ฉินจื่อฉิงกับซูหยุนหรานยืนรออยู่หน้าห้องทรงพระอักษรอย่างเรียบร้อย เมื่อฉินผินเห็นทั้งคู่ยืนอยู่ก็เอ่ยอย่างไม่พอใจ
“ข้าก็นึกว่าฝ่าามีเื่ด่วนอะไรถึงได้เรียกให้ทุกคนเข้าเฝ้า ทั้งยังให้คนไปเชิญโหราจารย์เถียนอู้มาเข้าเฝ้าด้วย ที่แท้ก็เพราะตัวหายนะอย่างพวกเ้าสองคนนี่เอง” ฉินผินปรายตามองฉินจื่อฉิงและซูหยุนหราน แต่เมื่อเห็นทั้งคู่ยังยืนนิ่ง นางก็โมโหขึ้นกว่าเดิม “ข้ากำลังพูดกับพวกเ้าอยู่ เหตุใดพวกเ้าถึงไม่พูดกับข้า”
แต่ฉินจื่อฉิงกับซูหยุนหรานก็ไม่ได้ตอบโต้ ทั้งคู่ยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ขณะที่ฉินผินกำลังจะะเิอารมณ์อีกรอบก็ได้ยินเสียงกงกงผู้ใกล้ชิดฝ่าาะโเรียกให้ทุกคนเข้าเฝ้า
“ที่เราเรียกทุกคนมาในวันนี้เพราะอยากให้ทุกคนมาร่วมฟังคำทำนายฝันจากโหราจารย์เถียนอู้ เพราะไม่นานมานี้สตรีใกล้ชิดของเราสองคนฝันร้ายและในฝันยังเป็เหตุการณ์เดียวกัน นั่นคือพวกนางฝันว่าแคว้นทั้งสี่ทิศพร้อมใจกันบุกโจมตีแคว้นของเราในเวลาเดียวกัน ทำให้แคว้นต้าสุ่ยของเราตกอยู่ในสถานการณ์อันตราย หากเป็ยามปกติก็ไม่เป็ไร แต่สถานการณ์ในแคว้นข้างเคียงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา อย่างเช่นแคว้นชิงที่เวลานี้กษัตริย์ผู้ครองแคว้นป่วยหนัก รัชทายาทที่จะสืบทอดบัลลังก์ต่อก็มีความกระหายา ซึ่งเขาอาจเปิดศึกกับเราได้ทุกเมื่อ การที่พวกนางฝันเห็นเหตุการณ์คล้ายกันอาจเป็ลางบอกเหตุบางอย่าง เราจึงเชิญโหราจารย์เถียนอู้ให้มาทำนายฝันของพวกนาง หากมีวิธีแก้ไข เราจะได้หาวิธีแก้ไขได้อย่างทันท่วงที หวังว่าพวกเ้าทุกคนจะไม่ตำหนิที่เราเรียกให้พวกเ้าเฝ้าเข้าด่วนเช่นนี้” ฝ่าาบอกกับทุกคน
“ฝ่าาตรัสอะไรเช่นนั้นเพคะ พระองค์ทรงคิดถึงราษฎรอยู่ตลอดเวลา เป็พวกเราเสียอีกที่ละอายใจที่ช่วยแบ่งเบาภาระของพระองค์ไม่ได้” เสียนกุ้ยเฟยพูดเอาใจ
“ลูกก็อยากแบ่งเบาภาระของเสด็จพ่อเช่นกันพ่ะย่ะค่ะ หากเสด็จพ่อมีประสงค์ให้ลูกทำเื่ใด ขอเสด็จพ่อโปรดรับสั่ง ลูกพร้อมที่จะปฏิบัติตามพ่ะย่ะค่ะ” เสียนอ๋องพูดขึ้นก่อนผู้ใด
รุ่ยอ๋องได้ยินก็หัวเราะอย่างไม่เกรงใจ “ฟังจากที่พี่สามกล่าวมา หากบ้านเมืองตกอยู่ในภาวะาจริงๆ เช่นนั้นขอเสด็จพ่อมอบหมายหน้าที่นี้ให้พี่สามด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ ดูจากความกล้าหาญของพี่สามในวันนี้แล้ว ลูกคิดว่าแค่พี่สามควบม้าไปประชิดชายแดน ข้าศึกคงหันหลังกลับด้วยความกลัวแทบไม่ทันแล้ว คงไม่ต้องให้ถึงมือกองทัพตระกูลหลู กองทัพตระกูลฉิน หรือแม้แต่กองทัพของฉิงอ๋องให้เคลื่อนกำลังไปประจำการที่ชายแดนกระมัง”
