และแล้วคืนแรกของกองกำลังหอกเหล็กในศูนย์วิจัยพันธุ์พืชภาคตะวันออกก็ผ่านไป อเล็กซ์เดินปลุกสมาชิกกองกำลังหอกเหล็กตามปรกติ ยกเว้นผู้ที่ได้รับาเ็เท่านั้น ต้องมารวมตัวกันที่ชั้นล่างของอาคารภายใน 5 นาที ครอบครัวของเขากับนักวิจัยก็ไม่ใช้ข้อยกเว้น หลังจากทุกคนทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้วทุกอย่างก็พร้อม อเล็กซ์กวาดสายตาผ่านๆ หนึ่งรอบ เขาก็ออกคำสั่งให้เวรยามของเมื่อคืนไปพักได้ จากนั้นเขาก็วิ่งนำทุกคนออกจากอาคารสองชั้นไป
การวิ่งกินเวลาเพียงแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้นศาสตราจารย์เฒ่าได้แสดงศักยภาพของเขาให้อเล็กซ์ได้เห็นด้วยการวิ่งเพียง 5 นาทีแล้วก็เริ่มหน้ามืด แล้วก็เป็อเล็กซ์ที่แบกเขาขี่หลังจากนั้นก็วิ่งขึ้นไปนำที่หัวแถวเช่นเดิม การกระทำเล็กๆ น้อยนี้ มีความหมายที่ลึกซึ้งต่อกองกำลังหอกเหล็กทุกคนมาก ต่างมีการตีความหมายเหมือนๆ กันว่าอเล็กซ์กำลังบอก
" อย่าทิ้งพวกพ้องไว้ข้างหลัง "
ค่าความภักดีของกองกำลังหอกเหล็กเพิ่มขึ้นคนละ 5 หน่วยในทันที แต่ในความเป็จริง อเล็กซ์ไม่้าให้ตาเฒ่าคนนี้ตายก่อนเวลาต่างหาก เพราะถ้าไม่มีตาเฒ่าคนนี้ ใครจะจัดการกับกลไกภายในศูนย์วิจัยใจตอนที่มันเกิดปัญหา อเล็กซ์เลยตัดสินใจจะส่งคนของกองกำลังหอกเหล็กไปเรียนรู้งานจากศาสตราจารย์ครูทันทีั้แ่วันนี้ เพราะเขาไม่รู้ว่าชายชราผู้จะนอนไหลตายตอนไหน
เสร็จจากวิ่งก็เป็การออกกำลังกายโดยการใช้หอกเพื่อสร้างความเคยชิน แล้วก็ปิดท้ายด้วยการสอนทักษะต่อสู้ในการใช้หอก โดยอเล็กซ์ได้สอนควบคู่ไปพร้อมกับการต่อสู้ด้วยมือเปล่า วันนี้อเล็กซ์ยังไม่ได้จริงจังกับพวกเขามากเท่าไหร่ แต่เขาได้บอกแล้วว่าั้แ่พรุ่งนี้ไปจะเพิ่มเวลาฝึกยามเช้าจาก 1 ชั่วโมงเป็ 2 ชั่วโมง แล้วจากนั้นอเล็กซ์ก็แจกจ่ายภารกิจให้กับหน่วยต่างๆ ทำ หลังจากที่พวกเขารับประทานอาหารเช้าร่วมกันเสร็จ
หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จ อเล็กซ์ก็มายังห้องขังของผู้ช่วยวิเชียร เขากวาดสายตาเพียงแค่แว๊บเดียวก็พบความเปลี่ยนแปลง แล้วผู้ช่วยวิเชียรก็ตื่นขึ้นมา แต่ก่อนที่มันจะได้สบถด่าทอ อเล็กซ์ก็ซัดหมัดไปกระแทกที่หน้าของมันหลายหมัดอย่างรวดเร็ว แล้วส่งให้ผู้ช่วยวิเชียรสลบอีกครั้ง แล้วอเล็กซ์ก็จากไป
