ฉันหยิบหนังสือเล่มใหม่ขึ้นมาอีก
คนในคฤหาสน์แบ่งฝ่ายเื่ที่ฉันอ่านหนังสือเพลินไม่สนใจเล่นอย่างธรรมชาติของเด็กออกเป็กลุ่ม ‘คุณหนูเป็อัจฉริยะ!’ กับกลุ่ม ‘คุณหนูสมองเพี้ยนไปแล้ว...’ แต่ตอนนั้นฉันไม่รู้เื่นั้นเลย
แล้ว่นี้ฉันก็ติดนิสัยขมวดคิ้วคงเป็เพราะความกลุ้มใจที่ไม่จบสิ้นกับการใช้สายตามากเกินไปจนอ่อนล้า
ฉันไม่ชอบการเป็เด็กหกขวบแบบนี้เอาเสียเลย
อยู่มาวันหนึ่ง หลังจากที่ใช้ชีวิตในแบบอ่านหนังสือทุกประเภทมานานหลายปีฉันก็ได้รับการนำทางไปสู่คำตอบหนึ่งสำหรับความรู้สึกแปลกประหลาดที่ไม่รู้ควรจะเรียกว่าเป็เดจาวูหรือเปล่า
เป็่ที่ฉันอายุครบสิบขวบไปแล้วเล็กน้อย
ฉันจะไม่มีทางลืมเื่ราวที่เกิดขึ้นในวันนั้นเลย
นั่นคือวันที่ฉันเพิ่งรู้เื่คู่หมั้นของตัวเองจากพ่อเป็ครั้งแรก
“เป็อย่างไรบ้าง ไม่ได้เจอกันนานเลยนะเ้าหญิงตัวน้อยของพ่อ”
พ่อของฉันเข้ามาทักทายด้วยท่าทีที่ดูเก้อเขินดยุกลีเลียคนนั้นนั่นแหละ
พ่อเปิดประตูเข้ามาหาและเรียกฉันถึงในห้องสมุดด้วยตัวเอง
“หนูดีใจที่เห็นท่านสบายดีนะคะ ท่านพ่อ”
ฉันทักทายกลับไปอย่างสุภาพและเป็ทางการไม่เหมือนกับเป็พ่อลูกกัน พลางจ้องหน้าพ่อนิ่ง
ผมโทนสีน้ำตาลกึ่งทองหวีจัดทรงเรียบแปล้ไปข้างหลังแต่ใบหน้ายังคงเหลือเค้าแห่งความเยาว์วัย พ่อเพิ่งย่างเข้าสู่วัยสามสิบหมาดๆท่าทางที่แสดงออกดูเหมือนเด็กชายในตระกูลสูงศักดิ์ที่มีชีวิตชีวามากกว่าจะเป็ดยุกที่สง่างาม
“ลูกก็ดูท่าทางสบายดีนะสูงขึ้นหน่อยรึเปล่า”
ั์ตาสีน้ำตาลเข้มของพ่อมองฉันอย่างอ่อนโยน
“น่าจะอย่างนั้นค่ะแม่นมกังวลอยู่เลยว่าหนูจะตัวสูงโย่งมากๆ”
คำพูดติดตลกของฉันทำให้พ่อหัวเราะตอบกลับมาอย่างร่าเริง
“เสน่ห์ของผู้หญิงตัวสูงก็สู้เสน่ห์ของผู้หญิงตัวเล็กได้สบายๆเลยนะ”
พ่อขยิบตาให้อย่างมีชั้นเชิง
เด็กอย่างฉันไม่ค่อยเข้าใจเื่ของคนในสังคมชั้นสูงขณะที่พ่อเป็คนเข้ากับคนง่าย ยิ้มแย้มแจ่มใส และพูดจาน่าฟังพ่อเป็คนที่กล่าวชมคนอื่นได้ไม่หยุดปาก นึกภาพออกเลยว่าพ่อจะเป็จุดสนใจที่ใครๆก็มาล้อมรอบขนาดไหนอีกทั้งพ่อยังเป็ดยุกหนุ่มที่มีฝีมือทางการทูตระหว่างประเทศอีกด้วย
แค่ฟังเื่ของพ่อก็จะเข้าใจได้เลยว่าท่านเป็ผู้ที่รู้จักคนในวงกว้างมากมองด้วยสายตาของลูกสาวก็คิดว่าเป็คนมีเสน่ห์
