..ชั่วชีวิตมนุษย์...สิ่งที่บันดาลให้หดหู่ รันทด มิใช่การจำพราก ...หากเป็การอยู่ร่วม เพราะหากไม่เคยอยู่ร่วม ไหนเลยมีการจำพรากได้"
วาทะ..โก้เล้ง
ฟ้าโปร่ง อากาศแจ่มใส.....ยอดเขาหัวซาน... ศิษย์สำนักหัวซานที่เหลืออยู่ไม่ถึงครึ้งร้อย ต่างชุมนุมในลานฝึก จับกลุ่มพูดคุย เหตุการมากหลายที่พวกมันประสพพบเจอ ส่งผลให้จิตใจพวกมันสบสนไม่ทราบจะทำอย่างไร บ้างนั้งขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน บางซุกหน้าร่ำไห้ และมีบ้างหลบหน้า ไม่อยากพบผู้คน....
....หากคนผู้หนึ่ง. ทั้งาเ็ ทั้งสูญเสีย และถูกทิ้งขว้าง คนผู้นั้นจะมีสภาพเช่นไร
..... มู่เซียน คุกเข่าอยู่บน ผาสำนึกตน เบื้องหน้ามันเป็ กองดินที่เรีบงร่าย ไกล้หน้าผา
" หวังว่าทิวทัศน์ที่งดงามแห่งนี้ คงทำให้พวกท่านมีความสุขบ้าง อี๋มา (ท่านน้า)... อี๋ฟู่(ท่านนัาเขย ) ศิษย์พี่หลิง.....หวังว่าพวกท่านจะชอบที่นี้ "
กล่าว เบาๆอีกว่า "ขอบคุณที่พวกท่านอบรมสอนสั่งข้า "
มันเก็บก้อนสะอื้นไว้รำพันว่า
" ข้าคงต้องไปแล้ว หวังว่าจะได้กลับมาเยียมพวกท่านอีกครา"
มู่เซียน ปีนี้อายุครบสิบแปด ร่างกายสมส่วน สู่งห้าเชี่ยสามชุน(174เซ็นเมตร) เป็หลาน เยวี่ยฮูหยิน มารดามันเป็พี่สาวแท้ๆของนาง สามปีก่อน สองสามีภรรยาเดินทางไปเยี่ยมมารดามันที่ จวนสกุลหลิว ที่เมืองหลวง เยวี่ยปุ๊ฉวิน ได้พบกับ มู่เซียนเป็คร้ังแรกก็ถูกชะตา นิสัยร่าเริงฉลาดหลักแหลม อายุสิบสาม ก็สอบซื่วไฉได้ แต่พออายุ ย่างสิบสี่ กลับหันหลังไม่สนใจ ตำราเรียน กลับร่ำร้องนักบู้ในบ้านสอนวิชาหมัดมวย ร่ายรำดาบกระบี่ ฉุดลากทาสรับใช้ เป็คู่ซ่อมมือเท้า หนักเข้าถึงกับออกไป ชกต่อยนอกบ้าน มารดามันกินไม่ได้นอนไม่หลับ กลัวลูกชายคนเดียวของนาง จะมีชีวืตไม่ยืนยาว ดีที่น้องสาวมาเยียมนาง มู่เซียน พอรู้ว่านี่คือเ้าสำนักหัวซานจึงรบเร้ามารดาของติดตามกลับสำนักหัวซาน ส่วน เยวี่ยปุ๊ฉวิน เห็นเป็โอกาสดีที่จะได้ไกล้ชิดขุนนางในราชสำนัก จึงรับปากด้วยความยินดี มู่เซียน อยู่หัวซานมาสามปีแล้ว มิเคยลงจากเขาแม้ก้าวเดียว เื่ภายในสำนักมันไม่เคยเกี่ยวข้อง สามปีนี้ มันอยู่แต่ หลังเขาหัวซาน ทุกวันรำเรียน กระบี่ ค่ำคืนฝึกขับเคลื่อนลมปราณ น้อยครั้งจะได้พบผู้ใด ยิ่ง่เวลา ชุมนุมของห้าขุนเขากระบี่ ในสำนักแทบไรผู้คน มู่เซียน ชมชอบมาผาสำนึกตน ทึ่มีทิวทัศน์งดงาม ร่าบรำกระบี่ในที่นี้ ทำให้เบิกบานใจ มันแม้อยากเรียนรู้วิชาบู้แต่ตัวมันก็ยังมีคราบของบัณทิต ชมชอบความสุนทรีอยู่บ้าง ฟงชินหยาง (ปรมาจารย์สายกระบี่แห่งสำนักหัวซาน)ซึงพักอาศ้ญอยู่เบริเวรนั้น ทนดูมันร่ายรำ เพลงกระบี่หัวซ่าน ได้สามวัน วันที่สี่ ปรมาจารย์เฒ่า ทนดูไม่ได้อีกไปต่อ ปรากฎตัวดุด่าสั่งสอนไปพักใหญ่ ค่อยบรรเทาอารมณ์ขุ่นมั่วไปได้บ้าง สามปีฝึกกระบี่อยู่หลังเขาหัวซาน ฟงชินหยาง ออกมาสั่งสอนมันหลายครั้ง จนเมือศิษย์ในสำนัก นำร่างไร่ลมหายใจทั้งสามกลับมา มู่เซียน ก็ไม่ได้พบ ปรมาจารย์เฒ่าอีกเลย
............. "ชั่วชีวิตมนุษย์...สิ่งที่บันดาลให้หดหู่ รันทด มิใช่การจำพราก...หากเป็การอยู่ร่วม เพราะหากไม่เคยอยู่ร่วม ไหนเลยมีการจำพรากได้"
วาทะ..โก้วเล้ง
......ลมซีย่า(ฤดูร้อน) พัดนำลมร้อนที่เบาบาง คาดว่าไม่กี่วันคงเข้าฤดูชิวเทียน (ฤดูฝน)....ตะวันลอยข้ามเขาไปอีกฝาก อีกไม่กี่ชั่วยามก็มืดค่ำ
........... ศิษย์สำนักหัวซาน กลุ่มใหญ่ ชุมนุมในเรือนห้องโถงจับกันเป็กลุ่มก้อน ต่างก้มหน้า หลบซ่อนแววตาที่หวาดหวั่น ฟังแผนการของศิษย์พี่รองที่เหลืออยู่เพียงผู้เดียว
ถังลี่ชิว เป็ศิษย์น้องของเล็งฮู้ชง ในเวลานี้มีมันคนเดียวที่ดูแล สำนักและศิษย์น้องที่เหลือรอดมาจากการต่อสู้ที่ผ่านมา ตัวมันถูกอาจราย์หญิงเก็บมาจากหมู่บ้านร้าง
ถังลีชิวปีนี้ยี่สิบห้าแล้ว ความกังวนของมันในตอนนี้คือสภาพจิตใจของศิษย์น้องสามสี่สิบคน การขาดเสาหลัก ทำให้มันต้องตัดสินใจขอความช่วยจากหอกระบี่ นั้นคือความหวัง เพียงหนึ่งเดียว หากจะรักษาศิษย์น้องเหล่านี้
" ศิษย์พี่. คนแซ่เหลียง ตอนนี้ข้ามเนินพยัคร์หมอบมาแล้ว" ถังฃี่ซิวหน้าเคร่งเครียดหันไปกล่าวกับทุกคน
" ทำตามที่เรากล่าว อยู่รวมกันสามคนรุกถอยพร้อมเพรียง ตั้งสติให้มั่น อีกไม่เกินหนึ่งฉิกพวกมันจะบุกเข้ามาแล้ว เข้าประจำที่ ..."
" ต้านไฉ๋ ! คนของหอกระบี่เล่า? "
".......... " ถังลิวซิวกำหมัดแน่น ดูท่าคนของหอกระบี่ไม่คิดจะช่วยศิษย์ของหอคำภีร์หรือไร
..... ดาบตัดหัวั เหลียงอิ่งยู่ เคยตั้งหมู่บ้านบริเวณตีนเขาหัวซาน ทำไร่ทำนา เป็หน้าฉาก เื้ัเป็โจรดักปล้น เปาเปียวคุมกันสินค้า รู้ถึงหู เยวี่ยปุ๊ฉวินเ้าสำนักหัวซาน นำศิษย์ออกมาหมายจับตัวให้ทางการ แต่ เหลี่ยงอิ่งยู่ ฝ่าวงล้อมหลบหนีไปวันนี้มันปรากฎตัวที่หัวซาน
....คนมาดีใหนเลยจะมาตอนที่ท่านลำบาก...!
