พวกเขาที่สืบฝีเท้าเหยียบย่ำ เข้ามาภายในดินแดนเบื้องบน หลายคน ต่างก็ดีใจจนเนื้อเต้น ก่อนอี้เฉินจะกล่าวเตือนกลุ่มคน ในยามนี้ที่ลิงโลดให้ระวังตัว "สถานที่แห่งนี้มันถูกเรียกขานว่า แดนนรกสีขาว รอบด้านต่างก็เต็มไปด้วยกฎเกณฑ์ของฟ้าดินที่หนาแน่น แถมสถานที่แห่งนี้ ยังไม่อาจตรวจจับสัมผัส จากระยะไกลได้ อย่าลืมว่ายามนี้ พวกเราอยู่ท่ามกลางสนามรบของศึกสงครามมหาทวีป อย่าได้ประมาทสถานที่แห่งนี้เชียว"
ครั้นสิ้นเสียงของอี้เฉิน เหล่าผู้คนที่ติดตามอี้เฉินมา ต่างพากันเก็บอาการที่ดีใจลง ทว่าอี้เฉินกลับรู้สึกแปลกใจ กับสถานที่แห่งนี้ไม่น้อย เนื่องด้วยมันเงียบเชียบผิดปกติเกินไป เมื่อหันไปหาหลินเฟย นางเองก็พยักหน้าให้อี้เฉินเช่นกัน
ก่อนอี้เฉินจะบินทะยาน พากลุ่มคน ร่วมๆ 50ชีวิตตามติดตัวเขามาไม่ห่าง ฝ่ากฎเกณฑ์ฟ้าดินที่เบาบาง ไปยังทิศทางด่านผาแต้มโลหิตอย่างไม่ลังเล แต่เมื่ออี้เฉินเหลือบไปมอง ทิศทางวิหารสืบทอดที่ มารพุทธ ทงอี้เข้าไปด้านใน เขาถึงกับเอ่ยพูดพึมพำออกมาเล็กน้อย
"หืม!! นี่ก็หนึ่งปีแล้วนะ เจ้า ทงอี้ยังสืบทอดวิหารแดนพุทธไม่สำเร็จอีกอย่างนั้นหรือ?"
อี้เฉินที่หันขวับกลับมา เขาก็ตั้งใจสืบฝีเท้าเดินทางต่อไปด้านหน้าในทันใด ก่อนเขาจะเอ่ยพูดพึมพำขึ้นมาอีกครา "หรือว่าเจ้า ทงอี้ มันจะได้โชควาสนา ก้อนใหญ่กัน" เขาครุ่นคิดจนหัวหมุนอย่างไรก็ไม่เข้าใจ เหตุใดทงอี้ถึงใช้เวลานานขนาดนี้
ทว่าอี้เฉินกับหลินเฟย ยิ่งเดินทางกลับไปยังด่านผาแต้มโลหิต ยิ่งทำให้อี้เฉินกับหลินเฟยยิ่งประหลาดใจ เมื่อพวกเขาไม่พบเจอผู้ใดเลยแม้แต่คนเดียว แม้แต่ร่องรอยของสิ่งมีชีวิต การต่อสู้ยังไม่มีให้เห็น
หลินเฟยนางอดไม่ได้ที่จะไต่ถามอี้เฉินออกมา "เกิดอะไรขึ้นภายในดินแดนเทพหรือเปล่า"
อี้เฉินไม่ได้เอ่ยตอบหลินเฟย ออกมาแต่อย่างใด หากพวกเขาไปถึงด่านผ่าแต้มโลหิต ก็น่าจะรู้ความจริง จากที่พวกเขาเห็นเองกับตา
พวกเขาใช้เวลาข้ามผ่านแดนเหน็บหนาว เสียดแทงกระดูกไปทั่วร่าง ถึง1วันเต็ม เมื่อในกรอบสายตาเห็น ด่านผาแต้มโลหิต หลายคนต่างก็คลี่ยิ้มกันออกมา ไม่เว้นแม้กระทั่ง อี้เฉินกับ หลินเฟย เร่งสืบฝีเท้ามายืนหน้าประตูที่สูงเสียดฟ้าในทันใด
ทว่าด้านในปราการด่านผาแต้มโลหิต กลับมีขั้นพลัง ราชันสวรรค์ผู้หนึ่ง ปลดปล่อยปราณพลังหนาวเย็น ออกมาไม่ขาดสาย พร้อมกับแค่นเสียงดุของสตรี ดัง ขึ้นมาก้อง "มดปลวกอย่างพวกเจ้าริอ่าน กำเริบเสิบสานมาโจมตีพวกเราเหล่าคนดินแดนเทพ อย่างนั้นหรือ?"
