Strike สไตรค์ ไล่ล่าข้ามจักรวาล

    ตอนที่ 28.5 จงวิ่งไปยังเส้นทางนั้นซะสหายเอ๋ย

    ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ไม่นาน

    ณ ป่าบนภูเขานอกหมู่บ้านที่ในตอนนี้นั้นได้มีชายสองคนกำลังวิ่งใต้เขาขึ้นไปอยู่เพื่อที่จะมุ่งหน้าไปที่ยังสถานที่ไหนสักแห่งหนึ่งอยู่อย่างรีบร้อนและร้อนรน

    หนึ่งในนั้นเป็นชายสวมหน้ากากลายพยัคฆ์เขียวนามว่าคาเซฮัสที่วิ่งนำชายสวมแวนจาง เฉินที่วิ่งไล่ตามมาแบบติดๆ อยู่

    ทั้งสองคนนั้นทั้งตัวเต็มไปด้วยเหงื่อที่ไหลออกมาตามร่างกายนั้นพร้อมกับเสียงหายใจที่สามารถได้ยินได้อย่างชัดเจนนั้น

    “รีบวิ่งเร็วเข้า! พวกเราจะต้องรีบไปให้ถึงที่นั่นให้เร็วที่สุดก่อนที่สถานการณ์จะแย่ไปมากกว่านี้! ”

    คาเซฮัสได้หันมาพูดถามจาง เฉินที่วิ่งตามมาพร้อมกับวิ่งไปด้วยโดยที่ความเร็วไปตกลงเลยแม้แต่น้อย

    “แฮก...แฮก...แฮก...ขะ...เข้าใจแล้วครับ! ...”

    จาง เฉิงที่วิ่งตามมาอย่างติดๆ ด้วยท่าทางที่ดูเหนื่อยล้าได้ตอบกลับไปด้วยนํ้าเสียงที่ออกอาการเหนื่อยหอบอย่างชัดเจน

    ทั้งสองคนนั้นได้รีบวิ่งไปตามเส้นทางที่เต็มไปด้วยต้นไม้ทั่วทุกทิศทางและพื้นดินที่เต็มใบไม้ที่อยู่บนดินที่กายเป็นโคลนตมไปหมดจากฝนที่ตกลงมาก่อนหน้านี้

    ด้วยการที่พวกเขานั้นวิ่งผ่าโคลนเหล่านั้นมาทำให้ชุดของพวกเขานั้นถูกย้อมไปด้วยสีของโคลนเหล่านั้นที่กระเด็นมาเปื้อนชุดของพวกเขาไปจนหมด

    “เดี่ยว! หยุดก่อน...”

    คาเซฮัสได้หยุดกระทันหันพร้อมกับได้ยกมือขึ้นมาหยุดจาง เฉินที่วิ่งตามมาเอาไว้ก่อนที่ตัวเขาจะวิ่งนำไป

    “มะ...มีอะไรงั้นเหรอครับ บอส...”

    จาง เฉินที่วิ่งชนมือของคาเซฮัสจนหยุดลงได้ถามกลับไปด้วยความสงสัยกับนํ้าเสียงที่เหนื่อยหอบมากกว่าปกติซะอีก

    “ข้างหน้ามีศัตรูน่ะซิ...”

    “เอ่ะ!? ...”

    จาง เฉินได้หันไปมองยังด้านนอกของพุ่มไม้มองไปยังทิศทางเดียวกันกับที่คาเซฮัสนั้นจ้องมองไปอยู่…

    และสิ่งที่อยู่ตรงปลายทางนั้นก็คือพวกออร์คกลุ่มหนึ่งที่ได้ยืนขวางทางที่พวกเขานั้นคิดที่จะมุ่งหน้าไปอยู่

    “บ้าๆ จริง ทำมั้ยพวกมันถึงมาอยู่ที่นี่ได้กัน...”

