บรรยากาศในห้องทำงานของประธานบริหารในเช้าวันใหม่ดูแปลกตาไปกว่าทุกวันแม้ อคิน จะยังคงนั่งหน้านิ่งตรวจเอกสารอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ และ พริมาก็กลับมานั่งประจำตำแหน่งเลขาฯ ที่มุมห้องหลังจากหายป่วยดีแล้ว ทว่า"าประสาท" ที่เคยตึงเครียดกลับลดดีกรีความรุนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด
"พริมา... ไปชงกาแฟดำมาให้ฉัน" เสียงทุ้มสั่งเรียบ ๆทว่าประโยคถัดมากลับทำเอาคนฟังชะงัก "คราวนี้ไม่ต้องใช้น้ำอุณหภูมิ 80 องศาหรอก เอาแค่ดื่มได้ก็พอ...แล้วอย่าลืมกินแซนด์วิชที่วางอยู่ตรงเคาน์เตอร์ด้วย ซื้อมาเกินไม่อยากทิ้งให้เสียของ"
พริมามองหน้าชายนิ่งสนิทของอคินสลับกับมองจานแซนด์วิชแฮมชีสแบรนด์หรูที่วางอยู่แน่นอนว่าคนระดับเขาไม่มีทางซื้อของมาเกินจนต้องทิ้ง แต่อาการ "ปากแข็ง"ของเขาก็ทำให้เธอเลือกที่จะเงียบและไม่กวนน้ำให้ขุ่น
"ค่ะ... ขอบคุณค่ะ คุณอคิน" หญิงสาวตอบแ่เบา รอยยิ้มบาง ๆที่มุมปากของเธอทำให้อคินต้องรีบก้มหน้าหลบสายตาไปตรวจเอกสารต่อทันทีเพื่อซ่อนความรู้สึก
แต่ความสงบสุขชั่วคราวก็พังทลายลงเมื่อประตูห้องถูกเคาะและการปรากฏตัวของบุคลากรใหม่ที่ทำให้หัวใจของพริมาเต้นแรงด้วยความดีใจ
"ขออนุญาตครับประธานอคิน ผม นนทพัทธ์ทนายความคนใหม่จากสำนักงานกฎหมายสากลที่จะเข้ามาดูแลสัญญาว่าจ้างโครงการใหม่ครับ"
ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งใบหน้าอบอุ่นล้อมกรอบด้วยแว่นสายตาทรงเหลี่ยมเดินเข้ามาในห้องทันทีที่สายตาของเขาประสานเข้ากับเลขาฯ สาว นนทพัทธ์ก็เบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ
"พรีม! เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?" นนทพัทธ์โพล่งออกมาด้วยความดีใจ
"พี่นนท์..." พริมาอุทานแ่เบา นนทพัทธ์คือรุ่นพี่คนสนิทที่เธอเคารพรักและเขาแอบชอบเธอมาตั้งสมัยเรียนมหาวิทยาลัย
ปฏิกิริยาที่สนิทสนมของทั้งคู่ตกอยู่ภายใต้สายตาคมกริบของอคินทันทีชายหนุ่มวางปากกาลงบนโต๊ะเสียงดัง แกร็ก !แววตาที่เคยอ่อนแสงลงพลันกลับมาดุดันและเ็าดุจพญาเหยี่ยวหวงอาณาเขตในวินาทีนั้น
"ดูเหมือนคุณทนายคนใหม่จะรู้จักเลขาฯ ของฉันดีเกินหน้าที่นะ"อคินเค้นเสียงพูดจาเหน็บแนม สายตาจ้องเขม็งไปที่นนทพัทธ์อย่างไม่เป็มิตร
"พริมา...เอาเอกสารสัญญาโครงการไปให้คุณทนายตรวจซิ อย่ามัวแต่ยืนอ้าปากค้างฉันจ้างเธอมาทำงาน ไม่ได้จ้างมาให้ยืนรำลึกความหลัง"
