ตื๊ด!!!! รับสิ แพรวา" เสียงโทรออกของผู้จัดการสาวสองที่กำลังหัวเสียที่ติดต่อดาราสาวไม่ได้
"โทรหาฉันด่วน มีเื่งานที่รับไว้" เชอรี่ผู้จัดการสาวทิ้งข้อความท้ายหลังจากที่เธอโทรติดต่อดาราสาวไม่ได้
ณเวลาเดียวกัน 20 ตุลาคม 2566 เวลา 18:00
ดาราสาว แพรวา วันนี้เธอตั้งใจมาเดินช๊อปปิ้งห้างดัง สมัยเธอเป็นักศึกษามหาวิทยาลัย เธอเคยมาแถวนี้กับเพื่อนๆ แพรวา สวมหมวกแกร๊ปและแว่นกึ่งพรางตัว แต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรมาก พนักงานและคนที่ชื่นชอบเธอก็จดจำเธอได้ เธอแต่งตัวชิวล์ๆ เสื้อยืดและกางเกงยีนส์ขาม้า แต่ดูดีและสวยเหมือนนางแบบ นิตยสาร ด้วยรูปร่างบางและสูง 165 ซม.ซึ้งก็ถือว่าสูงในระดับผู้หญิงไทยที่หลายคนใฝ่ฝัน
ผ่านมาก็จะ10ปีแล้ว เธอยังนึกขำเธออยากเป็ดารา อยากหาเงินเยอะเพื่อปลดหนี้ให้ครอบครัว ที่พ่อเธอกู้เงินมาลงทุนเปิดร้านอาหารแต่เศรษฐกิจย่ำแย่ ครอบครัวมีหนี้สิ้นมากมาย นั้นเลยเป็สิ่งที่ทำให้เธออยากมีรายได้อาชีพที่หาเงินได้มาก เธอไปแคสทุกงาน แล้วโชคชะตาก็เป็ของเธอ เธอได้รับบทเด่นในภาพยนตร์เื่หนึ่ง จากนั้นมาก็เป็ดาวรุ่งจนผ่านมา 10 ปีเธอก็ยังจัดเป็นักแสดงแนวหน้ามากความสามารถ รอยยิ้มแววตาที่อ่อนหวานรูปร่างที่สูงพอประมาณหุ่นดีและรอยยิ้มที่สวย ทำให้คนชื่นชอบเธอ
ถึงแม้ตอนนี้เธอจะรับเล่นหนังและละครน้อยลงแต่เธอก็ยังมีงานเข้ามาให้เธอได้เล่นปีละอย่างน้อย 2 เื่
"ไม่มีอะไรน่าสนใจเลย" ฉันเอ่ยพูดตรงกับพนักงานสาวร้านกระเป๋า แบรนด์ดัง ร้านหนึ่ง ฉันเป็ลูกค้าประจำของที่เลยก็ว่าได้ เป็ร้านสุดท้ายก่อนที่ฉันจะกลับ
"คุณแพรวา ตัวนี้คือคอลเล็คชั่นใหม่ของทางร้านเราเลยนะค่ะ คุณแพรวา ลองดูก่อนใหม่ค่ะถ้าไม่ชอบชิ้นนี้ ลองสินค้าตัวอื่นก็ได้ค่ะ" พนักงานสาวเอ่ยตอบฉันด้วยท่าที่อ่อนน้อม
"ไม่หละ ฉันจะกลับไม่มีอะไรถูกใจฉันเลย "ฉันเอ่ยตอบน้ำเสียงเรียบเฉย ก่อนเดินออกไป
"ออกมานานแล้ว รีบกลับดีกว่า" ฉันพูดกับตัวเองและรีบไปยังลานจอด
"นั้นคุณแพรวาหนิ สวยจังเลยค่ะ" เสียงสาวสองวัยกลางคนเอ่ยขึ้น และหญิงชายอีกสองสามคน ที่ยืนด้วยกันตรงลิฟท์หันตามกันมา ในขณะที่ฉันเดินตรงไปยังลิฟท์เพื่อไปยังลานจอดรถ
"ใช่จริงๆด้วยๆ"เสียงเสริมของอีกคนตามมา
"ขอบคุณค่ะ "ฉันยิ้มขอบคุณให้ทุกคน ถึงจะไม่อยากเจอก็เถอะ ก่อนที่ฉันจะยิ้มให้อีกครั้งและเป็การขอถ่ายรูป ที่ฉันอยากจะปฏิเสธ เพราะฉันรู้สึกอยากทึ่จะรีบกลับ แต่ฉันก็จำยอม และยิ้มถ่ายรูปให้กับทุกคนตรงนี้ ก่อนขึ้นลิฟท์ไปกับเขา และเสียงเอ่ยชื่นชมฉันอีก ก่อนจะเดินแยกย้ายไปยังลานจอดที่รถฉัน
"ได้กลับซะที" ฉันถอยหายใจทัันที ที่ได้ขึ้นรถ
"เชอรี่หนิ "ฉันหยิบมือถือขึ้นมาดูมีทั้งสายและข้อความของเชอรีี่ ผู้จัดการสาวสองที่เป็เหมือนเพื่อนรุ่นพี่ทั้งญาติสนิท โทรหาฉันแต่ฉันไม่ได้รับน่าจะไม่ได้ยินเพราะฉันปิดเสียงใว้
" โอเคร ฉันกำลังกลับ เดี๋ยวโทรกลับไป"ฉันพิมพ์ตอบเชอรี่ และกำลังจะขับรถออกไป แต่ฉันกลับเห็นผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ ยืนไกลไปที่ลานจอดรถห่างไปมากแต่ก็ยังเห็นไกลๆหน้าตาไม่ชัด จ้องมาที่ฉันก่อนจะหยิบกล้องในมือ ขึ้นมาถ่ายฉันที่อยู่ในรถ
"ปาปารัชชี่งั้นหรอ เกินไปแล้ว'" ฉันหงุดหงิดอารมณ์เสียขึ้นมาทันที คิดอยู่ในใจน่าจะเป็พวกปาปารัสซี่หาข่าว ซึ้งมาตามยื่นถ่ายขนาดนี้ ไร้มารยาทที่สุด ฉีนรีบคาดเข็มขัดนิรภัย ก่อนสตาร์ทรถและกันมาที่หมอนั้นอีกที แต่หมอนั้นกลับหายไปแล้ว ฉันแปลกใจนิดหน่อยแต่ก็็ไม่สนใจมากนัก ก่อนมุ่งตรงขับรถกลับบ้าน
"ตื้ด!"