เื่ที่คนในบ้านพูดกันแม้จะฟังหูไว้หูก็พูดได้ว่าท่านเป็คนดีเลิศในฐานะคนของประชาชนแต่ถ้าพูดถึงในฐานะคนของครอบครัว คนคนนี้ให้ความรู้สึกถึงความเป็พ่อที่เบาบางมากๆในใจของฉัน
ฉันไม่ได้สงสัยเื่ความสัมพันธ์ทางสายเืระหว่างเราและไม่ได้คิดด้วยว่าคนคนนี้ขาดคุณสมบัติของความเป็พ่อ แต่ท่านเป็คนที่เหนือกว่าฉันอย่างชัดเจนมากฉันคิดว่าความคิดนี้ไม่น่ารักเอามากๆ ในฐานะของคนที่เป็ลูกสาว
แม่นมมักจะพูดบ่อยๆ ว่า “ท่านลีโคริสอ้อนท่านพ่อไม่ค่อยเก่งเลยนะคะ”แล้วต่อด้วย “เวลาของพ่อลูกมีน้อยเกินไปหน่อยนะคะ” ซึ่งก็คงจะเป็อย่างนั้นจริง
ฉันไม่มีทางเกลียดพ่อได้เพียงแต่ท่านไม่ใช่คนที่อยู่ด้วยแล้วจะทำตัวตามสบายได้มาก เรียกได้ว่าในฐานะลูกสาวฉันก็ไม่รู้จะเข้าไปพูดคุยสนิทสนมกับพ่อได้อย่างไรดี
แล้วฝ่ายพ่อคิดว่าฉันเป็อย่างไรบ้างล่ะ
ฉันพูดได้แค่ว่าก็เื่นี้ละที่ฉันไม่ค่อยเข้าใจ ปีหนึ่งๆ พ่อใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศครึ่งปี นานๆจะกลับมาสักครั้ง แต่พ่อจะซื้อของฝากกลับมาให้แน่นอน อีกทั้งท่าทางเวลาพ่ออธิบายเกี่ยวกับของฝากก็เห็นได้ว่ารู้สึกสนุกที่ได้ใช้เวลาอยู่กับลูกสาวซึ่งนานๆจะได้เจอกันสักครั้ง
แต่บางครั้งฉันก็รู้สึกเหมือนมีความตึงเครียดและระแวดระวังตัวแปลกๆแฝงอยู่ในการแสดงออกของคำพูดและการกระทำของพ่อที่ร่าเริงแจ่มใสและพูดหวานๆกับลูกสาว
ฉันอาจจะแค่คิดมากไปเองก็ได้
พ่อที่มีท่าทางแบบนั้น ยิ้มแย้มและยื่นมือข้างหนึ่งมาโอบเบาๆฉันจึงพลอยสงบใจได้บนเก้าอี้ยาวอันอ่อนนุ่ม
“วันนี้มีเื่สุดวิเศษมาให้ลูกด้วย”
พ่อพูดเกริ่นพอประมาณแล้วก็ยิงคำพูดประโยคหนึ่งที่ทำให้ชีวิตประจำวันอันแสนสงบสุขของฉันจบสิ้นลง“มีการกำหนดคู่หมั้นของลูกอย่างเป็ทางการแล้วนะ ฝ่ายนั้นคือไวส์เคานต์โวล์ฟกังไอเซนฮูท บุตรชายคนโตผู้เป็ทายาทสืบทอดของดยุกรานันคูลาพ่อได้ขอยืมรูปวาดล่าสุดของเขามาให้ลูกดูด้วยนะ”
พ่อบ้านที่ยืนรออยู่ตรงข้างผนังชูภาพสีน้ำมันตามที่พ่อพูดแล้วก้าวเข้ามาใกล้สองสามก้าวเพื่อให้มองเห็นง่ายขึ้น
“เป็อย่างไรบ้างเขาเป็หนุ่มรูปงามใช่ไหม พรุ่งนี้จะได้เจอหน้ากันเป็ครั้งแรกลูกต้องถูกใจเขาอย่างแน่นอน”
ฉันรู้สึกเหมือนกับว่าได้ยินเสียงของพ่ออยู่ไกลออกไปที่ไหนสักแห่งขณะที่สายตาของฉันยังคงติดตรึงอยู่กับภาพวาด
