ผู้พิทักษ์จากแสงสว่าง : ราชินีแห่งดวงจันทร์

    บทที่ 84 คำอธิษฐานของดวงดาว

    บทที่ 84คำอธิษฐานของดวงดาว

    “ขอบคุณนะคะขอบคุณที่ทำให้หนูเกิดมา...ถึงแม้ว่าในตอนนี้เราจะกลายเป็นคนแปลกหน้าของกันและกันไปแล้วก็ตาม”

             

            

            ปิดเทอมผ่านไปไวกว่าที่คาดไว้อีกไม่นานพวกมินาโยะก็จะเลื่อนชั้นขึ้นสู่ปีสองแล้วทั้งๆที่เมื่อไม่นานมานี้เด็กสาวเพิ่งจะได้ขึ้นชั้นมัธยมและได้พบกับเหล่านักรบอเวจีหลังการต่อสู้ที่เพิ่งจบลงไป นี่ก็ผ่านมาได้เกือบอาทิตย์แล้ว

            

            มินาโยะไม่เคยใช้ชีวิตในช่วงปิดเทอมที่ต่างจังหวัดมาก่อนเพื่อนสนิทที่เด็กสาวมีก็มีแค่มาโมรุและโทวะซึ่งบ้านอยู่ใกล้กันแม้มาโมรุจะมีบ้านของปู่อยู่ที่ต่างจังหวัด แต่นับตั้งแต่ที่เกิดเรื่องขึ้นเมื่อหกปีก่อนเด็กหนุ่มก็ไม่ได้กลับไปที่นั่นอีกส่วนโทวะแม้จะแว่วๆมาว่าเขามีบ้านพักตากอากาศอยู่ที่เมืองท่องเที่ยวชื่อดังทางตอนเหนือแต่พวกเขาก็ยังไม่มีโอกาสได้ไปที่นั่น อาจจะเป็นเพราะพวกผู้ใหญ่ไม่ค่อยมีเวลาว่างและพวกเขายังเด็กเกินกว่าที่จะออกเดินทางตามลำพังการไปท่องเที่ยวต่างเมืองในช่วงปิดเทอมนั้นจึงเป็นเรื่องไกลตัวเกินไป

            

            ดังนั้นการไปเที่ยวที่บ้านของชินและเท็ตสึยะในช่วงที่ผ่านมาจึงเป็นการเดินทางไปค้างต่างจังหวัดครั้งแรกของเด็กสาวมินาโยะเคยไปเที่ยวทะเลกับพวกโทวะหรือไปตั้งแคมป์กับที่บ้านของมาโมรุอยู่บ้างแต่นั่นเป็นการเดินทางแบบไปเช้าเย็นกลับการได้ไปค้างที่บ้านของชินและเท็ตสึยะที่ต่างเมืองเป็นเวลาหลายวันจึงเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่าสำหรับเธอมากโดยเฉพาะการที่มีนานาโกะและโมโมกะมาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันด้วยนั้น ทำให้ช่วงเวลาปิดเทอมที่ผ่านมานั้นสนุกสนานกว่าที่เธอคาดคิดไว้

                 

            พอกลับมาจากท่องเที่ยวมินาโยะเลยต้องมาไถ่โทษช่วยงานของที่บ้านแม่ของเด็กสาวเปิดกิจการร้านดอกไม้เล็กๆอยู่ในตัวเมืองเป็นอาคารพาณิชย์สองชั้นที่ชั้นบนปล่อยให้เช่าสำหรับทำสำนักงานและชั้นล่างเป็นร้านขายดอกไม้ของแม่ชื่อ ‘อายาเมะ’ร้านนี้ตั้งอยู่หัวมุมถนนที่คนค่อนข้างพลุกพล่านและเป็นศูนย์กลางของย่านการค้าตัวร้านก่อผนังด้วยอิฐแดงและตกแต่งตามแบบอังกฤษแม่เคยเล่าให้เธอฟังว่าพ่อเป็นคนออกแบบร้านนี้ด้วยตัวเองเมื่อตอนเด็กๆมินาโยะเคยคิดว่าร้านที่ตกแต่งแบบนี้ดูเก่าแก่และล้าสมัย แต่พอลองพิจารณาดีๆและโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่เพิ่งจบการต่อสู้ที่เอิร์ธมูนลงไปแล้วนั้นมินาโยะพบว่าบางส่วนของร้านมีการตกแต่งคล้ายกับหอคอยและห้องนอนที่เธอเคยอยู่มากทีเดียว

