(่อายุ: 5 ขวบ)
โลกของผมจมดิ่งอยู่กับความมืดมิดอันไร้ก้นบึ้งไปนานเท่าไหร่ไม่รู้อาจจะหลายชั่วโมงหรือหลายวัน... ความรู้สึกสุดท้ายที่ยังหลงเหลืออยู่ในมโนสำนึกคือความเ็ปเจียนบ้า เหมือนสมองซีกซ้ายและขวาถูกบีบอัดด้วยกระแสข้อมูลดิบนับเทราไบต์ที่พุ่งทะลักเข้ามาในพริบตา แต่น่าแปลกที่หลังจากพายุข้อมูลนั้นสงบลง มันกลับตามมาด้วยความเงียบสงัดที่ผิดปกติ ผิดปกติเสียจนผมได้ยินเสียงกระแสเืที่ไหลเวียนอยู่ในหูของตัวเอง
ผมค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ เพดานไม้ขัดมันที่คุ้นเคยปรากฏแก่สายตาอีกครั้ง แต่คราวนี้โลกที่ผมมองเห็นกลับต่างออกไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง... มีแถบสถานะเรืองแสงสีเขียวมรกตจางๆ ลอยอยู่ตรงขอบสายตาในลักษณะที่ไม่บดบังทัศนียภาพหลัก แต่มันดูเหมือนเลเยอร์ข้อมูลดิจิทัลที่ซ้อนทับอยู่บนโลกความเป็จริงอย่างพอดิบพอดีอย่างน่าอัศจรรย์
[Initialize Researcher OS... Complete]
[Current Mode: Anatomical Scanner Lv.1]
“ไค! ลูกฟื้นแล้ว! ขอบคุณเทพผู้สร้าง... ลูกฟื้นแล้วจริงๆ!” เสียงของแม่เอลินดังขึ้นพร้อมกับแรงกอดรัดมหาศาลที่เกือบจะทำให้ทารกในร่างเด็ก 5 ขวบอย่างผมหายใจไม่ออก
ในวินาทีที่ผมจ้องมองใบหน้าของเธอ ระบบที่เพิ่งตื่นตัวเต็มรูปแบบก็เริ่มทำงานทันทีโดยไม่มีเสียงแจ้งเตือนใดๆ ให้รำคาญใจ มีเพียงแถบดาวน์โหลดข้อมูลสีเขียวที่ปรากฏขึ้นกลางร่างของแม่ ราวกับหน้าจอ HUD ในเกมล้ำสมัยที่ผมเคยรู้จัก
[TARGET LOCK: ELIN]
[ANALYZING... 10... 9... 8...]
‘10 วินาทีเลยเหรอ... นานจนน่าหงุดหงิดสำหรับมาตรฐานการประมวลผลควอนตัมนะเนี่ย’ ผมคิดในใจพลางเฝ้ามองตัวเลขที่ค่อยๆ ลดลงอย่างเชื่องช้า จนกระทั่งครบกำหนด ข้อมูลดิบที่เที่ยงตรง เ็า และไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกก็ถูกดีดขึ้นมาแสดงผลซ้อนทับร่างของแม่ทันที
[ANALYSIS COMPLETE] NAME: เอลิน (Elin)
STATUS: [NORMAL]
PULSE: 72 BPM
BODY TEMP: 36.8°C
FATIGUE: 45% (หมายเหตุ: ระบบประสาทส่วนกลางกำลังแสดงสภาวะวิตกกังวลอย่างรุนแรง)
“ผม... สบายดีครับแม่... แค่เพลียนิดหน่อยครับ...” ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ยังแหบพร่าเล็กน้อย