พริมาสะดุ้งรีบหยิบแฟ้มเอกสารไปยื่นให้นนทพัทธ์นนทพัทธ์รับแฟ้มมาแต่สายตายังคงมองรอยช้ำจาง ๆ ที่ต้นแขนของพริมา(จากรอยบีบของอคินในวันแรก) และใบหน้าที่ยังซูบซีดของเธอด้วยความเห็นใจ
กระบวนการคุยงานเต็มไปด้วยความอึดอัดอคินจิกใช้พริมาให้เดินหยิบโน่นหยิบนี่ตลอดเวลาแม้ดีกรีความรุนแรงจะลดลงกว่าวันแรก ๆ แต่ในสายตาของคนนอกอย่างนนทพัทธ์มันคือกดขี่และรังแกอย่างเห็นได้ชัด ทุกครั้งที่พริมาเดินมารับเอกสาร นนทพัทธ์จะคอยช่วยถือหรือส่งยิ้มให้กำลังใจซึ่งทุกการกระทำนั้นยิ่งจุดไฟหึงในอกของอคินให้คุโชนโดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัว
จนกระทั่งการประชุมเสร็จสิ้นอคินมีสายด่วนต้องเข้าประชุมบอร์ดบริหารกะทันหัน จึงปล่อยให้นนทพัทธ์และพริมาอยู่ในห้องทำงานตามลำพังเพื่อเคลียร์เอกสาร
"พรีม... บอกพี่มาตามตรง เกิดอะไรขึ้น? ทำไมพรีมต้องมาทำงานให้ผู้ชายใจร้ายคนนี้"นนทพัทธ์คว้าข้อมือพริมาเบา ๆ ถามด้วยความร้อนใจ
พริมาถอนหายใจยาวความอัดอั้นที่เก็บไว้คนเดียวมานานทำให้เธอตัดสินใจเล่าความจริงให้นนทพัทธ์ฟังทั้งหมดทั้งเื่หนี้สินห้าสิบล้าน อาการป่วยของพ่อและปมความแค้นในอดีตที่อคินปักใจเชื่อว่าพ่อของเธอเป็คนโกงเงินจนพ่อของเขาต้องะโตึกตาย
นนทพัทธ์ฟังด้วยสีหน้าเคร่งเครียดดวงตาเบิกกว้างด้วยความใ
"มันจะเป็ไปได้ยังไงพรีม คุณลุงธวัชชัยเป็คนซื่อสัตย์มากนะพี่ไม่เชื่อว่าคุณลุงจะทำเื่โหดร้ายแบบนั้น" นนทพัทธ์นิ่งคิดไปครู่หนึ่งก่อนจะสบตาพริมาด้วยความเด็ดเดี่ยว
"พรีม...พี่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งทนายความสัญญาจ้างของบริษัทอัครเดชโภคินทำให้พี่มีสิทธิ์เข้าถึงคลังเอกสารเก่าและบันทึกคดีคดีความในอดีตได้...พี่จะช่วยพรีมเอง พี่จะสืบเื่นี้อย่างลับ ๆพี่มั่นใจว่ามันต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากล"
"พี่นนท์... มันจะอันตรายเกินไปไหมคะ อคินเขาเป็คนน่ากลัวมากนะ"พริมาบอกด้วยความเป็ห่วง
"เพื่อพรีมและเพื่อล้างมลทินให้คุณลุง พี่ทำได้" นนทพัทธ์บีบมือเธอให้กำลังใจ"อดทนไว้ก่อนนะพรีม พี่จะหาความจริงมางัดหน้าผู้ชายคนนั้นให้ได้"
โดยที่ทั้งคู่ไม่รู้เลยว่า...ที่หน้าประตูห้องทำงานที่แง้มอยู่ชั่วครู่ อคินยืนกำหมัดแน่นจนเส้นเืปูดโปนชายหนุ่มเพิ่งเดินกลับมาเอาเอกสารที่ลืมไว้และภาพที่ทนายหนุ่มหน้าใหม่กำลังบีบมือพริมาด้วยความสนิทสนมมันทำให้พญามารอย่างเขาโกรธจนหน้ามืด
สายตาของอคินไม่ได้มีแค่ความแค้นอีกต่อไปแต่มันเต็มไปด้วยความริษยา...เขาเกลียดที่พริมาส่งรอยยิ้มและยอมรับความช่วยเหลือจากผู้ชายคนอื่นทั้งที่เธอควรจะสยบและมองแค่เขาคนเดียวเท่านั้น !