บทที่ 26 พาโจรภูเขากลับไปบุกเบิกที่ดิน
นี่คือฮูหยินตัวน้อยของเขา
ฮูหยินตัวน้อยที่ยินยอมร่วมทุกข์ร่วมสุข และกอบกู้ตระกูลเซี่ยงไปพร้อมกับเขา
เซี่ยงเฉิงหลีกุมมือจี้หานลั่วเอาไว้ แล้วเผลอยกขึ้นมาจุมพิตที่หลังมือเบา ๆ อย่างลืมตัว ในใจหวานล้ำยิ่งกว่าได้กินน้ำผึ้ง นี่คือเรื่องเซอร์ไพรส์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในการกลับมาเกิดใหม่ในชาตินี้ของเขา
จี้หานลั่วคิดจะดึงมือที่อ่อนนุ่มไร้กระดูกของตนกลับ แต่พอเงยหน้าขึ้นสบเข้ากับดวงตาสีนิลคู่นั้น ก็เกิดความรู้สึกตัดใจไม่ลงขึ้นมา
วีรบุรุษหนุ่มผู้สู้ได้หนึ่งต่อร้อย และรบชนะในทุกสมรภูมิผู้นี้
ในดวงตาของเขา มีเพียงเงาของนางสะท้อนอยู่เต็มเปี่ยม ความรักความอ่อนโยนในแววตานั้น ช่างมอมเมาให้ผู้คนหลงใหลยิ่งกว่าร่ำสุราดอกซิ่งเสียอีก
จี้หานลั่วเผลอคลี่รอยยิ้มจาง ๆ ออกมาอย่างเคลิบเคลิ้ม
นางรู้สึกว่าตัวนางที่เคยเยือกเย็นสุขุมและควบคุมได้ทุกสถานการณ์ บัดนี้กลับไม่อาจควบคุมหัวใจของตัวเองได้อีกต่อไป ไม่รู้ว่าเผลอทำหัวใจหล่นหายไปที่ผู้ชายคนนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่
นางคิดว่าผู้หญิงทุกคนคงไม่อาจต้านทานชายหนุ่มผู้นี้ได้
ไม่เกี่ยวกับฐานะ ไม่เกี่ยวกับตำแหน่ง
ไม่เกี่ยวกับชื่อเสียงลาภยศ ไม่เกี่ยวกับหน้าตา
เพียงแค่เสน่ห์เฉพาะตัวของลูกผู้ชายคนนี้ ก็ทำให้นางมิอาจปฏิเสธได้ลง
ภาพที่เขาใช้ร่างกายเลือดเนื้อของตนเพียงลำพัง ปกป้องนางไว้กลางวงล้อม ท่วงท่าองอาจห้าวหาญ ยืนหยัดสู้ศัตรูอย่างถวายหัว ราวกับถูกประทับตรึงแน่นอยู่ในใจของนางดั่งรอยสัก
วีรบุรุษหนุ่มผู้สง่างาม มีพลังดั่งจะกลืนกินขุนเขาและสายน้ำ กล้าหาญชาญชัย ไร้ซึ่งความหวาดกลัว ราวกับมีแสงสว่างเจิดจ้าปกคลุมไปทั่วร่าง ช่างน่าหลงใหลเหลือเกิน
นางช่างโชคดี
ในยุคสมัยที่โหดร้ายต่อสตรีเช่นนี้
ที่ได้พานพบกับผู้ชายที่คำไหนคำนั้นและรักษาสัจจะยิ่งชีพ เขาใช้การกระทำพิสูจน์คำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้ ‘จะใช้ชีวิตเข้าแลก เพื่อปกป้องคุณหนูจี้ให้ปลอดภัย’
ตอนที่นางถูกลูกธนูยิงผ้าคลุมหน้าหลุด เผยโฉมหน้าที่แท้จริงต่อหน้าผู้คนจนเสื่อมเสียชื่อเสียง ชายผู้นี้กลับไม่ลังเลในงานแต่งงานนี้เลยแม้แต่น้อย
