บทที่18 : งานใหม่
สามวันกับการตรวจแยกแยะสารประกอบในขนมทั้งหกชิ้นที่นำมาได้ข้อสรุปว่าสิ่งที่ปลอมปนเข้ามาในขนมคือสารเสพติดชนิดหนึ่งที่มีฤทธิ์กดประสาทในปริมาณที่น้อยมากแต่ถ้ากินเข้าในปริมาณที่มากพอก็จะเป็อันตรายจนถึงขั้นเสพติดได้
ขนมที่มีส่วนผสมของสารเสพติดอย่างเจือจาง ถ้านานๆกินทีก็คงไม่เป็ไร แต่ถ้ากินติดๆ กันหลายๆวันเข้าก็จะเป็อันตรายและอาจมีอาการเสพติดได้
"ขนมโฮมเมดก็อย่างนี้ล่ะ ไม่มีการตรวจคุณภาพและสารจากอย. ส่วนผสมภายในมีอะไรบ้างก็ไม่รู้ ถ้าจะกินก็ต้องเลือกร้านดีๆและระมัดระวังมากหน่อย"
เซียร์วางเอกสารรายงานลงสำหรับเขาแล้วเื่การที่มีสารอะไรผสมลงในอาหารมันก็ไม่แปลกหรอกของโฮมเมดบางอย่างก็คุณภาพสู้โรงงานไม่ได้ด้วยซ้ำ เพราะงั้นการทำอาหารกินเองหรือจ้างพ่อครัวส่วนตัวมาทำอาหารจะเป็การปลอดภัยที่สุดตอนมีชีวิตเขาก็ทำแบบนั้น ลดปริมาณสารพิษจากภายนอกได้เยอะเชียวล่ะ
"กับสารเสพติดพวกนี้คงไม่ได้ผลกับพวกเรามั้ง"ไตรวิชญ์วางตัวหมากรุกอย่างเฉยชา "ในบ้านนี้ก็มีแต่ผี แวมไพร์อย่างคิมกินได้แต่พวกเืเนื้อสดๆส่วนฉัน พวกสารพิษอะไรนั่นก็ไม่แสดงผลด้วย ต่อให้กินหมดทั้งร้านทุกวันก็ไม่ติดหรอก"
"ร่างกายเ้ามันถึกเป็กระบือแล้วกระมัง"
ไอยรินทร์แขวะอย่างบึ้งตึงวางตัวหมากที่เล่นกับไตรวิชญ์ลงอย่างเสียเปรียบ ดูแล้วเดินอีกไม่เกินสิบตาก็คงพ่ายแพ้นี่เพิ่งเล่นไปได้เพียงแค่สิบนาทีเท่านั้นเองนะ
"ปู่อย่าทำเป็พวกแพ้แล้วพาลสิ"
พี่หมอยิ้มเย้ยหยันหน้าตาชวนเอาตะพดฟาดให้เสียโฉมอย่างยิ่งแต่เพราะเป็ผู้ใหญ่ที่ไม่อยากทำตัวแพ้แล้วพาลจึงต้องอดทนลงไป... นิดหน่อย
ผลัวะ!
แต่ขอฟาดกบาลสักทีก็พอ
"ข้าไม่ได้พาล"
"ที่ฟาดมานี่แหละเรียกพาล ไอ้ปู่!"
"ถ้ามันไม่มีอะไรก็ไปซื้อมากินได้ใช่ป่ะ"
ลีเวลที่นอนกลิ้งบนพื้นเลื่อนดูข่าวโซเชียลอยู่เอ่ยถามแหงนหน้ามองตาปริบๆ ไปทางพี่หมอและเซียร์ที่มีสิทธิ์อนุญาตให้ผีออกจากบ้านได้
"จะไปซื้อเรอะไอ้ที่ซื้อมาเมื่อวันก่อนนั่นกินหมดรึยังไงน่ะ"
"เหลือสองถุง"
"นี่กินหรือยัดกระสอบฟะ!"
