ตอนที่ 7 พายุร้าย
เวลา 16.00 น. วันแต่งงานของพีระพล
“แพรวาเร็วๆลูกเดี๋ยวจะไปสายเอานะ” พงษ์เทพะโเรียกแพรวาจากตรงบันได
“ค่าๆเดี๋ยวหนูจะลงไปแล้ว” แล้วแพรวาก็เดินลงมาจากบันไดพร้อมหอบกระเป๋าพะรุงพะรัง
“คุณแพรวาค่ะเดี๋ยวเพียงช่วยถือให้นะค่ะ” เพียงตาเสนอตัวช่วยเหลือ
“ไม่ต้องฉันถือเองได้” แพรวาหันมาตะคอกแม่เลี้ยงสาวเหมือนที่เคยทำประจำ
“แพรวา” พงษ์เทพดุใส่ลูกสาวคนเล็กเล็กน้อยแล้วหันไปลูบหลังเมียสาวเพื่อปลอบใจ
“ลุงอ่ำคะมาช่วยแพรวาถือกระเป๋าหน่อยได้ไหมคะ” แพรวาะโเรียกลุงอ่ำที่รออยู่นอกตัวบ้านซึ่งทั้งลุงอ่ำ ลุงฉิมและป้านวลก็เข้ามาช่วยยกกระเป๋าทุกใบขึ้นรถจนหมด
“งั้นสองสามวันนี้ฉันฝากดูแลบ้านด้วยนะฉิม นวล อ๋อแล้วก็วันนี้ตอนเย็นๆบริษัททำความสะอาดจะเข้ามานะฝากดูแลด้วย” พงษ์เทพหันไปพูดกับคนงานทั้งสองแล้วลุงอ่ำก็ขับรถออกไปจากคฤหาสน์พร้อมฝนที่ตกลงมาปรอยๆตลอดทาง
เวลา 21.00 น. ในโรงจอดเครื่องบินส่วนตัวที่พงษ์เทพเช่าไว้
“คุณพงษ์เทพครับขอโทษที่ทำให้ต้องรอนานครับ ขอโทษด้วยจริงๆครับ ทางศูนย์ควบคุมการบินเค้าไม่อนุญาตให้เราบินครับเพราะพายุมันทำท่าจะแรงขึ้นไปอีกน่ะครับ” นักบินที่พงษ์เทพจ้างให้มาขับเครื่องบินส่วนตัวให้พูดเป็เชิงขอโทษ
“แล้วเราจะบินได้ตอนไหนหล่ะเนี่ยอีกสี่ชั่วโมง ลูกชายฉันก็จะแต่งงานแล้วนะ” พงษ์เทพออกอาการไม่พอใจหลังจากนั่งรอมาตั้งสี่ชั่วโมงเข้าไปแล้ว
“ผมขอโทษด้วยจริงๆครับ” นักบินโค้งตัวลงแล้วพูดขอโทษ
“เฮ้ออ...ไม่ต้องขอโทษหรอกมันไม่ใช่ความผิดนายซักกะหน่อย ฉันผิดเองแหล่ะแทนที่จะไปซะั้แ่เมื่อวาน” พงษ์เทพพูดจบนักบินคนนั้นก็โค้งตัวเป็เชิงขอตัวแล้วก็เดินจากไป
“คุณพ่อคะอย่างนี้งานแต่งพี่พลจะทำยังไงหล่ะคะ” แพรวาพูดขึ้น
“เราคงทำอะไรไม่ได้แล้วหล่ะนะเดี๋ยวพ่อโทรบอกเ้าพลเองว่าพวกเราคงไปไม่ได้แล้ว” พงษ์เทพพูดขณะที่ทอดสายตามองไปที่ด้านนอกเห็นพายุที่กำลังโหมกระหน่ำอย่างรุนแรงไม่มีท่าทีจะหยุด หลังจากโทรคุยกับพีระพลซึ่งผิดหวังที่พงษ์เทพไปงานแต่งตัวเองไม่ได้เรียบร้อย
“อ่ำไปเอารถเถอะ เราจะกลับบ้านกันแล้ว”พูดจบลุงอ่ำก็เดินไปชับรถมารับทั้งสามคนกลับคฤหาสน์