ในตอนนั้นเอง พ่อเซนก็เดินก้าวพรวดเข้ามาในห้องพลางถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความโล่งอกที่เห็นผมลืมตา ผมเบนสายตาไปที่ร่างกำยำของพ่อทันที ระบบเริ่มนับถอยหลัง 10 วินาทีใหม่อีกครั้ง และเมื่อตัวเลขวิ่งจนครบ ข้อมูลชุดใหม่ก็ปรากฏขึ้นข้างๆ กัน
[TARGET LOCK: ZEN] NAME: เซน (Zen)
STATUS: [HEALTHY]
PULSE: 60 BPM (หมายเหตุ: อัตราการเต้นของหัวใจต่ำและเสถียรในระดับนักกีฬามืออาชีพหรือผู้ฝึกฝนร่างกายอย่างหนัก)
BODY TEMP: 37.0°C
FATIGUE: 20%
“ลูกหลับไปตั้งสองวันเต็มๆ เชียวนะไค ทุกคนในหมู่บ้านใจนแทบไม่ได้นอนกันหมด” พ่อพูดพลางยกมือหนาขึ้นขยี้หัวผมจนทรงผมยุ่งเหยิง “ขนาดบารอนพานีน่ากลับบ้านไปั้แ่วันแรกแล้ว ลูกยังละเมอเรียกชื่อน้องสาวอยู่เลยนะเนี่ย ตัวแค่นี้... เห็นสาวเ้าตัวเล็กเข้าหน่อยถึงกับสลบไสลไปนานขนาดนี้เลยหรือเรา?” พ่อเย้าแหย่พร้อมเสียงหัวเราะในลำคอ
“โถ่ พ่อครับ... มันไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย” ผมทำหน้าตายใส่พ่อเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย แต่ในใจกลับครุ่นคิดถึงสิ่งที่ระบบมองเห็นในตัวนีน่าก่อนที่ผมจะสลบไป แสงสว่างนั่นมันคืออะไรกันแน่
แม่เอลินยังมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก ความกังวลยังคงฉายชัดในดวงตา “ไค ลูกแน่ใจนะว่าไม่เจ็บตรงไหน? ไม่ปวดหัวหรือมึนงงใช่ไหมจ๊ะ? สลบไปนานขนาดนี้แม่ใจคอไม่ดีเลยจริงๆ ต่อไปห้ามหักโหมเรียนหนังสือหรือแอบไปฝึกดาบไม้จนเกินตัวอีกนะจ๊ะแม่ขอร้อง”
ผมรีบยันตัวลุกขึ้นจากเตียงอย่างกระฉับกระเฉงเพื่อยืนยันความปลอดภัย พลางเบ่งกล้ามแขนเล็กๆ ที่ยังไม่มีมวลเนื้อให้เห็นชัดนักออกมาโชว์
“ดูสิครับแม่ ผมแข็งแรงจะตาย! ที่สลบไปสงสัยเพราะผมฝึกสมาธิหนักไปนิดเดียวเองครับ ร่างกายมันเลยแค่้าพักผ่อนเฉยๆ ไม่เชื่อแม่ลองถามพ่อดูสิครับ พ่อสอนผมเองว่านักรบต้องรู้จักขีดจำกัดตัวเอง”
พ่อเซนหัวเราะร่วนออกมาเสียงดังเมื่อเห็นท่าทางเก๊กหล่อของลูกชายตัวน้อย ส่วนแม่เอลินก็ทนลูกอ้อนไม่ไหวจนหลุดยิ้มออกมาได้ในที่สุด บรรยากาศที่ตึงเครียดและกดดันในห้องนอนสี่เหลี่ยมจึงค่อยๆ ผ่อนคลายลง พ่อเดินเข้ามาขยี้หัวผมอีกครั้งด้วยความหมั่นไส้
“เอาเถอะๆ ในเมื่อฟื้นมาปากแจ๋วได้แบบนี้ก็ดีแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้พ่อจะพาไปเยี่ยมน้องนีน่าที่บ้านบารอนตามสัญญาที่ให้ไว้ แต่คืนนี้ต้องกินข้าวให้หมดจานแล้วพักผ่อนซะก่อน เข้าใจไหม?”