ภายในศูนย์วิจัยวันนี้มีเื่สำคัญหลักๆ ที่ต้องทำคือการสร้างกำแพงชั้นในขึ้นมา อเล็กซ์ได้วาดระยะแนวกำแพงนี้ออกไปจากตัวอาคารแค่ 50 เมตร โดยกำแพงนี้จะเป็กำแพงแบบวงกลมมีทางเข้าออกแค่ทางเดียว อเล็กซ์วางแผนที่จะใช้กำแพงนี้ใน่แรกเท่านั้น เพราะกำแพงนี้มันจะถูกสร้างจากการนำดินมาเข้าเครื่องอัดกับฝางที่มีอยู่มากมายภายในศูนย์วิจัยใต้ดินชั้นล่าง แล้วมันก็จะกลายเป็อิฐดิน การสร้างกำแพงนี้มีลักษณะเดียวกับการสร้างบ้านดินนั้นเอง
เมื่อพูดคุยกับกองกำลังหอกเหล็กจนเข้าใจแล้ว อเล็กซ์ก็เดินเข้าไปขับรถแม็คโครขนาดกลางออกมาจากชั้นล่างของอาคารชั้นล่าง จากนั้นก็เริ่มสอนการใช่งานให้กับสมาชิกกองกำลังของเขา จาแล้วก็ปล่อยให้กองกำลังหอกเหล็กทุกหน่วยที่ได้รับมอบหมายงานนี้ เริ่มทำงานด้วยตัวเอง
งานสร้างกำแพงรุดหน้าอย่างรวดเร็ว เริ่มจากการขุดคลองลึกหน้ากำแพงแล้วนำดินที่ได้ไปอัดก้อนให้เป็อิฐ แล้วนำมาตากแดด คนกว่า 60 คนทำงานกันอย่างขยันขันแข็ง ใบหน้าพวกเขาในตอนนี้ประดับไปด้วยรอยยิ้ม โดยพวกเขาลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าอยู่ในโลกที่โหดร้าย
ส่วนภายในศูนย์วิจัยใต้ดินก็มีชีวิตชีวาเช่นกัน เพราะตอนนี้ศาตราจารย์เฒ่ามีลูกศิษย์เพิ่มมาอีก 15 คน และทุกคนล้วนเป็ผู้หญิง แน่นอน 15 คนนี้คือ กองกำลังหอกเหล็กหน่วยที่ 1-3 นั้นเอง เนื่องจากศูนย์วิจัยใต้ดินมีระบบกลไกมากมายที่ต้องเรียนรู้นอกเหนือจากการทำเกษตรจะให้อเล็กซ์ส่งคนไปเรียนรู้งานพวกนี้จากตามเฒ่าแค่ 3-4 คน เขาคงไม่กล้าเสี่ยง และถ้าจะให้ส่งคนธรรมดาที่ไม่รักการเรียนไป ก็มีแต่จะเสียเวลาเปล่า เขาเลยส่งยอดบัญฑิตของกองกำลังหอกเหล็กไปเลยดีกว่า
แล้วเมื่อเข้าสู่่เย็น กองกำลังหอกเหล็กก็กลับมารวมตัวกันที่ชั้นล่างของอาคาร เพื่อสรุปผลของภารกิจที่พวกเขารับผิดชอบไป จากนั้นก็ร่วมรับประทานอาหารเย็นร่วมกัน ไม่นานค่ำคืนที่เงียบสงัดก็กลับมาอีกครั้ง แล้วทุกคนก็แยกย้ายไปพักผ่อนในห้องพักของหน่วยตนเอง และหน่วยที่ 19 ก็ยังคงรับหน้าที่เฝ้ายามเช่นเดิม แล้วคืนนี้แจ็คสันก็ปฏิบัติหน้าที่เป็สายลับอีกครั้ง แต่เนื้อที่วิเชียรกินนั้นต่างไปจากเดิมเล็กน้อย
ไม่นานเช้าวันใหม่ก็กลับมา แต่ตอนที่ทุกคนกำลังตั้งแถวพร้อมจะออกวิ่งก็รู้สึกถึงแรงสั่นะเื ก่อนที่พวกเขาจะได้สงสัย หัวของงูหลามั์ก็ออกมาจากห้องนิรภัยทุกคนเรียกห้องนั้นแบบนั้น แต่แววตาของงูตัวนี้ไม่ได้ดุร้ายเหมือนกับที่พวกเขาเคยเห็น และดูเหมือนว่าตอนนี้มันกำลัง้าจะหนีจากอะไรบางอย่าง แต่แล้วเหมือนกับว่ามีอะไรมากระชากมันอย่างแรงกลับเข้าไปภายในห้องนิรภัยอีกครั้ง แล้วก็มีแรงสั่นะเือีก 3 ครั้ง แล้วอเล็กซ์ก็เดินออกมาจากห้องนิรภัย พร้อมกับส่งสัญญาณมือ ประตูห้องนิรภัยก็ปิดตัวลง พร้อมกับอเล็กซ์ที่ใช้มือปัดฝุ่นออกจากชุดทหารของเขา