เสียนอ๋องกับเสียนกุ้ยเฟยได้ยินคำเสียดสีของรุ่ยอ๋องถึงกับหน้าเขียว แต่พวกเขาก็ตอบโต้อะไรไม่ได้จริงๆ เพราะกองทัพทั้งสามได้ชื่อว่าเป็กองทัพที่เก่งกาจที่สุด เสียนอ๋องที่ไม่เคยออกรบและไม่มีกองกำลังเป็ของตนเอง แล้วเขาจะเอาความสามารถใดไปเทียบกับกองทัพทั้งสามนั้นได้
“หยุดได้แล้ว พวกเ้าอย่าเพิ่งหาเื่ทะเลาะกัน” ฝ่าาทรงปราม พระองค์รู้อยู่แล้วว่าในบรรดาบุตรชายทุกคน มีเพียงเสียนอ๋องเท่านั้นที่เข้ากันกับพี่น้องคนอื่นไม่ได้ โดยเฉพาะสุ่ยเลี่ยงรุ่ยที่ดูเหมือนจะไม่ยอมรับพี่ชายอย่างเสียนอ๋อง
“เสียนอ๋องอย่าได้ถือสา น้องชายของเ้าผู้นี้พูดจาไม่รู้จักคิด กลับไปข้าจะอบรมเขาเอง แล้วยังจะให้เขาไปขอโทษเ้าถึงตำหนักอีกด้วย” ฮองเฮาออกตัวแทนลูกชาย
“น้องหกยังเด็ก ข้าไม่ถือสาเขาหรอกพ่ะย่ะค่ะ” เสียนอ๋องจำใจต้องให้อภัย ‘สุ่ยเลี่ยงรุ่ย! เอาไว้ให้ข้าได้ขึ้นครองบัลลังก์ก่อนเถอะ เ้าจะเป็คนกลุ่มแรกที่ข้าจะคิดบัญชี’
“โหราจารย์เถียนอู้ เ้าทำนายความฝันออกมาได้ความว่าอย่างไร” ฝ่าาถามเมื่อเห็นว่าโหราจารย์เถียนอู้วางมือจากกระดานคำนวณแล้ว
“จากความฝันของเสียนกุ้ยเฟยและฉินผิน ว่ากันว่าลางร้ายมักจะมาพร้อมข่าวดี” เถียนอู้ยิ้มให้เสียนอ๋อง “นิมิตนี้สัมพันธ์กับเสียนอ๋องโดยตรง นั่นก็คืองานมงคลสมรสของท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ”
“เป็ความฝันเกี่ยวกับงานมงคล ไม่ใช่ลางบอกเหตุว่าแคว้นกำลังจะเกิดาจริงหรือ?” ฝ่าาถามย้ำ
“ไม่เกี่ยวกับศึกาแต่อย่างใดพ่ะย่ะค่ะ ความฝันของพระสนมทั้งสองเกี่ยวกับเื่มงคลสมรสของเสียนอ๋องจริง แต่ความฝันนั้นยังทำนายเื่ของบ้านเมืองได้อีกหนึ่งเื่ เพียงแต่ยังไม่ถึงเวลาที่กระหม่อมจะเปิดเผยชะตา์ได้ ต้องรอให้ผ่านพิธีสมรสของเสียนอ๋องไปสักระยะ ถึงเวลานั้นกระหม่อมจึงจะสามารถเปิดเผยคำทำนายที่เหลือได้พ่ะย่ะค่ะ” โหราจารย์เถียนอู้กล่าว
“เป็เื่มงคลก็ดี เรากลัวว่าความฝันนั้นจะเป็คำเตือนว่าแคว้นกำลังจะเกิดาเสียอีก บอกตามตรงว่าเราไม่อยากให้มีา เพราะคนที่เดือดร้อนย่อมเป็ราษฎร” ฝ่าาถอนหายใจก่อนจะมองเสียนอ๋อง “แต่เสียนอ๋องเพิ่งยกเลิกการหมั้นหมายกับตระกูลซูไปได้ไม่นาน แล้วเราจะหาสตรีที่เหมาะสมคนใดให้มาสมรสกับเขากัน เสียนกุ้ยเฟย เ้ามีความเห็นว่าอย่างไร”
เสียนกุ้ยเฟยรีบคุกเข่า “ทูลฝ่าา ความจริงแล้วเสียนเอ๋อถูกใจสตรีนางหนึ่งและอยากรับนางเป็ชายา เพียงแต่หม่อมฉันกลัวว่าฝ่าาจะไม่เห็นด้วยจึงยังไม่กล้าบอกเื่นี้กับพระองค์เพคะ”
“หืม...เ้าสามมีสตรีในดวงใจแล้วอย่างนั้นรึ? นางเป็ผู้ใด แล้วทำไมเ้าถึงกลัวว่าเราจะไม่เห็นด้วยที่จะให้เ้าสามสมรสกับนาง” ฝ่าาหันไปมองเสียนอ๋อง “เ้าสาม เ้าลองบอกเรามาว่าสตรีนางนี้เป็ผู้ใด”