กินล้างผลาญเกินไปแล้วว้อยไอ้ผีติดขนม
"ถ้าอยากลองก็ออกไปซื้อพร้อมคุณคิมแล้วกันนะเวลเย็นนี้ก็ออกไปจ่ายตลาดพอดี"
เซียร์เอ่ยขึ้นมาเบาๆ กำลังเื่สิ่งของหาก้าก็เพียงแค่บอกเท่านั้นถ้าไม่ไร้สาระจนเกินไปเขาก็พร้อมที่จะจ่ายเงินซื้อให้ได้ทุกชิ้นนั่นล่ะ
"คุณเวลจะไปด้วยงั้นเหรอครับ"
คิมเอ่ยถามขณะควงกุญแจในมือแวมไพร์คนสวยขับรถไปซื้อของที่ตลาดทุกเช้ามืดกับ่พระอาทิตย์ตกลีเวลเอ่ยอย่างกระตือรือร้น
"ไปๆ"
"งั้นมาด้วยกันเลยครับ ต้องซื้อของเยอะก็ช่วยถือกันด้วยนะครับ"
"ให้ผีถือของจะดีเหรอ คุณแม่"
"แม้จะต้องรีดพลังิญญาสร้างกายหยาบทั้งหมดก็ต้องช่วยถือครับ"
"ง่า~"
ลีเวลได้แต่ก้มหน้ายอมรับถ้าเป็คนอื่นเขาก็อาจจะเถียงเวิ่นเว้ออยู่บ้างแต่พอเป็แวมไพร์คนสวยแล้วเขาก็เถียงไม่ค่อยออก ภาพในคลิปแม่กินปู่ยังคงตราตรึงเขายังไม่อยากเป็ผีหัวขาด... เค้ากลัว!
การซื้อของเข้าบ้านของคิมนั้นแน่นอนว่าต้องขนใส่รถกระบะเท่านั้นไม่งั้นจะไม่เพียงพอต่อบริมาณผีที่ต้องเลี้ยงไม่ว่าจะของสด ของแห้งรวมไปถึงสิ่งของเครื่องใช้มากมายก็ซื้อแบบยกโหลทั้งนั้นซื้อเยอะจนแม่ค้าพ่อค้าต่างยิ้มต้อนรับั้แ่เห็นรถขับมาแต่ไกลของลูกค้าประจำ
และวันนี้พาชายหนุ่มอายุสิบเก้าถึงยีสิบปีมาด้วยถึงสีผมจะแรงแปลกตา ที่หูเจาะใส่ห่วงเยอะจนน่ากลัว พวกเขาเข้าใจว่าเป็วันรุ่นหัวรุนแรงแต่พอเห็นยิ้มสดใสและดูซื่อๆเป็มิตรก็ให้ความรู้สึกแปลกประหลาดยิ่งเห็นมากับแวมไพร์คนสวยผู้เรียบร้อยและมารยาทงามยิ่งรู้สึกแปลกเข้าไปใหญ่เพราะไม่เคยเห็นคนสวยพาใครมาซื้อของด้วยมาก่อนกระทั่งพี่หมอยังไม่เคยนั่งรถมาด้วยกัน
เป็เด็กที่มาจีบแม่บ้าน(?)คนสวยหรือ?
เอ๊ะ! หรือว่าญาติพี่หมอ!?
"คุณคิม นั่นญาติหรือหลานพี่หมอใช่ไหม ปิดเทอมแล้วก็เลยมาเที่ยวที่นี่เหรอ"
แม่ค้าคนหนึ่งเอ่ยถามอย่างอยากรู้อยากเห็นคนอื่นก็เอียงหูฟังอย่างตั้งใจ
"เป็ญาติคร้าบ" ลีเวลรีบเสนอหน้ามาตอบให้ทันที"เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ จะมาอยู่ที่นี่พักใหญ่ฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ"
นอกจากเสนอหน้าแล้วยังแถได้อย่างลื่นไหลโดยที่คิมยังไม่ทันได้พูดสักคำเสียงใสๆ และใบหน้าหล่อที่ดูซื่อๆ นั่นหลอกลวงแม่ค้าพ่อค้าในตลาดได้ในเวลาเพียงไม่กี่นาที
หลังจากนั้นก็ได้ของเพิ่มขึ้นมาอีกนิดหน่อยเป็ของแถมรับขวัญ'ญาติ' ของพี่หมอที่สดใสร่าเริงคนนั้น ทั้งยังมีสาวๆบางคนมาช่วยขนของให้อีกต่างหาก เรียกได้ว่าแทบจะเดินตัวปลิวกันเลยทีเดียว
เป็การซื้อของที่วุ่นวายแต่ได้ของแถมเยอะ...