" วิ่งหน้าวิ่ง ! เอ้า ! วิ่งหน้าวิ่ง ! "
แจ็คสันที่อยู่ในแถวได้เห็นการกระทำของอเล็กซ์ทุกอย่าง เขาได้แต่กลืนน้ำลายเหนียวข้นลงคอ และนึกชมตัวเองไม่หยุดที่ได้ตัดสินใจยอมมอบตัวแต่โดยดีในวันนั้น และเขาไม่รู้สึกเสียใจเลยที่หูตัวเองขาดไป เพราะเขาคือคนเดียวที่รับรู้ว่าตอนนี้ผู้ช่วยวิเชียรกำลังเผชิญอยู่กับอะไร และเขาได้สาบานในใจว่าจะไม่มีวันทำให้ผู้ชายที่เชื่อเล็กซ์นี้คนนี้โกรธเด็ดขาด
แจ็คสันนั้นสมแล้วที่เป็ถึงมหาเศรษฐีเบอร์ต้นๆ ของสยาม เขาปรับตัวเข้ากับกองกำลังหอกเหล็กได้อย่างรวดเร็วแถมหน่วยที่เขาสังกัดอยู่คือทีมเดียวกับอเล็กซ์ เพราะความภักดีของแจ็คสันนั้นมีคำว่า " ถาวร " ต่อท้ายยังไงละ แม้แต่อเล็กซ์ยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเวลาเพียง 2 คืน ผู้ชายคนนี้ก็ยอมถวายหัวให้เขาแล้ว ตอนนี้อเล็กซ์ได้มอบหมายงานสร้างกำแพงให้กับแจ็คสันดูแล และเขาก็ทำมันออกมาได้ดีมากๆ ด้วย ชายอ้วนคนนี้เป็มิตรกับทุกคนในเวลาเดียวกัน เขาก็สร้างบารมีให้กับตัวเองไปด้วย อเล็กซ์ให้เหตุผลว่าทำไมจึงแต่งตั้งให้แจ็คสันเป็หัวหน้ารับผิดชอบงานสร้างกำแพงกับคนที่สงสัยว่า
" เพราะแจ็คสันคือเ้าของที่นี่ตัวจริง เราควรจะให้เกียรติเขาสักหน่อยจริงไหม "
โดยที่ทุกคนไม่รู้เลยว่าอเล็กซ์ได้วางตัวผู้ชายของคนนี้เอาให้สูงกว่านั้นมาก เพราะเมื่อใดก็ตามที่เขากับครอบครัวออกเดินทางไปภาคเหนือ แจ็คสันจะเป็คนทำหน้าที่ดูแลค่ายผู้รอดชีวิตแห่งนี้แทนเขา และเมื่อแจ็คสันได้รับการยอมรับมากกว่านี้ เขาจะเปลี่ยนแจ็คสันให้กลายเป็มนุษย์ที่ได้รับการวิวัฒนาการอย่างแน่นอน
วันนี้การก่อสร้างกำแพงดำเนินไปได้เร็วกว่าเมื่อวาน เนื่องมาจากความคุ้นเคยกับเครื่องมือต่างๆ รวมถึงคนที่ได้รับาเ็กลับมาเข้าร่วมกับหน่วยของพวกเข้าได้หลายคนแล้ว เมื่อทุกอย่างดำเนินไปอย่างเป็ระเบียบ อเล็กซ์ก็ขึ้นไปหาผู้ช่วยวิเชียร แล้วก็ตรวจสอบเขาอีกครั้ง จากนั้นก็กระทืบให้สลบเหมือนอย่างเคย จากนั้นอเล็กซ์ก็ออกไปจากศูนย์วิจัย นอกจากไปราดตระเวนรอบๆ แล้ว เขาตั้งใจไปเก็บตัวอย่างกลับมาทดลองกับผู้ช่วยวิเชียรเพิ่ม
กว่าอเล็กซ์จะกลับมาก็เข้าสู่่เวลายามเย็น กองกำลังหอกเหล็กทุกหน่วยเริ่มรายงายสรุปภารกิจของวันนี้ทันที อเล็กซ์ก็พยักหน้ารับ แล้วเริ่มรับประทานเย็นร่วมกันเหมือนอย่างเช่นเคย แล้วค่ำคืนที่เงียบเหงาก็กลับมา หน่วยที่ 19 ยังคงทำหน้าเฝ้ายามที่เช่นเดิม แต่วันนี้พวกเขารู้สึกว่ามันไม่ได้เงียบเหมือนกับทุกวัน ชาติที่มีกล่องส่องทางไกลมองเห็นเงาของพวกบีสท์หลากหลายสายพันธุ์เดินลัดเลาะที่แม่น้ำรอบกำแพงชั้นนอก เหมือนว่าพวกมัน้าจะทดสอบอะไรสักอย่าง ชาติรีบแจ้งเื่นี้ให้กับอเล็กซ์ทราบในทันที แล้วเขาก็แปลกใจคำพูดของอเล็กซ์