                 

     

                 


            เช้าวันเสาร์เป็นวันที่ลูกค้าไม่ค่อยแน่นมินาโยะจะคอยช่วยงานแม่อยู่ภายในร้าน รดน้ำ ดูแลดอกไม้ในกระถาง จัดเก็บของและคอยต้อนรับลูกค้า วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันในช่วงปิดเทอมที่เวลาผ่านไปค่อนข้างไวระหว่างที่มินาโยะกำลังก้มๆเงยๆอยู่หน้าชั้นวางดอกไม้สีสดเสียงกริ่งที่หน้าประตูก็ดังขึ้น พร้อมๆกับที่มีร่างหนึ่งเดินเข้ามาข้างใน

            

            “อาโออิคุง ยินดีต้อนรับจ้ะ!”

            

            เสียงของแม่ดังทักทายมาจากหน้าเคาน์เตอร์เมื่อมีลูกค้าเดินเข้ามาในร้านมินาโยะรู้สึกคุ้นเคยกับชื่อนั้นเป็นอย่างมาก เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมองเพื่อจะกล่าวคำต้อนรับแต่ทว่าเด็กหนุ่มที่มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเธอในตอนนี้นั้นทำให้เด็กสาวพูดอะไรไม่ออกไปพักใหญ่เขาส่งรอยยิ้มที่อบอุ่นและแสนกวนประสาทมาให้เธอครั้งหนึ่ง ก่อนจะหันไปทักทายแม่ของเธอด้วยท่าทีที่เหมือนเด็กหนุ่มกำลังตามจีบสาวใหญ่

            

            “สวัสดีครับ คุณอายาเมะ”

            

            แม่ส่งรอยยิ้มที่แสนอบอุ่นคืนกลับไปให้

            

            มินาโยะถือกรรไกรตัดแต่งค้างอยู่ในมือในร้านดอกไม้ ‘อายาเมะ’ของแม่นั้นมีร่างของผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธฟลาวเวอร์ยืนอยู่ เขาอยู่ในชุดลำลองที่ดูเท่สะดุดตาแบบที่พวกดารานักร้องชอบใส่เรือนผมยาวของเขามัดเป็นหางม้าเล็กๆที่ต้นคอและสวมต่างหูแนวพังค์ทำจากโลหะสีดำเพียงข้างเดียวเด็กหนุ่มดูคุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้เป็นอย่างดีและดูท่าว่าจะลูกค้าขาประจำของแม่เสียด้วยเพราะเขากับแม่ทักทายกันเหมือนคนที่สนิทสนมกันมานานเด็กสาวไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเขาจะมาป้วนเปี้ยนอยู่รอบตัวเธอใกล้ถึงขนาดนี้ เธอรู้ว่าเขาถูกปู่ของมาโมรุส่งมาช่วยดูแลเธอสลับกับพี่มาซารุตั้งแต่หกปีก่อนและมินาโยะเองก็มาช่วยงานที่ร้านดอกไม้ของแม่อยู่บ้างแต่ไม่เคยเลยสักครั้งที่เธอจะเห็นเด็กหนุ่มตรงหน้ามาใช้บริการ

            

            อาโออิหันมายิ้มให้กับเธออีกครั้งด้วยรอยยิ้มที่แสนปั่นประสาท

            

            “วันนี้รับอะไรดีจ๊ะ?”