'คราวหลังพามาด้วยอีกดีไหมนะ'
คิมคิดเงียบๆ แต่ก็ต้องพักเก็บลงไป แค่เขาคนเดียวก็วุ่นวายพออยู่แล้วถ้าต้องแถมลีเวลเข้ามาวุ่นด้วยอีกคนคงปวดหัวกว่านี้ให้ป่วนอยู่แต่ในบ้านน่าจะดีกว่า
พวกเขาไปซื้อขนมที่ร้านเ้าปัญหานั่นอีกครั้ง จำนวนคนซื้อยังคงมากมายไม่เปลี่ยนที่เพิ่มเติมคือมีลูกค้าเพศชายเพิ่มมากกว่าครั้งก่อนนิดหน่อยลีเวลมองซ้ายมองขวาอย่างสนอกสนใจ
"นี่เป็เพราะฤทธิ์สารเสพติดหรือเปล่านะคนเลยเยอะขนาดนี้"
"สำหรับผู้หญิงที่ชอบกินขนมหวานและทานในปริมาณที่มากกว่าผู้ชายแล้วผมว่าไม่แปลกถ้าผู้หญิงเสพติดง่ายกว่าผู้ชายนะครับ"
"นั่นสินะ ซื้อไปไม่ต่ำกว่าคนละสามชิ้นทั้งนั้นซื้อทุกวันไม่ติดคงแปลก"
ลีเวลหรี่ตาลงอย่างครุ่นคิดบางอย่างจากนั้นก็สะดุ้งเมื่อเห็นชายหนุ่มตัวเล็กคนหนึ่งเดินเลี่ยงเขาไปดวงตาสีแดงสดมองตามหลังชายร่างเล็กคนนั้นแล้วเบิกตากว้าง คิมที่สังเกตเห็นเอ่ยถามอย่างประหลาดใจ
"มีอะไรเหรอครับคุณเวล"
"คนเมื่อกี้เดินหลบเวลด้วยอ่ะ" ลีเวลบอกพลางชี้ไปที่ชายหนุ่มคนนั้นหน้าตาขออีกฝ่ายก็คุ้นๆ อยู่เหมือนกัน "อ๊ะ! นึกออกละเป็คนเดียวกับที่ชนพี่หมอคราวก่อนและทำท่าเหมือนจะมองเห็นฉันเลย"
"หืม? แล้วคุณไตรว่ายังไงล่ะครับ?"
"ก็แค่บอกว่าคิดไปเองน่ะแล้วก็ไม่ใช่ผู้มีพลังิญญาด้วย... แต่เมื่อกี้เห็นจริงๆ นะว่าเดินเลี่ยงอ่ะ"
"งั้นก็คงเป็คนอีกประเภทที่มองเห็นนะครับ"
"เห?"
"ผู้เข้าใกล้ความตายครับ" คิมยิ้มบาง "ถ้าไม่ตายเองก็ต้องเป็คนใกล้ตัวแต่ดูจากที่เดินเลี่ยงคุณเวลก็คงจะเป็ตัวเองที่ใกล้ตาย"
"อ้อ ใกล้ตายแล้วสิน้า"
ลีเวลพยักหน้า แอบผิดคาดนิดหน่อยเพราะรู้สึกติดใจเหมือนมีอะไรมากกว่านั้นแต่ช่างเถอะ ก็แค่คนที่บังเอิญผ่านมาเท่านั้นเองนี่นา ถึงจะมีมากกว่านั้นก็ไม่ใช่เื่ของเขาสักหน่อย
"ไปซื้อขนมกันดีกว่า พี่คิม~"
ฤดูหนาวมาถึงแล้วอากาศในฤดูนี้ของประเทศไทยเรียกได้ว่า... มันคือลมเย็นของพัดลมไอน้ำมากกว่าที่จะเป็ฤดูหนาวเพราะถ้าหากไม่มีลมมันก็ร้อนเหมือนเดิมนั่นแหละ พี่หมอว่าไว้อย่างนั้น...ซึ่งลีเวลเห็นด้วยมาก
แต่ตอนนี้เป็ผีแล้วเื่อากาศจะร้อนหรือจะหนาวก็ไม่มีผลกระจบต่อร่างิญญาเลยสักนิดจะมีก็เพียงผลจากความหนาแน่นของพลังิญญาที่จะมากกว่าในฤดูอื่นๆ
นอกจากเข้าหน้าหนาวแล้วก็ยังมีฮาโลวีนที่ผียังคงคุยกันเื่นี้ไม่หยุดแวมไพร์คนสวยของบ้านก็เอาตกแต่งวันฮาโลวีนออกมาประดับบ้านและสวนทำให้กลายสภาพเป็บ้านผีสิงรับฮาโลวีนที่มีแสงสีสมและฟักทองปลอมมากมายน่าถ่ายรูปลงโซเชียลอวดความสวยงาม
แน่นอนว่าลีเวลและไอยรินทร์ต่างไม่พลาดที่จะออกไปเซลฟี่กับเหล่าฟักทองและผีอื่นๆที่แต่งตัวเป็ผีเป็พร๊อพประกอบฉากให้ทั้งสองคน
ไอยรินทร์นั้นเล่นโซเชียลตามลีเวลเลยติดถ่ายรูปและอัพข้อความนู่นนั่นนี่ลงไปบ่อยๆคนติดตามเพิ่มขึ้นทุกวันจนตอนนี้มากกว่าห้าพันคนแล้ว ส่วนใหญ่ติดตามเื่ผีสุดหลอนในบ้านและแวมไพร์คนงามที่มีลงรูปเดียวแต่คนกดหัวใจใส่เป็หมื่นอย่างน่าตกตะลึงแถมเป็รูปคู่ปู่คิมซะด้วย มีคนมีกรี๊ดกร๊าดใส่ยกใหญ่ ตั้งตัวเป็แฟนคลับเฉยเลย...