มื้อเย็นและอดีตที่ถูกปิดบัง
ระหว่างมื้อเย็นที่แสนอบอุ่นด้วยซุปสมุนไพรฝีมือแม่ ผมยังไม่สามารถสลัดความสงสัยเื่พลังงานมานาที่แผ่ออกมาจากตัวนีน่าออกไปได้เลย เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม ผมจึงตัดสินใจแกล้งถามแม่ขึ้นมาด้วยท่าทางใสซื่อที่สุด
“แม่ครับ... ผมเห็นแม่ใช้เวทรักษาคนในหมู่บ้านมาั้แ่ผมยังจำความได้ นอกจากเวทเยียวยาแผลสดพวกนั้นแล้ว แม่สามารถใช้เวทมนตร์อย่างอื่นที่น่าทึ่งกว่านี้ได้ไหมครับ?”
แม่เอลินวางช้อนลงแล้วทำท่านึกอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบ “อืม... ตอนที่แม่ยังเป็นักบวชอยู่ในโบสถ์ ทางวิหารจะสอนให้เน้นไปที่เวทมนตร์สายเยียวยาตามหลักพระคัมภีร์เท่านั้นแหละจ้ะไค แม่เลยใช้ได้แค่เวทพื้นฐานอย่าง [Heal] , [High-Heal] , [Area Heal] ที่ใช้รักษาคนหมู่มาก แล้วก็พวกเวทถอนพิษอย่าง [Cure / Detox] กับเวทชำระล้าง [Purify] เท่านั้นแหละจ้ะ”
เธอนิ่งไปนิดนึง แววตาดูเหมือนจะนึกถึงความหลังบางอย่างก่อนจะเสริมขึ้นด้วยน้ำเสียงเสียดายเล็กๆ “จริงๆ ยังเหลือเวทอีกบทหนึ่งที่แม่ยังไม่ได้มีโอกาสเรียน คือ [Regenerate] มันเป็เวทมนตร์ขั้นสูงที่ทรงพลังมาก เพราะมันสามารถรักษาอวัยวะที่ขาดหายไปหรือเสียหายหนักให้กลับมางอกใหม่เหมือนเดิมได้... แต่คนที่จะเรียนได้ต้องได้รับการแต่งตั้งเป็นักบวชขั้นสูงก่อนถึงจะมีสิทธิ์เปิดอ่านคัมภีร์บทนั้นจ้ะ!”
ผมอึ้งไปครู่หนึ่งจนลืมตักซุปเข้าปาก ‘สร้างอวัยวะใหม่จากการกระตุ้นสเต็มเซลล์? นี่มันคือเทคโนโลยีระดับนาโนแมชชีนชัดๆ เวทมนตร์ของโลกนี้มันมีประสิทธิภาพเกินสามัญสำนึกทางวิทยาศาสตร์เดิมของผมไปไกลจริงๆ’
“แล้วทำไมแม่ถึงไม่เรียนต่อล่ะครับ ทั้งที่มันเป็พลังที่วิเศษขนาดนั้น? ทั้งๆ ที่ผมเคยได้ยินชาวบ้านเขาแอบซุบซิบกันว่าแม่น่ะ เป็ถึงอดีตนักบวชขั้นสูงไม่ใช่หรือครับ?” ผมถามจี้จุดด้วยสายตาที่ดูไร้เดียงสาที่สุด
แม่ชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาที่เคยนิ่งสงบดูอ่อนเชื่อมลงอย่างประหลาด ขณะที่เธอหันไปมองพ่อเซนที่จู่ๆ ก็ทำเป็ก้มหน้าก้มตากินข้าวเหมือนข้าวในจานมันน่าสนใจที่สุดในโลก “ตอนนั้นแม่เป็นักบวชฝึกหัดและกำลังจะได้รับการคัดเลือกให้เป็นักบวชขั้นสูงจ้ะไค... แต่่นั้นเอง มักจะมีเด็กหนุ่มนักผจญภัยจอมบ้าระห่ำคนหนึ่ง ชอบเดินขกะเผลกมาพร้อมาแฉกรรจ์เต็มตัวมาให้แม่ช่วยรักษาอยู่ที่โบสถ์เป็ประจำเกือบทุกสัปดาห์เลย...”
