2
สำนักบำเพ็ญเพียรจัดตั้งขึ้นเพื่อฝึกจิตให้บรรลุขั้นเซียน ในแต่ละสำนักมีกฎเกณฑ์ที่ต่างกันออกไป ในบรรดาสำนักทั้งหมดมีเพียงสองสำนักเท่านั้นที่จัดอยู่ในสำนักบำเพ็ญเพียรระดับสูง ได้แก่ สำนักเสียงหรูและสำนักเจียวหั่ว
เล่าว่าสำนักเสียงหรูก่อตั้งโดยตระกูลฝู เก่งกาจในการใช้ค่ายกล มีการคัดเลือกเ้าสำนักโดยกระบี่เสียงเหลียง ผู้ที่ถูกยอมรับโดยดาบจะขึ้นเป็เ้าสำนัก บัดนี้ผู้ที่จะดาบเล่มนี้ได้มีเพียงทายาทตระกูลฝูเท่านั้น
ลูกหลานในตระกูลฝูเริ่มลดน้อยเรื่อยมาเหตุเพราะหันเข้าสู่เส้นทางละทางโลก ฝูซูเหวินเป็ลูกหลานตระกูลฝูที่เหลืออยู่และดำรงตำแหน่งเ้าสำนักเสียงหรูคนล่าสุด อีกทั้งยังเป็คนที่ผู้คนต่างให้ความเคารพนับถือและเหยาเยี่ยชิงก็เป็หนึ่งในนั้น
เขาลืมตาขึ้นมาก็พบกับความมืดมิด รอบข้างปกคลุมไปด้วยหมอกหนามีแสงสว่างเล็กน้อย ต้นกำเนิดแสงเป็ดาบเล่มนั้นที่หลิวหยางโยนมา ลำดาบยาวเรียวออกสีฟ้าน้ำทะเล ด้ามจับมีอัญมณีทรงหยดน้ำแผ่ไอเซียนออกปกคลุมตัวดาบ
“เ้าหนู ไม่พบกันเสียนาน” เขามองไปรอบตัวเพื่อหาที่มาของเสียงแต่ก็พบเพียงความว่างเปล่า
“ข้ากระบี่เสียงเหลียง” เหยาเยี่ยชิงยกตัวดาบขึ้นมาและอึ้งไปพักหนึ่ง
“เวลาของข้ามีไม่มาก ดึงกระบี่เสียแล้วข้าจะช่วยเ้าผสานแก่นิญญาบางส่วน”
เหยาเยี่ยชิงในร่างของฝูซูเหวินอยากอ้าปากอธิบายความจริงแต่ใบหน้าของหลิวหยางก็ลอยขึ้นมาจึงตัดสินใจเงียบต่อไป
“..”
“ดึงกระบี่แล้วข้าจะช่วยเ้าระลึก”
“..”
“เร็วเข้าพลังข้าจะหมดลงแล้ว”
ตัวเขาไม่รู้จะทำอย่างไรหากตอบว่า ข้าไม่ดึง ข้าไม่ใช่ฝูซูเหวิน กระบี่เล่มนี้จะขยายใหญ่คำรามใส่เขาหรือไม่
“หากเ้าไม่ดึง ก็ติดอยู่ห้วงฝันเสีย”
“..” เขาหยิบดาบขึ้นพลิกไปมาก่อนจะดึงฝักออกให้สิ้นเื่สิ้นราว ตอนนี้ตนเหนื่อยมากแล้วหากจะตายอีกสักรอบคงไม่ต่างกันนัก
“ตรงปลายฝัก..” เสียงในม่านหมอกดับลงก่อนจะพูดจบประโยค หลังประกายแสงในกระบี่หมดลงภาพความทรงจำบางอย่างก็ผุดขึ้นดั่งดอกเห็ด ทั้งตอนฝึกฝน สั่งสอนศิษย์ การต่อสู้ ทุบตี? …
เขาลืมตาขึ้นมาก็พบกับห้องกว้างไม่คุ้นตา ความรู้สึกสับสนทำให้นิ่งไปครู่หนึ่ง เมื่อนึกถึงเื่ราวที่ผ่านมาเสี้ยววินาทีก็อยากให้ทุกอย่างเป็ความฝันไปเสียอย่างนั้น ไม่ทันจะได้หลับตาลงอีกครั้งสายตาก็สบเข้ากับหมาตัวโตที่จ้องตนอยู่
เหยาเยี่ยชิงเอาแขนข้างหนึ่งพาดปิดไปยังตาหวังเล็ก ๆ ว่าตนจะตื่นจากฝันในกระท่อมหลังเก่าในตำบลซีอัน
เมื่อครู่เขาสลบไป และได้พบกับความทรงจำของร่างก่อน แต่ที่น่าแปลกคือล้วนเป็ความทรงจำเกี่ยวกับการฝึกกระบี่ทั้งสิ้น ความรู้สึกคล้ายมีคนนำหนังสือเล่มใหญ่มาขว้างเข้าห้วงความทรงจำเป็ความรู้สึกที่ไม่น่ายินดีอย่างยิ่ง
“ท่านตื่นแล้ว” หลิวหยางกระโจนขึ้นมานั่งยังเตียงนอนแถมก้นของมันยังเลยมาทับขาของเขาอีกด้วย!