แฮทแท็กสำหรับทวีตไอยรินทร์ #ปู่คิมFC
ส่วนแวมไพร์คนงามที่ไม่สันทัดเทคโนโลยีอย่างแท้จริงแม้จะมีมือโปรอย่างลีเวลคอยช่วยสอนก็ยังทำไม่ได้อย่างมากก็เพียงแค่กดไลก์และส่งรูปสวัสดีวันจันทร์มาให้เท่านั้นเองไม่มีทางได้เห็นวีรกรรมในโลกโซเชียลของปู่ที่เอาเขาไปเผาหรอก... อาเมน...
"คลิปอาถรรพ์นี่หมดไปจากโซเชียลยังน่ะเ้าหนูติดขนม"
ไอยรินทร์ที่กำลังนั่งเลือกรูปถ่ายเพื่ออัพลงโซเชียลเอ่ยถามโดยไม่เงยหน้าขึ้นจากสมาร์ทโฟนของตัวเองลีเวลที่ถือถุงขนมอยู่มองตาปริบๆ
"ก็มีมาเรื่อยๆ อ่ะปู่ ไม่เข้าใจว่ามันนิยมได้ยังไง"
"เ้าหนุ่มมากชื่อคนนั้นที่เ้าหนุ่มหมอผีรู้จักยังจัดการไม่เสร็จอีกหรือ"
"เ้าหนุ่มมากชื่อ?"
ลีเวลกะพริบตาปริบๆ อีกครั้ง ทำไมปู่ชอบพูดมาเป็โค้ดเนมอยู่เรื่อยจะเรียกชื่อตรงๆ ของอีกฝ่ายนี่ไม่ได้เลยหรือไงมีเพียงเซียร์คนเดียวในบ้านใช่ไหมที่เขาจะเขียนด้วยชื่อจริงๆ น่ะ
"ก็คนนั้นไง ชื่อชะ... ชะ..."
"ชะช่ะช่า!"
"ผมชื่อชัชวาล!"
เสียงะโแก้ชื่อตัวเองดังจากหน้าบ้านมาพร้อมกับชายหนุ่มเ้าของชื่อที่ยืนหน้าบูดถลึงตาใส่ชายทั้งสองที่เหมือนสมองจะมีปัญหาเช่นเดียวกับไตรวิชญ์ที่ดูจะจำชื่อชาวบ้านชาวช่องเขาไม่ได้สักที
เ้าพวกสติบกพร่องเอ๊ย!
"อ้าว ชูใจมาทำอะไรที่นี่วะเนี่ย"
ไตรวิชญ์เอ่ยทักเมื่อได้ยินเสียงคนะโจากหน้าบ้านแต่เข้ามาไม่ได้เพราะติดเขตแดนอาคมที่เขาตั้งป้อมป้องกันเอาไว้ ที่จริงเขตได้ก็ไม่ได้ปิดกันมนุษย์หมอนั่นแค่กลัวไปเอง
"ผมชื่อชัชวาลครับพี่หมอ!!"