            

            “ช่วยจัดช่อดอกไม้ที่มีดอกไอริสเป็นจุดเด่นให้หน่อยได้ไหมครับ?”เด็กหนุ่มกล่าว “ขอเป็นช่อดอกสีขาวล้วนนะครับ”

            

            แล้วเขาก็หันมาสนใจดอกไม้อื่นๆภายในร้านหลังจากที่แม่เดินไปหลังร้านเพื่อจัดดอกไม้ให้ตามคำขอของเขา

            

            มินาโยะยืนอึ้งไปเลยในเวลาแบบนี้เธอทำตัวไม่ถูกไม่รู้ว่าควรจะเริ่มต้นกล่าวทักทายเขาอย่างไรดีหลังจากที่จบการต่อสู้ที่เอิร์ธมูนไป

            

            “ไปเที่ยวมาสนุกไหม?”

            

            อาโออิเป็นฝ่ายเริ่มถามเธอก่อนเด็กสาวรู้สึกว่าเขาชักจะรู้เรื่องของเธอมากเกินไปหน่อยแล้ว

            

            เด็กหนุ่มหัวเราะอย่างถูกใจเมื่อเห็นสีหน้ากระเง้ากระงอดของเธอ

            

            “ฉันไม่รู้มาก่อนเลยว่าพี่เป็นลูกค้าที่ร้าน!” มินาโยะบอกกับเขาด้วยน้ำเสียงรัวเร็ว

            

            “เพราะเธอเอาแต่เที่ยวเล่นไม่สนใจช่วยงานของที่บ้านน่ะสิ!”

            

            เด็กหนุ่มแซวเข้าให้

            

            กรรไกรในมือของเด็กสาวสั่นพับๆขณะที่เด็กหนุ่มหัวเราะร่วน

            

            “อ่อนโยนกับดอกไม้หน่อยสิ เจ้าหญิง”เขากระพริบตาให้อย่างล้อเลียน

            

            “ฉันชักจะคิดแล้วล่ะสิว่าพี่เป็นสตอลเกอร์ตามฉันแหงๆที่ฉันไม่เคยเจอพี่ที่ร้านเลยเนี่ยเพราะพี่พยายามหลบไม่เข้ามาที่ร้านเวลาฉันอยู่ใช่ไหม?”

            

            “เธอคิดมากไปแล้ว” อาโออิบอก

            

            แต่มินาโยะคิดว่าเธอเดาถูก

            

            เด็กสาวปล่อยให้เขาเดินดูดอกไม้อื่นๆภายในร้านบางครั้งเขาก็ช่วยจัดการเรื่องเล็กๆน้อยๆให้ มินาโยะคิดว่าเขาดูคุ้นเคยกับดอกไม้หลายสายพันธุ์ที่อยู่ในร้านมากทั้งๆที่มันดูขัดกับบุคลิกภายนอกที่ดูเจ้าสำอางของเขาเหลือเกิน จริงสินะ! เขาเป็นผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธฟลาวเวอร์นี่นาแต่จะว่าไปแล้วที่เอิร์ธฟลาวเวอร์มีดอกไม้ที่เหมือนกับโลกนี้อยู่ด้วยหรือเปล่านะ

            

            นานทีเดียวกว่าที่แม่จะกลับมาที่หน้าร้านอีกครั้งพร้อมกับช่อดอกไม้ตามแบบที่เขาสั่งเด็กหนุ่มรับมันไว้และจ้องมองอย่างชื่นชมในผลงานนัยน์ตาสีชาของเขาดูมีความสุขมากเวลาที่เห็นช่อดอกไม้ที่แม่ทำให้ในมือ

            

            “มีเรื่องดีๆกำลังจะเกิดขึ้นเหรอจ๊ะ?”แม่ถามเด็กหนุ่ม

            

            “อา... นั่นสินะครับ”

            

