ฝนเริ่มตั้งเค้าั้แ่่บ่าย เมฆสีเทาหนักอึ้งปกคลุมไปทั่วฟ้า ราวกับกำลังบอกล่วงหน้าว่าจะมีพายุมาเยือนในไม่ช้า
วันนี้พี่เจติดธุระ เขาไม่สามารถมารับฉันได้เหมือนทุกวัน แต่ถึงอย่างนั้นทุกสิบห้านาทีข้อความจากเขาก็จะดังขึ้น
JAY : กลับบ้านเลยนะ
JAY : ถึงแล้วบอกด้วย
ฉันมองข้อความที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอมือถือแล้วอดถอนหายใจไม่ได้ ไม่ใช่ว่าหงุดหงิดหรอก…แต่หัวใจฉันมันเต้นแรงทุกครั้งที่เห็นชื่อของเขาขึ้นมา พี่เจยังทำแบบนี้ตลอดหลังจากเหตุการณ์คืนนั้น
บางทีความห่วงใยที่มากเกินไปก็ทำให้ฉันรู้สึกหวั่นไหว…ฉันจึงพิมพ์ตอบกลับไปสั้น ๆ
SOM : ไม่ต้องห่วงค่ะ ส้มจะกลับบ้านทันทีเลย
แล้วรีบก้าวเท้าเร็ว ๆ เพื่อกลับบ้าน ไม่อยากให้เขารอข้อความนานจนเป็กังวล ทันทีที่ก้าวเข้าประตูบ้าน เสียงฟ้าร้องก็ดังขึ้นตามด้วยเม็ดฝนกระหน่ำลงมาอย่างหนัก
ซ่าาาา—
“โอ๊ยยย...” ฉันรีบวิ่งเข้ามาหลบฝนในบ้าน แต่แล้วสายตาก็สะดุดเข้ากับลานกว้างตรงข้างบ้าน
เสื้อผ้าที่ตากยังคงแขวนอยู่ที่ราว ลมพัดจนเสื้อผ้าปลิวไสว เม็ดฝนที่สาดลงมาทำให้เนื้อผ้าสีอ่อนค่อย ๆ กลายเป็สีเข้มขึ้นเรื่อย ๆ พี่แคทต้องยังอยู่ในครัวแน่ ๆ เพราะกลิ่นอาหารเริ่มลอยมาตามลม
“ตายแล้ว ๆ …” ฉันพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะรีบวิ่งฝ่าฝนออกไปเก็บเสื้อผ้า เม็ดฝนสาดโดนแขนขาจนชุดนักศึกษาที่ใส่อยู่เริ่มชื้น แต่คนตัวเล็กกลับไม่ได้ใส่ใจ รีบคว้าเสื้อผ้าทีละชิ้นยัดลงตะกร้าอย่างลนลาน
กว่าฉันจะยกตะกร้าเสื้อผ้าที่เปียกชุ่มเข้ามาได้ แขนก็แทบจะหมดแรง น้ำหนักเสื้อผ้าที่อุ้มน้ำทำให้มันหนักกว่าปกติหลายเท่า
ตึ้ง! แรงกระแทกทำให้ตะกร้าคว่ำลง เสื้อผ้าร่วงกระจายเต็มพื้น
“โอ๊ยยย!” ฉันโอดครวญพลางมองหาว่าชนอะไรเข้า ที่แท้…มันคือกำแพง และความซุ่มซ่ามของตัวเองล้วน ๆ
ฉันก้มหน้าก้มตาเก็บเสื้อผ้าอีกรอบ พลางด่าตัวเองในใจที่ทำอะไรไม่ระวัง แต่ไม่ทันจะได้ตั้งตัว—
ตึง! คราวนี้ฉันกระแทกเข้ากับร่างสูงใหญ่เต็มแรงจนล้มลงไปกองกับพื้น ครึ่งหนึ่งของเสื้อผ้าหล่นกระจายเต็มพื้นอีกครั้ง
ฉันเงยหน้าขึ้นแล้วเบิกตากว้าง—พี่เจ!