อี้เฉินเขาหน้ามืดทะมึนในทันใด เมื่อรับรู้ถึงขั้นพลัง ราชันสวรรค์ ครั้นเตรียมจะเอ่ยพูดออกไป หลินเฟยกับห้ามปราม อี้เฉินไว้ในทันใด ก่อนหญิงสาวจะตะโกนก้องออกไป นางจดจำปราณพลังเหมันต์นี้ได้เป็นอย่างดี "ท่านแม่ข้าเองหลินเฟย"
ราชินีน้ำแข็งเสวี่ยชิงหนาน ครั้นเตรียมจะเปิดฉากการเข่นฆ่า นางกลับต้องเก็บปราณพลังของนาง กลับไปโดยพลัน เมื่อได้ยินน้ำเสียงสตรีที่นางคุ้นเคย ก่อนจะจับจ้องสายตาคมกล้า ลงไปมองหน้าประตูทางเข้าอย่างไม่วางตา
"เหล่าผู้อาวุโส ขับเคลื่อนค่ายกลเปิดประตูเมือง ให้พวกเขาเข้ามาเร็วเข้า"
เหล่าผู้อาวุโสคนอื่นๆ ในกลุ่มอี้เฉิน พวกเขาต่างก็ตัวสั่นเทิ้มกันอยู่ไม่น้อย เมื่อเห็นสายตา ราชินีน้ำแข็งเสวี่ยชิงหนาน จ้องมองลงมา เสียดแทงกายาพวกเขา รับรู้ได้เลยว่ายามนี้ พวกเขาเล็กจ้อยภายในดินแดนเทพ มากถึงเพียงใด เมื่ออยู่ต่อหน้าขั้นพลัง ราชันสวรรค์
เมื่อสตรีทั้งสองพบหน้ากันอีกครา หลินเฟยก็เข้าไปพูดคุยกับแม่บุญธรรมของนางในทันใด อี้เฉินที่เห็นเขาปล่อยให้ทั้งสองพูดคุยกันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนราชินีน้ำแข็งเสวี่ยชิงหนาน จะหันมาไต่ถามอี้เฉิน "คนพวกนั้นเขาเป็นใคร"
"พวกเขาเป็นคนดินแดนเบื้องล่าง" อี้เฉินกล่าวตอบออกไปอย่างไม่มีปิดบัง ผู้อาวุโสคนอื่นๆ เองก็คำนับ ไปให้ ราชินีน้ำแข็งเสวี่ยชิงหนาน ด้วยความงดงามของนาง ถึงกับทำให้ผู้อาวุโสบางคน ถึงกับตาลอย ไม่เว้นแม้กระทั่ง ชายชราเยว่เทียน
ราชินีน้ำแข็งเสวี่ยชิงหนาน นางกระแอมไอออกมาน้อยๆ เมื่อเห็นสายตาแปลกๆ พวกนั้น ที่นางไม่เคยเห็นจากคนดินแดนเทพ "เจ้าจะพาพวกเขามาถม กองซากศพของสงครามมหาทวีป เช่นนั้นหรืออี้เฉิน"
อี้เฉินได้ยินเขาเบ้บปาก ขำออกมาน้อยๆ ทว่าพวกผู้คนเหล่านั้นที่อี้เฉินพามา เขาไม่ขบขันด้วย ต่างก็มีสีหน้าบึ้งตึงกันอยู่ไม่น้อย ก่อนอี้เฉินจะไต่ถาม "เหตุใดสถานที่แห่งนี้ ถึงดูเงียบสงัดเช่นนี้เล่า"
ราชินีน้ำแข็งเสวี่ยชิงหนาน ส่ายหัวออกมา "สงครามได้ขยายเป็นวงกว้างแล้ว ยามนี้ แม้แต่ขั้นเทพสวรรค์ ยังต้องออกไปต่อสู้สงครามใหญ่ ปราการทมิฬที่เป็นสถานที่รวมตัว จึงเกิดความวุ่นวายไม่น้อย ข้าได้ยินว่า เขตที่ราบสูง ชิงไห่ ยาวไกลนับแสนลี้ อาบย้อมไปด้วยเลือดจนแดงฉานแล้ว"
อี้เฉินครั้นได้ยิน เขากลืนน้ำลายลงคอไปคำใหญ่ กล่าวเล็ดลอดผ่านไรฟันออกมาในทันใด "เหตุใดสงครามขยายใหญ่ รวดเร็วถึงเพียงนี้ ท่านราชินีน้ำแข็งเสวี่ยชิงหนาน ช่วยเป็นธุระให้ข้า หาสถานที่มีไฟเทพ พร้อมกับหาเมล็ดพันธุ์ ภายในกายให้พวกเขาเติบโต ได้หรือไม่"
ราชินีน้ำแข็งเสวี่ยชิงหนาน ครั้นได้ยินน้ำเสียงที่จริงจังจากปากเด็กหนุ่ม มันก็ทำให้นางสีหน้าไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าใดนัก ก่อนหลินเฟยจะเข้าไปกอดแขน ท่านแม่ของ นางไว้แน่น เพื่อเป็นการขอร้องท่านแม่ของนางอีกแรง "ท่านแม่ ป่าพฤกษาชาติ สถานที่แห่งนั้น เหมาะให้พวกเขาฝึกฝน เติบโตไม่น้อย วันหน้าพวกเขาจะต้อง เป็นกำลังให้กับท่านแม่ อย่างแน่นอน"