พอมาถึงหน้าประตูคฤหาสน์ลุงอ่ำก็กดเปิดด้วยรีโมทอัตโนมัติแล้วก็ขับรถตรงไปที่ตัวบ้านซึ่งขนาบไปด้วยสวนทั้งสองฝั่งพอมองผ่านที่ปัดน้ำฝนก็เห็นรถตู้ของบริษัททำความสะอาดจอดอยู่ตรงน้ำพุหน้าตัวบ้าน
“อ้าวยังทำความสะอาดกันไม่เสร็จอีกหรอเนี่ย มืดค่ำขนาดนี้แล้วแท้ๆ” พงษ์เทพพูดขึ้นเมื่อรถมาหยุดจอดที่หน้าตัวบ้าน “พนักงานเค้าหายไปไหนกันหมดเนี่ย”
“แล้วทำไมบ้านมันถึงได้มืดอย่างนี้หล่ะเนี่ย นวล ฉิม”พงษ์เทพะโเรียกชื่อทั้งสองคนเมื่อสังเกตเห็นว่าบ้านทั้งหลังมันมืดผิดปรกติ
“สงสัยไฟจะดับน่ะครับ คงจะซ่อมไฟกันอยู่ คุณพงษ์เข้าบ้านไปก่อนเถอะครับเดี๋ยวผมไปตามสองคนนั้นมาให้” ลุงอ่ำพูดจบพงษ์เทพก็เดินเข้าไปในบ้านพร้อมเมียสาวกับลูกสาวคนเล็กพอเดินผ่านประตูได้เล็กน้อยเพียงตาก็เห็นเงาคนนั่งอยู่บนพื้นห้องรับแขก
“คุณพงษ์คะพวกป้านวลคงอยู่ที่ห้องรับแขกน่ะค่ะ” เพียงตาสะกิดบอกสามีแล้วทั้งสามคนก็เดินเข้าไปที่ห้องรับแขกพร้อมกัน
“นวลทำไมมาอยู่นี่หล่ะ เอ๊ะ ฉิม นี่มันเกิดอะไรขึ้น ใครมัดพวกเธออย่างนี้” เมื่อเดินเข้าไปใกล้ๆความสว่างของดวงจันทร์ก็ทำให้พงษ์เทพเห็นภาพที่นวลกับฉิมที่นั่งอยู่บนพื้นห้องรับแขกถูกเชือกมัดมือมัดเท้ามีผ้าคาดปากเอาไว้
“ว้ายยยยพวกแกเป็ใครน่ะ” พอพงษ์เทพหันไปมองตามเสียงร้องของลูกสาวก็พบกับชายสวมชุดดำร่างสูงใหญ่สามคนที่สวมหน้ากากไอ้โม่งสองในสามโจรนั้นกำลังล็อกตัวปิดปากเพียงตากับแพรวาไม่ให้ร้องเสียงดังและที่สำคัญในมือของทุกคนมีปืนคนละกระบอกจ่อไปที่หัวของสองสาว
“พ...พวกแกเป็ใครกันน่ะปล่อยเมียกับลูกฉันเดี๋ยวนี้นะ” พงษ์เทพพูดขึ้น
“คุณพงษ์ครับเกิดอะไรขึ้นครับ เฮ้ย พวกมึงเป็ใครวะเนี่ย” ลุงอ่ำที่วิ่งตามเสียงร้องเข้ามาในห้องรับแขกก็เจอเข้ากับภาพชายสามคนถือปืนจึงวิ่งกระโจนเข้าใส่ไม่คิดชีวิต “พวกมึงจะทำอะไรพวกคุณหนูวะ”
ผัวะ พลั่ก
“พวกมึงต้องระวังไอ้แก่นี่มันเป็พิเศษเลยนะโว้ย มันเป็นักเลงเก่าแม่งบ้าดีเดือด” ชายชุดดำสวมหน้ากากไอ้โม่งคนที่สี่ปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลังของลุงอ่ำแล้วใช้ท่อนไม้ฟาดไปที่หัวจนลุงอ่ำสลบไป
