ตอนที่ 32 ขวาร้ายซ้ายดี?
‘ขวาร้ายซ้ายดี? งั้นผมไปซ้ายทันที’
ตามคำพูดติดปากของพูดคนในโลกก่อน ที่ว่ากันว่า ‘ขวาร้าย...ซ้ายดี’ ไลท์ที่ในสมองจดจำคำนี้ได้อย่างแม่นยำ โดยที่ไม่มีเหตุผลใดๆ มารองรับ
ก็พลันเลือกทางซ้ายทันที...ซึ่งในเมื่อเขาตัดสินใจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เขาก็ได้ทำการแยกทางกับคุณตาเกล เพื่อออกตามหามาร์คัสต่อทันที
‘เอ๊ะ!! เราลืมบอกถึงเรื่องดันเจี้ยนให้กับไลท์ไปหรือเปล่า?!’
ในระหว่างที่แยกทางกันมาได้สักพัก คุณตาเกลที่กำลังร้อนใจอยู่กับการตามหาลูกชายของตน
ก็ฉุกคิดขึ้นได้ว่า ทางแยกซ้ายที่ไลท์ได้เลือกจะไปนั้น นอกจากจะมีเหมืองเก่าเป็นจุดเด่นแล้ว ใกล้ๆ เคียงกันก็ยังมีอีกสถานที่หนึ่ง
ซึ่งก็คือดันเจี้ยนที่ถูกพิชิตแล้ว ตั้งอยู่ใกล้เคียงกันจนแทบจะติดกันอีกด้วย! และเมื่อคุณตาจดจำขึ้นมาได้ว่า ตนเองยังไม่ได้บอกถึงเรื่องนี้ให้กับไลท์
ทางด้านของชายชราก็เริ่มที่จะกังวลใจ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นดันเจี้ยนที่คุณตานึกถึง มันคือดันเจี้ยนที่ถูกพิชิตลงไปนานแล้ว สัตว์อสูรที่อาศัยอยู่ในดันเจี้ยนแห่งนี้ล้วนถูกนักผจญภัยในอดีตฆ่าตายไปจนหมดสิ้น
พร้อมทั้งยังปิดผนึกดันเจี้ยนแห่งนี้ด้วยเวทมนตร์ขั้นสูง ที่สามารถผนึกไม่ให้ดันเจี้ยนกลายเป็นแหล่งกำเนิดของเหล่าสัตว์อสูรต่อไปได้อีก จึงเปรียบได้ว่าดันเจี้ยนในป่าดาราฉาย นั้นเหลือเพียงแค่ชื่อ เพราะในตอนนี้ดันเจี้ยนที่ว่าได้กลายเป็นถ้ำร้างๆ ไปแล้วก็ว่าได้
คุณตาเกลปัดความกังวลของตัวเองลง เมื่อนึกถึงดันเจี้ยนในป่าดาราฉายหนล่าสุดที่ตัวเองได้ออกไปเก็บของป่า เมื่อหลายวัยก่อน โดยวันนั้นก็คือวันที่ตนเองและภรรยาได้พบกับ ไลท์ เป็นครั้งแรก.
โดยไลท์ได้ตกลงมาจากภูเขาใกล้ๆ กับถ้ำดันเจี้ยนแห่งนั้นพอดิบพอดีนั่นเอง!
