เจียงเยี่ยนแย้มยิ้ม ไม่ได้ตอบคำถามของจีเสี่ยวเสวี่ย หากแต่ทอดสายตาไปยังซูเก๋อ
ขณะเดียวกัน สายตาของรองเ้าสำนักจั่วอัน รวมทั้งอาจารย์ระดับยอดฝีมืออีกหลายท่าน ก็ตกอยู่บนตัวของซูเก๋อเช่นเดียวกัน
'เ้าเด็กคนนี้แอบซ่อนระดับพลังไว้ตลอดจริงหรือ?' สายตาของจั่วอันที่มองไปยังซูเก๋อแฝงไว้ด้วยความคลางแคลง 'ดูไม่ออกเลยสักนิด'
เขาไม่อยากจะเชื่อจริง ๆ ว่าเด็กหนุ่มอายุสิบกว่าปี จะสามารถปิดบังระดับพลังมาได้ยาวนานถึงสี่ปี ความอดทนอดกลั้นระดับนี้ เกรงว่าแม้กระทั่งผู้ใหญ่จำนวนมากก็ยังทำไม่ได้ หากเจียงเยี่ยนไม่เอ่ยขึ้นมา เขาก็ไม่อยากเชื่อจริง ๆ แม้บัดนี้จะได้เห็นซูเก๋อด้วยตาตัวเอง แต่ในใจก็ยังคงเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
"หากไม่ใช่เพราะท่านหลี่สวินฮวนเอ่ยถึง ข้าเองก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่าใต้จมูกของข้า จะซ่อนอัจฉริยะอันน่าพรั่นพรึงไว้คนหนึ่ง" เจียงเยี่ยนเอ่ยอย่างช้า ๆ "ท่านหลี่สวินฮวนเป็ถึงยอดฝีมือขั้นเนี่ยผาน คงไม่ล้อเล่นกับพวกเราด้วยเื่เช่นนี้หรอกกระมัง"
จนถึงตอนนี้ เขายังคงคิดว่าซูเก๋อในยามนั้นคือยอดฝีมือขั้นเนี่ยผานอยู่
เมื่อได้ยินเช่นนี้ จีเสี่ยวเสวี่ยที่อยู่ข้าง ๆ ก็เริ่มงงงวย "ท่านปู่เจียง พวกท่านกำลังพูดเื่อะไรกันแน่เ้าคะ? ซ่อนระดับพลังอะไร? ยอดฝีมือขั้นเนี่ยผานอะไรกัน?"
นางพอจะคาดเดาความหมายของพวกเจียงเยี่ยนได้ราง ๆ แต่ก็ยังไม่ค่อยอยากจะเชื่อเท่าไร
"ความหมายของท่านเ้าสำนักคือ ซูเก๋อซ่อนระดับพลังมาโดยตลอดอย่างนั้นหรือ?" หลิ่วชิงมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมา ไม่อยากจะเชื่อเช่นกัน
พอคำพูดนี้หลุดออกมา สีหน้าของซุนกวน มั่วชิงอู่ และหยวนทงเทียนต่างก็เปลี่ยนไป สายตาของคนรอบข้างที่มองไปยังซูเก๋อก็เกิดความเปลี่ยนแปลง หลายคนปรากฏแววตาเคลือบแคลงสงสัย
"ท่านเ้าสำนัก เื่นี้..." อาจารย์เจิ้งใสติล่องลอยไปครู่หนึ่ง เขามองซูเก๋อสลับกับเจียงเยี่ยน แล้วเอ่ยอย่างระมัดระวังว่า "ท่านเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่าขอรับ? ระดับพลังของซูเก๋อมีแค่ขั้นชุ่ยถี่อย่างแน่นอน เื่นี้ไม่มีทางผิดพลาดได้เลย"
ทุก ๆ ่ระยะเวลาหนึ่ง เขาจะเรียกศิษย์ห้องหนึ่งมาชุมนุมกันเพื่อประลองฝีมือ และซูเก๋อก็มักจะเป็คนที่โดนอัดน่วมอยู่เสมอ
หากเทียบกับคนธรรมดา ซูเก๋ออาจจะพอเรียกว่ามีพร์อยู่บ้าง แต่ถ้าอยู่ในสำนักทหารรับจ้าง ซูเก๋อก็คือคนไร้ค่าดี ๆ นี่เอง สุ่มหยิบศิษย์ชั้นปีที่ห้าออกมาสักคน ก็ยังเก่งกว่าซูเก๋อตั้งเยอะ
จางหลินถึงกับตะลึงอึ้ง เขาไม่คิดไม่ฝันเลยว่าสหายร่วมชั้นที่สนิทสนมกันมานานถึงห้าปี ซึ่งตนคิดว่าเป็คนไร้ค่ามาโดยตลอด แท้จริงแล้วอาจจะเป็พวกแกล้งทำตัวเป็หมูเพื่อกินเสือ
เมื่อฟังคำพูดของอาจารย์เจิ้ง เจียงเยี่ยนยังคงมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้า กวาดสายตาชื่นชมไปยังซูเก๋อ "ฝีมือของอาจารย์เจิ้งถือว่าโดดเด่นในหมู่อาจารย์ทั่วไป แต่เ้ากลับปิดบังแม้กระทั่งเขาได้ ตลอดระยะเวลาสี่ปีเต็มโดยไม่เผยเบาะแสออกมาเลยแม้แต่นิดเดียว ต้องยอมรับเลยนะ ซูเก๋อ เ้าเสแสร้งได้เนียนจริง ๆ "
สายตาของทุกคนพุ่งเป้าไปที่ซูเก๋อพร้อมกัน
จางหลินมองซูเก๋อด้วยความสงสัยเคลือบแคลง "ซูเก๋อ เ้า... สิ่งที่ท่านเ้าสำนักพูดเป็ความจริงอย่างนั้นหรือ?"