“พวกมึงจับพวกมันมัดไว้เร็ว” ชายคนที่สี่ที่ปรากฏตัวหลังสุดซึ่งดูแล้วน่าจะเป็หัวโจกออกคำสั่งสามคนที่เหลือแล้วพงษ์เทพเพียงตา แพรวารวมถึงลุงอ่ำที่นอนสลบไปก็ถูกมัดไปนั่งรวมกับลุงฉิมและป้านวล
“ไอ้น...ไอ้เขียวก็ไหนมึงบอกว่า พวกมันไปงานแต่งลูกมันที่จีนไงวะ ทำไมพวกมันถึงมาอยู่ที่นี่ได้เนี่ย” หนึ่งในกลุ่มโจรพูดกับคนที่ดูแล้วน่าจะเป็หัวโจก
“กูก็ไม่รู้เหมือนกันโว้ยแต่ช่างแม่งเหอะ เราก็รีบปล้นให้เสร็จแล้วก็ไปแค่นั้นแหล่ะ มึงเข้าใจไหม ไอ้แดง” หัวโจกที่ชื่อเขียวพูดกับแดงที่ตัวเล็กที่สุดในกลุ่ม
“ไอ้แม....ไอ้ดำมึงก็ได้ยินแล้วนี่ ไปเปิดตู้เซฟดิวะ”แดงหันไปพูดกับผู้ชายที่รูปร่างสูงที่สุดในกลุ่ม
“เออเออ.....ไอ้เกม เอ๊ย ไอ้เหลืองมึงมากับกู” ดำหันไปพูดกับคนที่ตัวอ้วนที่สุดแล้วเขียวก็หันไปมองหน้าดำพร้อมชูนิ้วชี้ขึ้นมาแตะที่ปากแล้วดำก็ก้มหัวลงเป็เชิงขอโทษ
ถึงตอนนั้นพงษ์เทพก็เข้าใจได้ทันทีว่าพวกมันทั้งสี่คนคงใช้ชื่อปลอมในการเรียกแทนตัวเองเหมือนในหนังฝรั่งเื่นึงตอนนี้ในคฤหาสน์มีโจรอยู่ทั้งหมดสี่คนคนที่เป็หัวโจกใช้ชื่อเรียกแทนตัวเองว่าเขียวคนที่ตัวเล็กที่สุดในกลุ่มใช้ชื่อว่าแดง คนที่สูงใหญ่ที่สุดใช้ชื่อว่าดำแล้วก็คนที่อ้วนที่สุดชื่อว่าเกมแต่ใช้ชื่อเรียกว่าเหลือง ในขณะนี้ดำกับเหลืองขึ้นไปที่ห้องข้างบนที่มีตู้เซฟอยู่ส่วนแดงยืนเอาปืนจ่อตัวประกันทั้งหกอยู่ที่หน้าประตูทางเข้าห้องรับแขกส่วนเขียวเดินไปหยิบขวดเหล้าราคาแพงจากในตู้มานั่งกินอยู่บนโซฟาสบายใจเฉิบ
“พวกมึงอย่าขัดขืนนะโว้ย พอพวกกูได้เงินพวกกูก็จะไปกันแล้ว เฮ้ยไอ้แดงมึงมาลองเหล้าขวดนี้หน่อยไหมวะ ของแม่งโคตรดีเลยโว้ย” เขียวพูดกับพวกตัวประกันเสร็จก็หันไปเรียกแดงให้มากินเหล้าแล้วแดงก็เดินมานั่งกินเหล้าข้างๆกับเขียว
“เฮ้ยนั่นมึงกำลังทำอะไรอยู่วะ อีคุณหนู” พอแดงมานั่งได้ไม่นานเขียวก็สังเกตเห็นว่าแพรวากำลังขยับมือที่ไขว้อยู่ด้านหลังทำอะไรซักอย่างอยู่จึงลุกเดินมาดู
“นี่มึงโอ้ยยย เหี้ยแล้ว แม่งโทรหาตำรวจ อีเวรเอ๊ย” เขียวกระชากโทรศัพท์มาจากมือของแพรวาปาลงพื้นแตกกระจายแล้วง้างมือตบแพรวาแต่เพียงตาที่ถูกจับตัวนั่งอยู่ข้างๆก็ใช้ตัวบังจนโดนตบเข้าไปที่ใบหน้าฉาดใหญ่