เขาอุ้มนางขึ้นรถเจ้าสาว ปกป้องนางจนถึงที่สุด
ตอนที่นางถูกใช้เป็นข้ออ้าง ถูกปั่นกระแสให้เป็นโฉมงามอันดับหนึ่งแห่งแคว้นเสวียน จนกลายเป็นเป้าหมายของเหล่าโจรภูเขา
ชายผู้นี้ก็ยอมอดหลับอดนอน กวาดล้างรังโจรห้าแห่งติดต่อกันภายในสองวันเพื่อนาง
ความรักก่อตัวขึ้นเมื่อใดมิอาจทราบ รู้ตัวอีกทีก็ลึกซึ้งเกินถอนตัว
จี้หานลั่วปล่อยให้การกระทำเป็นไปตามเสียงเรียกร้องของหัวใจ
กว่าจะรู้ตัวอีกที ริมฝีปากแดงระเรื่อเล็กจิ้มลิ้ม ก็แนบชิดติดกับริมฝีปากได้รูปของวีรบุรุษหนุ่มเสียแล้ว เมื่อริมฝีปากสัมผัสกัน นางก็รวบรวมความกล้าเผยอปากขึ้นเล็กน้อย ครอบครองริมฝีปากล่างอันเซ็กซี่ของชายหนุ่ม แล้วขบเม้มดูดดึงเบา ๆ
เซี่ยงเฉิงหลีตกตะลึงกับการกระทำของฮูหยินตัวน้อย
แต่พอตั้งสติได้
เขาก็รู้สึกว่าลูกผู้ชายอกสามศอก จะปล่อยให้ฮูหยินตัวน้อยเป็นฝ่ายรุกในเรื่องแบบนี้ได้อย่างไร ฝ่ามือใหญ่ประคองใบหน้างามของนางไว้ แล้วพลิกสถานการณ์กลับมาเป็นฝ่ายรุกทันที
ดุดันและเผด็จการ ราวกับกำลังทำศึกในสนามรบ
ราวกับจะต้องตัดสินผลแพ้ชนะกันให้ได้
ครู่ใหญ่ผ่านไป ฮูหยินตัวน้อยก็มีสภาพเหมือนปลาที่เกยตื้น หายใจพะงาบ ๆ ใบหน้างามแดงก่ำไปหมด...แทบจะขาดใจตาย
ในใจนางคร่ำครวญว่าพลาดแล้ว
ไม่น่าไปท้าทายเด็กหนุ่มผู้กระหายชัยชนะแบบนี้เลย
ก๊อก ก๊อก...
เสียงเคาะประตูหน้าห้องดังขึ้น วีรบุรุษหนุ่มจึงยอมผละออกจากฮูหยินตัวน้อยผู้งดงามปานบุปผาอย่างอาลัยอาวรณ์ ในดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้ม...และความลำพองใจ
จี้หานลั่วรีบคว้าหมวกคลุมหน้าบนโต๊ะมาสวมทันที
ไม่ต้องส่องกระจกนางก็รู้ว่าริมฝีปากของนางคงถูกเจ้าเด็กหนุ่มจอมดุคนนี้ บดขยี้จนบวมเจ่อ ไม่กล้าให้ใครเห็นแน่นอน
ผู้ที่มาเคาะประตูคือหวู่จวินไค
เขาคือลูกหลานของกองทัพตระกูลเซี่ยงที่รอดชีวิต เติบโตมาพร้อมกับเซี่ยงเฉิงหลี ทั้งสองสนิทกันดั่งพี่น้อง เมื่อหกปีก่อนเขาก็ติดตามตระกูลเซี่ยงที่ถูกถอดยศ ย้ายไปอยู่ที่เขาหมอบเสือด้วย
ครั้งนี้เขาก็ขันอาสาติดตามมาช่วยเซี่ยงเฉิงหลีรับตัวเจ้าสาว
“พี่ใหญ่ โจรภูเขานับร้อยที่จับเป็นมาได้ จะให้จัดการอย่างไรขอรับ?”