“ทูลเสด็จพ่อ สตรีผู้นี้มีนามว่าหยินอิน ลูกบังเอิญได้พบกับนางที่งานชุมนุมกวี ความสามารถในด้านกวีของนางไม่มีผู้ใดเทียบได้ ลูกจึงตกหลุมรักนางั้แ่ตอนนั้นพ่ะย่ะค่ะ” เสียนอ๋องก้มหน้าอย่างละอาย “แต่ลูกไม่รู้ว่าบิดามารดาของนางเป็ผู้ใด แม้จะได้เวลาตกฟากของนางมา ลูกก็ไม่กล้าที่จะทูลขอให้เสด็จพ่อไปสู่ขอนางให้ลูกอยู่ดี”
“แล้วเ้าไปเอาเวลาตกฟากของนางมาทำไมกัน”
“จากบทเรียนของซูชิงหว่าน ลูกจึงขอเวลาตกฟากของนางมาเพื่อให้โหราจารย์ช่วยตรวจดวงชะตาให้ว่าลูกกับนางมีชะตาต้องกันหรือไม่ หากลูกกับนางไม่มีชะตาต้องกัน ลูกจะได้ตัดใจและลูกจะไม่ไปรบกวนนางอีก แต่หากตรวจดูแล้วว่าชะตาของเราส่งเสริมซึ่งกันและกัน ลูกจึงจะรับนางมาเป็ชายาพ่ะย่ะค่ะ”
ฝ่าามองลูกชายอย่างเห็นใจ เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตระกูลซูทำให้เสียนอ๋องได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมาย ทั้งลูกชายคนโตกับลูกชายคนรองอย่างหนิงอ๋องและหนานอ๋องก็เกือบเสียชีวิตเพราะซูชิงหว่านตั้งใจวางยาพิษ เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ลูกชายทั้งสามคนมองหน้ากันไม่ติดมาจนถึงทุกวันนี้
“ท่านอ๋องเอาเวลาตกฟากของนางมาด้วยหรือไม่ กระหม่อมสามารถตรวจดวงชะตาให้ท่านได้” โหราจารย์เถียนอู้พูดขึ้น
“ข้าเอาเวลาตกฟากมาด้วยแล้ว” เสียนอ๋องยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้โหราจารย์เถียนอู้
โหราจารย์เถียนอู้อ่านกระดาษแผ่นนั้นแล้วขมวดคิ้ว จากนั้นเขาก็หันไปมองเสียนอ๋องอย่างลำบากใจ
“เป็อะไรไป ดวงชะตาของพวกเขาไม่สมพงศ์กันหรือ” ฝ่าาถามออกมาเป็คนแรก
“หามิได้พ่ะย่ะค่ะ” โหราจารย์เถียนอู้ตอบ
“ในเมื่อไม่ใช่เื่นั้น แล้วเหตุใดเ้าถึงขมวดคิ้วเช่นนั้นเล่า”
โหราจารย์เถียนอู้รีบคุกเข่า “ครั้งแรกที่กระหม่อมได้ยินเสียนอ๋องเอ่ยนามของสตรีนางนั้นกระหม่อมก็ไม่ได้เอะใจ แต่เมื่อได้เห็นเวลาตกฟากของนาง คาดว่าสตรีที่เสียนอ๋องพึงใจคงเป็บุตรสาวบุญธรรมของกระหม่อม เช่นนั้นไม่จำเป็ต้องตรวจดวงชะตาให้เสียเวลา เพราะกระหม่อมไม่ยินยอมให้นางสมรสกับเสียนอ๋องแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ”
“สตรีผู้นั้นเป็บุตรสาวบุญธรรมของเ้า?” ฝ่าาขมวดคิ้วอีกครั้งพร้อมกับพูดอย่างไม่พอใจ “เหตุใดเ้าถึงไม่ยอมให้นางสมรสกับบุตรชายของเรา เ้าคิดว่าเสียนอ๋องของเราไม่คู่ควรกับนางอย่างนั้นรึ”
โหราจารย์เถียนอู้โขกศีรษะ “หามิได้พ่ะย่ะค่ะ หยินอินของกระหม่อมอาภัพนัก ทันทีที่กระหม่อมรับนางมาเป็บุตรบุญธรรมก็เกิดข่าวลือเสียหายขึ้นมากมาย กระหม่อมเกรงว่าข่าวลือนั้นจะทำให้เสียนอ๋องพลอยเสียชื่อเสียงไปด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
“ข่าวลือ? ข่าวลืออะไร?” ฝ่าาถามอย่างสงสัย “เสียนกุ้ยเฟย เ้ามาเล่าให้เราฟัง”