“มาร์คัสอยู่หรือที่นี่หรือเปล่า!” เป็นเสียงของชายหนุ่มที่ร้องตะโกน เรียกชื่อของมาร์คัส อยู่สักพักใหญ่
เขาเดินไปตามเส้นทางเดินที่มีต้นไม้ใบหญ้าที่สูงประมาณช่วงลำตัว โดยเบื้องหน้าของเส้นทางที่ชายหนุ่มเลือกเดิน คือ ภูเขาสูง ที่ครั้งหนึ่งเขาเคยได้ไปวัดความสูงของมันด้วยการใช้ตัวเองเป็นเครื่องวัดระยะ ตกลงมาจากภูเขาดังกล่าวเป็นลูกขนุนมาแล้วนั่นเอง
ไลท์ใช้สองมือปัดเศษกิ่งไม้ให้พ้นจากระยะสายตาที่กำลังมองหามาร์คัส ก่อนที่เขาจะมาหยุดยืนอยู่ที่หน้าปากทางเข้าของถ้ำที่มืดมิด ซึ่งเจ้าตัวคิดว่าเป็นเหมืองเก่าตามคำบอกเล่าของคุณตาเกล
‘นี้คงเป็นเหมืองเก่าที่คุณตาบอกสินะ?'ชายหนุ่มพูดกับตัวเอง พลางพินิจเหมืองเก่าที่ตัวเองเข้าใจผิด
ทั้งที่จริงๆ แล้ว เหมืองเก่าที่ว่านั้นอยู่ห่างออกไป ไม่ถึง 50 เมตร อีกทั้งเส้นทางการเดินที่มายังเหมืองเก่าก็มีชาวบ้านและนักผจญภัยคนอื่นๆ ช่วยกันถางหญ้าทำเส้นทางเดินเอาไว้ให้เป็นอย่างดี
ผิดกับเส้นทางเดินของไลท์ ที่เพียงก้าวแรกนับตั้งแต่แยกทางกับคุณตาเกล ชายหนุ่มก็ได้ก้าวผิดมาตั้งแต่ต้นแล้ว
‘ติดกระดุมเม็ดแรกผิด...กระดุมเม็ดต่อไปก็ผิดทั้งหมด’
ไลท์เดินไปผิดทางและเส้นทางที่เขา บุกป่าฝ่าดง เสมือนเป็นนักผจญภัย แท้ที่จริงแล้วมันคือทางเดินที่ทอดยาวสู่...ดันเจี้ยนร้าง!
ภายในดันเจี้ยนร้างนั้นมืดเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังเต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นที่ลอยคละคลุ้งไปทั่วทั้งดันเจี้ยน ส่งให้ดันเจี้ยนร้างแห่งนี้มันชวนขนลุกเป็นอย่างยิ่ง ถึงกระนั้นแม้ดันเจี้ยแห่งนี้จะดูน่ากลัวและดูวังเวงมากสักแค่ไหน
แต่มันก็ไม่อาจทำให้ ไลท์ รู้สึกกลัวได้เลย...ไม่ใช่ว่าไลท์เข้มแข็งหรืออย่างใด หากแต่เป็นเพราะไลท์นั้นคุ้นชินกับเรื่องลี้ลับ ภูตผีปีศาจมาจากโลกก่อน จนเขาชินชาไปแล้วเสียมากกว่า
ประเทศไทยนอกจากจะได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่โดดเด่นทางด้านอาหารและวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่โด่งดัง ไม่แพ้กันเลยก็คือ...เรื่องผี
ภาพยนตร์หรือหนังผีไทย คือภาพยนตร์ที่ได้กระแสความนิยมในหมู่ชาวโลก ในเรื่องของความน่ากลัว ความหลอนและความอาฆาตแค้น นอกเหนือจากนั้นยังมีเรื่องของไศยศาสตร์ที่วิทยาศาสตร์ก็ยังอธิบายไม่ได้ เข้ามาเกี่ยวข้องอีกด้วย
ทำให้ความน่ากลัวของผีไทย นั้นติดอยู่ในอันดับต้นๆ ของโลกเลยทีเดียว
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ความน่ากลัวของผีไทยไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับดันเจี้ยนร้างแห่งนี้!
เพียงแค่จะบอกให้รู้ว่า ส่วนหนึ่งที่ทำให้ไลท์นั้นดูไม่ค่อยกลัวกับบรรยากาศในดันเจี้ยนแห่งนี้ ก็เป็นเพราะเขาดูจะมีภูมิต้านทานจากความกลัวในเรื่องเร้นลับมาจากผีไทย ก็เท่านั้น
ไลท์เดินเข้าไปในดันเจี้ยนที่มืดมิดอย่างไม่มีความกลัว เขาใช้ก้อนแอลกอฮอล์ที่อยู่ในตัวและปืนไฟแช็ก จุดลงบนกิ่งไม้แห้งๆ ที่เก็บได้จากหน้าทางเข้าถ้ำ ขึ้นมาส่องสว่าง พลางช่วยขับไล่ความมืดและเป็นแสงไฟนำทางให้กับตน
ด้านในของดันเจี้ยน คือเส้นทางยาวที่คดเคี้ยวไปมา มีเศษซากกระดูกของสัตว์จำนวนมากที่ตายอยู่ด้านในตลอดเส้นทางที่เขาผ่านเข้ามา ชายหนุ่มพยายามร้องเรียกมาร์คัส แต่ก็ดูจะไร้วี่แววของการตอบกลับ
มีเพียงเสียงสะท้อนที่ดังก้องไปทั่ว...ก่อนที่ในเวลาต่อมา สายตาที่เริ่มปรับให้คุ้นชินกับความมืดของไลท์ จะเหลือบไปเห็นการเคลื่อนไหวของอะไรบางอย่างที่อยู่ถัดไปในส่วนโถงของดันเจี้ยน!!