ชัชวาละโกลับไปอย่างดุเดือดแต่ไม่มีใครสนใจเขาสักคนยังคงทำหน้าทำตาเหมือนได้ยินเสียงนกเสียงกาที่บังเอิญบินผ่านหลังคาเท่านั้นเอง
กร๊อด... อยากจะพุ่งเข้าไปโบกให้หัวหลุด
"แล้วมาทำอะไรที่นี่เหรอ ว่างมากหรือไงน่ะเรา"
"ไม่ได้ว่าง ผมมาด้วยเื่งานต่างหาก"
"อ้าว งานรึ? แล้วทำไมไม่โทรมาจำเป็ต้องมาเองแบบนี้ด้วย?" ไตรวิชญ์นั่งบนรั้วระเบียงบ้านมองไปที่ประตูแวบหนึ่งก็ดีดนิ้วปลดเขตแดนออกมา
ให้อีกฝ่ายเข้ามาได้"เข้ามาคุยกันข้างใน ะโคุยกันอย่างนี้เหมือนนายเป็คนบ้าเลยคิตตี้"
"ผมชื่อชัชวาลว้อย!แล้วทำไมผมถึงเป็คนบ้าคนเดียวล่ะเนี่ย!"
"ก็คนปกติที่ไหนยืนะโหน้าบ้านคนอื่นล่ะ ถามโง่ๆ"
ชัชวาลทำหน้าบูดเมื่อถูกพี่หมอค่อนขอดแต่ก็ยอมเดินเข้ามาในบ้านดีๆเพราะเขายังไม่อยากเป็คนบ้าในสายตาชาวบ้าน
"คนนี้คือเ้าหนุ่มมากชื่อใช่ไหมปู่?"
ลีเวลชี้ไปที่ชัชวาลเขาจำได้อยู่ว่านี่คือหนึ่งในคนที่ไปกับพี่หมอตอนเก็บศพหมอผีต่างชาติในครั้งนั้นชื่อมากมายสมกับที่ปู่เรียกจริงๆ แต่การขานแก้ชื่อตัวเองทุกครั้งหลังใครๆ เรียกผิดนี่ก็ให้ความรู้สึกคันคะเยอในใจ
โคตรอยากแกล้ง อยากรังแกอ่ะ!
ต่อเผือกของลีเวลทำงานทันที เขาหอบถุงขนมวิ่งเข้าไปนั่งฟังพี่หมอกับนายมากชื่อคุยกันด้วยความอยากรู้อยากเห็น
คิมที่เห็นแขกภายในบ้านก็ยกน้ำและขนมมาเสิร์ฟให้อย่างรู้งานชัชวาลเอ่ยขอบคุณ ยกน้ำขึ้นจิบตามมารยาทครั้งหนึ่งแล้วก็...
พรูดดดด!!
...น้ำพ่นพรวดออกมาใส่หน้าลีเวลทันที
"แค่กๆ ผีตาแดงที่บ้านกฤชเตโชนี่นาไม่ใช่ว่าส่งลงนรกแล้วเหรอ"
ชัชวาลที่ไม่ได้รู้เื่หลังจากพี่หมอจัดการลีเวลมาก่อนชะงักค้างไปเมื่อเจอกับผีหล่อที่แอ๊บทำหน้าซื่อตาใสแบบหนุ่มหล่อไร้สมองใส่ทำเอาสติหลุดลอยไปชั่วขณะ
ท่าทางต่างกันมาก... หรือจะผีคนละตัว?
ผีตาแดงที่ว่าโดนน้ำผสมน้ำลายไปเต็มๆ เขายกมือขึ้นลูบหน้าแล้วทำหน้าบูดกลับร่างเป็ิญญาแวบหนึ่งแล้วสร้างกายหยาบขึ้นมาใหม่น้ำเปล่านั่นก็หายไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับลมร้อนที่เริ่มพัดออกมา...เท่านั้นแหละชัดเลย
ผีตัวเดียวกันจริงๆ ด้วย มีลมร้อนเหมือนกัน!