เสียนกุ้ยเฟยย้ายไปนั่งคุกเข่าอยู่ข้างเก้าอี้ั จากนั้นนางก็เล่าเื่ของหยินอินให้ฝ่าาฟังด้วยเสียงที่ได้ยินแค่สองคน
“เราก็นึกว่าเื่อะไร ที่แท้ก็แค่ข่าวลือไร้สาระ” ฝ่าาได้ฟังเื่ราวทั้งหมดก็คลี่ยิ้มแล้วพูดกับโหราจารย์เสียนอู้อย่างอารมณ์ดี “ตอนที่เ้าสาบานตัวว่าถือศีลและรักษาพรหมจรรย์ในการบูชายัญเทพเ้าแห่งสายน้ำ เราก็อยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย จนทุกวันนี้แคว้นต้าสุ่ยของเราก็ไม่เคยเกิดอุทกภัยขึ้นเลยสักครั้ง เช่นนั้นข่าวลือที่ว่าหยินอินเป็บุตรนอกสมรสของเ้านั้น เราไม่มีทางเชื่อ”
“หมายความว่าเสด็จพ่ออนุญาตให้ลูกแต่งกับอาอินใช่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ” เสียนอ๋องพูดขึ้นอย่างดีใจ
“อนุญาตหรือไม่ก็ต้องดูที่ผลการตรวจดวงชะตา”
“เช่นนั้นกระหม่อมจะตรวจดวงชะตาตอนนี้เลยพ่ะย่ะค่ะ” โหราจารย์เถียนอู้ขีดๆ เขียนๆ บนกระดานคำนวณอยู่นาน
“เป็อย่างไรท่านโหราจารย์ ชะตาของข้ากับนางไม่สมพงศ์กันหรือ?” เสียนอ๋องถามอย่างใจร้อน
“หามิได้พ่ะย่ะค่ะ ดวงของท่านกับนางนับเป็ชะตาเฟิ่งหวง[1] ที่หาได้ยากยิ่ง หากทั้งสองได้สมรสกันก็จะมีแต่ความเจริญรุ่งเรือง และดวงชะตาของพวกเขายังเกี่ยวกับคำทำนายฝันส่วนที่เหลือที่กระหม่อมยังไม่อาจเปิดเผยได้ในเวลานี้ด้วยพ่ะย่ะค่ะ” โหราจารย์เถียนอู้กล่าวต่ออย่างลำบากใจ “แต่ฤกษ์ดีสำหรับงานมงคลของชะตาเฟิ่งหวงกลับกระชั้นชิดยิ่งนัก หากพลาดฤกษ์ดีนี้คงต้องรอไปอีกสิบปีพ่ะย่ะค่ะ”
“กระชั้นชิดรึ จะกระชั้นชิดมากเพียงใดกัน” เสียนกุ้ยเฟยถาม
“ฤกษ์ดีที่ว่าคืออีกสามวันข้างหน้าพ่ะย่ะค่ะ” เถียนอู้ตอบ
“หากเทียบกับความรุ่งเรืองของแคว้น สามวันก็เพียงพอแล้ว” ฝ่าาพูดขึ้นอย่างยินดี “เสียนกุ้ยเฟย ฉินผินรับคำสั่ง เรามอบหมายให้พวกเ้าเร่งจัดงานมงคลของเสียนอ๋องให้ทันตามฤกษ์ดีที่โหราจารย์เถียนอู้บอก และพิธีสมรสนี้ต้องจัดอย่างยิ่งใหญ่ให้ถูกต้องตามรูปแบบงานสมรสของราชวงศ์ทุกประการ”
เสียนอ๋อง เสียนกุ้ยเฟย ฉินผิน รวมถึงโหราจารย์เถียนอู้ยิ้มกว้างเมื่อแผนการของตนเป็ไปได้ด้วยดี แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่าฮองเฮา องค์ชายทุกพระองค์ รวมถึงฉินจื่อฉิงกับซูหยุนหรานกำลังนั่งมองละครที่พวกเขาเล่นอย่างรู้ทัน
____________________
[1] ฟีนิกซ์หรือเฟิ่งหวงเป็สัญลักษณ์แห่งความรักแท้ ความสมบูรณ์ของคู่รัก และความสุขในชีวิตคู่ โดยเฟิ่ง (ตัวผู้) แทนจักรพรรดิ และหวง (ตัวเมีย) แทนจักรพรรดินี เมื่อรวมกันเป็ ‘เฟิ่งหวง’ จึงเป็สัญลักษณ์ของคู่ครองที่สมบูรณ์แบบและพลัง์ที่นำมาซึ่งความสุขและความโชคดีในการแต่งงานและชีวิตคู่ (ที่มา : Google AI)