บทที่ 18 อยากเก็บเธอเอาไว้ทั้งสองคน
“ใช่แล้ว ที่นี่คือคอนโดที่ผมซื้อให้เราสองคน และมีเพียงคอนโดวิวสวย ๆ แบบนี้เท่านั้นที่เหมาะกับรสนิยมที่ไม่เหมือนใครของคุณ…” เฉินเซิงพูดพลางมองไปที่เสวี่ยเอ๋อด้วยสายตาที่ลึกซึ้ง
หลินเสวี่ยเอ๋อรู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังจะถูกความสุขเข้าครอบงำ
เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่เห็นแก่เงิน ไม่อย่างนั้นคงไม่ปฏิเสธผู้ชายมากมายในสมัยเรียน และลงเอยด้วยการตกหลุมรักเฉินเซิงที่ไม่มีอะไรเลย
แต่ก่อนเวลาพูดถึงภูมิหลังของเฉินเซิง หลินเสวี่ยเอ๋อร์ก็อดรู้สึกเสียหน้าไม่ได้เวลาอยู่ต่อหน้าคนในครอบครัว สายตาของผู้คนยังไม่ยอมรับที่ หลินเสวี่ยเอ๋อร์หญิงสาวที่ทั้งสวยและเพรียบพร้อมทุกอย่างคบหากับหนุ่มธรรมดาที่ไม่มีอะไรเลยอย่างเฉินเซิง
เฉินเซิงซื้อคอนโดวิวดีหายากแบบนี้ เธอไม่เพียงแต่จะภูมิใจเวลาอยู่ต่อหน้าพ่อแม่ ต่อไปเวลาอยู่ต่อหน้าพี่น้องในตระกูล เธอก็จะสามารถเชิดหน้าได้อย่างสบายใจ
“คอนโดวิวดีแบบนี้คงแพงมากเลยสินะ” หลินเสวี่ยเอ๋อร์ถามพลางชื่นชมการตกแต่งภายในอันหรูหราของคอนโด
“ก็ไม่แพงเท่าไหร่ รวมค่าใช้จ่ายต่าง ๆ แล้วก็แค่สิบล้านเอง” เฉินเซิงพูดด้วยน้ำเสียงที่เหมือนไม่ใส่ใจ
“สิบล้าน! คุณเอาเงินมากมายขนาดนี้มาจากไหน?” หลินเสวี่ยเอ๋อร์คว้ามือของเฉินเซิงมากัดแรง ๆ เพื่อจะได้แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้ฝันไป
“ถ้าคุณอยากจะเช็กว่าตัวเองฝันอยู่หรือเปล่าก็กัดนิ้วตัวเองสิ จะมากัดมือผมทำไมล่ะเนี่ย!” เฉินเซิงเจ็บจนร้องออกมา
หลินตงฟางมีความรู้เกี่ยวกับราคาอสังหาริมทรัพย์ในเจียงเฉิงเป็อย่างดี คอนโดที่เรียกได้ว่าเป็สุดยอดของสุดยอดแบบนี้ ราคาสิบล้านถือว่าไม่แพงเลย สิ่งที่เขาสงสัยคือเฉินเซิงยังเป็นักศึกษาอยู่ ถึงจะคว้าโอกาสได้ครั้งหนึ่งก็ไม่น่าจะหาเงินได้มากขนาดนี้
ในเมื่อเป็แบบนี้ เขาถึงอยากรู้ว่าอีกฝ่ายซื้อคอนโดนี้ได้ยังไง
“เสี่ยวเฉิน เธอคงจ่ายแค่เงินดาวน์ของคอนโดนี้ใช่ไหม? การได้อยู่ในคอนโดที่วิวดีและหรูหราที่สุดในเมืองเจียงเฉิงนั้นถือเป็เื่ที่น่าภูมิใจมากจริง ๆ แต่เธอจะต้องตรากตรำหาเงินจ่ายค่าผ่อนบ้านไปตลอดชีวิต ถ้าเสวี่ยเอ๋อร์อยู่กับเธอ ก็ต้องอดออมเป็ทาสเป็แม่บ้านไปทั้งชีวิตแน่…” หลินตงฟางพูดด้วยสีหน้าจริงจัง เหมือนนึกอะไรบางอย่างออก