" พวกมันมาพิสูจน์ว่าเ้างูหลามยีกษ์ยังอยู่ไหม วันนี้ผมไปตรวจสอบที่สะพานแขวนแล้วพบว่ามีการต่อสู้กันอย่างดุเดือดทั้งมนุษย์กับบีสท์ ซอมบี้กับบีสท์ เรียกได้ว่าที่พวกเรายังอยู่สุขสบายมาหลายวัน ก็เพราะมีฝูงบีสท์ที่แข็งแกร่งป้องกันสะพานเอาไว้ และดูเหมือนว่าพวกมันจะใช้สะพานแห่งนั้นเป็สนามรบเพื่อวัดกำลังกัน หลังจากกำแพงชั้นในแล้วเสร็จ พวกเราก็ต้องออกไปหาเสบียงมาเพิ่มเช่นกัน เตรียมใจให้ดีล่ะ… "
ค่ำคืนนี้ยังคงเป็เฉกเช่นเดิม แจ็คสันนำอาหารมามอบให้กับวิเชียรแล้วก็รีบออกไปเหมือนกับทุกคืน ผู้ช่วยวิเชียรไม่นึกเอะใจเลยว่าตอนนี้มันกำลังกลายเป็หนูทดลองของอเล็กซ์อยู่ มันรับรู้เพียงแค่ว่า มันขอบคุณในน้ำใจของเพื่อนตัวอ้วนของมันมาก ในวันนี้อเล็กซ์ยังคงแอบดูพฤติกรรมของผู้ช่วยวิเชียรอย่างลับๆ เช่นเคย และในคืนนี้เขาแน่ใจแล้วในหลายๆ สิ่ง ธรรมชาติยังคงปราณีมนุษยชาติอยู่ หลังจากที่มันได้เปลี่ยน มนุษย์เกินกว่าครึ่งให้กลายเป็ปีศาจไป แต่ธรรมชาติได้ทิ้งลูกเล่นเอาไว้อีกมากมายเพื่อเป็ทางรอดให้กับมนุษย์แทน
คืนนี้อเล็กซ์ไม่ได้อยู่เฝ้ายามเหมือนอย่างเคย เพราะความตรึงเครียดมันได้กัดกินค่าสติปัญญารายการตอบสนองของเขาลงไปต่ำไปเกือบจะ 50 หน่วยแล้ว และคืนนี้คงถือได้ว่าเป็คืนแรกที่เขาจะได้หลับนอนในศูนย์วิจัยจริงๆ หลังจากอเล็กซ์ลงมาที่ชั้นที่ 1 ของศูนย์วิจัยใต้ดินแล้ว เขาก็เดินตรงเข้าไปในส่วนลึกสุดของช่องทางเดิน ผ่านห้องนอนของนักวิจัยทั้งหมดไป แล้วเขาก็ไปถึงห้องชุดที่เดิมทีเป็ของแจ็คสันที่สร้างไว้สำหรับตัวเองกับครอบครัว แต่ตอนนี้เขาเต็มใจมอบมันให้กับอเล็กซ์ โดยห้องแห่งนี้แม้แต่ตาเฒ่าก็ไม่รู้ถึงการมีอยู่ของมัน แจ็คสันเก็บมันไว้เป็ความลับตลอดมา เขากลัวว่าถ้านักวิจัยรู้ถึงการมีอยู่ของห้องแห่งนี้ จะมีคนแอบมาใช้นอนห้องของเขานั้นเอง
อเล็กซ์ใช้กุญแจที่แจ็คสันมอบให้เสียบเข้าไปในบริเวณผนังที่ไม่สะดุดตา แล้วหมุนมัน เสียงกลไกดังขึ้นทันทีเบาๆ จากนั้นผนังสุดทางเดินก็แง้มออก เขาใช้มือเปิดมันให้กว้างออกเล็กน้อย ก่อนจะเดินเข้าไปแล้วดันผนังหรือประตูบานนี้ปิดลงเช่นเดิม เมื่อเข้ามาภายในจะพบกับห้องโถงรับแขกที่มีชุดโชฟาราคาแพงตั้งอยู่ ถัดไปก็เป็เคาท์เตอร์บาร์ที่มีเครื่องดื่มมากมายหลายชนิดเรียงกันอยู่มากมายเหมือนกับห้องเก็บไวน์