ฟุบ~!
ไลท์รู้ได้ในทันทีว่าสิ่งที่เคลื่อนไหวไปมาอยู่ตรงหน้าของเขา ต้องไม่ใช่คนอย่างแน่นอน ขาของเขาเริ่มที่จะก้าวถอยหลังไปทีละก้าว แต่กระนั้นสายตาก็ยังคงจับจ้องการเคลื่อนไหวเบื้องหน้าอย่างไม่หวั่นไหว
นี้คือการเอาตัวรอดที่เขาเรียนรู้มาจาก วิดีโอบนยูทูป ในโลกก่อน...ที่มักจะสอนถึงการเผชิญหน้ากับสัตว์ป่า โดยส่วนสำคัญของการเอาตัวรอดเลยก็คือถ้าเป็นไปได้อย่าหันหลังให้กับมันอย่างเด็ดขาด
พยายามจับจ้องไปที่มันแล้วค่อยๆ ถอยหลังไปช้าๆ หากสบโอกาสเมื่อใด ค่อยวิ่งหนีเอาตัวรอดเป็นลำดับสุดท้าย
ไลท์ทำทุกอย่างตามที่เขาจดจำมาอย่างเคร่งครัด เขาถอยหลังไปช้าๆ สาวตาพยายามมองหาการเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตที่หลบซ่อนอยู่ภายใต้ความมืด
แสงจากคบไฟที่สาดกระทบเข้ากับผนังถ้ำดันเจี้ยน ได้ส่องเงาร่างของสัตว์อสูรตัวหนึ่งที่มีขนาดใหญ่เอามากๆ รูปลักษณ์ของมันที่ปรากฏผ่านเงาบนกำแพง คือบางสิ่งที่มีลักษณะใหญ่โต จนไลท์เริ่มรู้สึกหวั่นๆ
นี้คือการเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรครั้งแรกของเขา นับตั้งแต่ทะลุมิติมาต่างโลก เหงื่อเม็ดโตๆ เริ่มผุดขึ้นทีใบหน้าของชายหนุ่ม ความกังวลและกลัว เริ่มทำให้ขาของเขาเริ่มที่จะสั่นๆ
ทว่าสั่นในที่นี้ของไลท์ มันไม่ใช่สั่นด้วยความกลัวแบบที่มาร์คัสและร็อค นั้นกลัวต่อโทมัสจนก้าวขาไม่ออก แต่สำหรับไลท์ สั่นของเขาคือสั่นที่พร้อมจะวิ่งต่างหาก!
และในวินาทีนั่นเอง ร่างเงาที่ปรากฏบนกำแพง ก็พลันพุ่งตัวออกมาจากที่หลบซ่อนของมัน
ทันใดนั้นไม่จำเป็นต้องให้ใครมาให้สัญญาณ ชายหนุ่มกลับหลังหันขวับในทันที ก่อนที่ขาทั้งสองข้างจะเริ่มออกตัววิ่ง แต่ทว่า...ต้องอย่าลืมว่าขาของไลท์พึ่งจะกลับมาเดินได้ตามปกติไม่ถึงวัน
การที่จู่ๆ ก็ออกตัว กระชากวิ่งแบบนี้ มันย่อมส่งผลให้อาการบาดเจ็บของเขา หวนกลับมาอีกครั้ง ความเจ็บนี้เหมือนเข็มนับพันเล่ม ทิ่มแทงไปที่ขาของเขา ‘โอ๊ย!’