“ลุงหลินคิดมากไปแล้ว คอนโดนี้ผมจ่ายเต็มจำนวนเรียบร้อยแล้วครับ” เฉินเซิงจับมือหลินเสวี่ยเอ๋อร์พลางพูดไปด้วย
“อะไรนะ เธอจ่ายเงินเต็มจำนวนแล้ว?” หลินตงฟางเพิ่งคิดจะสั่งสอน เฉินเซิงว่าไม่ควรซื้อคอนโดราคาแพงที่สุดในเมืองเจียงเฉิงเพียงเพื่อเห็นแก่หน้าตา พอได้ยินเฉินเซิงบอกว่าจ่ายเต็มจำนวนแล้วเขาเกือบคิดว่าหูตัวเองมีปัญหา
หลินตงฟางเริ่มสงสัยในภูมิหลังของเฉินเซิงที่มาจากครอบครัวชาวนาธรรมดา เมื่อเห็นเด็กหนุ่มขับรถหรูราคาหลายล้าน และยังเป็เ้าของคอนโดสุดหรูใจกลางเมือง เขาคิดว่าอีกฝ่ายอาจจะเป็ทายาทของตระกูลผู้ดีหรือกลุ่มนายทุนขนาดใหญ่
ขณะที่เฉินเซิงกำลังจะไปส่งครอบครัวของหลินเสวี่ยเอ๋อร์กลับ รถบีเอ็มดับเบิลยูคันหนึ่งก็ค่อย ๆ ขับสวนมา
เฉินเซิงรู้สึกว่ารถคันนั้นดูคุ้นตาจึงอดไม่ได้ที่จะมองอีกครั้ง และเห็นฮวาปู๋ลั่วที่นั่งมากับหญิงสาวรูปร่างอวบอิ่มเดินออกมาจากรถบีเอ็มดับเบิลยูด้วยกัน ทั้งคู่พูดคุยหัวเราะกันดูท่าทางสนิทสนมกันมาก
ตอนที่ฮวาปู๋ลั่วหันกลับไป ก็เห็นเฉินเซิงและหลินเสวี่ยเอ๋อร์พร้อมครอบครัวอยู่ฝั่งตรงข้าม
ทันทีที่เห็นหลินเสวี่ยเอ๋อร์ สีหน้าของฮวาปู๋ลั่วก็ดูประหลาดใจ เขาอุทานออกมาว่า “เสวี่ยเอ๋อร์ ลุงหลิน พวกคุณมาที่หมู่บ้านเล่อหยวนได้ยังไงกัน?”
ถึงแม้ว่าหลินเสวี่ยเอ๋อร์จะไม่เคยมีความรู้สึกอะไรกับฮวาปู๋ลั่วเลย แต่เมื่อเห็นผู้ชายที่เพิ่งตามจีบตัวเองเมื่อไม่กี่วันก่อน ตอนนี้กลับมาแนบชิดกับผู้หญิงคนอื่น เธอก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจ การที่อีกฝ่ายเปลี่ยนใจเร็วขนาดนี้ ดูเหมือนว่าเสน่ห์ของเธอจะไม่พอจึงทำให้เกิดเื่แบบนี้
“คุณชายฮวามาที่หมู่บ้านเล่อหยวนได้ แล้วครอบครัวเรามาไม่ได้หรือไง?” หลินเสวี่ยเอ๋อร์ถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“สวัสดีค่ะ ลุงหลิน ป้าติง น้องเสวี่ยเอ๋อร์ โอ้ พี่เฉินเซิงก็อยู่ที่นี่ด้วย” หญิงสาวร่างอวบกล่าวทักทายด้วยรอยยิ้ม “ฉันกับแฟนตั้งใจจะมาเลือกซื้อบ้านที่เล่อหยวน ไม่คิดว่าจะได้มาเจอครอบครัวลุงหลินและพี่เฉินเซิงที่นี่”
สาวอวบไม่ได้เป็คนแปลกหน้าสำหรับเฉินเซิง เธอก็เป็นักศึกษาของมหาวิทยาลัยเจียงเฉิงเหมือนกัน ถึงแม้ว่าเธอจะไม่โดดเด่นเหมือนหลินเสวี่ยเอ๋อร์ แต่ก็ติดอันดับหนึ่งในสิบของสาวสวยประจำมหาวิทยาลัย
