“ข้าทนมาได้ตั้งยี่สิบปี อดทนอีกแค่ปีเดียว คงไม่ลำบาก” ฟางหนิงเอ๋อส่งยิ้มให้แม่ชีคลายความกังวลใจ
“วันนี้เ้าก็กลับไปทำงานที่บ้านคุณชายต่อเถิดนะ เมื่อถึงคืนเพ็ญค่อยกลับมาที่นี่เช่นเดิม” แม่ชีพูดพลางลูบศีรษะ ทั้งสงสาร ทั้งเอ็นดู
“ข้า...กลับไปที่นั่นไม่ได้แล้วล่ะ ข้าโกหกพวกเขา ข้าหนีมาที่นี่โดยไม่ได้บอกใคร ...คุณชายคงโกรธมาก” ฟางหนิงเอ๋อสีหน้าสลดลง ทั้งรู้สึกผิด และนึกเสียดาย นางชอบทำงานที่โรงบำบัด ได้ช่วยเหลือผู้ยากไร้ ั้แ่เกิดมานางไม่เคยคิดว่าตัวเองมีคุณค่ากับผู้ใดเลย จนกระทั่งได้มาอยู่ที่นี่
“แต่ข้าคิดว่า คุณชายคงไม่ได้คิดเช่นนั้นหรอก หากโกรธจริง ก็คงไม่ออกตามหาเ้า จนมาถึงที่นี่” แม่ชีส่งยิ้ม
“เอ๊ะ!!! คุณชายอยู่ที่นี่??” ฟางหนิงเอ๋อ ใ ไม่คาดคิดเลยว่า คุณชายจะตามมาถึงที่วัด
“ใช่...คุณชายกับคุณลุงท่านหนึ่ง มาที่นี่ั้แ่เมื่อวานแล้วล่ะ”
“ถ้าเช่นนั้น พวกเขาคงรู้ความจริงทุกอย่างแล้ว รวมถึงเื่นางปีศาจ” ฟางหนิงเอ๋อมีสีหน้าเศร้าหมอง ...คงโดนรังเกียจอีกเช่นเคย
แม่ชีบีบมือสาวน้อยไว้แน่น รู้สึกเวทนาจับใจ
“ไม่ต้องเป็กังวลนะ...ข้าเล่าเื่ราวทุกอย่าง ยกเว้น เื่นางปีศาจที่แฝงอยู่ในตัวเ้า”
เสียงเปิดประตูดังขึ้น ชายคนหนึ่งก้าวเข้ามา ทำให้ฟางหนิงเอ๋อเย็นวาบไปทั้งตัว นางรีบนั่งคุกเข่าก้มหน้า
“คุณชาย...ข้าขออภัย...ที่ข้ามาที่นี่โดยไม่ได้บอกท่าน”
หวังลู่เอินจ้องมองสาวน้อยที่นั่งก้มหน้าคุกเข่า รอยยิ้มปรากฏขึ้นมาไม่รู้ตัว หัวใจเต้นแรง รู้สึกร้อนไปทั่วร่าง ข่มความดีใจเอาไว้ภายใน เขาไม่รู้เหมือนกันว่าอาการนี้คืออะไร แต่มีสิ่งหนึ่งที่แน่ชัดคือ เขาโล่งใจที่เห็นฟางหนิงเอ๋อปลอดภัย
ชายหนุ่มปรับสีหน้าให้เคร่งขรึม พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“ข้าใช้งานเ้าหนักเกินไปรึ จึงได้หนีออกมาโดยไม่บอกกล่าวเช่นนี้!!”
ฟางหนิงเอ๋อเงยหน้าสบตาหวังลู่เอิน น้ำตาคลอด้วยความรู้สึกผิด แม่ชีเห็นดังนั้น จึงออกตัวแทน
“ข้าขออภัยแทนหนิงเอ๋อด้วย เมื่อวานเป็วันครบรอบยี่สิบปีของหนิงเอ๋อ นางคงอยากมาหาข้า”
...วันเกิดงั้นรึ? ...ชายหนุ่มได้ยินดังนั้น ก็ใจอ่อนยวบ น้ำเสียงอ่อนลง
“คราวหน้าบอกข้าตรง ๆ ก็ได้ ข้าไม่ใช่คนไร้น้ำใจขนาดนั้น...เอาล่ะ ถึงเวลาที่จะต้องเดินทางกลับเสียที ป่านนี้ป้าซูฉีคงชะเง้อมองทาง คิดเป็ห่วงแย่แล้ว” หวังลู่เอินหันหลังเดินออกมาจากกระท่อม เขาตั้งใจว่าถ้าได้พบฟางหนิงเอ๋อจะตำหนิให้เข็ดหลาบ แต่พอเห็นน้ำตานางก็จุกในอกพูดไม่ออก
หวังลู่เอิน ฟางหนิงเอ๋อ และลุงจาง กราบลาท่านเ้าอาวาสแล้วเดินทางกลับไปยังบ้านเชิงเขา
“ลุงจางพาฟางหนิงเอ๋อกลับบ้านไปก่อนเถิด ข้าจะแวะไปเยี่ยมท่านปู่สักหน่อย”
“คุณชายจะไปที่นั่นงั้นรึ” ลุงจางรู้สึกเป็ห่วง
“โธ่!! ลุงจาง...ข้าก็เป็คนในตระกูลหวังเหมือนกันนะ ทำไมจะไปเยี่ยมท่านปู่ไม่ได้” หวังลู่เอินหัวเราะ เพื่อให้ลุงจางคลายความกังวลใจ
เมื่อป้าซูฉีเห็นสามีตัวเองมาพร้อมกับฟางหนิงเอ๋อ แต่ไม่เห็นคุณชายมาด้วย หัวใจแทบร่วงไปที่พื้น
“คุณชายล่ะ!!”
“คุณชายขอไปทำธุระที่นั่น” ลุงจางพูดพลางถอนใจ
“ที่ไหนกัน” ป้าซูฉีขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
“บ้านตระกูลหวัง”
“เฮ้อ!!...เดี๋ยวก็ได้มีเื่มีราวอีกหรอก” ป้าซูฉีบ่นพึมพำ
“คงไม่เป็ไรหรอกมั้ง เื่ราวทั้งหลายก็ผ่านพ้นไปนานแล้ว” ลุงจางโอบกอดภรรยาปลอบใจ
ฟางหนิงเอ๋อได้แต่ยืนฟังอยู่เงียบ ๆ ไม่เข้าใจในสิ่งที่ผู้าุโคุยกัน ได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ...
ป้าซูฉีปรายตามองฟางหนิงเอ๋อ
“กลับไปทำงานของเ้าให้เรียบร้อย คราวหน้าก็อย่าทำให้คนอื่นต้องเดือดร้อนอีกล่ะ”
ฟางหนิงเอ๋อก้มหน้ารู้สึกผิด คำนับเป็การขอโทษ
“ข้าขอโทษทุกคน ข้าจะไม่ทำให้ใครเดือดร้อนอีก”
“จำคำพูดของเ้าไว้ด้วย!!!” ป้าซูฉีสะบัดหน้าเดินกลับเข้าไปในครัว
ลุงจางเห็นฟางหนิงเอ๋อยืนหน้าเหลือสองนิ้ว จึงพูดปลอบใจ
“อย่าไปถือสานางเลย นางแค่เป็ห่วงคุณชายมากไปหน่อย”
“ลุงจางจ๊ะ ทำไมคุณชายถึงไม่ได้อยู่ที่บ้านตระกูลหวัง” ฟางหนิงเอ๋อสงสัย
“ข้าพูดไม่ได้หรอก ต้องให้คุณชายเล่าเอง...เ้ารีบไปทำงานเถิด เดี๋ยวก็โดนตำหนิอีกหรอก” ลุงจางพูดตัดบทแล้วเดินกลับเข้าไปยังห้องตัวเอง
...
หวังลู่เอิน ยืนอยู่หน้าประตูไม้บานใหญ่ที่ปิดสนิท ้ามีป้ายขนาดใหญ่สลักอักษร “ตระกูลหวัง” ...นานเท่าไรแล้วที่เขาไม่ได้กลับมายังสถานที่แห่งนี้
“ใครกันมายืนเกะกะอยู่หน้าบ้านข้า!!!”
เสียงเกรี้ยวกราดดังมาจากด้านหลัง หวังลู่เอินจึงหันกลับไปมองต้นเสียง เมื่อเห็นชัดว่าเป็ใคร เขาปรับสีหน้านิ่งเฉย เก็บซ่อนความเบื่อหน่ายไว้ภายในใจ
“ข้าเอง” หวังลู่เอินตอบ
“อ้าว!!! ท่านพี่นี่เอง มาเยี่ยมท่านปู่รึ? ทำไมไม่เข้าไปข้างในล่ะ ทำอย่างกับที่นี่ไม่ใช่บ้านท่านไปได้” ชายหนุ่มคนนั้นยิ้มเยาะ เดินผ่านหวังลู่เอินแล้วเปิดประตูเข้าไปภายใน
หวังลู่เอินถอนใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะเดินตามชายหนุ่มผู้นั้นเข้ามาในบ้าน...คนที่ไม่อยากเจอที่สุด กลับได้เจอเป็คนแรก... เขาพยายามสลัดความขุ่นมัวออกไป แล้วเดินตรงไปยังห้องหนึ่ง
ภายในห้องนั้น มีชายชราคนหนึ่งนอนอยู่บนเตียง มีสาวใช้คอยดูแลอยู่ใกล้ ๆ หวังลู่เอินโบกมือให้สาวใช้ออกไปข้างนอก เขา้าอยู่กับชายชราเพียงลำพัง
หวังลู่เอินกุมมือชายชราที่ซีดและเหี่ยวแห้ง ชายชราลืมตาขึ้นมาช้า ๆ อย่างคนไร้เรี่ยวแรง จ้องมองชายหนุ่มที่อยู่นั่งอยู่ใกล้ ๆ
“มาแล้วรึ...นึกว่าจะรอให้ข้าเข้าไปอยู่ในสุสานเสียก่อน” ชายชราพูดด้วยความน้อยใจ
“ข้าคิดถึงท่านปู่เสมอ แต่...” เื่ราวที่ผ่านมามันจุกอก จนทำให้เขาพูดไม่ออก
“เ้ายังไม่หายโกรธข้ารึ” ชายชราน้ำตาคลอ
“ข้าไม่เคยโกรธท่านเลย ข้ารับปากว่า จากนี้ไปจะมาหาท่านบ่อย ๆ” หวังลู่เอินส่งยิ้มให้ชายชรา เขาพูดคุยและกุมมืออยู่อย่างนั้น จนกระทั่งชายชราหลับไป
หวังลู่เอินออกมาจากห้องท่านปู่อย่างเงียบเชียบ แล้วเดินตรงไปยังห้องที่อยู่ไม่ห่างกันมากนัก ห้องนี้เป็ห้องของเขา ก่อนหน้านี้เป็ห้องของท่านพ่อและท่านแม่
ชายหนุ่มเปิดลิ้นชัก หยิบหวีไม้สลักลายงดงามมาเก็บไว้ในเสื้อ
...เสียงประตูเลื่อนเปิด...
“ท่านพ่อให้มาตามท่านไปพบที่ศาลาริมน้ำ” ชายหนุ่มยืนตรงประตู กอดอกพูดแววตาเหยียดหยัน
หวังลู่เอินไม่พูดตอบอะไร เดินผ่านชายหนุ่มนั้นไปเหมือนธาตุอากาศ
ที่ศาลาริมน้ำมีชายสูงวัยกำลังดื่มชาเพียงลำพัง เขาส่งยิ้ม เมื่อเห็นหวังลู่เอินเดินเข้ามาหา
“นั่งลงก่อนสิ หลานชาย”
หวังลู่เอินนั่งลงอย่างเสียไม่ได้