แม่เริ่มมีสีหน้าแดงระเรื่อลามไปจนถึงใบหูจนต้องหยุดเล่าไปดื้อๆ ผมที่พอจะเดาพล็อตเื่ออกเลยสวนกลับทันที “นักผจญภัยคนนั้นคือพ่อใช่ไหมครับ? แล้วพ่อก็ใช้ไม้ตายฉุดแม่หนีจากโบสถ์กลับมาอยู่บ้านนอกแบบนี้ใช่ไหม?”
“แค็ก! แค็ก! แค็ก!” พ่อเซนสำลักข้าวคำโตทันทีจนหน้าแดงก่ำ “ไค! เ้าลูกชายคนนี้! ไปจำคำพูดคำจาพวกนี้มาจากไหนกันหือ! พ่อไม่ได้ฉุดแม่มาเสียหน่อย เราแค่... เราแค่ตกลงกันว่าจะมาสร้างครอบครัวที่นี่ต่างหาก!”
“เอ่อ... ผมก็แค่เคยได้ยินพวกน้าๆ ในหมู่บ้านคุยกันว่าให้ระวังโจรป่ามาฉุดน่ะครับ ผมเลยลองเดาเอาว่าพ่ออาจจะเป็โจรคนนั้น” ผมแถไปเรื่อยด้วยใบหน้าเรียบเฉย พลางลอบมองพ่อที่ตอนนี้เขินจนทำตัวไม่ถูก มือไม้พันกันไปหมด
“เื่มันยาวน่ะไค ไว้พ่อจะเล่าความเท่ของพ่อให้ฟังวันหลังแล้วกัน” พ่อรีบตัดบทพลางกวาดข้าวเข้าปากรวดเดียวหมด “ตอนนี้ไปนอนได้แล้ว พรุ่งนี้เช้าต้องรีบไปบ้านบารอนแต่เช้าตามสัญญา!”
ผมยอมถอยทัพเพียงแค่นั้นแล้วเดินเข้าห้องนอนอย่างว่าง่าย ในใจเริ่มประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลใหม่... แม่ต้องมีพลังมานาที่พิเศษและหนาแน่นมากแน่ๆ ถึงเกือบจะได้เป็นักบวชขั้นสูงั้แ่อายุยังน้อย ส่วนพ่อที่ภายนอกดูเหมือนชาวนาหรือนักรบธรรมดาๆ แต่การที่เขาเคยเป็นักผจญภัยที่แม่ต้องคอยรักษาอาการาเ็หนักๆ บ่อยครั้ง พ่อก็น่าจะมี "ความลับ" หรือพลังบางอย่างซ่อนอยู่มากกว่าแค่เวทเสริมพลัง [Power Boost] พื้นฐานที่ผมเคยเห็นเขาใช้ทำนาแน่ๆ
การสแกนครั้งสำคัญ: ปริศนาแห่งนีน่า
วันต่อมา แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านยอดไม้ขณะที่ผมก้าวเท้าตามพ่อไปถึงบ้านของบารอน สิ่งแรกที่ผมถวิลหาคือการได้เห็นใบหน้าของเด็กน้อยที่ทำให้ระบบของผมคลุ้มคลั่งจนสลบไป ผมพบกับนีน่าที่กำลังหลับปุ๋ยอยู่ในเปลหวายบุผ้านุ่ม แก้มสีชมพูระเรื่อของเธอขยับตามจังหวะการหายใจที่แสนจะเปราะบาง
ผมค่อยๆ เดินเข้าไปหยุดยืนในระยะ 3 เมตร ซึ่งเป็ระยะหวังผลที่ผมทดลองจนแน่ใจระยะแล้วจึงออกคำสั่งเปิดระบบสแกนในใจทันที
[TARGET LOCK: NINA]
[ANALYZING... 10... 9... 8...]