แม้ว่าความสวยและรูปร่างของหลี่ซานซานจะด้อยกว่าหลินเสวี่ยเอ๋อร์ แต่เธอก็มีพ่อที่เป็นายอำเภอ คงเป็เพราะภูมิหลังทางครอบครัวที่ไม่ธรรมดาของหลี่ซานซานที่ทำให้ฮวาปู๋ลั่วเปลี่ยนใจไปจีบเธออย่างรวดเร็ว
“ไม่นึกเลยว่าเสี่ยวลั่วจะใช้วิธีแบบนี้ ถึงขนาดทำให้ลูกสาวของนายอำเภอหลี่มาเป็แฟนของเธอได้?” หลินตงฟางพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
เมื่อถูกหลินตงฟางเยาะเย้ยต่อหน้า ฮวาปู๋ลั่วรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ
เขาชอบหลินเสวี่ยเอ๋อร์ด้วยใจจริง เพราะอีกฝ่ายเป็ผู้หญิงที่สวย แถมยังมีภูมิหลังทางครอบครัวที่ดี เขาถึงได้ตามจีบเธอมาหลายเดือน แต่หลินเสวี่ยเอ๋อร์กลับไม่เคยสนใจเขาเลย
ต่อมา ในงานวันเกิดของเพื่อนคนหนึ่งเขาถึงได้รู้จักกับหลี่ซานซาน
เมื่อรู้ว่าในการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลที่กำลังจะมาถึง พ่อของหลี่ซานซานอาจจะได้ขึ้นเป็รองนายกเทศมนตรี ถ้าเขาได้เป็เพื่อนกับเธอ มันจะเป็ประโยชน์อย่างมากต่ออาชีพของเขา ในสถานการณ์ที่การตามจีบหลินเสวี่ยเอ๋อร์ไม่เป็ผล ฮวาปู๋ลั่วจึงเริ่มคบหากับหลี่ซานซาน
แต่เขาก็ยังไม่ลืมหลินเสวี่ยเอ๋อร์ และหวังว่าจะคบหาผู้หญิงทั้งสองคนในเวลาเดียวกัน
หลี่ซานซานสามารถช่วยเขาในเส้นทางราชการ ส่วนหลินเสวี่ยเอ๋อร์สามารถทำให้เขาได้รับความสุขทางจิตใจอย่างที่สุด เขาจะได้อยู่กับสาวงามทั้งสองคน ไม่เพียงแต่จะได้มีความสุขกับภรรยาทั้งสองคน แต่ยังสามารถประสบความสำเร็จทั้งในหน้าที่การงานและความรัก เพียงแค่คิดก็มีความสุขมากแล้ว
เมื่อได้พบกับครอบครัวของหลินเสวี่ยเอ๋อร์โดยบังเอิญที่เล่อหยวนความฝันอันสวยงามของฮวาปู๋ลั่วก็แตกสลาย เขาทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี
ขณะนี้ ฮวาปู๋ลั่วกำลังเผชิญกับทางเลือกที่ยากลำบาก
หลี่ซานซานได้ประกาศความสัมพันธ์ของพวกเขาต่อหน้าครอบครัวของหลินเสวี่ยเอ๋อร์แล้ว ถ้าเขาปฏิเสธความสัมพันธ์กับเธอเพื่อเอาใจครอบครัวของหลินเสวี่ยเอ๋อร์ สุดท้ายเขาอาจจะไม่ได้อะไรเลย เขาต้องตัดสินใจทันทีในตอนนี้
“ใช่ครับ ลุงหลิน ผมกับซานซานรักกันมาก และกำลังมาเลือกซื้อคอนโดไว้เป็เรือนหอของเราสองคนด้วยครับ…” ฮวาปู๋ลั่วยิ้มและพูด
“ถ้าอย่างนั้น ฉันก็ขอแสดงความยินดีกับคู่รักใหม่ทั้งสองคน ขอให้รักกันนาน ๆ นะ” หลินตงฟางพูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามระงับความโกรธ
เมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มที่เพิ่งตามจีบลูกสาวของเขาอย่างบ้าคลั่งเมื่อไม่นานมานี้ เปลี่ยนใจไปชอบผู้หญิงคนอื่นในเวลาเพียงไม่กี่วัน หลินตงฟางก็รู้สึกโกรธมาก ความรักที่รวดเร็วของฮวาปู๋ลั่วและหลี่ซานซานถือเป็การตบหน้าเขา
“ผมกับซานซานมาที่เล่อหยวนหลายครั้งแล้ว สุดท้ายก็เลือกห้อง 605 ชั้นหก บ้านหลังนั้นมีพื้นที่กว้างถึง 120 กว่าตารางเมตร พื้นที่ใหญ่พอ ตำแหน่งก็โดนแดดดี มีพื้นที่กว้างขวางและมีแดดส่องถึง เนื่องจากลุงหลินและเสวี่ยเอ๋อร์อยู่ที่นี่ก็ช่วยผมกับซานซานดูหน่อยได้ไหมว่าจะตกแต่งบ้านหลังนี้ยังไงดี” ฮวาปู๋ลั่วเชิญครอบครัวของหลินเสวี่ยเอ๋อร์
หลังจากยอมรับความสัมพันธ์กับหลี่ซานซานแล้ว ฮวาปู๋ลั่วก็ถือว่าได้สร้างความขุ่นเคืองให้กับตระกูลหลินอย่างสมบูรณ์ พวกเขาจะไม่มีวันเป็เพื่อนกันได้อีกต่อไป และแน่นอนว่าเขาไม่จำเป็ต้องขอคำแนะนำจากครอบครัวหลินเกี่ยวกับการตกแต่งบ้าน
เหตุผลที่เขาพูดแบบนั้นก็เพื่ออวดว่าตัวเองมีบ้านขนาดใหญ่ในหมู่บ้านเล่อหยวนเพื่อให้หลินเสวี่ยเอ๋อร์รู้สึกว่าเธอคิดผิดที่เลือกคบกับเฉินเซิง
หลี่ซานซานกับหลินเสวี่ยเอ๋อร์ต่างเป็ลูกของข้าราชการระดับสูง และเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน ทั้งคู่รู้จักกัน แต่ความสัมพันธ์ของทั้งสองก็ไม่ค่อยดีนัก
หลี่ซานซานเคยได้ยินเื่ที่ฮวาปู๋ลั่วตามจีบหลินเสวี่ยเอ๋อร์บ้าง เมื่อครู่เธอจึงตั้งใจบอกหลินเสวี่ยเอ๋อร์ว่าเธอเป็แฟนของฮวาปู๋ลั่ว
ตอนนี้มีโอกาสได้แกล้งอีกฝ่าย หลี่ซานซานก็ไม่ปล่อยโอกาสนี้ไปแน่นอน
“ลุงหลิน น้องเสวี่ยเอ๋อร์ พวกคุณไม่รู้หรอกว่าราคาบ้านในหมู่บ้านเล่อหยวนแพงแค่ไหน คอนโดของเราราคาตั้งสี่ล้านหยวน พี่ฮวาจ่ายไปแล้วครึ่งหนึ่ง ถ้าธุรกิจใน่ครึ่งหลังของปีนี้เป็ไปได้ด้วยดี อย่างช้าก็ปีหน้าก็จะสามารถจ่ายเงินทั้งหมดได้แล้ว…” หลี่ซานซานพูดด้วยความตื่นเต้น
เมื่อได้ยินฮวาปู๋ลั่วและหลี่ซานซานคุยโวต่อหน้าเขา มุมปากของเฉินเซิงก็เผยรอยยิ้มที่แฝงความนัย
เฉินเซิงเคยเห็นบ้านที่ฮวาปู๋ลั่วพูดถึงมาก่อน ห้องที่อีกฝ่ายสนใจนั้นถือว่าไม่เลวในบรรดาห้องที่เหลืออยู่ แต่เขายังไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นัก
หลังจากซื้อห้องที่ชั้นสิบหกไปแล้ว เฉินเซิงก็ไม่ได้สนใจห้องที่ฮวาปู๋ลั่วพูดถึงอีกต่อไป ไม่คิดว่าห้องที่เขาไม่ชอบจะถูกฮวาปู๋ลั่วซื้อไป แล้วยังเอามาอวดต่อหน้าคนอื่นอีก?