หวู่จวินไคกะพริบตาปริบ ๆ เต็มไปด้วยความสงสัย เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเซี่ยงเฉิงหลีผู้รักอิสระและอยู่นิ่งไม่เป็น ถึงยอมนอนพักรักษาตัวอยู่บนเตียงแต่โดยดี
ต้องรู้ก่อนว่าแม้เซี่ยงเฉิงหลีจะมีชาติกำเนิดสูงส่ง แต่ในฐานะบุตรชายคนโตของตระกูลเซี่ยง ภาระหน้าที่ที่เขาแบกรับไว้บนบ่า ไม่เคยเบาบางเลยสักนิด
ลูกผู้ชายตระกูลเซี่ยง
เริ่มฝึกฝนตามกฎตระกูลอย่างเข้มงวดตั้งแต่อายุสามหนาว
และต้องเข้าร่วมการสอบวัดระดับวรยุทธ์ประจำปีตั้งแต่อายุหกหนาว
ตราบใดที่กระดูกไม่หัก เส้นเอ็นไม่ขาด
ลูกผู้ชายตระกูลเซี่ยงห้ามหยุดฝึกฝนเป็นอันขาด
ด้วยเหตุนี้ ลูกผู้ชายตระกูลเซี่ยงจึงสามารถต่อสู้ได้แบบหนึ่งต่อร้อยและไร้พ่ายในสนามรบ
ด้วยบาดแผลภายนอกเพียงเท่านี้ของเซี่ยงเฉิงหลี ไม่กระทบต่อการเดินทัพจับศึกแม้แต่น้อย ยิ่งไม่จำเป็นต้องนอนซมพักฟื้นอยู่บนเตียง
หรือว่าพอผู้ชายแต่งงานมีภรรยาแล้ว จะกลายเป็นคนสำอางขึ้นมา?
หวู่จวินไคมองไปที่จี้หานลั่ว ด้วยสีหน้าเคลือบแคลงสงสัย
จี้หานลั่วเข้าใจผิดคิดว่าอีกฝ่ายต้องการขอความเห็นนางเรื่องการจัดการโจรภูเขา จึงกลอกตาครุ่นคิด “เขาหมอบเสือน่าจะมีพื้นที่รกร้างอยู่เยอะใช่หรือไม่? มิสู้พาโจรพวกนั้นกลับไปบุกเบิกที่ดินทำกินดีหรือไม่?”
ต่อให้นางใช้ชีวิตในยุคสมัยนี้มาสิบห้าปีแล้ว ก็ยังทำใจยอมรับเรื่องการเห็นชีวิตคนเป็นผักปลาไม่ได้ เหตุการณ์ที่โรงเตี๊ยมซุ่นผิงเป็นเรื่องสุดวิสัยที่ต้องฆ่าแกงกัน
แต่โจรพวกนี้ยอมจำนนแล้ว หากชี้แนะให้ถูกทาง
ก็ยังพอมีทางเยียวยา
“บุกเบิกที่ดิน?” เซี่ยงเฉิงหลีหัวเราะเบา ๆ ดวงตาสีนิลเต็มไปด้วยเงาร่างของภรรยาตัวน้อยที่แสนน่ารัก เขาแอบยื่นมือใหญ่ไปกุมมือเรียวบางของนางไว้ “ฮูหยินลองว่ามาซิ”
“โจรนับร้อยคน หากเชื่อฟังก็ให้กินอิ่มมื้อหนึ่ง หากไม่เชื่อฟังก็ให้พวกมันอดข้าว” จี้หานลั่วหน้าแดงระเรื่อ แอบหยิกมือเซี่ยงเฉิงหลีหวังให้เขาปล่อยมือ
แต่นางหารู้ไม่ว่ามือที่นุ่มนิ่มไร้กระดูกของนาง พอไปเจอกับฝ่ามือที่หยาบกร้านหนาเตอะ กลับเหมือนการสะกิดให้คันหัวใจ เล่นเสียมากกว่าโดยที่นางไม่รู้ตัว
“คุณชายเซี่ยง โจรนับร้อยคน หากชักนำให้กลับตัวเป็นคนดีได้ ก็นับเป็นกุศลแรงกล้านะเจ้าคะ”
เซี่ยงเฉิงหลีข่มความคันยุบยิบในใจ ฝ่ามือใหญ่คลึงเคล้นมือขาวผ่องดุจหยกมันแพะอย่างเพลิดเพลิน เอ่ยกลั้วหัวเราะ “ฮูหยินไม่กลัวว่าพาโจรพวกนี้ไปที่เขาหมอบเสือ แล้วจะกลายเป็นภัยชักศึกเข้าบ้านหรือ?”