            อาโออิเปรย ที่ญี่ปุ่นภาษาดอกไม้ของดอกไอริสคือ ‘เรื่องดีๆที่กำลังจะมาเยือน’

            

            “นี่น่ะ เอาไปให้เด็กคนนั้นอีกหรือเปล่าจ๊ะ?”แม่ถามอีก

            

            “ครับ” เด็กหนุ่มตอบแล้วเขาก็หันมายิ้มให้มินาโยะอีกครั้งเด็กสาวชักจะหงุดหงิดกับอาการพิรี้พิไรของคนตรงหน้าขึ้นมานิดๆแล้วสิ!

            

            “ผมกำลังจะไปเรียนต่อต่างประเทศครับ” อาโออิบอก

            

            แม่เลิกคิ้วสูงหันมามองดูเธอก่อนจะสบตากับเด็กหนุ่มตรงหน้าอีกครั้ง

            

            “ผมได้ทุนเรียนต่อจากมหา’ลัยที่อยากจะเข้าที่ฝรั่งเศส เลยคิดว่าจะย้ายไปเรียนไฮสคูลที่นั่นก่อนเพื่อเรียนรู้เรื่องภาษาที่นั่นเสนอทุนของคณะที่ผมอยากเข้ามาให้ ก็เลยคิดว่าไหนๆมีโอกาสแล้วก็อยากจะไปแล้วก็... คิดจะพาเธอคนนั้นไปด้วยครับ”

            

            อาโออิเงยหน้าสบตามองอายาเมะ สีหน้าและแววตาของเขามุ่งมั่นและตรงไปตรงมาเสียจนคนที่สบตามองด้วยถึงกับประหลาดใจในความจริงจังนั้นแต่มินาโยะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกพิเศษบางอย่างที่ออกมาจากถ้อยคำของเขาและน้ำเสียงที่เขาพูดเด็กสาวทำทีเป็นสนใจดอกไม้ในกระถาง และปล่อยให้เด็กหนุ่มได้พูดคุยกับแม่ของเธออย่างที่เขาตั้งใจ

            

            “ผมเลยมาที่นี่และขอให้คุณช่วยจัดช่อดอกไม้ให้เพราะผมตั้งใจจะเอามันไปให้เธอ”

            

            อาโออิบอก

            

            “เด็กคนนั้นจะต้องดีใจมากแน่ๆจ้ะ”แม่ส่งรอยยิ้มให้เขาด้วยสีหน้าที่แสนอบอุ่น“และฉันคิดว่าเธอคนนั้นจะต้องตอบรับคำขอของเธอแน่”

            

            มินาโยะหลุบตามองดอกไฮเดรนเยียที่อยู่ตรงหน้าเด็กสาวรู้ว่าแม่จำเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นทั้งหมดเมื่อสมัยที่อยู่เอิร์ธมูนไม่ได้นานาโกะเล่าให้เธอฟังในวันที่เธอฟื้นขึ้นมาหลังจบการต่อสู้ที่เอิร์ธมูนว่าสาเหตุที่ทำให้พวกเธอยังมีชีวิตอยู่ได้แม้จะพ่ายแพ้ในการต่อสู้ครั้งนั้นคือเวทผูกสัมพันธ์ที่แม่เป็นคนร่ายมันด้วยตัวเองแม่ขอให้พวกเธอมีชีวิตอยู่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นที่เอิร์ธมูนและเหตุผลที่คนอื่นๆกลับมาที่โลกนี้ได้หลังผ่านความตายโดยที่ไม่ต้องใช้ประตูแห่งดวงดาวนั้นนั่นก็เป็นผลมาจากเวทผูกสัมพันธ์เช่นกัน และเพื่อการนั้นแล้วแม่ได้ยอมสละทั้งความทรงจำและพลังทั้งหมดที่เคยมีเพื่อแลกกับการที่พวกเธอจะได้มีชีวิตอยู่ต่อไป

            

            ดังนั้น...เรื่องของเด็กสาวคนนั้นที่อาโออิเอ่ยถึงน่ะ...