“ฉันกับพ่อแม่เพิ่งไปดูบ้านที่พี่เฉินซื้อมาเลยรู้สึกเหนื่อยนิดหน่อย ไม่มีคงไม่มีเวลาไปดูบ้านของพี่ฮวาแล้วละ…”
“อะไรนะ เฉินเซิงก็ซื้อคอนโดในหมู่บ้านเล่อหยวนด้วยเหรอ?” ฮวาปู๋ลั่วถามด้วยสีหน้าประหลาดใจ
“ใช่แล้ว” หลินตงฟางพูดแทรกขึ้นมา "บ้านที่เสี่ยวเฉินซื้อมีขนาดประมาณ 240 ตารางเมตร เป็ห้องชมวิวที่ดีที่สุดบนชั้นสิบหกและยังจ่ายเงินเต็มจำนวนสิบล้านหยวน ครอบครัวของเราได้เห็นบ้านที่ตกแต่งอย่างหรูหราที่สุดในหมู่บ้านนี้แล้ว ถ้าไปดูบ้านหลังอื่นที่ด้อยกว่านี้ คงจะไม่รู้สึกอะไรแล้วล่ะ..."
หลังจากพูดประโยคนี้จบหลินตงฟางก็รู้สึกเหมือนได้ระบายความในใจออกมา
ฮวาปู๋ลั่วรู้สึกภูมิใจนักหนาที่ซื้อคอนโดมิเนียมชั้นล่างขนาดเล็กกว่า 100 ตารางเมตรได้ ในขณะที่เฉินเซิงไม่พูดอะไรมากกลับซื้อเพนต์เฮาส์ในทำเลที่ดีที่สุดของหมู่บ้านเล่อหยวนได้ ซึ่งถือเป็การตบหน้า ‘ไอ้ลูกหมา’ อย่างแรงเลยทีเดียว
“เพนต์เฮาส์ชั้นสิบหกเนี่ยนะ? เป็ไปไม่ได้หรอก! เพนต์เฮาส์ชั้นสูงของหมู่บ้านเล่อหยวนถูกจองไว้ล่วงหน้าโดยคนมีเส้นสายทั้งนั้น ไม่มีทางที่เขาจะซื้อได้หรอก ต่อให้มีเงิน ก็ไม่มีทางซื้อคอนโดทำเลดีขนาดนั้นได้!…” ฮวาปู๋ลั่วะโอย่างไม่เชื่อ
หลินตงฟางมองไปที่ฮวาปู๋ลั่วที่แทบจะเป็บ้าด้วยสายตาเยาะเย้ย ก่อนจะหันไปพูดกับลูกสาวและเฉินเซิง
“เสวี่ยเอ๋อร์พวกเราควรกลับบ้านได้แล้ว เฉินเซิงรบกวนขับรถไปส่งพวกเราที เย็นนี้เราสองคนไปดื่มฉลองกันหน่อย”
“ได้เลยครับ” สองชาตินี้นี่เป็ครั้งแรกที่หลินตงฟางชวนเฉินเซิงไปทานข้าว เฉินเซิงจึงรับปากในทันที
หลี่ซานซานที่เงียบมาตลอด ใบหน้าของเธอเริ่มซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด
เธอเองก็เป็ผู้หญิงที่หยิ่งยโสไม่แพ้ใคร ในการประกวดดาวมหาลัยหลายครั้งเธอมักจะได้อันดับรองจากหลินเสวี่ยเอ๋อร์อยู่เสมอ เธอรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ด้อยกว่าหลินเสวี่ยเอ๋อร์เลยสักนิด การที่ได้อันดับการประกวดดาวมหาลัยน้อยกว่าอีกฝ่าย ทำให้เธอรู้สึกไม่พอใจมาโดยตลอด
เฉินเซิงได้หลินเสวี่ยเอ๋อร์หญิงสาวที่ทั้งสวย รวย และเก่ง หลี่ซานซานมองความสัมพันธ์ของทั้งคู่ด้วยสายตาที่ไม่อยากจะเชื่อ
แม้เฉินเซิงจะหน้าตาหล่อเหลาแต่พื้นฐานครอบครัวก็ด้อยเกินไป หลี่ซานซานเชื่อมาตลอดว่าการคบหากันของชายหญิง สิ่งแรกที่ต้องดูคือฐานะของทั้งสองฝ่ายเหมาะสมกันหรือไม่ เธอจึงดูถูกตัวเลือกของหลินเสวี่ยเอ๋อร์อย่างมาก