"เวลออกจะเป็เด็กดีน้า จะลงนรกได้ยังไง"
ถึงจะแอบเคียงอยู่ลีเวลก็ยังทำหน้าซื่อตาใสยิ้มแย้มตอบไปได้อย่างดีเยี่ยมแต่ภายใต้รอยยิ้มนั้นซ่อนอะไรไว้อยู่ไม่มีใครรู้ ชัชวาลรู้สึกเสียวสันหลังวาบ
"อะ... อ้อ ครับๆ เด็กดีครับ"
ชายหนุ่มหน่วยราพณ์ลอบปาดเหงื่อเด็กดีที่ไหนฆ่าหมอผีไปได้ตั้งห้าคนแบบนั้นกัน จะตอแหลทั้งทีก็ให้มันเนียนๆหน่อยเถอะ แต่เพื่อไม่ให้เขากลายเป็หนึ่งในเหยื่อ ไม่พูดออกไปจะดีกว่า
"เวล อย่าไปกวน มานั่งฟังตรงนี้"
เสียงเ็าของเซียร์ดังขึ้นเรียกให้หนุ่มติดขนมต้องรีบวิ่งไปนั่งอย่างว่าง่ายไอยรินทร์ก็ตามไปติดๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็นเช่นกัน แน่นอนว่าผีตามพื้นก็มาตามมุงด้วย
ไม่บ่อยนักที่บ้านนี้จะมีแขก
"แล้วนายมาที่นี่ด้วยงานอะไรล่ะ"
พี่หมอเริ่มถาม ปกติจะโทรมาแล้วนัดออกไปเจอข้างนอกรอบนี้มาหาถึงบ้านก็แสดงว่ามันร้ายแรงอยู่ในระดับหนึ่ง
"เป็ภารกิจระดับ B+ ครับพี่หมอ"
นั่นไง เขาว่าแล้วว่ามันต้องร้ายแรง
"ถ้าจัดเป็ภารกิจ B+ ก็แปลว่าต้องมีการร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานด้วยใช่ไหมไม่ใช่แค่หน่วยราพณ์ แล้วยังมีหน่วยอะไรอีก?"
ไตรวิชญ์นั่งเท้าคางมองอย่างใจเย็น
คำว่า 'ภารกิจ' แล้วตามด้วยระดับ A หรือ B สำหรับหน่วยราพณ์แล้วมันคืองานที่ขอความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่ไล่ระดับตามความยากง่าย ถึงปกติแล้วจะมีความร่วมมือระหว่างหน่วยงานเกิดขึ้นในภาครัฐแต่ไม่ค่อยมีงานไหนที่จะต้องให้หน่วยราพณ์ช่วยมากนัก ถ้าหากมีภารกิจนั้นจะต้องจัดอยู่ในระดับร้ายแรงเลยมีระดับแค่ A และ B เท่านั้น
สำหรับภารกิจ B+ คือภารกิจที่มีความยากเกือบจะถึงระดับA ถ้าเป็ระดับนี้คนของหน่วยราพณ์ก็น่าจะเพียงพอจัดการกันได้นี่นา
ไตรวิชญ์ขมวดคิ้วเล็กน้อยรอฟังชัชวาลอธิบาย
"มันเป็ภารกิจที่เกี่ยวกับคลิปคำสาปนั่นแหละครับตอนนี้หน่วยราพณ์ของเราต้องร่วมมือกับกระทวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม[1]กระทรวงการต่างประเทศ ตำรวจสืบสวนคดีอาชญากรรม โรงพยาบาลรัฐแผนกนิติเวช..."
"เดี๋ยวๆ นี่งานสืบสวนคดีฆาตกรรมรึไงน่ะ!?"
ทำไมฟังแล้วเหมือนเขาต้องไปเล่นเป็นักสืบ พี่หมอคิ้วขวากระตุกถี่ๆ
"ก็งานสืบสวนน่ะสิครับพี่หมอ คดีใหญ่ด้วยเป็คดีต่อเนื่อง"
"เอาหมอผีไปเป็นักสืบเนี่ยนะ ไอ้พวกบ้า!!"
"ใจเย็นพี่หมอ ทางเราจ่ายให้เจ็ดหลักเลยนะครับถ้าปิดคดีได้..."
"โอเค ตกลง เราเริ่มงานเลยไหม?"
"รีบตกลงเกินไปแล้ว!!"
ลีเวลและไอยรินทร์ะโออกมาเมื่อฟังไตรวิชญ์ตอบตกลงง่ายดายเมื่ออีกฝ่ายเสนอเงินค่าจ้างในราคาสูงแถมตอบทันทีโดยไม่ต้องรอให้พูดจบประโยคด้วย
ก็เข้าใจว่าเห็นแก่เงิน แต่เล่นตัวบ้างสักนิดสิเว้ย!!
[1]กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (Ministry of DigitalEconomy and Society) เป็กระทรวงในประเทศไทยจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2545 ภายใต้ชื่อกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ต่อมาได้มีการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรมเมื่อวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2559 โดยจัดตั้งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการวางแผน ส่งเสริม และพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล