ไอ้หมีควายว่าเมื่อพลิกนาฬิกาข้อมือดูเวลา
“ใช่พี่มีเวลาอีกตั้งหลายชั่วโมง กว่าจะถึงเที่ยงคืน”
“หมายความว่าพี่ยังคิดว่าตัวเองจะมีปัญญาหาเงินสองแสนมาใช้เสี่ยได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงนี้งั้นเหรอ”
ไอ้หมีควายทำเสียงเยาะ พรรคพวกของมันพากันยิ้มเย้ยทำให้ยุทธนาชักยัวะ
“เฮ้ยอย่าพึ่งดูถูกกันสิว่ะ ไม่เคยได้ยินที่เขาว่าไม้ล้มจึงข้าม แต่คนล้มอย่าข้ามหรือไง”
เขาพูดขึงขังออกไปทั้งที่เหงื่อเม็ดเป้งแอบผุดขึ้นมาตามตีนผมจนเปียกชื้นไปหมด
“ก็ได้เอาเป็ว่าพวกฉันจะให้โอกาสพี่อีกสักนิด แต่เป็ครั้งสุดท้ายเท่านั้นพี่ต้องนำเงินสองแสนไปใช้คืนเสี่ยเขาที่บ่อนให้ได้ภายในวันนี้ห้ามเกินเที่ยงคืนเด็ดขาด ไม่งั้น...”
ไอ้หมีควายหยุดคำพูดไว้แค่นั้นแล้วทำท่าเอานิ้วเชือดคอตัวเองให้ยุทธนาดู แต่แค่นั้นชายวัยกลางคนที่ติดการพนันจนงอมแงมก็ถึงกับกลืนน้ำลายไม่ลงคอแต่ก็ยังฝืนพูดออกไปอย่างรักษาฟอร์มว่า
“เออน่าบอกให้เฮียเขารอพี่ด้วยแล้วกัน อย่าพึ่งรีบกลับไปนอนเสียก่อนล่ะ”
“หวังว่าพี่จะรักษาสัญญาน่ะไม่งั้นอย่าหาว่าพวกฉันใจร้ายก็แล้วกัน เฮ้ย พวกเรากลับ”
ขู่ยุทธนาเสร็จแล้วไอ้หมีควายก็หันไปชวนพรรคพวกกลับไป
ลับหลังไอ้นักเลงคุมบ่อนพวกนั้นแล้วยุทธนาก็แทบจะเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นนี่เขาจะไปหาเงินจำนวนมหาศาลนั้นมาได้จากไหนในเวลาที่รวดเร็วอย่างนี้ขนาดใช้เวลาหามาทั้งชีวิตเขายังไม่เคยมีโอกาสได้จับเลยไอ้เงินจำนวนเป็แสนนับประสาอะไรกับเวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมง แต่ก็นั้นแหละ ตอนนี้เขาไม่มีเวลามากนัก
สมองของเขารีบใช้ความคิดเร็วจี๋ในการลำดับถึงชื่อบุคลที่พอจะช่วยเหลือในการให้เขาหยิบยืมเงินได้บ้างแต่ก็ดูเหมือนจะหมดหวัง แต่ละคนที่เขารู้จักสนิทสนมจนพอที่จะพูดจาขอหยิบยืมเงินกันได้แต่ละคนก็ล้วนมีฐานะหาเช้ากินค่ำไม่ต่างจากไปจากตัวเขาสักเท่าไหร่เพราะฉะนั้นอย่าว่าแต่เงินหมื่นเงินแสนเลย แค่เงินร้อยเงินพันก็ยังเป็เื่ลำบาก