มู่เซียน เตรียม จัดข้าวของเตียมเดินทางกลับเมืองหลวง ครบกำหนดที่ต้องกลับบ้าน เช้าวันรุ่งจะออกเดินทาง... ถังลิวซิว เห็นมันเดินเข้าห้องโถงมาจึงเรียกมันน้้งสนทนา
"มู่เซียน หลังเขาที่ท่านอาศัยอยู่มีทางลับลงจากเขาได้ท่านทราบหรือไม่ "
" เราเคยเห็นอยู่ แต่ไม่เคยลง "
"เช่นนี้เถอะ..ท่านช่วยพาพวกมัน "ถังลิวชิว ชี้มือไปที่เด็กหนุ่มหน้าอ่อนสี่ห้าคน กล่าวว่า
"ปลายทางจะมีกระท่อมหลังหนึ่ง รอเราที่น้้น "
มู่เซียนกวาดมองโดยรอบ คล้ายเห็นความผิดปกติ ฉุกใจถามว่า
" ที่แท้เกิดเื่อันใด?"
"ท่านทำตามที่เรากล่าวเถอะ ! "
มู่เซียน มิใช้คนที่จะทำตามคำสั่งผู้ใดโดยง่าย แม้แต่คำสั่งของบิดามัน ดั้งนั้นไม่อาจปล่อยผ่าน
" เพราะเหตุใด? "
" สหายเก่าใกล้มาเยือน ท่านไม่มีส่วนเกียวข้อง รีบพาพวกมันไปเถอะ"
มันเห็นหน้าตาตื่นของมู่เซียน ต้องส่ายหน้า คิดกล่าวแต่มู่เซียนรีบถามอย่างตื่นเต้น
" ศัตูรเหล่า! เป็ผู้ใด? ฝีมือกล้าแข็งหรือไม่ ....แล้วพวกท่านรับมือได้หรือไม่....นี้..."
ถังลี่ซิว ยกมือกล่าว
"เป็ดาบตัดแซ่เหลียง กล่าวไปท่านคงไม่รู้จัก มัน.."
" โครม! "
พลัน !ประตู่หน้าสำนักที่ถูกกระแทกด้วยทอนซุ่ง ตามด้วยชายฉกรรจ์หน้าตาดุร้ายกลุ่มใหญ่ทยอยเข้ามา
"วันนี้ ตั๋วเอีย ! จะตัดหัวลูกสุนัขหัวซานให้หมดสิ้น "
เสียงแหบห้าว จนต้อง หันมองชายกลางคนสวมชุดเหลือง คางเหลี่ยมตาตาโต ร่างไม่สูง แต่หนา คิ้วดกหนา หนวดเคราเรียวบาง ดูท่าจะเป็ ดาบตัดหัวั เหลียงอิ่งยู่ !
ข้างกายมันมีเด็กหนุ่มคล้ายถอดพิมพ์กันออกมาเพียงแต่ดูอายุเยาว์กว่า มันทั่งสองยืนอยู่กลางลานบ้าน ด้านหลัง เรียงเป็หน้ากระดาน ถือดาบเปลือย ท่าทางดุร้าย ไม่ต่ำกว่ายี่สิบคน
มู่เซียนตื่นเต้นจนครางอยู่ในคอ นี้เป็ครั้งแรกที่จะได้เห็นการประจันหน้าด้วยดาบจริงกระบี่จริง มิใช่กระบองทอนไม้ที่วิ่งไล่ทุบตีของเหล่า คุณชายเสเพลในเมืองหลวง นี้มันดาบจริง ตายจริง
! ์ !มันกำลังจะเห็นฉากการฆ่าฟันจริงๆ
ไม่ใช้เื่เล่าที่ฟังจากหอนางโลม กำลังระงับสติ กลับต้องสะดุงใ เมือ ศิษย์หัวซาน ในห้องโถง เค้นเสียงะโออกมาพร้อมกัน
" ฆ่า ! " เสียงชักกระบี่ดัง เช้ง..เช้ง...
