ภายในดาวลีฟานนั้นไม่ได้มีขนาดใหญ่เท่าไหร่นัก แต่ขุมอำนาจทั้งหลายกลับมีอยู่มากมาย ซึ่งแต่ละขุมอำนาจเมื่อเทียบกับดวงดาวแห่งอื่นแล้วแค่ขุมกำลังระดับต่ำสุดก็เพียงพอที่จะขึ้นเป็าาผู้ปกครองแห่งดวงดาวเ่าั้แล้ว
แต่ภายในดาวลีฟานขุมกำลังเ่าั้เป็ได้แค่เศษเสี้ยวอำนาจเล็กๆ เท่านั้น มันสามารถแบ่งออกได้เป็ระดับ ต่ำ กลาง และสูง
แต่แม้จะเอาขุมกำลังเ่าั้รวมเข้าด้วยกันก็ยังเทียบไม่ได้แม้แต่หนึ่งในสิบของพลังแห่งราชวงศ์…
ซึ่งในดาวลีฟานนั้นมีอยู่สองราชวงศ์
หนึ่งคือราชวงศ์แห่งแสงสว่าง "ชีวาลัย"
อีกหนึ่งคือราชวงศ์แห่งความมืด "นิรวาณ"
ซึ่งแน่นอนว่า "แสงสว่าง" และ "ความมืด" ในชื่อของสองราชวงศ์ก็คือพลังที่ทำให้ทั้งสองราชวงศ์นั้นเหนือล้ำเหล่าขุมอำนาจอื่นๆ
เพราะว่าพลังงานอันมหาศาลของดาวลีฟานก็คือ "พลังแห่งธาตุ" ที่มีอยู่มากมายมหาศาล
ผู้คนที่ถือกำเนิดขึ้นมาบนดาวลีฟานล้วนแล้วแต่มีพลังธาตุเป็ของตัวเองทุกคน ไม่เคยมีใครที่ไม่มีพลังธาตุปรากฏตัวขึ้นมาก่อนแม้แต่คนเดียว
ซึ่งธาตุแต่ละธาตุล้วนมีแพ้ชนะกันไปตามธาตุทำให้คงความสมดุลของพลังเอาไว้
แต่ที่ประหลาดคือธาตุแห่งแสงสว่างและความมืดกลับไม่แพ้ทางธาตุใดๆ เลยแม้แต่ธาตุเดียว
ซึ่งรวมถึงธาตุทั้งสองเองก็ไม่แพ้ทางกันเองด้วยเช่นกัน
ผู้คนที่หนึ่งในธาตุทั้งสองธาตุนี้จะมีพลังมากกว่าผู้คนที่ธาตุอื่นๆ อย่างน้อยสุดก็สองเท่า
เรียกได้ว่าผู้ธาตุทั้งสองหากต่อสู้กับผู้ที่มีระดับพลังเท่ากันแต่เป็ธาตุอื่น ก็สามารถเรียกว่าไร้พ่ายได้เลย
ส่วนระดับพลังก็คือ "ความเข้ากันกับธาตุ" ยิ่งมีความเข้ากันได้มากเท่าไหร่ ก็จะสามารถใช้พลังธาตุนั้นๆ ได้มากขึ้นตามกัน
และผู้หลอมรวมเข้ากับธาตุได้สมบูรณ์ที่สุดในดาวลีฟาน มีเพียงแค่สองคนเท่านั้น
นั่นก็คือาาของทั้งสองราชวงศ์ ชีวาล และ นิวาล ระดับความเข้ากันได้กับธาตุของทั้งสองนั้นอยู่ระดับเดียวกันคือแปดในสิบส่วน ซึ่งห่างจากระดับสมบูรณ์แบบอย่างสิบส่วนเต็มแค่สองระดับเท่านั้น…
แต่ว่าาาทั้งสองนั้นหลังจากบรรลุถึงความเข้ากันกับธาตุได้แปดในสิบส่วน ก็ไม่มีความคืบหน้าของการเลื่อนระดับสู่ระดับที่เก้าเลยแม้น้อย…
ไม่ว่าทั้งคู่จะพยายามอย่างไรก็ไม่สามารถเพิ่มระดับความเข้ากันได้กับธาตุให้เพิ่มขึ้นไปกว่านี้ได้อีก แม้จะเพียงแค่นิดเดียวก็ตามที…
ราวกับว่านี่เป็ระดับความเข้ากันได้กับธาตุขั้นสูงสุดที่มนุษย์จะสามารถเข้าถึงได้
แต่ถึงแม้จะติดค้างอยู่ที่ระดับแปดมาอย่างยาวนานแต่ลำดับของขุมอำนาจก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่น้อย
เพราะถึงแม้จะเป็ความเข้ากันได้กับธาตุเจ็ดในสิบส่วน ก็หาได้แค่จากทั้งสองราชวงศ์เท่านั้นถึงแม้จะมีไม่มากก็ตาม
ส่วนขุมอำนาจทั้งหลายที่เป็รองสองราชวงศ์นั้น มากสุดที่พวกเขาเข้าถึงได้ก็มีแค่ความเข้ากันได้กับธาตุหกในสิบส่วนเท่านั้น ซึ่งคนเ่าั้ก็คือเหล่าผู้นำของขุมอำนาจระดับสูงทั้งหลาย
ส่วนความแตกต่างของระดับแต่ละระดับนั้น