ขณะที่ตัวเลขสีเขียวนับถอยหลังอย่างเชื่องช้า สัญชาตญาณและการสังเกตการณ์ด้วยตาเปล่าของอดีตนักวิจัยอย่างผมกลับเห็นสิ่งที่เหนือธรรมชาติยิ่งกว่าเดิม ผมสังเกตเห็นจุดแสงสีขาวนวลตาที่ดูบริสุทธิ์สะอาดสะอ้าน วนเวียนสั่นไหวอยู่รอบตำแหน่งหัวใจของเธอผ่านสายตาเปล่าๆ แต่มันเบาบางและรวดเร็วมาก แสงนั้นสั่นไหวด้วยความถี่สูงจนแถบ UI ของระบบสแกนเริ่มกะพริบถี่ๆ ราวกับเครื่องประมวลผลกำลังพยายามจะวิเคราะห์สสารหรือพลังงานที่อยู่นอกเหนือฐานข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เดิมที่ผมมี
[ANALYSIS COMPLETE] NAME: นีน่า (Nina)
STATUS: [ACTIVE / UNSTABLE]
PULSE: 125 BPM (หมายเหตุ: อยู่ในเกณฑ์ปกติของทารกแรกเกิด)
BODY TEMP: 37.2°C
REPORT: ตรวจพบแหล่งกำเนิดพลังงานไม่ระบุประเภท (Unknown Energy Source) ภายในทรวงอก มีค่าแรงสั่นะเืสอดคล้องกับจังหวะชีพจรอย่างมีนัยสำคัญ
ADVISORY: ระดับข้อมูล Anatomical Scanner Lv.1 ไม่เพียงพอต่อการระบุโครงสร้างเชิงลึกหรือคุณลักษณะเฉพาะของพลังงานนี้ได้
‘หึ... เป็อย่างที่ผมคาดการณ์ไว้จริงๆ’ นีน่าไม่ได้มีแค่ปริมาณมานาที่หนาแน่นกว่าเด็กทั่วไป แต่มันเหมือนเธอกำลังเป็ ‘เตาปฏิกรณ์ที่มีชีวิต’ ที่ปล่อยพลังงานบริสุทธิ์ออกมาตลอดเวลา
“ไค... ทำไมจ้องน้องตาไม่กะพริบแบบนั้นล่ะลูก?” มาเรียที่กำลังง่วนกับการจัดผ้าอ้อมทักขึ้นพลางส่งยิ้มเอ็นดู “หลงน้องสาวั้แ่ยังไม่ทันเดินได้เลยเหรอจ๊ะ?”
“ครับ... ผมจะปกป้องนีน่าเอง” ผมตอบสั้นๆ ทว่าน้ำเสียงนั้นหนักแน่นและจริงจังจนมาเรียถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง ในใจผมรู้ดีว่าผมต้องรีบอัปเกรดเลเวลของระบบ Researcher OS นี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อจะหาคำตอบให้ได้ว่าพลังที่สถิตอยู่ในตัวน้องสาวคืออะไรกันแน่ ก่อนที่ความไม่เสถียรของมันอาจจะก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงขึ้นมา
ซึ่งในตอนนี้ ผมยังไม่มีทางรู้เลยว่าในโลกที่กว้างใหญ่ใบนี้ มีคนที่เกิดมาพร้อมคุณสมบัติพิเศษแบบนีน่าอยู่อีก และคนโลกนี้ต่างเรียกขานคนกลุ่มนั้นด้วยความยำเกรงว่า 'วีรชน'
ก้าวแรกสู่สนามจริง: หน่วยสำรวจรุ่นจิ๋ว
หลังจากวันนั้น ผมเริ่มวางแผนเชิงยุทธศาสตร์เพื่ออัปเกรดเลเวลของระบบทันที ผมพบเงื่อนไขสำคัญว่าการสแกนเป้าหมายเดิมซ้ำๆ อย่างพ่อหรือแม่จะให้ค่าประสบการณ์ (EXP) น้อยลงเรื่อยๆ จนแทบเป็ศูนย์ ผมจึงจำเป็ต้องออกไปหาเป้าหมายที่หลากหลาย มีความซับซ้อน และที่สำคัญต้องเป็สิ่งที่มีชีวิตและจิติญญามากกว่าสิ่งของในบ้าน
“พ่อครับ... ผมอยากไปดู... พวกอาๆ ออกไปล่าสัตว์ครับ...”