ราชินีน้ำแข็งเสวี่ยชิงหนาน ผ่อนลมหายใจออกมาน้อยๆ ไม่อาจต้านคำพูดอ้อนวอนของหลินเฟยได้ ก่อนจะดีดหน้าผาก หลินเฟยในกรอบสายตาไปหนึ่งที ทำให้หน้าผากของนาง แดงน้อยขึ้นมาทันใด "เช่นนั้นข้าจะพาพวกเจ้าไปอยู่ ภายในตระกูลของข้าก่อนแล้วกัน หากผู้ใดคิดจะจากไป ข้าก็ไม่คิดจะลั้งตัวพวกเจ้าไว้"
ผู้คนที่ติดตามอี้เฉินมาร่วมๆ 50ชีวิต ต่างก็กล่าวขอบคุณ ราชินีน้ำแข็งเสวี่ยชิงหนาน ดังออกมาดังก้อง "ขอบคุณ ราชินีน้ำแข็งเสวี่ยชิงหนาน"
"ขอบคุณ ราชินีน้ำแข็งเสวี่ยชิงหนาน"
ก่อนหญิงสาวจะโบกฝ่ามือ ราวกับเป็นเรื่องที่นางไม่ใส่ใจ ยกเรื่องราวต่างๆ ให้ผู้อาวุโสท่านหนึ่ง มาคอยดูแลพวกเขา เปาเปา จางเหมย ที่ไม่อยากจากอี้เฉินไปไหน พวกเขาเข้ามาไต่ถามอี้เฉินในทันใด "เจ้าจะไปไหนเช่นนั้น หรืออี้เฉิน"
อี้เฉินคลี่ยิ้มออกมากว้าง ก่อนจะกล่าวพูดถึงสิ่งที่เขาตั้งใจ แม้ว่าจะไม่อาจเปลี่ยนแปลงสงคราม ด้วยสองมือของเขาได้ก็ตาม "คนตระกูลของข้า กำลังสู้ศึกอยู่ ข้าต้องไปเข้าร่วมสงครามมหาทวีป ..พวกเจ้าไปฝึกฝนก่อนเถอะ เปาเปา จางเหมย เมื่อเจ้าเป็นเทพสวรรค์แท้จริง พวกเจ้าก็สามารถมาหาข้าได้ทุกเมื่อ"
จางเหมย มองอี้เฉินที่เตรียมจะเข้าไปใช้ค่ายกล ไปพร้อมกับหลินเฟย นางกล่าวพูดออกมาในทันใด "แต่พวกข้าอยากจะติดตามเจ้าไปอี้เฉิน"
อี้เฉินคลี่ยิ้มทอประกาย มาให้เด็กสาวในกรอบสายตา ทว่ายามนี้นางไม่เด็กอีกต่อไปแล้ว "เจ้าอย่าดื้อสิ จางเหมย เจ้าตั้งใจปิดขั้นพลังฝึกฝนเถอะ" สิ้นคำพูดของอี้เฉิน ร่างของเขาก็หายวาบ ออกไปจากด่านผ่าแต้มโลหิต ไปยังปราการทมิฬพร้อมกับหลินเฟยในทันใด
แม้ว่า ราชินีน้ำแข็งเสวี่ยชิงหนาน จะไม่สบอารมณ์ ที่หลินเฟย ติดตามชายหนุ่มไปก็ตาม ทว่านางจะทำอะไรได้ เมื่อเห็นสายตาของบุตรบุญธรรม
ก่อนผู้อาวุโสชราที่ทำหน้าที่คุ้มกัน ค่ายกลเคลื่อนย้าย จะกล่าวพูดขึ้นมา "เด็กหนุ่มผู้นี้ไม่เลวเลย เขาไม่มีท่าทีหวาดเกรง ต่อสงครามมหาทวีป เลยแม้แต่น้อย ราชินีน้ำแข็งเสวี่ยชิงหนาน ท่านว่าจริงหรือไม่"
ด้านราชินีน้ำแข็งเสวี่ยชิงหนาน ได้ยินนางแค่นเสียงดุออกมา "เขาก็แค่เด็กเหลือขอคนหนึ่ง แต่ข้าเกลียดความโอหังขี้เล่น ของเขาไม่น้อย เจ้าก็รู้ไม่ใช่หรือ"
ผู้อาวุโสชราที่กล่าวพูด รีบเก็บปากในทันใด ก่อนจะขำออกมาน้อยๆ ทำให้ ราชินีน้ำแข็งเสวี่ยชิงหนาน หนังตากระตุกขึ้นมาถี่ยิบ ก่อนนางจะรีบสืบฝีเท้าไปภายในห้องบัญชาการ รายงานการเปิดใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายในทันใด
***หมายเหตุ ผู้เขียนขอหยุด 1-2วัน เนื่องจากไรต์ ป่วยเป็นไข้หวัด จากอากาศที่เปลี่ยนแปลง จนเย็นจัด ทำให้กระดูกสันหลังที่ไรต์ผ่าตัด เจ็บแปลบๆขึ้นมา จึงเรียนมาให้ทราบ
***ดูแลตัวเองกันด้วยนะครับ