นี่ไม่ใช่การพูดเกินความจริงเลย
ชีวิตที่ผ่านมาของฉันกับชีวิตที่ฉันเคยยึดถือพังทลายลงในวันนี้เวลานี้
โวล์ฟกัง ไอเซนฮูท
วินาทีที่ได้ยินชื่อนั้นและได้เห็นรูปร่างหน้าตาฉันรู้สึกเหมือนกับตื่นขึ้นมา
ราวกับมองเห็นไฟที่อยู่ๆก็ติดพรึ่บขึ้นมารอบๆ ตัวในความมืดมิดที่เดินพลางเอามือคลำหาทางไปความรู้สึกของฉันเป็แบบนั้นเลย
ทั้งเดจาวูและความรู้สึกแปลกๆทั้งหมดเชื่อมโยงกันเป็หนึ่งเดียว
มันเป็เดจาวูที่เทียบได้กับ ‘ครั้งหนึ่งในชีวิต’ และเป็ความทรงจำที่ได้จาก ‘ครั้งหนึ่งในชีวิต’
ชื่อโวล์ฟกัง ไอเซนฮูทก็อยู่ในความทรงจำนั้นด้วยภาพหญิงสาวผมทองนุ่มสลวยกับชายหนุ่มกอดกันผุดขึ้นมาในหัวชายหนุ่มยังคงเหลือเค้าหน้าของเด็กชายในรูปที่เห็นเมื่อสักครู่ั์ตาสีม่วงอมน้ำเงินที่ตราตรึงใจก็เป็สีเดียวกัน
ถ้าจะเรียกให้ถูก ภาพที่ว่าคือ ‘ภาพนิ่ง’ ใน ‘เกมจีบหนุ่ม’ หรือพูดอีกอย่างได้ว่าเป็ภาพประกอบที่ปรากฏเมื่อมีอีเวนต์เหตุการณ์พิเศษในเกม
หากเชื่อเื่ราวที่ผุดขึ้นมาเต็มหัวของฉันแล้วบรรยายสถานการณ์ของฉันตอนนี้อย่างตรงไปตรงมา
ฉันอาจ ‘เกิดใหม่’โดยที่ยังคงมีความทรงจำของชาติก่อนอยู่ด้วยอย่างน่าแปลกใจ
แล้วฉันก็มาที่โลกของเกมจีบหนุ่มที่อัดแน่นไปด้วยยันเดเระ
ยันเดเระก็คือบุคลิกภาพประเภทหนึ่งเป็ลักษณะบุคลิกภาพซึ่งมาจากคำว่า ‘ยัน’ ที่แปลว่าเจ็บป่วย รวมกับคำว่า ‘เดเระ’ที่แปลว่าแสดงออกให้รู้ว่ารัก
ดูเหมือนว่าคำคำนี้จะมีคำนิยามที่หลากหลายเช่น รักมากจนป่วย หรือวิธีแสดงความรักเหมือนคนกำลังป่วย แต่ในเกมนี้มีความหมายแบบเดียวกันคือ‘คนที่มีความรักต่ออีกฝ่ายรุนแรงมากจนแสดงออกมาเป็พฤติกรรมที่เหมือนคนป่วย’
มันเป็เกมที่เหมาะกับคนที่เปี่ยมด้วยหัวใจที่รักการผจญภัยและได้สนุกสนานไปกับเื่ราวความรักกับพวกคนทั้งหลายเ่าั้
ส่วนผลลัพธ์ของการผจญภัยถ้า้ารักแท้กับอนาคตที่มีความสุขก็ต้องเล่นไปให้ถึงฉากจบที่ดีที่สุดเท่านั้นไม่อย่างนั้นก็จะถูกลักพาตัวกับถูกคุมขัง เกมนี้ยังมีคนตายด้วยขึ้นอยู่กับการดำเนินเื่รวมถึงมีกรณีที่นางเอกซึ่งเป็ร่างอวตารของผู้เล่นถูกฆ่าตายด้วย
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ readawrite
https://bit.ly/30dKre2