“ขอโทษค่ะ!” เขายืนอยู่ตรงนั้นสีหน้าเรียบเฉยเหมือนทุกครั้งที่เจอ แต่แววตากลับทำให้ฉันใจเต้นแรงโดยไม่รู้ตัว
“ขอโทษจริง ๆ ค่ะ” ฉันรีบก้มหน้าก้มตาเก็บเสื้อผ้าอีกครั้ง คราวนี้มือของพี่เจก็ยื่นเข้ามาช่วยด้วย เขานั่งลงตรงข้ามฉัน ทำให้ระยะห่างระหว่างเราสั้นลงจนฉันได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจของเขา
มือเราเอื้อมไปหยิบเสื้อผ้าชิ้นเดียวกัน นิ้วัักันเพียงแ่เบาแต่ความรู้สึกกลับแล่นพร่านไปทั่วทั้งร่าง ร้อนวาบราวกลับโดนกระแสไฟช็อต
ฉันรีบชักมือกลับทันที พลางก้มหน้าหนีเพื่อซ่อนความร้อนที่กำลังลามขึ้นมา พี่เจเบือนหน้าไปอีกทาง เหมือนพยายามหลีกเลี่ยงไม่สบตาฉัน จนฉันได้แต่เม้มปากแน่น ไม่กล้ามองเขาต่อ
“จะเอาไปห้องซักรีดใช่ไหม” เขาถามเสียงเรียบ
“เอ่อ…ใช่ค่ะ” ฉันตอบเสียงเบาหวิว
“แล้วพี่แคทไปไหน ทำไมเรามาทำเอง”
“คือ…ส้มอยากช่วยค่ะ คิดว่าทุกคนน่าจะยุ่ง” เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงแค่ขยับลุกขึ้นแล้วยกตะกร้าเสื้อผ้าขึ้นอย่างง่ายดาย
“เดี๋ยวพี่ช่วยยกไป”
“ไม่เป็ไรค่ะ! ส้มไหวค่ะ!” ฉันรีบพูดพร้อมจะคว้าตะกร้ากลับมา
เขาหันมามองหน้านิ่ง ๆ แล้วพูดสั้น ๆ
“ไหวแบบเมื่อกี้น่ะเหรอ…ลุกขึ้นเถอะ” ฉันอึ้งไปกับน้ำเสียงกวน ๆ แต่ก็รีบลุกขึ้นเดินตามเขาไปอย่างจำยอม
พี่เจก้าวขายาว ๆ ไม่กี่ก้าวเขาก็พาตะกร้าไปถึงห้องซักรีด พี่แคทที่อยู่ในครัวโผล่มาพอดี พอเห็นพี่เจเป็คนยกตะกร้ามาเองก็ทำตาโต
“โธ่คุณเจ ตายแล้ว…ขอโทษจริง ๆ เลยค่ะที่ปล่อยให้คุณเจทำแทน”
“ไม่เป็ไรครับ...ไม่ได้ลำบากอะไร” เขาตอบสั้น ๆ
“คุณเจนี่น่ารักจริง ๆ ค่ะ ใจดีเสมอเลย” พี่แคทยิ้มกว้าง สีหน้าดูปลื้มปริ่มในตัวเ้านายอย่างปิดไม่มิด
ฉันยืนฟังอยู่เงียบ ๆ ก่อนจะอดหมั่นไส้ไม่ได้ ทำไมคนที่มีพร้อมทุกอย่างอยู่แล้ว…ยังจะได้รับคำชมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แบบนี้อีกนะ ยิ่งไปกว่านั้นเ้าตัวกลับทำสีหน้าเรียบเฉยราวกับมันเป็เื่ปกติของเขาอยู่แล้ว
ขณะที่ฉันกำลังแอบจิกกัดพี่เจในใจ เสียงผู้ชายที่ไม่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
“สวัสดีครับ ผมมาดูเครื่องล้างจานที่เสีย ไม่ทราบว่าต้องไปทางไหนครับ” เป็ช่างที่ลุงคนสวนพาเข้ามา
ทันทีที่ฉันหันไปมองตามเสียง พี่เจก็ก้าวเข้ามายืนตรงหน้าฉัน บดบังทุกอย่าง จนสายตาฉันเหลือเพียงแผ่นหลังหนาของเขา ฉันยืนนิ่งมึนงงกับการกระทำนี้ของเขา เมื่อพี่แคทเดินนำช่างออกไปทางห้องครัว พี่เจจึงค่อย ๆ ก้าวเท้าขยับออก
“พี่เจ…” ฉันกำลังจะเอ่ยถามถึงการกระทำของเขา แต่คุณลุงช่างซ่อมก็เดินกลับมาอีกครั้งแล้วพูดพึมพำว่าลืมอุปกรณ์ไว้ที่ท้ายรถ
พี่เจ…ก้าวเข้ามายืนตรงหน้าฉันอีกครั้ง หัวใจฉันสั่นระรัวโดยไม่รู้ว่าทำไม เมื่อเหลือเพียงเราสองคนในห้องซักรีด เขาพูดขึ้นเรียบ ๆ โดยไม่หันมามอง
“ขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ เดี๋ยวไม่สบาย”
ฉันพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะรีบขึ้นห้อง พอเห็นเงาสะท้อนในกระจก ชุดนักศึกษาเปียกชุ่มแนบไปกับผิวจนเห็นรูปร่างอย่างชัดเจน ใบหน้าฉันร้อนวาบขึ้นมาโดยอัตโนมัติ
ที่เขาเบือนหน้าหนีไปอีกทางตอนที่เราสองคนก้มเก็บเสื้อผ้าพร้อมกัน ก็เป็เพราะว่า…
“เขาเห็น…ใช่ไหมนะ” ฉันกุมหน้าแน่น รีบวิ่งเข้าห้องน้ำแทบไม่ทัน