“มึงอย่ามาบังซิโว้ยอีเวรเอ๊ย ไอ้แดงเมื่อกี๊ตอนมึงมัดตัวมันมึงไม่ได้ค้นตัวมันหรอวะ” ตบหน้าเพียงตาเสร็จเขียวก็หันมาด่าแดงที่กำลังลนลานอย่างหนัก
“ก...ก็ม...มึงไม่ได้บอกกูให้ทำนี่ ไอ้ห่าเอ๊ย ทำยังไงดีวะ ต...ตำรวจแม่งจะมากันหล่ะ” แดงพูด
“แม่งเอ๊ยเดี๋ยวกูไปตามพวกไอ้ดำก่อนแล้วเราจะได้รีบหนีกันเลย” พูดจบเขียวก็วิ่งตรงไปที่บันไดเพื่อไปเรียกพรรคพวกที่ชั้นบนซึ่งกำลังเดินออกมาจากห้องเก็บตู้เซฟพอดี
เปรี้ยง
“เฮ้ยเสียงปืน ใครยิงวะ” เขียวพูดจบก็วิ่งนำพรรคพวกที่เหลือลงไปดูที่ห้องรับแขกก็เห็นแดงจ่อปืนไปทางลุงฉิมที่โดนยิงเข้าที่หน้าขาขวาล้มลงไปนอนกองกับพื้นร้องด้วยความเ็ปอยู่ตรงหน้าแพรวากับเพียงตา
“ไอ้เวรเอ๊ยมึง ยิงมันทำไมวะ” เขียวถามแดงที่ยังคงอยู่ในอาการตื่นตะหนก
“มันเกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย” ดำพูด
“ก...ก็กูจะยิงอีคุณหนูนั่น ก็แม่งเป็คนเรียกตำรวจมานี่หว่า แต่ไอ้แก่นี่มันดันมาขวางซะก่อน” แดงตอบ
“ไอ้เวรเอ๊ยมึงจะยิงมันทำไมวะ เื่นั้นช่างแม่งเหอะ เรารีบไปกันเถอะเดี๋ยวพ่อมึงก็จะแห่กันมาแล้ว” เขียวพูด
“หา! พ่อ ต...ตำรวจจะมาหรอ มาได้ไงวะ” เหลืองพูด
“เดี๋ยวกูค่อยบอกรีบหนีกันก่อน” เขียวพูดจบอีกสามคนก็เปิดประตูบ้านจะวิ่งขึ้นรถแต่ไม่ทันได้ขึ้นรถก็ได้ยินเสียงไซเรนรถตำรวจซะก่อนพอมองฝ่าสายฝนที่ยังคงตกลงมาอย่างหนักก็เห็นรถตำรวจสามถึงสี่คันจอดอยู่ที่หน้าคฤหาสน์
“เวรเอ๊ยพวกเราเข้าไปในบ้านกันก่อนโว้ย” แล้วโจรทั้งสี่ก็กลับเข้าไปในตัวบ้านอีกครั้ง
“อีเวรเอ๊ยเพราะมึง เพราะมึงคนเดียวเลย” เขียวจ่อปืนไปที่แพรวาซึ่งเพียงตาก็เอาตัวมาบังไว้เหมือนเดิม
“ล...แล้วพวกเราจะทำยังไงดีวะเนี่ย” แดงพูดขึ้น
“มึงไม่ต้องลนพวกตำรวจมันยังเข้ามาไม่ได้หรอก มันต้องติดต่อบริษัทประตูให้มาเปิดให้ก่อน” เขียวเก็บปืนแล้วหันมาพูดกับแดง
Rrrrrrrrrrrr
เสียงโทรศัพท์ในคฤหาสน์ดังขึ้นซึ่งเขียวก็เดินตรงไปรับอย่างไม่ลังเล
“นี่สารวัตรอิศระพูดตอนนี้พวกเราได้ล้อมคุณไว้หมดแล้ว อีกไม่นานพวกเราก็จะบุกเข้าไป ทางที่ดีพวกคุณยอมมอบตัวจะดีกว่า”
“กูไม่มอบตัวและถ้ากูเห็นมึงบุกเข้ามากูจะยิงตัวประกันหนึ่งคน มึงเข้าใจไหม ไอ้คุณสารวัตร” เขียวพูด