ศิษย์สำนักหัวซาน ก็โถมออกไปหมดสิน มู่เซียน มองหลังของศิษย์หัวซานคนสุดท้ายที่โถมออกไป ต้องระงับสติ คว้ากระบี่ สาวเท้าตามติด ออกมายืนดูที่หน้าประตู มองดูศิษย์หัวซานยืนเรียงรายประจันหน้า กับ ดาบตัดัและพวก แม้คนจะน้อยกว่าแต่ท่าทางดุร้ายมากนัก ทั้งสองฝ่ายไม่มีคำปราสัยใดๆ เพียงสบตาพวกมันก็โถมเข้าหากัน
ฆ่า ! ฆ่า เสียงดาบ ! เสียงกระบี่ ! เสียงด่าท่อ !
มู่เซียน อ้าปากค้าง มองดูภาพตรงหน้า นี่ไม่ใช้การประลองยุทธ อย่างที่มันเข้าใจ แต่เป็การ ตะลุ่มบอน ฟันได้ฟัน แทงได้แทง หันหน้าเจอผู้ใด โถมเข้าหาผู้นั้น มันตัวสั่นเทา นี้ เป็ครั้งแรกในชีวิต ที่เห็นฉากฆ่าฟันจริงๆ มิใช้ ต่อยตีของเด็กน้อยในตลาด ความรู้สึกตื่นเต้นเร้าใจ จนตัวมันสั่นเทาได้แต่เหม่อมองจนแทบ ลืมหายใจ
โครม! มู่เซียน ค่อยได้สติ
เมือ ศิษย์หัวซานที่โชกเืคนหนึง ลอยตกมาที่แทบเท้ามัน
คนตกมา ประกายดาบก็ตามติด.!
มันขยับเท้าเข้าหาเพียงครึ่งก้าว ขยับข้อมือแทงออกไปทั้งฝักกระบี่ ปลายฝักกระบี่แทงตัวดาบเล่มนั้น ส่งผลปลายดาบผ่านเลยทรวงอกที่โชกเืไป
ติ่ง..! วิถีดาบผิดเป้าไปแล้ว แต่ประกายดาบยังอยุ่ เพียงแต่เปลียนเป้าหมายเป็มันแทน ร่างที่ถือดาบ แค่นเสียง
"เชอะ!"
พลันร่างนั้นก็บิดเป็วง ชักนำ วิถีดาบหันกลับมา
...ร่่างที่ปิดเป็วง ดาบย่อมต้องมาเป็วง พลังดาบที่รุนแรง.. ไม่ทันจะชักกระบี่ ออกจากฝัก พลังดาบก็มาถึง มันถอยก้าวหนึ่ง ขาซ้าย ตั้งหลักบิดเอวพร้อม ตวัด กระบี่ทั้งฝักกระบี่ ประทะดาบเล่มนั้น
ดาบ! ที่รุนแรง...กระบี่ที่รวดเร็ว
ดาบ กระบี่ ประทะกัน เพีย! ฝักกระบี่ ถูกพลังดาบ กระแทกแตกะเิออก
มู่เซียน ชาวูบไปทั้งแขน หากมิใช้มันโคจรลมปราณไปที่ข้อมือได้ทัน กระบี่ในมีอมันคงปลิวกระเด็นตาม ฝักของมันไปแล้ว วิถีดาบที่รุนแรงแม้พลาดเป้าไปแล้ว แต่สภาวะดาบที่วาดเป็วง ยังคงอยู่แม้จะชงักช้าไปวูบหนึ่ง "เชอะ!"
เ้าของดาบแค่นเสียงอีกครั้ง บิดเอว บิดข้อเท้าอีกครั้ง วิถีดาบมัน ก็กลับเข้าหาลำคอหอยของชายหนุ่มอีกครั้ง
ดาบในมือหมุนคล้ายลูกค่างลูกใหญ่ .. กระบี่ของมู่เซียนก็เช่นกัน ดาบว่าเร้ว..กระบี่กลับเร็วกว่า.. ปลายกระบี่ตัดผ่านลำคอคนที่ถือดาบ..โลหิตพุ่งกระจาย..