    คาเซฮัสที่พูดออกมาด้วยนํ้าเสียงที่เบานั้นได้จ้องมองดูพวกมันทั้งสามตนพร้อมกับในสมองของเขาที่เริ่มคิดแผ่นการที่จะแก้ไขสถานการณ์ในตอนนี้นั้นออกมา

    (พวกมันมีกันทั้งหมดสามตน...หนึ่งในนั้นไร้ซึ่งชุดเกาะป้องกันใดๆ แต่ทว่ามีดาบปังต่อขนาดใหญ่ที่ถือเอาไว้ด้วยสองมือพร้อมที่จะฟาดฟันศัตรูให้ขาดเป็นสองท่อนภายในพริบตา ส่วนอีกสองตนนั้นใส่ชุดเกาะที่ดูผุพังเอาไว้ทั้งร่างกายแบบจัดหนักจัดเต็ม แถมในมือนั้นยังถือขวานสองมือขนาดพอกันกับแขนของผู้ชายวัยหนุ่มสองอันที่ถือเอาไว้ในสองมือที่ดูใหญ่โต้ของพวกมัน...)

    “เอาไงดีครับบอส...”

    จาง เฉินที่เเอบอยู่ข้างๆกับคาเซฮัสได้ถามออกมา...

    แต่ทว่าก็ไม่ได้มีคำตอบตอบกลับมาจากคาเซฮัสที่กำลังใช้สมาธิอย่างมหาสารอยู่เลยแม้แต่น้อย

    (...ไม่ไหว ไม่ว่าจะคิดยังไงก็หาแผ่นการดีๆ ไม่ได้เลย...ไม่ได้! ท่ายังมัวแต่ลังเลอยู่แบบนี้ล่ะก็พวกมันอาจจะมาเพิ่มก็ได้...ถ้าเป็นแบบนั้นไม่ดีแน่...ถ้าเป็นแบบนี้ทางเลือกก็คงมีเพียงแค่ทางเดียวแล้วซินะ...)

    “จาร เฉิน...”

    ในที่สุดคาเซฮัสก็ได้ตอบกลับมา

    “ครับบอส...”

    “เดี่ยวข้าจะหลอกล่อพวกมันเอาไว้ สวนแกใช้โอกาศนั้นล่วงหน้าไปก่อนซะ... ”

    คาเซฮัสที่ได้พูดออกมาได้เริ่มทำการตรวจเช็คมีดสั้นที่ตนมีอยู่ให้พร้อม เตรียมตัวที่เริ่มต้นแผ่นการนั้นที่ตัวเขาได้คิดออกมาเป็นอย่างดีแล้ว

    “แต่ว่าบอส คนเดียวแบบนี้จะไหวหรือครับ...ให้ข้าช่วยอีกแรงน่าจะดี...”

    “ไม่ต้องเป็นห้วงไปหรอก…”

    คาเซฮัสได้พูดขัดจาง เฉินที่กำลังพูดอยู่

    “แค่เจ้าพวกกระจอกนี้ข้าคนเดียวก็เหลือเฟือแล้ว การช่วยเหลือนั้นไม่จำเป็น...”

    “แต่ว่า...”

    “ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น! ”

    คาเซฮัสที่ตัดสินใจแน่วแน่นั้นได้หันมายังจาง เฉินที่กำลังลังเลอยู่

    “เจ้าฟังข้าให้ดีนะ...”

    คาเซฮัสได้ใช้มือทั้งสองนั้นจับไปที่ไหล่ของจาง เฉินที่กำลังสั่นไปมานั้นเอาไว้

    “ถ้าพวกเรายังเสียเวลาอยู่ที่นี่ล่ะก็ พวกมันตนอื่นอาจจะไปพบเข้ากับสิ่งนั้นแล้วใช้มันทำลายพวกเราก็ได้รวมถึงดาวดวงนี้ด้วย เพราะงั้นพวกเราจะต้องแยกกันเพื่อไปให้ถึงสิ่งนั้นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เจ้าเข้าใจมั้ย! ...”

    “แต่ว่า...”

