ตอนที่ 3 (1)
ตำรวจมาล้อมกลุ่มกัน ต่างคนต่างกอดอกเท้าสะเอว สีหน้าขึงขัง บรรยากาศตึงเครียดเสียราวกับว่าวันสิ้นโลกกำลังจะมาถึง
พวกเขากำลังล้อมรอบจิ่งตาน ส่วนิญญาของจิ่งตานที่โปร่งแสงก็กำลังขัดสมาธิลอยอยู่ในอากาศ สายตาของทุกคนต่างจับจ้องไปที่ถุงซิปใสกลางโต๊ะนั่น
“ถูกกินจนเหลือแค่ขน...เส้นเดียวงั้นเหรอ” หนูตะเภาฟาไฉผู้อำนวยการของกรมย่อยพิเศษพูดขึ้น
จิ่งตานพยักหน้าเคร่งขรึม “ถ้าไม่ใช่เพราะโรงพยาบาลเหอผิงเกิดเื่และชั้นเก้าถล่มล่ะก็ คงไม่มีใครคิดจะไปตรวจสอบที่อื่น”
“ผลหลังจากตรวจสอบ พบว่าร่างของนายหายไปแล้วอย่างนั้นเหรอ” ตำรวจอีกคนจากแผนกจราจรที่มาสนับสนุนและอยู่หน่วยเดียวกับจิ่งตาน เขามองไปที่จิ่งตานแล้วพูดด้วยความตกตะลึงว่า “แต่คุณจุติลงมาในกายเซียนนะ...”
การที่ดวงดาวจุติลงมาเกิดในโลกมนุษย์นั้นมีกฎเกณฑ์อยู่ โดยพื้นฐานแล้วิญญาและร่างกายจะโยกย้ายไม่เหมือนกัน ร่างกายล้วนเป็ร่างกายของมนุษย์ มีเพียงดวงิญญาภายในเท่านั้นที่เป็ของโลกบน
ถ้าจะแบ่งโลกก็สามารถแบ่งคร่าวๆ ได้เป็สามโลก คือ บน กลาง และล่าง ดวงดาวอาศัยอยู่ในโลกบนหรือที่เรียกอีกอย่างว่าแดน์ โลกกลางที่ที่มนุษย์อาศัยอยู่เรียกว่าโลกมนุษย์ ส่วนที่ที่ภูตผีปีศาจอาศัยอยู่คือโลกล่างหรือเรียกอีกอย่างว่ายมโลก
เดิมทีทั้งสามโลกต่างก็มีเขตกั้นของตัวเอง ตามปกติแล้วจะไม่สามารถติดต่อสื่อสารถึงกันได้ แต่กฎก็มีไว้ให้แหก นับั้แ่พวกฝีมือฉกาจบางส่วนจุติ พวกหนึ่งก็อยู่ที่นี่เล่นบทตัดผ่านความว่างเปล่า[1] ส่วนอีกพวกหนึ่งก็ไปที่นั่นเล่นบทหากนรกยังไม่ว่างเปล่าจากสัตว์นรก ข้าก็ไม่ขอตรัสรู้เป็พระพุทธเ้า[2] หลุมโพรงบังเกิดจากหายนะนั้น ภูต ผี ปีศาจ เทพ เซียน พระที่มีความสามารถจึงเริ่มพากันวิ่งไปวิ่งมาอย่างกำเริบเสิบสาน...
เพื่อปกป้องรักษาความรักและความสงบสุขของโลก พวกเขาเองก็กังวลใจเช่นกัน
โลกบนยิ่งใหญ่เกรียงไกรมาก ภูตผีปีศาจจึงไม่กล้าวิ่งขึ้นไปเล่นง่ายๆ ดังนั้นส่วนใหญ่จึงกระจุกตัวกันอยู่ที่โลกกลางเพื่อกินมนุษย์ อาหารอันโอชะที่อ่อนแอที่พอกินก็กรุบกรอบ พอกลั่นแกล้งก็น่าอภิรมย์นี้
ด้วยเหตุนี้ดวงดาวในโลกบนจึงผลัดกันรับคำสั่งจุติลงมาโลกมนุษย์ เพื่อกำจัดภูตผีปีศาจ และรักษาความสงบเรียบร้อยของทั้งสามโลก
แต่เพราะระดับความหนาแน่นของพลังงานแตกต่างกัน บวกกับเขตกั้นของทั้งสามโลกนั้นหนามาก หากดวงดาว้าจุติลงมายังโลกอย่างราบรื่น ก็ทำได้แค่จุติลงมาในกายมนุษย์เท่านั้น เปลี่ยนเป็มนุษย์ก่อนจึงจะสามารถมายังโลกมนุษย์ได้อย่างราบรื่น
ทว่าหลังจากมาถึงโลกมนุษย์แล้ว เหล่าดวงดาวก็ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ในทันที ปกติแล้วจะต้องรอจนกว่าแก่นิญญาในร่างจะปรับตัวเข้ากับร่างกายของมนุษย์ หรือมีเหตุพลิกผันขึ้นถึงได้ตื่นขึ้นมา
แต่มนุษย์เป็สิ่งมีชีวิตที่มหัศจรรย์และเหลือเชื่ออย่างแท้จริง พวกเขามักจะ ‘ผ่าเหล่าผ่ากอ!’ อยู่เสมอ
ทั้งๆ ที่อ่อนแอ อ่อนแอมาก อ่อนแอสุดๆ ขนาดนั้น! ค่าสูงสุดของชีวิตก็ไม่เกินร้อยกว่าปี แต่ว่ามีวิธีการใช้ชีวิตอย่างทะนงองอาจมากกว่าพวกเหล่าดวงดาวดั้งเดิมที่โลกบนเสียอีก
ก็เหมือนกับพระมหาโมคคัลลานะ[3]ที่ไม่รู้ว่าอยู่ในขุมนรกในยมโลกนานแค่ไหน ทั้งที่แต่เดิมก็เป็เพียงมนุษย์คนหนึ่งที่ทำเพื่อแม่ของเขา ตอนนี้เลยบำเพ็ญจนกลายเป็พระ แต่ก็ยังไม่ยอมรับว่าตนเป็พระอยู่ดี ก็คือตัวอย่าง!
จิ่งตาน หนึ่งในกลุ่มดาวยี่สิบแปดหมู่ที่จุติลงมาเกิดในครั้งนี้ ได้พบกับกายมนุษย์ที่หายากแบบนี้ ดวงิญญาที่ทรงพลังควบคู่ไปกับกายเนื้อที่ผ่าเหล่าผ่ากอ ไม่ถึงสิบขวบก็ตื่นรู้แล้ว จากนั้นสารอาหารจากดวงิญญาก็ถูกส่งกลับมาหล่อเลี้ยงกายเนื้อ บำรุงกายเนื้อจนกลายเป็ ‘กายเซียน’ ชั้นหนึ่ง!
เหล่าตำรวจดวงดาวกำลังถกหัวข้อกายเซียนกันอย่างจริงจัง ส่วนเจี่ยนอินในเวลานี้ หลังจากไอเสร็จและดีขึ้นแล้ว ก็มองไปที่มนุษย์ด้ายดำจิ๋วที่กลับไปนั่งที่ม้านั่งอย่างหวาดกลัว ถึงแม้ว่าจะกลัวอยู่นิดหน่อย แต่ก็ยังพูดกับอีกฝ่ายเสียงเบาว่า “...สวัสดีครับ...ขอบคุณครับ...”
เสียงของเจี่ยนอินทั้งเล็กและนุ่ม แตกต่างกับเหล่าตำรวจดวงดาวในกรมย่อยพิเศษที่ต่างคนต่างก็แข่งกันดุร้ายอย่างสิ้นเชิง
มนุษย์ด้ายดำจิ๋วพยักหน้าช้าๆ ถือแก้วชาที่ลอยอยู่ในอากาศ แล้วดื่มชาต่อไป
เจี่ยนอินไม่เข้ากับบรรยากาศของที่นี่ รู้สึกเหมือนกับแกะตัวน้อยที่วิ่งพรวดพราดเข้าไปในฝูงหมาป่าอย่างไรอย่างนั้น
เจี่ยนอินมองหงเซี่ยน แล้วก็มองไปที่มนุษย์ด้ายดำจิ๋วอีกครั้ง คิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ค่อยๆ เดินไปตรงหน้าของมนุษย์ด้ายดำจิ๋ว แล้วเปิดกล่องพายสับปะรด ก่อนจะถามเบาๆ ว่า “คุณอยากกินพายสับปะรดไหม คุณกินพายสับปะรดได้หรือเปล่า”
มนุษย์ด้ายดำจิ๋วค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมา ขบคิดครู่หนึ่ง จากนั้นก็พยักหน้าช้าๆ อีกครั้ง
เจี่ยนอินยื่นกล่องไปข้างหน้าอย่างดีใจมาก พลางมองมนุษย์ด้ายดำจิ๋วยื่นนิ้วที่ถักทอจากเส้นด้ายสีดำมาหยิบพายสับปะรดไปชิ้นหนึ่ง ค่อยๆ แกะห่อ และเริ่มกินคู่กับชา
เจี่ยนอินมองมนุษย์ด้ายดำจิ๋ว ไม่รู้ว่าทำไมถึงมีความรู้สึกสบายใจแปลกๆ
มนุษย์ด้ายดำจิ๋วช่วยชีวิตเขาไว้ เป็คนดี มนุษย์ด้ายดำจิ๋วไม่พูดจา แต่อ่อนโยนมาก มนุษย์ด้ายดำจิ๋วโดนตัวเขาแล้วไม่ะเิ…
เชิงอรรถ
^ หรือการหลุดพ้นจากความทุกข์ คำพูดก่อนมรณภาพของพระอวโลกิเตศวร ซึ่งแปลว่า พระผู้ทัศนาดูโลก หรือเจ้าแม่กวนอิม^ มหาปณิธานของพระกษิติครรภ์มหาโพธิสัตว์ ซึ่งแปลว่า ครรภ์แห่งผืนแผ่นดิน มหาปณิธานของพระกษิติครรภ์มหาโพธิสัตว์สอนให้มนุษย์มีความเสียสละ ไม่ละทิ้งผู้ตกทุกข์และพยายามช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่ยังประสบความทุกข์ยาก ความเมตตาและความอดทนที่ไม่มีเงื่อนไขของพระองค์เป็นแบบอย่างของการเสียสละเพื่อประโยชน์สุขของผู้อื่น^ พระโมคคัลลานะ เป็นพระเถระอัครสาวกเบื้องซ้ายของพระโคตมพุทธเจ้า มารดาชื่อว่านางโมคคัลลี นางโมคคัลลีตอนมีชีวิตอยู่ปากร้ายด่าคนอื่นไว้มากมายเลยตกนรกและอุบัติเป็นเปรตไฟไหม้ปากตลอดเวลาเพื่อชดใช้กรรม พระโมคคัลลานะด้วยความเป็นลูกกตัญญูจึงตามไปช่วยอุทิศส่วนกุศลให้มารดาที่นรก จนมารดาหลุดพ้น