            

            “ถ้าอย่างนั้น ฉันยกช่อดอกไม้นั่นให้เธอแล้วกันนะ”แม่บอก “แทนคำอวยพร... ขอให้เรื่องดีๆมาเยือนนะจ๊ะ”

            

            น้ำตาหยดหนึ่งรินไหลออกมาจากนัยน์ตาสีฟ้าใสมินาโยะพยายามซ่อนน้ำตานั้นไว้หลังกระถางดอกไม้ที่ตั้งวางเรียงรางอยู่บนชั้นวางภายในร้าน

            

            “ขอบคุณครับ”

            

            เด็กสาวได้ยินเสียงของอาโออิสั่นน้อยๆแต่เธอไม่กล้าหันไปมองว่าเขากำลังพูดกับแม่ด้วยสีหน้าและความรู้สึกเช่นไร

            

            “ผมสาบาน ผมจะดูแลให้ดีที่สุดให้สมกับที่คุณอุตส่าห์มอบให้”

            

            น้ำเสียงของอาโออิขาดช่วงไปมินาโยะรู้ว่าที่เขาพูดนั้นไม่ได้หมายถึงช่อดอกไม้ในมือของเขา

            

            “สักวัน ถ้าผมกลับมาที่นี่อีกครั้งผมจะพาเธอมาแนะนำให้คุณรู้จักนะครับ”

            

            น้ำตาของเด็กสาวเอ่อล้นขอบตามินาโยะเบือนหน้าหนีไปอีกทาง ระหว่างที่แม่กำลังสงสัยว่าอาโออิพูดถึงเรื่องอะไรอยู่นั้นเด็กหนุ่มก็อาศัยโอกาสนั้นหันมายิ้มให้เธอ ในจังหวะเดียวกับที่เธอหันไปสบตากับเขาพอดี

            

            มีความรักฉายชัดอยู่ในดวงตาสีชาคู่สวยและมันเป็นแบบนั้นมาตลอดทุกครั้งที่เด็กสาวสบตาเขาไม่ว่าเขาจะเป็นรุ่นพี่อาโออิที่เธอเพิ่งรู้จักหรือเป็นผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธฟลาวเวอร์ในความทรงจำของพี่ที่เธอเห็นเขาก็ยังคงใช้สายตาแบบนั้นทุกครั้งที่เขาเอ่ยถึง ‘พี่สาว’ ของเธอ

            

            ไกลออกไป... ลึกลงไปในความทรงจำ...เด็กสาวได้ยินเสียงอ้อนวอนเอ่ยคำปรารถนาเป็นเสียงของเธอเองที่เฝ้าภาวนาขอให้พี่สาวที่เธอรักได้รับความรักจากใครสักคนที่เป็นคนสำคัญของพี่สาวเธอใบหน้าของมินาโยะเลือนพร่าไปด้วยน้ำตา เธอมองเห็นภาพของดอกไม้ที่อยู่ตรงหน้าไม่ชัดสิ่งหนึ่งที่ชัดเจนเข้ามาในความทรงจำแทนนั้นคือภาพของตาข่ายดักฝันที่พ่อทิ้งไว้ให้เป็นของดูต่างหน้าตาข่ายนั่นจะช่วยดักฝันร้ายของเธอไว้และทำให้ความปรารถนาของเธอเป็นจริงได้...ใช่ไหมนะ

            

            “ฝากดูแล... ด้วยนะคะ”

            

            เด็กสาวเอ่ยคำภาวนาต่อเขา เด็กหนุ่มที่กำลังเฝ้ามองและส่งรอยยิ้มมาให้เธออย่างจริงใจ

    คล้ายกับเรื่องผู้พิทักษ์จากแสงสว่าง : ราชินีแห่งดวงจันทร์ ที่คุณอ่าน