ฮูหยินตัวน้อยของเขาช่างน่ารักและน่าสนใจจริง ๆ
คุณหนูในห้องหอคนหนึ่ง เพื่อที่จะรักษาชีวิตโจรภูเขา
ถึงกับคิดวิธี ‘บุกเบิกที่ดิน’ ออกมาได้ ช่างลำบากนางเสียจริง
“คุณชายเซี่ยงเก่งกาจถึงเพียงนี้ โจรภูเขาคงไม่กล้าก่อเรื่องวุ่นวายที่เขาหมอบเสือหรอกเจ้าค่ะ” คำพูดที่ฉะฉานของจี้หานลั่ว เต็มเปี่ยมไปด้วยความไว้วางใจและความเลื่อมใส
ยิ่งทำให้หัวใจชายหนุ่มคันยุบยิบ
ราวกับมีขนนกปัดผ่านฝ่าเท้า ยากจะควบคุมตนเองได้
“วิธีของฮูหยินประเสริฐยิ่งนัก” น้ำเสียงของเซี่ยงเฉิงหลีอ่อนโยนราวกับหยดน้ำ “อำเภอเมิ่งจิ่นกำลังกลุ้มใจอยู่พอดีว่าจะเอาโจรพวกนี้ไปไว้ที่ไหน”
มุมปากของหวู่จวินไคกระตุกยิก
พี่ใหญ่ผู้ไร้เทียมทานของเขาพอมีภรรยาเข้าหน่อย ก็ทำตัวอ้อนแอ้นขึ้นมาเชียว
แต่คำพูดพวกนี้เขาทำได้แค่คิดในใจ
ไม่กล้าพูดออกไป
ขืนพูดออกไป พี่ใหญ่คงกลายร่างกลับเป็นชายฉกรรจ์หน้าตายผู้ไร้ความปรานี และมีวิธีนับร้อยพันที่จะทำให้เขา เจ็บจนไม่อยากมีชีวิตอยู่...
“พี่ใหญ่ เช่นนั้นพวกเราไปเจรจากับนายอำเภอเมิ่งจิ่นตอนนี้เลยดีหรือไม่?” หวู่จวินไคกระตือรือร้นอยากจะลากเซี่ยงเฉิงหลีลงจากเตียง
เขาไม่อยากเห็นภาพพี่ใหญ่ผู้เกรียงไกรนอนทำตัวอ่อนแอยู่บนเตียงแบบนี้
เซี่ยงเฉิงหลีช่างเลือกปฏิบัติอย่างแท้จริง พอละสายตาจากฮูหยินตัวน้อยมามองหวู่จวินไค แววตาก็เปลี่ยนเป็นเย็นชาทันที
“จวินไค พี่สะใภ้เจ้าเสนอวิธีแก้ปัญหาให้แล้ว เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ เจ้าควรจัดการได้ด้วยตัวเอง”
หวู่จวินไค: “...”
เขาเข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว
ไอ้คำว่าเหล็กกล้ากลายเป็นนิ้วอ่อน มันต้องดูคนด้วยสินะ
“พี่ใหญ่ แล้วคนกลุ่มที่จวนเว่ยกั๋วกงส่งมา จะจัดการอย่างไร?”
เซี่ยงเฉิงหลีเงยหน้ามองฮูหยินตัวน้อย เปลี่ยนสีหน้ากลับมาอ่อนโยนหวานหยดย้อยอีกครั้ง
มือเล็ก ๆ ของฮูหยินนี่ช่างนุ่มนิ่มจริง ๆ
แค่มือคู่นี้เขาเล่นได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ
“ฮูหยิน คนพวกนี้มีจิตคิดร้ายต่อเจ้า เราคงเก็บไว้ไม่ได้”