าาสองอาณาจักรคนใดก็ตามล้วนแล้วแต่สามารถกำจัดผู้ที่มีความเข้ากันได้กับธาตุเจ็ดในสิบส่วนยี่สิบคนได้โดยไม่ยากเย็นนัก…
และเพราะเหตุนี้ความแตกต่างระหว่างขุมอำนาจเ่าั้ และเหล่าราชวงศ์จึงมีความแตกต่างกันอย่างมหาศาล…
ณ คืนหนึ่งในอาณาจักรแห่งแสง
"วานมิล เ้าพยายามได้ดีมากเ้าช่างแข็งแกร่งสมกับที่เป็ภรรยาข้าจริงๆ"
ผู้ที่พูดประโยคนี้เป็ชายวัยกลางคนที่มีหน้าตางดงามราวกับสตรี แต่ถึงอย่างนั้นพลังอำนาจที่ััได้จากตัวเขานั้นกลับแข็งแกร่งและดุดันอย่างมากมายมหาศาล…
คนผู้นี้ก็คือ "าาแห่งอาณาจักรแสงสว่าง" ชีวาล
ส่วนสตรีที่นอนอยู่บนเตียงนั้นก็คือภรรยาของเขา และนางมีนามว่าวานมิล
เธอมีหน้าตางดงามเป็อย่างมากเพียงแต่ตอนนี้เธอดูเหนื่อล้าและมีใบหน้าที่ดูซีดเซียว…
"ชีวาลแล้วลูกของเราเป็อย่างไรบ้าง… แข็งแรงดีไหม ?"
วานมิลเอ่ยถามอย่างอ่อนแรง
"แน่นอนสิ ก็นี่เป็ลูกของใครกันล่ะ ฮ่าๆๆๆ วานมิลดีใจด้วยนะเ้าได้ลูกสาว นางช่างน่ารักน่าชังนักโตไปนางต้องงดงามเหมือนเจัาแน่ๆ เพราะทีแรกที่ข้าเห็นนางนั้น ข้าถึงกับหลงใหลไปพักใหญ่เลยทีเดียวเชียว…"
ชีวาลเอ่ยตอบด้วยท่าทางหยอกล้อเล็กน้อย…
ทันทีที่ได้ยินวานมิลก็รู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย นางกล่าวต่อชีวาลว่า
"พูดอะไรของเ้ากันนั่นลูกของเรานะ"
ได้ยินเช่นนี้ ชีวาลก็รีบเอ่ยตอบทันทีด้วยท่าทางร้อนรนเล็กน้อย
"ข้าหยอกเ้าเล่นเฉยๆ น่าที่รัก"
แต่ถึงแม้ชีวาลจะพูดเช่นนั้นแต่ใบหน้าของเขากับยังคงแสดงความหลงใหลอยู่ ?
"เอาล่ะที่ข้าจะพูดจริงๆ ก็คือนางจะต้องแข็งแกร่งเหมือนข้า หรือไม่ก็เหนือล้ำกว่าเป็แน่… เพราะทันทีที่นางเกิดมาก็ไม่ส่งเสียงร้องเลยแม้แต่น้อย และยังลืมตาขึ้นมาทันทีอีกด้วย และดวงตาที่น่าหลงใหลนั่นก็ยังมีประกายแห่งความองอาจเหมือนกับข้าอยู่ด้วย"
ชีวาลเอ่ยขึ้นมาด้วยท่าทางจริงจัง
ทันทีที่ได้ยินวานมิลก็รู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อย
"พูดอะไรของเ้ากัน อย่าบอกนะว่าจะให้นางสืบทอดตำแหน่งต่อจากเ้า ? นางเป็ผู้หญิงนะจะให้ไปทำอะไรอันตรายแบบนั้นได้ยังไงกัน"
"ใจเย็นน่าที่รักเ้าลืมไปแล้วรึ ว่ายิ่งแข็งแกร่งขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีอายุไขเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น หรือเ้าไม่อยากให้นางอยู่กับพวกเราไปนานๆ งั้นรึ ?"
วานมิลลังเลเล็กน้อย
"แต่ว่า…"
ทันทีที่เห็นท่าทางลังเลของวานมิลเช่นนั้น ชีวาลก็เอ่ยขึ้นด้วยท่าทางจริงจังทันที
"ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น ผู้หญิงแล้วอย่างไร ? เป็ผู้หญิงแล้วจะแข็งแกร่งดุดัน และทรงอำนาจไม่ได้รึ ?"
วานมิลที่ได้ยินเช่นนั้นก็ได้เหม่อลอยไปสักพัก…
"...แล้วนางมีนามว่าอะไร ?"
หลังจากนิ่งเงียบไปสักพัก วานมิลก็เอ่ยคำถามๆ หนึ่งขึ้นมา
ใบหน้าของชีวาลดูจะภูมิใจและโอ้อวดอยู่ไม่น้อย
"นามของนางก็คือ ชีวาน"
วานมิลเพียงจ้องมองท่าทางแปลกประหลาดของชีวาลครู่หนึ่ง…
จากนั้นนางจึงพยักหน้ารับด้วยสีหน้าพึงพอใจทันที