และแล้วยุทธนาก็นึกไปถึงท่านธีระมหาเศรษฐีนักธุรกิจเ้าของหลายกิจการที่เคยเป็เ้านายเก่าของตนขึ้นมาได้ซึ่งยุทธนาเคยทำงานเป็คนขับรถประจำตัวให้ท่านอยู่หลายปี ท่านรักและเมตตาเขามากซึ่งถ้าหากท่านยังอยู่เขาก็คงไม่ต้องมาใช้ชีวิตจนตรอกอยู่อย่างนี้ แต่เพราะท่านได้เสียชีวิตไปแล้วั้แ่เมื่อสิบปีก่อนและครอบครัวของท่านก็ย้ายไปอยู่เมืองนอกกันหมดเขาจึงต้องออกมาหางานทำได้อย่างไม่ค่อยเป็หลังเป็แหล่งอย่างเช่นทุกวันนี้ไง
เขาได้ข่าวว่าลูกชายคนเดียวของท่านเรียนจบปริญญาโทจากเมืองนอกและได้กลับมาดูแลธุรกิจของผู้เป็บิดาั้แ่สองปีที่แล้ว
แม้ยุทธนาจะเชื่อว่าลูกชายของท่านจะยังจำเขาได้ แต่เขาก็ไม่กล้ากลับเข้าไปของานเขาทำอีกเพราะจำได้ว่าทุกคนในครอบครัวของท่านไม่ชอบในเื่ของอบายมุขทั้งปวงไม่ว่าจะเป็เหล้า บุหรี่ และการพนันทุกชนิดแต่ตอนนี้เขาติดทุกชนิดที่ว่ามานั้นทั้งหมดแล้วจนงอมแงม
แต่ตอนนี้เขากำลังจนตรอก...เขามองไม่เห็นใครอีกแล้วที่พอจะช่วยเขาได้เป็ไงเป็กันเขาจะลองบากหน้าเข้าไปขอความช่วยเหลือจากลูกชายของท่านธีระดูสักครั้งคงดีกว่านั่งอยู่เฉยๆแล้วรอให้พวกไอ้หมีควายกระหายเืนั้นมาฆ่าเอา
ยุทธนาล้วงกระเป๋ากางเกงดูเงินก้อนสุดท้ายที่มีอยู่มันมากพอที่จะเป็ค่ารถเมล์ให้เขาได้นั่งไปจนถึงคฤหาสน์ของท่านธีระพอดีนั้นแหละแล้วยุทธนาก็เดินย้อนกลับออกไปที่ปากซอยอีกครั้งเพื่อรอขึ้นรถเมล์สายที่จะพาเขาไปสู่จุดหมายปลายทางที่้าได้
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
อีกหนึ่งชั่วโมงต่อมารถเมล์ก็ส่งยุทธนาลงยังแหล่งย่านบ้านของผู้มีอันจะกินแห่งหนึ่งแล้วเขาก็เดินเข้าไปในซอยอันกว้างขวางนั้นและผ่านรั้วบ้านหลังงามไปเพียงหลังเดียวเขาก็ได้พบกับรั้วหรูอลังการที่เคยคุ้นตาซึ่งล้อมคฤหาสน์หลังใหญ่ไว้ในเนื้อที่หกไร่นั้นเขามองผ่านช่องโปร่งของประตูรั้วเข้าไปอย่างมีความหวัง ตอนที่เขายังทำงานอยู่ในนั้น ตำแหน่งของเขาก็นับว่ายิ่งใหญ่เอาการเกือบๆจะเป็หัวหน้าพวกคนใช้ทั้งหมดที่อยู่ในนั้นเลยก็ว่าได้ดูเหมือนจะเป็รองแค่พี่คำหอมแม่บ้านเก่าแก่เพียงคนเดียวเท่านั้น
ยุทธนาก้มลงสำรวจความเรียบร้อยของตัวเองแล้วก็พบว่าเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงขายาวสีดำที่ใส่ออกมาจากบ้านั้แ่เช้านั้นออกจะยับยู่ยี่ไปหน่อยแต่เขาก็ได้พยายามทำให้มันดูดีขึ้นด้วยการใช้ฝ่ามือลูบๆจัดทรงแล้วยัดชายเสื้อเข้าไว้ในขอบกางเกงเท่านี้ก็คงพอดูได้แล้วชายวัยกลางคนคิดก่อนเดินเข้าไปกดออดหน้าประตู