    ก่อนที่จาง เฉินจะได้พูดอะไรออกมา คาเซฮัสก็พูดออกมาอีกครั้งหยุดเขาเอาไว้

    “ถ้าเจ้ารวมสู้ด้วยแล้วบาดเจ็บขึ้นมามันก็จบ เพราะคนที่จะสามารถใช้สิ่งนั้นได้ดีที่สุดก็คือเจ้าจาง เฉิน เพราะฉะนั้นจะต้องรีบไปแล้วใช้มันจัดการกับพวกแล้วจบการต่อสู้นี้ลงซะ! ”

    (นี้เป็นครั้งแรกเลยที่บอสนั้นได้ฝากความหวังเอาไว้กับข้า…)

    จาง เฉินได้กำมือเอาไว้แน่น

    (ถ้างั้น...น่าที่ของข้าในตอนนี้นั้น ก็คือจะต้องตอบรับความคาดหวังนั้นเอาไว้อย่างสุดแรงทั้งร่างกายเเละจิตใจนี้!)

    “คะ...เข้าใจแล้วครับบอส...ข้านั้นจะตอบกับความคาดหวังนี้และทำมันให้สำเร็จให้ได้ครับ! บอส! ”

    จาง เฉินที่มีแววตาที่มุ่งมั่นนั้นได้ตอบรับความคาดหวังนั้นด้วยความรู้สึกทั้งหมดที่ตัวเขามีอยู่

    “อืม! ...ถ้างั้นข้าขอฝากเอาไว้กับตัวเจ้าด้วยล่ะ”

    “ครับ! ...”

    ตัวเขาได้ตอบรับแล้วทั้งสองนั้นก็เริ่มต้นเตรียมพร้อมสำหรับแผ่นการที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในไม่ช้า



    ครืน~...พุ่มไม้อันหนึ่งได้ส่งเสียงพร้อมกับได้พลิ้วไหวไปมาโดยที่ไร้ซึ่งสายลมใดๆ

    “ฮือ!? ...”

    และเสียงนั้นก็ได้ไปดึงดูดความสนใจของหนึ่งในออร์คทั้งสามที่ยืนอยู่ตรงนั้น

    ออร์คตนนั้นที่สวมเกาะที่ผุพังที่เต็มไปด้วยสนิมทั้งตัวที่ได้รู้สึกถึงความผิดปกตินั้นได้ทำการเดินเข้ามายังพุ่มไม้นั้นเพื่อสำรวจดูในทันที

    ออร์คตนนั้นที่ได้เดินมาหยุดลงที่ตรงหน้าของพุ่มไม้ที่หยุดพลิ้วไหวไปแล้วนั้น

    มันได้เก็บขวานสองมือหนึ่งอันเอาไว้ที่สายสะพายที่ด้านหลังของมัน จากนั้นก็ได้ชะโงกหน้าก้มมองลงไปที่พุ่มไม้แล้วใช้มือที่ว่างอยู่นั้นแหวกพุ่มไม้นั่นออกมา

    และในวินาทีที่พุ่มไม้นั้นถูกแหวกออกมานั้นก็ได้มีคมของใบมีดพุ่งออกมาจากภายในนั้นอย่างรวดเร็วด้วยเช่นกัน

    จึก! คมมีดที่คมกริบนั้นได้พุ่งตรงผ่านช่องว่างของชุดเกาะนั้นแล้วปักลงไปบนลำคอขนาดใหญ่ของออร์คตนนั้นจมมิดด้ามในทันที

    “อา! ...อ….”

    ไม่มีแม้แต่คำพูดใดๆ ออกมาจากปากอันใหญ่โต้นั้น เจ้าออร์คสวมเกาะที่โดนมีดเสียบทะลุลำคอและหลอดลมนั้นได้ตัวเซไปมาก่อนที่จะล้มลงไปนอนกองอยู่กับพื้นพร้อมกับมีดเล่มนั้นที่เสียบคาเอาไว้บนลำคอของมัน

    ตึ้ง!