“ด...เดี๋ยวก่อนเมื่อกี๊เราได้รับแจ้งว่ามีเสียงปืนดังจากข้างใน มีใครเป็อะไรไหม” สารวัตรอิศระพูด
“ไม่มีใครเป็อะไรหรอกพวกกูแค่ยิงขู่เฉยๆ แค่นี้นะ” แล้วเขียวก็วางสายไป
“แม่งเอ๊ย” แล้วเขียวก็ถอดหน้ากากไอ้โม่งโยนทิ้งลงไปกับพื้นด้วยความโกรธเผยให้เห็นใบหน้าที่คนในบ้านคุ้นเคยเป็อย่างดีโดยเฉพาะป้านวลที่ทำหน้าใสุดขีด
“เฮ้ยไอ้หนุ่ม เอ๊ย ไอ้เขียว มึงจะถอดหน้ากากทำไมวะ เดี๋ยวมันก็เห็นหน้าเราดิวะ” ดำพูดขึ้น
“ช่างแม่งเหอะมาถึงขั้นนี้แล้ว” หนุ่มพูด
“ไอ้เกมกับไอ้เล็กพวกมึงสองคนไปเฝ้าหน้าประตูคอยดูตำรวจไว้ ถ้าพวกมันเข้ามาใกล้ก็ยิงแม่งเลย” หนุ่มหันไปบอกกับไอ้แดงโจรตัวเล็กกับไอ้เหลืองโจรตัวอ้วนซึ่งก็ทำตามอย่างว่าง่ายแล้วก็เดินข้ามลุงฉิมที่ยังนอนเือาบอยู่ตรงไปดึงผ้าคาดปากของแพรวาออก
“เฮ้ออออีแพรวา กูคิดอะไรดีๆออกแล้ว กูไม่ฆ่ามึงแล้ว ไหนๆกูก็จะติดคุกแล้วทำอะไรสนุกๆก่อนติดคุกดีกว่า” แล้วหนุ่มก็พยายามดึงตัวแพรวาให้ลุกขึ้นมา
“นี่แกจะทำอะไรฉัน อย่านะ คุณพ่อคะ ช่วยแพรวาด้วย” พงษ์เทพทำท่าจะลุกขึ้นมาแต่ไอ้ดำก็ยกปืนขึ้นจ่อไปที่หัว
“กูจะพามึงขึ้น์ยังไงหล่ะ กูเล็งมึงมานานแล้ว อีแพรวา” พูดจบหนุ่มก็จับไปที่หน้าอกอวบของแพรวา
“อย่านะเอามือแกออกไป” แพรวาพยายามดิ้นหนีสุดชีวิตร้องลั่น
“เฮ้ยมึงจะทำอะไรเนี่ย อีเพียงตา โอ้ย เดี๋ยวกูก็ยิงแม่งซะหรอก”หนุ่มหันไปพูดกับเพียงตาที่พยายามใช้ตัวดันหนุ่มจนเกือบจะล้มลงไปกับพื้น
“มึงมาขวางกูทำไมอยากตายหรือไง”หนุ่มก้มลงไปเอาจ่อปืนไปที่หัวเพียงตาแล้วดึงผ้าคาดปากของเพียงตาออก
“อย่าทำอะไรคุณแพรวาเลยนะฉันขอร้อง หนุ่มก็ได้เงินไปแล้วไม่ใช่หรอ ปล่อยพวกเราไปเถอะ” เพียงตาพูด
“เงินหรอมันไม่สำคัญแล้วโว้ยตอนนี้ตำรวจมันมาล้อมที่นี่ไว้แล้ว อีกไม่นานพวกกูก็คงจะต้องเข้าคุกกันกูอยากหาความสุขเข้าตัวหน่อยโว้ย” พูดจบหนุ่มก็ลุกขึ้นใช้ลิ้นเลียไปที่ซอกคอขาวกับใช้สองมือบีบหน้าอกของแพรวาภายนอกร่มผ้าที่กำลังยืนสั่นกลัวอยู่เต็มแรง
“หรือมึงอยากจะให้กูเอามึงแทน อีเพียงตา หา!” หนุ่มผละออกจากตัวแพรวาก้มลงไปจ้องหน้าเพียงตาแล้วพูดขึ้นซึ่งทำให้เพียงตาเงียบไปพักนึงแล้วหันมองไปที่พงษ์เทพที่กำลังทำหน้าสับสนอย่างหนักก่อนหันไปมองตาของแพรวาที่ยืนหวาดกลัวอยู่ข้างหลังหนุ่มเพียงตาสูดลมหายใจครั้งนึงแล้วพูด
“ก...ก็ได้แต่นายต้องสัญญากับฉันนะว่าจะไม่ทำอะไรคุณแพรวาน่ะ” แล้วจ้องเข็มงไปที่ใบหน้าของหนุ่ม
“ฮ่าฮ่า ฮ่า เห็นหงิมๆ ใจกล้าดีนี่หว่า ได้ดิ๊ กูก็เล็งมึงมานานแล้วเหมือนกันอีเพียงตา” หนุ่มแสยะยิ้มชั่วร้ายเอื้อมมือไปจับเส้นผมของเพียงตามาดอมดมแล้วก็เอื้อมมือไปจับหน้าอกของเพียงตาแต่เพียงตาก็เบี่ยงตัวหลบ
“เดี๋ยวก่อนนายต้องสัญญากับฉันก่อนว่านายจะไม่แตะต้องคุณแพรวา” เพียงตาพูดขึ้น
“เออๆด้วยเกียรติของลูกผู้ชายกูสัญญาว่ากูจะไม่แตะต้องอีแพรวามึงพอใจหรือยัง” หนุ่มพูดขึ้น “ถ้าอย่างนั้นก็เริ่มกันเลยนะ”
เพียงตาน้ำตารื้นขอบตาหันไปมองพงษ์เทพที่ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากส่ายหัวเป็เชิงห้ามปรามแต่แล้วเพียงตาก็กลั้นใจหันกลับมาเผชิญหน้ากับหนุ่มแล้วพยักหน้าให้หนุ่มแล้วหนุ่มก็แกะเชือกที่มัดขาของเพียงตาออก
“อย่าฮือ อย่านะพี่เพียง แก ไอ้หนุ่ม ฮือ ไอ้เลว อย่าทำอะไรพี่เพียงนะ ฮือ ฮือ” แพรวาที่โดนมัดมือมัดเท้ายืนอยู่ข้างหลังหนุ่มเรียกเพียงตาอย่างอ่อนโยนเป็ครั้งแรกแล้วเริ่มร้องไห้โวยวายเสียงดัง
“มึงจะแหกปากทำไมมึงอยากโดนด้วยใช่ไหม หา!” หนุ่มลุกขึ้นหันไปประจันหน้ากับแพรวา
“ด...เดี๋ยวก่อนนายสัญญากับฉันแล้วนี่ว่าจะไม่แตะต้องคุณแพรวา” เพียงตาเดินเข้ามาขวางไว้ทำให้หนุ่มถอยออกมาแล้วเพียงตาก็หันไปพูดกับแพรวา
“คุณแพรวาคะเพียงไม่เป็อะไรหรอกค่ะ คุณแพรวาอย่าไปทำให้มันโกรธเลยนะคะ” เพียงตาที่ตอนนี้น้ำตาเอ่อออกมามากขึ้นพูดกับแพรวาที่กำลังร้องไห้ฟูมฟายอย่างหนัก
“ต...แต่ว่าฮือ พี่เพียงจะต้อง ฮือ ฮือ กับมัน ฮือ ฮือ ขอโทษค่ะ แพรวาขอโทษค่ะ คุณแม่” เป็ครั้งที่สองที่แพรวาพูดดีกับเพียงตาและเป็ครั้งแรกที่คำว่าแม่หลุดออกมาจากปากของแพรวา
เพียงตาได้ยินอย่างนั้นก็อยากจะกอดแพรวาแทบขาดใจแต่ติดตรงที่ว่ามือของตัวเองยังคงถูกมัดไว้ด้วยเชือกอยู่จึงใช้แก้มของตัวเองถูไปที่แก้มของแพรวาแทน