เวลานี้ตนเหนื่อยแล้วจริง ๆ อยากให้ทุกสิ่งเป็เพียงความฝัน เมื่อเอามือที่ปิดบังดวงตาออกคิดจะดุด่าสุนัขตนนั้นอย่างจริงจังแต่พบเข้ากับสายตาของมันเข้าก็จนใจอีกรอบหนึ่ง
เขารู้ดีว่าการรอคอยมันยากเพียงใด..
เื่ราวของสัตว์ปีศาจนามว่าหลิวหยาง เขาได้ยินผ่านเื่เล่านับร้อยครั้ง หนึ่งวีรบุรุษหนึ่งปีศาจกับการต่อสู้ในาระหว่างมนุษย์และปีศาจ หากนับเวลาดูแล้วก็อาจเทียบได้เท่ากับห้าสิบปี
ปีศาจคู่สัญญากับร่างของเ้านายที่หลับใหล
หลิวหยางรอมานานเกินไป ในที่แห่งนั้นที่ตัวเขาเปรียบมันดั่ง์ แต่สำหรับสุนัขตนหนึ่งที่เฝ้ารอคงเหมือนนรกขุมหนึ่ง ไม่รู้ว่าต้องมีความโง่เขลาเพียงใดจึงรอได้ถึงห้าสิบปี ตัวเขาอายุยี่สิบออกเดินทางไปยังสถานที่มากมายเจอผู้คนหลากหลายยังรู้สึกว่ายาวนานเพียงนั้น
เมื่อสบตาเข้าก็ดุมันไม่ลง
มือของเขาเอื้อมไปแตะยังหัวของมันเบา ๆ หลิวหยางเฝ้ารอมืออบอุ่นคู่นี้มานานเหลือเกิน เมื่อเวลาที่รอคอยมาแบบไม่ทันตั้งตัวน้ำตาเม็ดเล็กก็ร่วงลงมาเหมือนน้ำหลาก
เหยาเยี่ยชิงถึงกับตั้งตัวไม่ถูกเด้งขึ้นมากะทันหัน เขาไม่เคยปลอบสัตว์ปีศาจมาก่อนไม่รู้จะทำอย่างไรดีได้แต่ลูบหลังมันทั้งอย่างนั้น
“ั้แ่กลับจากศึกครั้งนั้นก็ไม่เคยมีผู้ใดต่อว่าข้าอีก วันนี้ข้ามีความสุขยิ่ง” พูดพลางน้ำตาก็ไหลไม่หยุด มันจึงเอาหัวมาถูแขนของเขาหวังจะซ่อนรอยน้ำตา แขนเสื้อข้างหนึ่งถูกขยำจนยับยู่ รอยน้ำเป็ดวงทำให้เหยาเยี่ยชิงถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่
“ลำบากไม่น้อย”
“ใช่แล้ว ข้าลำบากมาก” หลิวหยางว่าพลางก็เริ่มถูกับที่นอน
“..หมายถึงตัวข้าในกาลก่อน”
หลิวหยางหยุดชะงัก “ท่านหมายถึงการต่อสู้ที่หุบเขาครั้งก่อนหรือ”
เหยาเยี่ยชิงไม่ตอบแต่เอามือไปลูบขนลื่นมันวาวของมันแทน คิดสภาพเ้าสำนักฝูที่คอยต่อกรกับปีศาจลูกผสมตัวนี้ หากเป็ตนจะปวดหัวแค่ไหนกัน เ้าหมาซื่อบื้อตัวนี้ยังกล่าวอีกว่าวันนี้มันมีความสุขนัก ความสุขของมันสามารถสร้างความเดือดร้อนจนเขาเกือบตายเชียว ไม่แปลกใจนักที่เ้าสำนักต้องลงมือปราบปรามมันด้วยตนเอง