ใจกลางลานประลอง ซูเก๋อกลายเป็จุดศูนย์รวมสายตาของผู้คน ซูเก๋อส่งสายตารู้สึกผิดไปให้จางหลินก่อน จากนั้นจึงหันไปมองพวกเจียงเยี่ยนและจั่วอัน
"เมื่อครู่ข้าได้ยินท่านเอ่ยถึงชื่อศิษย์พี่เก้าของข้า" ซูเก๋อเสแสร้งทำเป็สงสัย "พวกท่านเคยพบศิษย์พี่เก้าของข้าด้วยหรือ?"
ศิษย์พี่เก้า? ยอดฝีมือขั้นเนี่ยผานผู้นั้นอยู่อันดับที่เก้าเองหรือ?
เจียงเยี่ยนแอบตระหนกในใจ แต่ภายนอกยังคงสุขุม "พวกเราเคยพบท่านหลี่สวินฮวนจริง ๆ เื่ของเ้าก็เป็ท่านหลี่สวินฮวนที่บอกพวกเราเอง"
"ศิษย์พี่เก้านี่จริง ๆ เลย" ซูเก๋อทำหน้าหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก "ข้ายังไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง เขากลับปากสว่างบอกข้อมูลของข้าจนหมด"
พูดถึงตรงนี้ ซูเก๋อก็ส่ายหน้า "ช่างเถอะ อย่างไรข้าก็ไม่ได้คิดจะซ่อนพลังไว้อีกต่อไป มันไม่สำคัญแล้ว"
แม้คนรอบข้างฟังแล้วจะไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร แต่ก็พอจับใจความได้สองประเด็น หนึ่งคือซูเก๋อไม่ใช่คนไร้ค่าจริง ๆ แต่ปิดบังระดับพลังเอาไว้ตลอด สองคือซูเก๋อมีอาจารย์ผู้ลึกลับคนหนึ่งซึ่งมีภูมิหลังยิ่งใหญ่มาก
"ดีนักนะซูเก๋อ เ้าหลอกคนอื่นก็แล้วไปเถอะ แต่นี่ยังกล้าหลอกข้าอีก" จางหลินเอ่ยประท้วง "ข้าเห็นเ้าเป็เพื่อนสนิทมาโดยตลอดนะ"
หยุดไปครู่หนึ่ง จางหลินก็เปลี่ยนน้ำเสียง "แต่เห็นแก่ความสัมพันธ์ห้าปีของเรา ครั้งนี้ข้าจะอภัยให้เ้าก็แล้วกัน วันหน้าเ้าห้ามหลอกข้าอีกนะ"
เขาเชื่อว่าซูเก๋อต้องมีเหตุจำเป็ที่พูดไม่ได้ จึงไม่ได้โกรธเคืองจริง ๆ
"เอาล่ะ ดำเนินการสอบประเมินต่อเถอะ" เจียงเยี่ยนปรบมือ "อย่าเสียเวลาทุกคนเลย"
ความจริงแล้ว เขาอยากเห็นซูเก๋อสอบประเมินโดยเร็ว อยากรู้ว่าซูเก๋อมีฝีมือมากน้อยเพียงใด
เมื่อได้ยินคำพูดของเจียงเยี่ยน เหล่าอาจารย์บนลานประลองทั้งสามก็เริ่มดำเนินงานการสอบประเมินรอบครึ่งปีต่อ ศิษย์รอบข้างคอยเฝ้ามองอย่างเงียบ ๆ ทว่าทุกคนกลับเหม่อลอย สายตาคอยชำเลืองมองซูเก๋อเป็ระยะ
ผ่านไปไม่นาน บนลานประลองการสอบประเมินของชั้นปีที่ห้า อาจารย์เจิ้งก็ประกาศว่า "จางหลิน ผ่านการสอบประเมิน"
เมื่อได้ยินเสียงของอาจารย์เจิ้ง ทุกคนก็ตื่นตัวขึ้นมา สายตาจับจ้องไปที่ซูเก๋อทันที ซุนกวน มั่วชิงอู่ หยวนทงเทียน และหลิ่วชิง ต่างจับจ้องซูเก๋อด้วยสีหน้าจริงจัง โดยเฉพาะหลิ่วชิง สายตาเขาจ้องเขม็งไปยังซูเก๋อ อัจฉริยะที่เคยได้รับขนานนามคู่กับเขาว่าเป็ดาวคู่เอก ยามนี้ผ่านไปสี่ปีแล้ว เติบโตขึ้นถึงขั้นไหนแล้วกันแน่?
ในขณะที่จีเสี่ยวเสวี่ยมองซูเก๋อด้วยความสนใจ เหล่าศิษย์ยอดนิยมในสำนักทหารรับจ้างสาขาราชวงศ์ต้าเซี่ยยามนี้ไม่มีใครเข้าตานางสักคน จะมีก็แต่ซูเก๋อที่นางมองไม่ออกในชั่วขณะ นางไม่รู้ว่าซูเก๋อซ่อนพลังไว้มากเท่าไร แต่นางมั่นใจว่าคนผู้นี้น่าสนใจมาก
หลังจากจางหลินเดินลงจากลานประลอง ก็ไม่มีใครก้าวขึ้นไปอีก ทุกคนต่างมองซูเก๋อราวกับกำลังรอคอยเขาอยู่
"ไม่มีคนแล้วหรือ?" ซูเก๋อรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย จำได้ว่ายังมีอีกหลายคนที่ยังไม่ได้เข้าร่วมการสอบประเมิน
"ไม่ใช่ไม่มีคน แต่ทุกคนกำลังรอชมเ้าสอบประเมินต่างหาก" จางหลินเดินมาข้างกายซูเก๋อ แล้วเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ "พูดตามตรง ข้าเองก็อยากรู้เหมือนกันว่า ความสามารถที่แท้จริงของเ้าแข็งแกร่งเพียงใดกันแน่?"
อาจารย์เจิ้งมีสีหน้าซับซ้อน เห็นไม่มีใครขึ้นเวทีเสียที จึงสูดหายใจเข้าลึก แล้วเอ่ยกับซูเก๋อว่า "ซูเก๋อ เ้าขึ้นมาก่อนเถอะ"
เมื่อได้ยินดังนั้น ซูเก๋อก็พยักหน้า ก่อนจะก้าวขึ้นบันไดหินไปทีละขั้น สายตานับพันคู่ในลานประลอง เคลื่อนย้ายตามร่างของซูเก๋อไปพร้อม ๆ กัน
ท่ามกลางสายตาที่เป็จุดสนใจ ซูเก๋อก็ขึ้นมาถึงบนเวที ยืนอยู่ข้างกายอาจารย์เจิ้ง
"ข้าไม่รู้ว่าเ้าซ่อนระดับพลังไว้จริงหรือไม่ แต่ในเมื่อท่านเ้าสำนักพูดเช่นนี้ และเ้าเองก็ยอมรับแล้ว ถ้าเช่นนั้น ข้าก็หวังว่าเ้าจะแสดงความสามารถที่แท้จริงออกมา" อาจารย์เจิ้งจ้องมองซูเก๋อ
เขาไม่ใช่แค่ทำหน้าที่ดำเนินงานการสอบประเมินรอบครึ่งปีของชั้นปีที่ห้าเท่านั้น แต่ยังเป็อาจารย์ผู้สอนการฝึกตนของซูเก๋ออีกด้วย
"ยังคงเป็คำเดิม ข้าเจิ้งตงเฉียงทำงานในสำนักทหารรับจ้างมาสิบกว่าปี ไม่เคยสั่งสอนศิษย์ที่โดนไล่ออกมาก่อน ข้าหวังว่าเ้าจะไม่ใช่คนแรก"
อาจารย์เจิ้งเอ่ยอย่างมีความหมายลึกซึ้ง "ทุ่มเทสุดกำลังเพื่อกอบกู้ชื่อเสียงของตัวเอง และใช้การกระทำพิสูจน์ให้ข้าเห็นว่า เป็ข้าเจิ้งตงเฉียงที่ตาถั่วมองคนผิดไปเอง"
แม้ว่าพวกเจียงเยี่ยนจะปักใจเชื่อเื่ซูเก๋อซ่อนระดับพลังอย่างไร้ข้อกังขา แต่อาจารย์เจิ้งก็ยังคงเคลือบแคลงสงสัยอยู่ดี
พฤติกรรมไร้ค่าของซูเก๋อตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทำให้เขาดูไม่ออกเลยว่ามีร่องรอยการเสแสร้ง ยากที่จะเชื่อว่าศิษย์ที่ดูเหมือนคนไร้ค่าผู้นี้ จะแอบซ่อนระดับพลังเอาไว้
รอบลานประลอง สายตาของทุกคนต่างรวมศูนย์อยู่ที่ตัวซูเก๋อ ทั้งเ้าสำนักเจียงเยี่ยน รองเ้าสำนักจั่วอัน และเหล่าอาจารย์ รวมถึงสามตรีศูล จอมมารน้อย หลิ่วชิงผู้เป็หนึ่งในดาวคู่เอก ตลอดจนเหล่าศิษย์จากทุกชั้นปี
เงียบหายไปนานถึงสี่ปี อัจฉริยะอันโดดเด่นในอดีตผู้นี้ ในที่สุดก็กลับมาเป็จุดสนใจของผู้คนอีกครั้ง เพียงแต่เมื่อเทียบกับเมื่อสี่ปีก่อน ซูเก๋อในยามนี้ดูสุขุมนุ่มลึกขึ้นมาก ย่างก้าวสง่างาม สีหน้าแววตาเรียบเฉยเยือกเย็น
"ช้าก่อน" ทันใดนั้น อาจารย์เจิ้งก็พลันเอ่ยถาม "ซูเก๋อ อาวุธของเ้าล่ะ?"
เขามองซูเก๋อที่ขึ้นมามือเปล่าก็ขมวดคิ้ว "ขึ้นมาบนเวทีด้วยมือเปล่าเช่นนี้ ออกจะไม่ให้เกียรติอีกฝ่ายและไม่ให้เกียรติการสอบประเมินรอบครึ่งปีเกินไปกระมัง"
ศิษย์ทุกคนเมื่อแรกเข้าเรียน ทางสำนักศึกษาจะมอบอาวุธให้คนละหนึ่งชิ้น ไม่ว่าจะเป็ดาบ หอก กระบี่ ขวาน หรืออาวุธอื่น ๆ ให้ศิษย์เลือกได้ตามใจชอบ ซูเก๋อเองก็มีไม่ใช่น้อย แต่ยามนี้ซูเก๋อกลับไม่พกอะไรติดตัวมาเลย ก้าวขึ้นเวทีมาตรง ๆ ดูแปลกแยกไม่เหมือนใคร
"แม้แต่อาวุธก็ไม่พก มองข้ามการสอบประเมินรอบครึ่งปีขนาดนี้เชียวหรือ?" หยวนทงเทียนเลิกคิ้ว
เหล่าศิษย์ยอดนิยมคนอื่น ๆ ก็ได้สติเช่นกันต่างขมวดคิ้ว การสอบประเมินรอบครึ่งปีไม่ใช่แค่การทดสอบ แต่ยังเป็ลานแสดงความสามารถ พวกเขาไม่เข้าใจเลยว่า เหตุใดซูเก๋อถึงไม่พกอาวุธมา
ซูเก๋อกำลังจะอธิบาย แต่เจียงเยี่ยนที่อยู่ไกลออกไปกลับเอ่ยกับอาจารย์เจิ้งว่า "ไม่เป็ไร รีบเริ่มการสอบประเมินเถอะ"
ในเมื่อท่านเ้าสำนักเอ่ยปากแล้ว อาจารย์เจิ้งย่อมไม่กล้าดึงดันอีก ทำได้เพียงเอ่ยกับซูเก๋อว่า "เอาล่ะ เ้าเริ่มได้แล้ว"
ในวินาทีนี้ สายตาของคนทั้งสนามต่างจับจ้องไปที่ซูเก๋อเป็จุดเดียว