    “ฮือ!! ”

    เสียงล้มตึงที่ดังลั่นของร่างกายอันใหญ่และชุดเกาะที่ผุพังนั้นได้ดึงดูดความสนใจของออร์คอีกสองตนที่เหลืออยู่ให้หันมาในทันที

    และสิ่งที่พวกมันได้เห็นก็คือร่างของพวกพ้องของมันที่ได้นอนกองอยู่กับพื้นพร้อมกับเลือดมากมายที่ได้ไหลออกมากองอยู่ท่วมพื้น

    และที่ด้านหลังของร่างกายนั้นก็ได้มีชายคนหนึ่งเดินออกมารจากภายในพุ่มไม้นั้น

    “พอเห็นสัญญาณเจ้ารีบไปเลยนะ...”

    “ครับ...”

    คาเซฮัสที่ได้เดินออกมาได้ส่งเสียงพูดออกมาเบาๆ ใส่พุ่มไม้นั่น หลังจากนั้นเสียงตอบกลับที่เบาพอๆ กันก็ได้ดังออกมาจากภายในพุ่มนั้นแทบจะในทันที

    ตัวเขาที่ได้ยินเสียงที่เบาบางนั้นได้ยิ้มออกมาที่มุมปาก ก่อนที่จะก้มตัวลงไปหยิบเอาขวานสองมือขนาดเท่าๆ กับแขนของตัวเขาที่กองอยู่บนพื้นที่เต็มไปด้วยเลือดของออร์คนั้นขึ้นมาถือเอาไว้ด้วยสองมือ

    คาเซฮัสที่ได้รับอาวุธมาแล้วนั้นได้ยกมันขึ้นมาชี้ไปที่พวกออร์คสองตนนั้น

    “เอาล่ะ! ใครจะเป็นรายต่อไปดีนะ”

    คาเซฮัสได้พูดออกมาด้วยนํ้าเสียงที่ทระนงใส่พวกออร์คที่ได้มองมาทางนี้

    ออร์คสองตนที่ฟังคำพูดนั้น พวกมันได้มองลงไปยังร่างของพวกพ้องที่นอนจมกองเลือดอยู่ที่ตรงข้างๆ ของคาเซฮัส

    “ย๊าก!! ”

    เสียงคำรามที่เต็มไปด้วยความโกรธได้ดังออกมาจากออร์คพวกนั้น

    หลังจากนั้นพวกมันก็ไม่รอช้าได้กำอาวุธในมือเอาไว้แน่นแล้ววิ่งตรงเข้ามาหาคาเซฮัสในทันที

    (ใช้แล้วแบบนั้นแหละ)

    คาเซฮัสได้กำขวานสองมือเอาไว้แน่นด้วยสองมือนั้นแล้ววิ่งพุ่งตรงเข้าไปหาพวกออร์คเหล่านั้นที่กำลังวิ่งเข้าในทันที

    ทั้งสามได้เหวี่ยงอาวุธในมือนั้นพุ่งตรงเข้าหาอีกฝ่ายในทันที

    ตึงๆ!!! เสียงของโลหะทั้งสี่ชิ้นที่ได้เข้ามาปะทะกันอย่างแรงท่ามกลางป่าลึกกลางหุบเขาแห่งนี้

    ทั้งสามได้ต่อสู้กันอย่างชุลมุนและในท่ามกลางความชุลมุนนั้นเองคาเซฮัสก็ได้ชำเลืองตามองไปยังพุ่มไม้ที่ตัวเขานั้นซ่อนตัวอยู่ก่อนหน้านี้

    (จังหวะนี้แหละจาง เฉิน...)

    คาเซฮัสได้ส่งสายตาจ้องมองไปที่จาง เฉินที่กำลังมองดูรอคอยจังหวะอยู่ภายในพุ่มไม้นั้น

    “ครับบอส...”

    จาง เฉินที่ได้เห็นสัญญาณจากแววตาของคาเซฮัสได้ตอบรับคำสั่งนั้นด้วยเสียงที่เบาบาง

    ตัวเขาได้ค่อยๆ ลุกขึ้นแล้วออกมาจากพุ่มนั้นโดยที่ระวังไม่ให้พวกออร์คเห็น

    พอออกมาจากพุ่มไม้นั้นได้แล้ว ตัวเขาก็ได้รีบวิ่งออกไปในทันทีด้วยความเร็วทั้งหมดที่ตัวเขานั้นสามารถทำได้มุ่งตรงไปในเส้นทางนั้นในทันทีโดยที่ไม่ได้หันกลับมามองที่ด้านหลังเลยแม้แต่น้อย

    (แบบนั้นแหละจาง เฉิน...วิ่งไปซะ...วิ่งไปยังความหวังที่รอคอยอยู่ที่สุดปลายทางของเส้นทางนั้น...)

    คาเซฮัสได้มองส่งสหายของตนจนลับตาไป ก่อนที่จะหันกลับมาจดจ่ออยู่กับการต่อสู้ตรงหน้า

    “เอาล่ะ ต่อจากนี้จะเอายังไงกับพวกแกดีนะ…”

    ตัวเขาได้พูดออกมาพร้อมกับได้ถอยห่างออกจากศัตรูตรงหน้า แล้วเริ่มวิเคราะห์หาทางที่จะเอาชนะพวกมันลง

    เขาได้มองไปยังออร์คที่สวมชุดเกาะที่ผุพังและถือขวานสองมือสองอันเอาไว้ที่สองมือที่เหมือนกันกับที่ตัวเขานั้นถืออยู่ที่แย้งมาจากออร์คที่ตายไป

    (ดูจากการท่าทางต่อสู่เมื่อครู่นี้แล้วไม่ค่อยคล่องแคล่วสักเท่าไหร่ ดูท่าจะเป็นพวกนักรบมือใหม่อย่างไม่ต้องสงสัย แล้วอีกตนหนึ่งล่ะ...)

    ตัวเขาได้มองไปยังออร์คอีกตนหนึ่งที่ได้ขยับออกมายืนอยู่อีกด้านหนึ่งของตนเพื่อปิดตายเส้นทางหนีของตัวเขาเอาไว้

    มันเป็นออร์คที่ไม่ได้ใส่ชุดเกาะใดๆ ใส่เอาไว้เพียงแค่ผ้าไม่กี่ชิ้นปิดบังร่างกายใหญ่โต้นั้นเอาไว้ แถมในมือยังถือดาบปังต่อขนาดใหญ่เอาไว้ด้วยมือขวาเพียงแค่ข้างเดียวเท่านั้น โดยที่ไม่มีท่าทางว่าจะเหนื่อยล่าเลยแม้แต่น้อย

    (เจ้าตัวถือดาบนั่น ดูจากการต่อสู้เมื่อครู่แล้วเหนือกว่าอีกตัวอย่างลิบลับเลย ปล่อยเอาไว้นานท่าจะไม่ใช้เรื่องดี...น่าจะต้องกำจัดมันให้ได้โดยเร็วซะแล้วสิ...แต่ว่า...)

    คาเซฮัสเหมือนจะคิดอะไรออกได้มองกลับไปยังออร์คสวมชุดเกาะอีกครั้ง

    (ไอ้ตัวถือดาบนั้นดูท่าแล้วแข็งแกร่งท่าเข้าไปสู้ด้วยจะต้องใช้เวลาสักพักในระหว่างนั้นอาจจะถูกเจ้านี้เข้ามายุ่งแล้วทำให้ข้านั้นพลาดท่าก็เป็นได้…)

    คาเซฮัสนั้นได้หยุดคิดไปครู่หนึ่ง...

    (ว่าแล้วจัดการเจ้านี้ก่อนน่าจะดีกว่า ด้วยท่าทางที่อ่อนแอนั่นน่าจะจัดการได้อย่างรวดเร็วกว่าอีกตัวหนึ่งแน่นอน...)

    “ถ้างั้นก็ตัดสินใจได้แล้ว...”