ภายในห้องมีสิ่งของที่เรียบง่าย เตียงหนึ่งหลัง ม่านกั้นลายฟ้าครามยามจับให้ความนุ่มลื่นไม่สะดุดมือ ห่างออกไปเป็โต๊ะและชั้นหนังสือวางเรียงรายเป็ระเบียบ
เขามองสำรวจไปเรื่อย สายตาไปหยุดตรงขอบหน้าต่าง ภายนอกมีสายน้ำและเงาจากต้นไม้ใหญ่ทำให้เขานึกแปลกใจ
หลิวหยางมองตามสายตาของคนตรงหน้าก็คิดขึ้นได้ “ข้าลืมบอกท่านว่าตอนที่ท่านสลบไปมีเ้าเด็กสองคนช่วยพยุงมาที่นี่ ด้านนอกนั้นคงเป็ศิษย์ในสำนักที่รอต้อนรับท่าน” หลิวหยางตอบคล้ายไม่สนใจมากนัก มันทำตัวเกียจคร้านบิดไปมาอยู่บนที่นอน
“..คนพวกนั้นมารอข้าั้แ่เมื่อใด”
“เมื่อท่านมาถึงเ้าเด็กพวกนั้นก็มารอประมาณ..หนึ่ง..สอง” มันเอาอุ้งเท้าของมันขึ้นมาคำนวณเวลาและชูให้เขาเห็น
“สองเค่อ [4] ? ”
หลิวหยางส่ายหน้าไปมา “สองวัน”
เหยาเยี่ยชิงหน้าตึงไปชั่วขณะ “รอตรงนั้นตลอดสองวัน?”
พอเห็นว่าคนตรงหน้าตกอกใมันจึงนึกโกรธ “หึ!..ข้ารอเป็สิบปีเหตุใดสีหน้าเ้าไม่เป็แบบนี้บ้าง” มันเบือนหน้าไปทางอื่นและยกจมูกสูงขึ้นให้เหยาเยี่ยชิงรับรู้ว่าตอนนี้กำลังไม่พอใจอย่างยิ่ง
เขาอยากจะเอากระบี่โขกมันนักแต่ต้องคำนึงว่าตอนนี้อยู่ในที่ของผู้อื่น ร่างของผู้อื่น ยิ่งกว่านั้นร่างกายนี้ยังเป็ปรมาจารย์แห่งยุคอีกด้วย
“ไม่ใช่ไม่ใแต่ข้าจำอะไรไม่ได้เลยลืมไปชั่วคราว” พูดพลางก็ใช้มือลูบไปยังขนนุ่มฟู ทันใดนั้นหางของมันเริ่มกระดิกไปมาอีกครั้ง
“ตัวข้าช่างอ่อนแอหวังพึ่งเ้าแล้ว” หนนี้หางของมันส่ายไปมาอย่างแรงจนกระทบเอวของเขา เหยาเยี่ยชิงมองไปยังหางสีดำสนิทของมัน คิดไปถึงตอนมันสะบัดกระทบโลงแก้วซ้ายขวาเสียงดังสนั่น เป็หางที่ทรงพลังเสียจริง
หากเขาหวังจะอยู่ในร่างของเ้าสำนักฝูก็ต้องพึ่งหลิวหยางจริง ๆ ตามตำนานเล่าลือว่าทั้งแดนสิบทิศไม่มีที่ใดที่เ้าสำนักไม่เคยไปผนึกมารปีศาจ
มารปีศาจน้อยใหญ่ต่างเคียดแค้นหากแต่กำลังต่างกันมากไป ทำได้เพียงกัดฟันทนความอัปยศอยู่อย่างเงียบ ๆ หากเขาอ้างว่าร่างกายยังฟื้นไม่เต็มที่และความจำหายไปเ้าพวกนั้นคงกรูมายังสำนักเป็แน่