การวิ่งของเขาเริ่มช้าลงและในที่สุดเขาก็ต้องหยุด ด้วยความเจ็บปวด
จบเห่แล้ว
ชั่ววินาทีแห่งความเป็นความตาย ไลท์นั้นรับรู้ได้ถึงการมาของสัตว์อสูร ที่ติดตามจนใกล้เข้ามา จนแทบจะถึงตัวของเขาแล้ว
เขาหลับตาลง เพื่อเตรียมที่จะตาย แต่แล้ว…ดึง ดึง
ไลท์ที่หลับตานอนแผ่ไปกับพื้นถ้ำของดันเจี้ยน รู้สึกเหมือนกับมีอะไรบางอย่างกำลัง กระโดดไปมาอยู่ที่ลำตัวของเขา เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้น ก่อนจะพบว่าร่างเงาที่ดูใหญ่โตบนกำแพง นั้นได้กระโดดอยู่บนตัวเขา
ที่แท้ก็เป็นเพราะแสงเงาจากคบเพลิงนี้เอง ที่ทำให้ขนาดมันดูผิดเพี้ยน
สัตว์อสูรที่กำลังกระโดดไปมาอยู่บนลำตัวของเขา แท้ที่จริงแล้วมันมีขนาดแค่เพียง ลูกฟุตบอลก็เท่านั้นเอง อีกทั้งสัตว์อสูรตนนี้ก็เป็นแค่...สไลม์!
“สไลม์!” ไลท์จดจำสิ่งมีชีวิตที่หน้าตาแบบนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะในโลกก่อนของเขา มันคือสิ่งมีชีวิตที่น่าสงสารมากที่สุดก็ว่าได้ ไม่ว่าจะอยู่ในเกมออนไลน์ เกมใดก็มักจะเป็นตัวแรกๆ ที่ถูกผู้เล่นไล่ฆ่า เพราะมันนั่นอ่อนแอและหน้าตาที่ดูบ้องแบ๊วไร้พิษภัย
ดีขึ้นหน่อยที่ยุคหลังๆ มานี้ สไลม์ได้ถูกนำมาดัดแปลงและตีความขึ้นใหม่ให้เป็นตัวละครเอกในการ์ตูนญี่ปุ่น
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผู้คนส่วนใหญ่ก็ยังคงมองว่า สไลม์คือสัตว์อสูรที่อ่อนแออยู่ดี เช่นเดียวกับโลก The Gloria ที่ไลท์ทะลุมิติข้ามมา ก็ไม่ต่างกัน
สไลม์คือสัตว์อสูรชั้นต่ำของโลกใบนี้และเป็นจุดต่ำสุดของห่วงโซ่อาหารในทุกลำดับชั้น!!
ดึงดึงดึง~ สไลม์ตนนั้นได้กระโดด กระแทกน้ำหนักลงของมันลงบนตัวของไลท์ หลายต่อหลายครั้ง ดูเหมือนมันจะไม่พอใจที่ชายหนุ่มเรียกมันว่า สไลม์
“แกไม่ชอบให้คนเรียกว่าสไลม์เหรอ?” ไลท์เอ่ยถามออกไป ทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าสไลม์จะเข้าใจในคำพูดของเขาหรือไม่
ดึง...ดึง~ น้ำหนักที่กระแทกลงบนตัวของมัน ค่อยๆ เบาลง แถมนุ่มนิ่มเสียจนเหมือนกับเป็นวุ่น ดูแล้วมันคงเข้าใจในคำพูดของมนุษย์จริงๆ
‘ระบบช่วยประเมิน สไลม์ตัวนี้ให้ฉันได้ไหม’
เมื่อรู้ว่า เจ้าสไลม์ไม่ชอบให้เขาเรียกมันว่าสไลม์ ดังนั้นไลท์จึงต้องหาคำเรียกแทนชื่อของมันเสียใหม่พร้อมกับขอความช่วยเหลือจากทางระบบ
ชื่อ: ไม่มี อายุ: เป็นอนันต์ เพศ: -
พลังเวท: 0 ดาว
ความสามารถพิเศษ: ไม่มี
สถานะ: สามารถจับเป็นสัตว์เลี้ยงได้ โอกาสสำเร็จเบื้องต้น 0.1%!!
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ
www.facebook.com/writelazy
ตารางการลงนิยายทุกวันเวลา 18.00
(ในอนาคตอาจมีการปรับตารางลงใหม่เพื่อให้ตัวผู้แต่งมีเวลาพัก ขอบคุณครับ)