“เฮ้ยพอๆ พอแล้ว น้ำเน่าจริงโว้ย ไป อีแพรวามึงไปนั่งรวมกับพวกพ่อมึง” แล้วหนุ่มก็ลากแพรวาไปนั่งรวมกับพงษ์เทพ ลุงอ่ำที่ยังคงสลบอยู่ลุงฉิมที่นอนะุฝังขาโดยมีผ้ามัดขาห้ามเืไว้ป้านวลแม่ของตัวเองที่ส่งสายตาอำมหิตออกมาแล้วก็เดินไปจับตัวของแพรวาให้มานั่งที่โซฟากลางห้องรับแขกตรงข้ามกับที่พวกของพงษ์เทพถูกจับไปรวมกันแล้วเริ่มใช้มือบีบไปที่เต้าอวบจากภายนอกร่มผ้าของเพียงตาทันที
“ด...เดี๋ยวก่อนเราไปที่ห้องไหนซักห้องดีกว่าไหม” เพียงตาพูด
“ไม่กูอยากเอาตรงนี้แหล่ะ” หนุ่มแสยะยิ้มน่าขยะแขยงออกมาแล้วก็เริ่มระดมจูบไปที่ซอกคอขาวพร้อมบีบเคล้นเต้าอวบรุนแรงขึ้น
“แต่ฉันว่าถ้าขึ้นไปบนห้องมันจะสะดวกว่านะ” เพียงตาพยายามเบี่ยงหน้าหลบสายตาของพงษ์เทพ
“ไม่กูจะเอาตรงนี้ หรือถ้ามึงไม่อยาก กูจะได้ไปเอาลูกสาวสุดสวยของมึงแทน เอาไหม” ได้ยินอย่างนั้นเพียงตาก็เม้มปากไม่พูดอะไรต่อปล่อยให้หนุ่มแกะกระดุมหน้าของเสื้อเดรสทรงแขนตุ๊กตาสีชมพูของตัวเองออกเผยให้เห็นเสื้อชั้นในตะขอหน้าสีขาวอยู่ด้านใน
“โหนมมึงใหญ่อย่างที่กูคิดจริงๆด้วย แถมหัวนมสีชมพูอีกโว้ย” ไม่เพียงบรรยายแต่หนุ่มควักเต้าอวบให้ออกมาจากเสื้อในแล้วดูดเลียทั้งเนื้อนมทั้งยอดถันมูมมาม
“แผล่บ โอ้ยย จร๊วบ แม่งอร่อยจริงๆ จร๊วบ มร๊วฟอ้า”ดูดเลียเสร็จก็ถอนปากออกแล้วเอาหน้าไปซุกตรงกลางหน้าอกสะบัดหน้าถูไถในขณะที่เพียงตาทำได้แค่เม้มปากแล้วหลับตาเท่านั้น
“กูว่าถอดชั้นในออกดีกว่าแกะกะหว่ะแต่ไม่ต้องถอดชุดนี้ออกหรอกกูชอบมึงใส่แล้วสวยดี” พูดจบหนุ่มก็เอื้อมมือไปปลดตะขอชั้นในที่อยู่ด้านหน้าออกทันทีแล้วก็ก้มตัวลงไปดึงกางเกงในออกมาทางปลายเท้าซึ่งเพียงตาก็ขัดขืนเล็กน้อยก่อนจำยอมในที่สุด
“ไหนกูขอดูข้างล่างบ้างดิ๊เป็ยังไงบ้างวะ โหวววว นมมึงว่าสวยแล้ว หอยมึงสวยกว่าอีกแฮะ กลีบชมพูแถมยังปิดสนิทอยู่เลย” เพียงตาหลับตากัดปากแน่น
“ขอดมหน่อยนะ ฟอด หอมฉิบหายเลย แผล่บ ชมพูดีจริงๆเล้ย จร๊วบ ซรู่บบบ โหวว น้ำในร่องก็หวานโอ้ยย ซร่วบบ แผล่บ จร๊วบบ”พอดมเสร็จหนุ่มก็แหวกแคมข้างออกแล้วใช้ลิ้นเลียเข้าไปในร่องทันทีซึ่งทำให้เพียงตาสะดุ้งตัวเล็กน้อย
“จร๊วบซร่วบบ โอ้ยย ไม่ไหวแล้วโว้ย”หนุ่มผละจากการเลียแล้วลุกขึ้นยืนถอดกางเกงตามด้วยกางเกงในแล้วท่อนเอ็นของหนุ่มก็ดีดตัวออกมา