“เ้ายินดี..” เหยาเยี่ยชิงกล่าวไม่ทันจบมันก็เอ่ยขึ้นแทรก
“ยินดีอย่างยิ่ง” มันทำท่าทางคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วร่างกายหลิวหยางก็ค่อย ๆ เปล่งแสง กลายเป็เด็กหนุ่มผมยาวสลวยสวมชุดสีดำสนิทหน้าตาน่ารักน่าชัง “เมื่อก่อนท่านให้ข้าแปลงกายเป็ร่างมนุษย์ไม่ให้คนหวาดกลัวยามที่ออกไปฝึกสอน”
เขาอึ้งไปชั่วขณะ มีแต่สัตว์ปีศาจระดับสูงเท่านั้นที่สามารถแปลงกายเป็มนุษย์ได้ตามใจชอบ
“ท่านไม่ชอบใบหน้านี้หรือ” ว่าจบก็เปลี่ยนรูปร่างไปมาให้เลือก
เหยาเยี่ยชิงดูจนตาลายไปหมดก็บอกให้หยุด “ร่างแรกนั้นข้าพอใจแล้ว”
มันแปลงกายเป็ร่างเดิมอีกครั้ง “เมื่อก่อนท่านก็ชอบร่างแรกที่สุด”
มุมปากของเขาถึงกับกระตุก คงลายตาเหมือนข้าเสียมากกว่า
“ท่านสมควรเปลี่ยนชุด”
หลิวหยางดึงมือเขาเดินไปยังตู้ไม้สลัก ภายในมีชุดฟ้าครามเรียงราย ลายปักประณีตทุกฝีเย็บ ยิ่งไปกว่าความเรียบง่ายคือเหมือนกันทุกตัวทุกกระเบียดนิ้ว…
“เ้าออกไปก่อน” หลิวหยางรับคำอย่างว่าง่ายก่อนเดินออกไป
เสื้อผ้าสีขาวถูกเหยาเยี่ยชิงปลดออก ร่างกายของเ้าสำนักมีาแน้อยใหญ่เต็มไปหมดแต่มีหนึ่งรอยที่ใหญ่จนสะดุดตา เขาอดไม่ได้ที่จะเอามือไปััรอยนูนกลางอก ความทรงจำประหลาดวิ่งผ่านความคิดเขาอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเพ่งพินิจกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย
เขาเคยได้ยินเื่ราวของเ้าสำนักฝูมาบ้าง หนึ่งในนั้นคือเื่ราวการสืบทอดตำแหน่งเ้าสำนักเมื่อหลายสิบปีก่อน เป็เื่ที่น่าใเมื่อกระบี่เสียงเหลียงเลือกเด็กวัยสิบห้าขึ้นเป็ผู้สืบทอด
แต่ภายในห้าปีคนผู้นี้ก็ทำให้เสียงวิพากษ์วิจารณ์หายไปจนหมดสิ้นทั้งยังเสียสละตนในศึก เ้าสำนักฝูในวัยยี่สิบต้องผ่านเหตุการณ์มามากเพียงใดร่างกายจึงเต็มไปด้วยรอยแผลเช่นนี้
เสียงตึงตังภายนอกทำให้เหยาเยี่ยชิงกลับสู่ความเป็จริงอีกครั้ง เมื่อหันไปทางต้นเหตุก็พบว่าเสียงมาจากทางที่หลิวหยางออกไป
เสียงถอนหายใจดังอย่างเอือมระอา มือที่เดิมอ้อยอิ่งรีบจัดแจงชุดอย่างรีบเร่ง
[4] หนึ่งเค่อประมาณสิบห้านาที