"ฮัลโหล เชอรี่ ฉันกำลังขับรถอยู่ อีกสักพัก ฉันใกล้จะถึงแล้วเดี๋ยวโทรกลับนะ"ฉันกดวางสายทันที่ เพราะขับรถฉันไม่ชอบคุยในขณะที่ตัวเองขับรถ และอีกสักพักแกก็จะเข้าบ้าน
"วกรี๊ด"เสียงกรีดร้อยของฉัน หัวใจฉันตกไปอยู่ตาตุ่ม ฉันเบรครถกระทันหัน รถคันหน้าทำไมมาจอดขวางแบบนี้ แล้วยังมีชายขับรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ยืนอยู่หน้ารถนั้นอีก ถ้าฉันเบรคไม่ทันได้ชนกับยับแน่ ฉันโมโหมาก นี่ก็เข้าหมู่บ้าน ซอยที่ฉันอยู่แล้ว ใกล้จะถึงอยู่แล้วเชียว "รถชนกันงั้นหรอคะ นี่เกิดอะไรขึ้นคะ" ด้วยความสงสัย หรือผู้ชายคนนั้นโดนชน ฉันไม่เห็นหน้าเขาชัดด้วย รู้แต่ว่าเขากำลังก้มมองอะไรสักอย่าง ฉันทำอะไรไม่ถูก ฉันเลยบีบแตรอีกครั้งพร้อมเปิดกระจกร้องถาม
"มีอะไรให้ช่วยไหมคะ" สิ้นเสียงฉันพูดมีแต่ความเงียบ รู้สึกว่ามันแปลกๆ เพ่งมองดีๆ ไม่เห็นคนขับรถยนต์ ฉันเลยลองก้มมองพื้นผ่านช่องล้อรถข้างหน้า คนล้มลงนอนที่พื้น
"คนตายหรอ" ฉันอุทานและใมาก
"ฉันต้องรีบโทรหาตำรวจ" ฉันรีบหยิบมือถือ ความรู้สึกตอนนี้มันอันตรายแล้ว ผู้ชายที่ยืนตรงนั้นก็เงยหน้าและกำลังมองมาที่ฉันด้วยรอยยิ้มที่น่ากลัว ฉันกลัวมากรีบหยิบมือถือขึ้นมา ไม่ทันที่ฉันจะโทรติด "ปัง!!" สองนัด ชายน่ากลัวนั้นก็ควักปืนออกมายิงคนที่นอนพื้น ไม่มีแม้แต่ทั้งเสียงร้อง ฉันกลัวสุดขีดในตอนนั้นแทบจะสติหลุด
"ฮัลโหลครับ 1669 รับแจ้งเหตุด่วนนะครับ ฮัลโหลครับ" เสียงที่เปิดผ่านลำโพง เรียกย้ำฉันอีกครั้ง แต่ภาพตรงหน้าฉันทำให้ฉันตัวแทบแข็ง ไอ้ฆาตกรตรงหน้าฉันหยิบปืนขึ้นมาก่อนจะเล็งมาที่ฉันแล้วเป่าปืนอากาศ ยิ้มอ่อนๆ เย้ยฉัน "ฮัลโหลครับ หากคุณอยู่ในอันตรายให้หาที่หลบซ่อนก่อนนะครับ ผมกำลังฟังคุณอยู่" เสียงเ้าหน้าที่พูดย้ำอีกครั้งก่อนที่ฉันจะรีบหยิบมือถือมารับสาย
"ช่วยด้วยค่ะ ตอนนี้ฉันเกิดอันตราย มีคนร้ายกำลังจะทำร้ายฉัน เขามีปืน ตอนนี้เหตุเกิดอยู่ที่..." ฉันรายงานสถานที่เพราะยังมีสติ และฆาตกร
มันกำลังก้มหยิบอะไรไป
"ครับ เ้าหน้าที่กำลังไป ตอนนี้ขอให้คุณรวบรวมสติ และรีบขับรถออกไปจากที่นั่น ไปที่มีคนอยู่เยอะๆ นะครับ"
"ค่ะ ฉันจะรีบออกไปค่ะ" ฉันรวบรวมสติรีบขับผ่านหน้าไอ้คนร้ายโดยไม่สบตา ความรู้สึกเหมือนมันกำลังมองมาที่รถฉัน