พ่อเซนที่กำลังลับดาบเลิกคิ้วมองผมด้วยความเป็ห่วงปนประหลาดใจ “ลูกเพิ่งฟื้นได้ไม่นานนะไค ร่างกายของลูกยัง้าการพักผ่อนมากกว่าคนอื่นนะ... จะไหวเหรอ?” เขาหยุดคิดครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจ “แต่เอาเถอะ ในเมื่อลูกสนใจวิถีของนักรบ พ่อจะลองไปคุยกับกัลป์ให้ดู”
ในที่สุดความพยายามของผมก็สัมฤทธิ์ผล พ่อเซนตัดสินใจจัดตั้ง "หน่วยสำรวจรุ่นจิ๋ว" ขึ้นมาเป็การชั่วคราวเพื่อฝึกทักษะการเดินป่าและการเอาตัวรอดในเขตชายป่ารอบนอกหมู่บ้าน โดยมีลุงกัลป์และลุงราล์ฟ คอยดูแลอย่างใกล้ชิด เด็กทั้ง 8 คนในชั้นเรียนถูกเรียกตัวมารวมกันที่คลังอาวุธหน้าบ้านผู้ใหญ่บ้านบอร์น เพื่อให้แต่ละคนเลือก "อาวุธไม้ฝึกหัด" ตามความถนัด:
ระหว่างที่เพื่อนๆ กำลังตื่นเต้นและกวัดแกว่งอาวุธไม้ไปมาอย่างสนุกสนาน ผมกลับเดินไล่สแกนทุกคนอย่างใจเย็นและเป็ระบบเพื่อเก็บค่า EXP ที่ค้างคาอยู่
[Scanning Target: Gulp... Success]
[Scanning Target: Ralph... Success]
[Scanning Target: George... Success]
.....
แม้ความรู้สึกปวดหัวจี๊ดๆ จากการประมวลผลข้อมูลต่อเนื่อง (Mental Overload) จะเริ่มก่อตัวขึ้นที่ขมับ แต่ผมกลับรู้สึกสนุกและท้าทายกับการรวบรวม Big Data ของมนุษย์ในโลกนี้ แถบความคืบหน้าของเลเวลระบบค่อยๆ ขยับขึ้นทีละนิดอย่างน่าพึงพอใจ... แต่ผมรู้ดีว่าการอัปเลเวลเพื่อเข้าถึงข้อมูลระดับสูงคงไม่ได้ง่ายแค่การมายืนจ้องมองเพื่อนร่วมหมู่บ้านในสภาวะปกติแน่ๆ
“เอาล่ะทุกคน! พร้อมแล้วก็ออกเดินทางได้... แต่อย่าห่างจากพวกอาเด็ดขาด ใครแตกแถวจะโดนทำโทษให้แบกฟืน!” เสียงคำรามอันทรงพลังของลุงกัลป์ดึงสติของผมให้กลับมาจดจ่อกับปัจจุบัน
พวกเราทั้ง 8 คนพร้อมผู้คุมเริ่มก้าวเท้าเข้าสู่พรมแดนชายป่าดอนตะวันพราว กลิ่นไอดินชื้นๆ ผสมกับกลิ่นอายมานาจางๆ ที่ลอยอยู่ในอากาศทำให้หัวใจของผมเต้นรัวด้วยความตื่นเต้น สนามฝึกซ้อมและฐานข้อมูลของจริงสำหรับ Anatomical Scanner ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว... และผมจะไม่ยอมให้ข้อมูลล้ำค่าเหล่านี้หลุดมือไปแน่นอน!