แม้ว่าหน้าตาของฮวาปู๋ลั่วจะไม่หล่อเหลาเท่าเฉินเซิง แต่เขาเป็ศิษย์เก่าจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของอเมริกา และสามารถก่อตั้งธุรกิจได้ภายในระยะเวลาอันสั้น ถือว่าเป็ตัวอย่างที่ดีของลูกหลานข้าราชการที่ประสบความสำเร็จในอาชีพ"
การคบหากับฮวาปู๋ลั่วในฐานะแฟน ทำให้เธอรู้สึกภูมิใจ
ไม่มีผู้หญิงคนไหนไม่อยากให้แฟนหนุ่มของตัวเองเหนือกว่าแฟนหนุ่มของผู้หญิงคนอื่น ๆ ในทุก ๆ ด้าน เมื่อได้เห็นเฉินเซิงที่เมื่อก่อนแม้แต่จักรยานยังไม่มีปัญญาจะซื้อ ตอนนี้กลับได้ขับรถหรูราคาสามล้าน ในขณะที่ตัวเธอเองได้นั่งแค่รถบีเอ็มดับเบิลยู ที่ราคาเพียงล้านกว่าเท่านั้น หลี่ซานซานจึงรู้สึกไม่พอใจอย่างมาก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้รู้ว่าอีกฝ่ายจ่ายเงินสดกว่าสิบล้านเพื่อซื้อคอนโดที่หรูหราที่สุด หลี่ซานซานก็เก็บความรู้สึกไว้ไม่อยู่ เธอรู้สึกอับอาย และเดินจากไปทันที"
“เสี่ยวซาน คุณจะไปไหนน่ะ? เดี๋ยวผมไปส่งคุณกลับบ้านนะ” ฮวาปู๋ลั่วหันไปพูดกับหลี่ซานซานที่กำลังเดินจากไป
หลังจากเห็นปี ราคาหลักล้านของฮวาปู๋ลั่ว แล้วก็มองไปที่หลิน
เสวี่ยเอ๋อร์ที่ขึ้นรถลัมโบร์กินีราคาสามล้านของเฉินเซิง หลี่ซานซานก็พูดขึ้นด้วยสีหน้าโกรธเคืองว่า “ยังจะกล้าใช้รถพัง ๆ คันนี้ไปส่งผู้หญิงกลับบ้านอีกหรือไง?”
“เสี่ยวซานคุณเป็อะไรไป? เสี่ยวซานเดี๋ยวก่อนรอผมด้วย…”
เมื่อได้ยินเสียงฮวาปู๋ลั่วะโไล่หลังหลี่ซานซาน ผู้คนที่อยู่บริเวณนั้นต่างพากันมองฮวาปู๋ลั่วด้วยความประหลาดใจและคิดในใจว่า ผู้ชายคนนี้ช่างกล้าหาญจริง ๆ ที่กล้าพูดคำพูดแบบนั้นต่อหน้าผู้คนมากมาย"
เมื่อหลี่ซานซานเห็นสายตาแปลก ๆ ของผู้คนรอบข้าง เธอรู้สึกอายและโกรธมากขึ้น
ฮวาปู๋ลั่วยังคงไม่เข้าใจว่าทำไมหลี่ซานซานถึงได้โกรธขนาดนี้ เขาจึงตามไปข้างหลังพร้อมกับเรียก 'เสี่ยวซาน'*[1] ไม่หยุดปาก
ชายหนุ่มคนหนึ่งที่สวมแว่นตากันแดดเดินเข้ามาใกล้ฮวาปู๋ลั่ว แล้วชูนิ้วโป้งขึ้นแล้วพูดว่า “ผมนี่นับถือคุณเลยจริง ๆ นอกจากจะมีเมียน้อยแล้วยังกล้าะโออกมาต่อหน้าคนมากมายขนาดนี้อีก คุณกล้าหาญมาก คุณต้องเป็ตำนานของที่นี่ไปอีกนานเลยแหละ”
[1] เสี่ยวซาน หมายถึง การเล่นเสียงเล่นคำของนักเขียน 姗 กับ 三 ออกเสียงคล้ายกันคือ ซาน 小姗 กับ 小三 ออกเสียงเหมือนกัน คือ เสี่ยวซาน 小三 ตัวนี้หมายถึง เมียน้อย