ไม่ไกลจากนั้นคือโซนของห้องครัวหรือจะเรียกห้องอาหารดีเพราะมันดูหรูหราเหลือเกิน แล้วลึกเข้าไปอีกจะเป็ส่วนของห้องนอน ที่มีทั้งหมด 4 ห้อง แล้วในส่วนสุดท้ายจะเป็ห้องน้ำหรือจะเรียกจะเรียกสถานที่ท่องเที่ยวขนาดย่อมดี มันมีทั้งบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติ ที่แจ็คสันขุดพบโดยบังเอิญ ธารน้ำตก สระว่ายน้ำขนาดย่อม พร้อมกับเครื่องสุขภัณฑ์ที่หรูหราถูกจัดเรียงไว้อย่างลงตัว แต่สิ่งที่สะดุดตามากที่สุดั้แ่อเล็กซ์เข้ามาก็คือ มะลิที่กำลังนั่งจิบไวน์เงียบๆ โดยมีอาเธอร์นอนหนุนตักของเธออยู่
ก่อนที่มะลิจะได้พูดอะไร อเล็กซ์ก็เดินไปเชยคางของเธอขึ้นมา ก่อนจะก้มหน้าลงไปจูบปากของเธออย่างอ่อนโยน รสชาติของไวน์ที่ผ่านกาลเวลามานานหลายสิบปีมันได้เพิ่มรสชาติของจูบนี้ให้หวานละมุนลิ้นยิ่งขึ้น อเล็กซ์กับมะลิเหมือนต้องมนต์สะกดซึ่งกันและกัน การจูบเริ่มเร้าร้อนขึ้นเรื่อย ๆ การกระของพวกเขาเหมือนได้เจอโอเอซิสในตอนหลงทางกลางทะเลทราย แต่แล้ว…
" แม่ครับผมกลัว ~ "
เสียงละเมอของอาเธอร์ฉุดกระชากลากอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่าน ของทั้งอเล็กซ์กับมะลิกับมาจุดเริ่มต้นทันที แล้วทั้งสองคนก็แยกปากออกจากกัน แล้วอเล็กซ์ก็อุ้มอาเธอร์ขึ้นจากโซฟาเดินไปยังห้องนอน โดยมีมะลิเดินตาม คืนนี้เธอไม่ต้องเฝ้ายามอีกแล้ว ตราบใดที่มีอเล็กซ์อยู่ใกล้ๆ นี้คือความคิดของมะลิที่กำลังมองไปยังแผ่นหลังที่ตั้งตระหง่านของอเล็กซ์
" ห้องไหนคุณ ? "
เสียงพูดของอเล็กซ์ดังขึ้นเรียกสติที่กำลังหลุดลอยไปไกลของมะลิกลับมา แล้วเธอก็เปิดห้องนอนห้องหนึ่งให้กับอเล็กซ์ แต่เมื่อเปิดเข้าไปก็พบลินดานอนอยู่
" ลืมค่ะ ผิดห้อง พอดีลินดาเธอรู้สึกกลัวเลยมาขอนอนอยู่กับพวกเรา ฉันเลยถือวิสาสะอนุญาตคุณคงไม่ว่าอะไรนะคะ ? "
" ทำไมต้องว่าด้วยล่ะ ลินดาก็ไม่ใช่คนอื่นเสียหน่อย ถึงแม้แต่ก่อนเธอจะคอยขัดขวางไม่ให้ผมแอบกินแม่ของอาเธอร์ก็ตาม "
และเมื่อมะลิเปิดห้องนอนอีกห้อง ก็พบว่าภายในนี้มีเฮร่ากับอลิซาเบธกำลังนอนละเมอกอดกันกลมอยู่ ทำให้อดคิดถึงคำว่าเลสเบี้ยนไม่ได้เลย แต่การเปิดห้องผิดครั้งที่ 2 ของมะลินี้ ได้ทำให้อเล็กซ์เข้าใจในหลายๆ อย่าง ผู้หญิงคนนี้ั้แ่มาถึงศูนย์วิจัย เธอไม่เคยนอนภายในห้องนอนเลย ดูเหมือนเธอจะทำหน้าที่เฝ้ายามให้กับคนในครอบครัวของเขาทุกคืน การกระทำของมะลิในคราวนี้ ได้ทำลายหัวใจศิลาที่พร้อมจะด้านชาได้ทุกเมื่อของอเล็กซ์ลงทันที ….