป็ยอดคน ไม่อาจทำให้ปู่ผิดหวังได้! ”
เด็กหนุ่มยืนมองอย่างโง่งม ที่แท้...ชายชราที่เลี้ยงดูเขามา รัศมีกดดันนี้ รุนแรงยิ่งกว่าทหารด้านนอกเสียอีก ตัวมันไม่เคยรับรู้เลย อย่างไรไม่อาจวางใจ
“ ท่านปู่ ท่านจะชนะใช่ไหม ท่านจะไม่ทอดทิ้งข้า ให้ข้าตัวคนเดียวบนโลกนี้ใช่ไหม ?” เด็กหนุ่มถามกลับด้วยความเป็ห่วงขีดสุด
“ เลิกพูดจามากความ จดจำคำปู่เมื่อครู่ให้ดี ไม่อาจผิดต่อคำนั้น อีกสามอึดใจ เราแยกจาก หากเ้ายังไม่เข้มแข็งพอ ห้ามกลับมาที่นี่อีก! ” ฮ่าวเทียนกำมือแน่นยืนมองรัศมีพลังของบุคคลที่เรียกได้ว่าเทียบเคียงบุพการีของตนนี้และสลักภาพลงในใจอย่างแม่นยำ สามอึดใจผ่านไปรวดเร็ว ชายชราเปิดประตูออก ประชันหน้ากับเหล่ากองทหารเกราะทองอย่างเย่อหยิ่ง
“ นั่น....นั่นเป็ปราณระดับจอมราชันย์ ที่แท้ชายชรานั่นปลอมตัว เห็นได้ชัดว่านี่เป็แผนขององค์หญิง ข้านึกแล้ว สมบัตินั่นจะมอบให้เด็กชาวบ้านได้เยี่ยงไร องค์ชายสองคาดการณ์ไม่ผิด! ” ทหารเกราะทองผู้หนึ่งร่างกายสั่นเทาเอ่ยปากอย่างหนักแน่น สิ้นเสียงนั้น อ๋องหกผู้อยู่ในเหตุการณ์ก็เอ่ยปาก
“ ท่านลุงปู้หยวน ท่านตบตาข้ามานานเพียงนี้ ตัวข้าเป็ถึงอ๋องกลับไม่อาจััใดจากท่านได้ตลอดสิบปี ในอดีตตำนานหน่วยเทวะสยบประจิมอันโด่งดังแห่งวังหลวง มีจอมราชันย์ผู้หนึ่งยามใช้ออกด้วยวรยุทธ์จะเกิดประกายแสงเจิดจ้า สยบสิ้นอริศัตรู ท่านที่หายตัวไป ไม่นึก กลับมาเป็คนใช้เช่นนี้ ไม่ว่าตัวท่านมีจุดประสงค์ใด ข้าไม่อาจช่วยเหลือ ขอท่านอย่าโกรธเคือง ” สิ้นคำอ๋องหกก็ถอยร่นหายไป
“ ที่แท้เป็ทหารเทพในอดีต ท่านปรากฏตัวต่อหน้าผู้น้อย มีประสงค์ใด ?” ทหารเฒ่าในชุดเกราะทองอยู่ในระดับเทพยุทธ์ แม้สูงส่งแต่ไม่อาจเทียบเคียงจอมราชันย์ได้!
“ นามทหารเทพนั่นเก็บไว้ใช้เป็ชื่อเรียกป้ายหลุมศพของพวกเ้าเถอะ วันนี้ ฮ่าวเทียนนอกจากจะไม่ส่งมอบสิ่งของที่พวกเ้า้า ทั้งยังไม่ต้องตกตาย ใครหน้าไหนคิดขวาง จงข้ามศพจอมราชันย์ผู้นี้ไป! ” พลังกดดันจากปราณจอมราชันย์ แม้ชราถึงเพียงนี้กลับทำให้เหล่าทหารต้องกำมือแน่นด้วยความตื่นตะลึง ทหารเฒ่ายกกระบี่เล่มหนึ่งขึ้นมาพร้อมชักออก พลันกล่าว
“ นี่คือกระบี่ทันฑ์อาญาแห่งราชวงศ์ เห็นกระบี่เปรียบดังเห็นองค์าา ไม่อาจต่อต้าน ไม่คุกเข่าเท่ากับฏ! ทหารเทพ ท่านในอดีตคุณงามความชอบมากมายกว่าพวกข้านัก ใยต้องลงไม้ลงมือเพื่อเด็กคนเดียว! ” ไม่ทันสิ้นเสียง เหล่ากองทหารโดนประกายแสงเจิดจ้าตรึงกายไว้ พลันบังเกิดเสียง
“ ฮ่าวเทียน รีบไป ยิ่งเร็วยิ่งดี ไป! ”
ฮ่าวเทียนเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างด้วยตาแต่ยังไม่อาจทำความเข้าใจ ในใจสับสนว้าวุ่น กัดฟัดแน่นจนมีเืไหลจากมุมปาก
“ ท่านปู่ ข้าจะกลับมา กลับมาดูแลท่าน ข้าขอสัญญา! ” เด็กหนุ่มรีบวิ่งออกจากท้ายตำหนักอ๋องอย่างรวดเร็ว ด้านหลังปรากฏเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ประกายแสงเจิดจ้าถึงชั้นฟ้าส่งให้ตนวิ่งต่อไปไม่ลดละ สองมือกำหยกที่ท่านปู่เขามอบให้จนแน่น ไม่ทันไรกลับปรากฏบุคคลหนึ่งตรงหน้า เป็ทหารเกราะทองผู้หนึ่ง ทำให้เด็กหนุ่มหวาดกลัวด้วยสองขาสั่นเทา
“ เด็กน้อยเอ๋ย ดวงชะตากุดสั้นนัก แม้มีจอมราชันย์คุ้มหัว แต่เขาคนเดียวในยามแก่ชรานี้ แม้แลกชีวิตไม่อาจต้านทานองครักษ์เกราะทองอันเกรียงไกรนับสิบคนได้ เ้าก็เช่นกัน ตายซะ! ” ฮ่าวเทียนที่กำลังรอรับความตายตรงหน้ากระบี่สีทองกำลังฟาดฟันลงที่คอ เด็กหนุ่มคำนึงในใจ
“ ท่านปู่ ข้าผิดต่อท่าน ไม่อาจรอดชีวิต ชาติหน้ามีจริง จะขอชดใช้ท่านจนตัวตาย...” สองมือกำหยกที่ปู่เขามอบมาให้อย่างเนืองแน่น ทันใดนั้นเองกลับปรากฏรัศมีสีแดงสดขึ้นในดวงตาของเด็กหนุ่ม ท้องฟ้าพลันเปลี่ยนสี แม้สรรพสัตว์ยังตระหนกวิ่งหนีสุดใจ ต้นไม้รอบข้างกลับเหี่ยวเฉาคล้ายถูกกลืนกินพลังชีวิตสิ้น กระบี่ที่กำลังฟาดฟันลงคอตนกลับแหลกสลาย
“ นี่ นี่เป็...”
จบตอน