    คาเซฮัสที่ได้ตัดสินใจแน่ชัดแล้ว ได้สูดหายใจเข้าไปแรงหนึ่งครั้งก่อนที่จะวิ่งพุ่งตรงเข้าไปหาออร์คที่ใส่ชุดเกาะนั่นในทันที

    ออร์คสวมเกาะที่เห็นแบบนั้นได้ตั้งท่าเตรียมพร้อมต่อสู่

    ส่วนออร์คอีกตนหนึ่งที่ยืนอยู่อีกด้านพอเห็นคาเซฮัสวิ่งเข้าไปหาพวกพ้องของมัน ตัวมันก็ได้วิ่งเข้าไปพร้อมที่จะรวมต่อสู้ด้วยกันในทันที

    “แกมาได้ไม่ทันหรอก! ”

    คาเซฮัสที่เข้าไปใกล้ตัวของออร์คสวมเกาะได้ใช้เท้าของตนเตะโคลนที่พื้นขึ้นมาใส่ออร์คสวมเกาะตนนั้น

    “อ่า! ”

    ออร์คตนนั้นได้ร้องออกมาเพาะโคลนที่กระเด็นมานั้นได้กระเด็นเข้าไปในลูกตาทั้งสองข้างของมัน

    ในตอนนี้ที่ตัวมันนั้นมองไม่เห็นได้กวัดแกว่งขวานสองมือในมือทั้งสองอันไปมาโดยหวังว่าจะฟันโดนคาเซฮัสที่วิ่งเข้ามา

    (จังหวะนี้แหละ...)

    คาเซฮัสได้ใช้จังหวะที่ออร์คสวมเกาะนั้นสับสนอยู่ในการเข้าโจมตีในทันที

    “ย๊าก! ”

    ตัวเขาได้ตะโกนออกมาด้วยเสียงที่หนักแน่แล้วเหวี่ยงขวานสองมือที่ถืออยู่ด้วยสองมือนั้นเข้าใส่ออร์คตนนั้นในทันที

    คมขวานนั้นได้ฟันผ่านช่องวางของชุดเกาะนั้นเข้าสู่ร่างกายของออร์คนั่นในทันที

    “อาาา! ....อ….”

    ออร์คตนได้กรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดก่อนที่จะล้มลงไปนอนกองอยู่กับพื้นที่ได้ชุ่มไปด้วยเลือดมากมายของมันที่ได้ไหลออกมาจากบาดแผลขนาดใหญ่นั้น

    “แฮก...แฮก...แฮก...เอาล่ะเหลืออีกหนึ่ง...”

    คาเซฮัสที่หอบแฮกๆ ได้หันกลับไปเตรียมพร้อมที่จะจัดการกับออร์คตนสุดท้ายที่เหลืออยู่ ณ ที่นี้

    ครืน~ ทันทีที่ตัวเขาหันไปก็ได้เห็นคมดาบขนาดใหญ่ที่กำลังถูกเหวี่ยงฟันเข้ามายังตัวเขาด้วยความรวดเร็วและรุนแรง

    “!? ”

    ตัวเขาที่เห็นแบบนั้นได้กระโดดถอยหลังพร้อมกับได้ยกขวานสองมือที่ถืออยู่ด้วยสองมือนั้นขึ้นมาป้องกันคมดาบที่กำลังพุ่งเข้ามาเอาไว้

    ตึง! คมดาบและขวานได้เข้าปะทะกันอย่างรุนแรงทำให้คาเซฮัสที่ลอยอยู่เหนือพื้นนั้นโดนแรงปะทะกันที่รุนแรงนั่นพักให้กระเด็นลอยกระเด็นออกไป

    ครืน~ตึง! ร่างกายของคาเซฮัสที่ลอยออกมาจากตรงนั้นได้เข้าปะทะกับต้นไม้แถวนั้นอย่างแรงแล้วหยุดลงนั่งกองอยู่ที่ใต้ต้นไม้ต้นนั้น

    “อะ...อา...”

    (ชิ! บ้าเอ๊ย...ไม่คิดเลยว่ามันจะมาเร็วแบบนี้...นึกว่าจะช้ากว่านี้สัก2วินาทีซะอีก...)

    คาเซฮัสที่มีอาการเจ็บหลังเพราะกระแทกเข้ากับต้นไม้นั่นได้พยายามใช้มือดันพื้นเพื่อลุกขึ้นมา

    ตัวเขาในตอนนี้นั้นทั้งบาดเจ็บและเหน็ดเหนื่อย อยากที่จะนอนลงและพักสัก2-3นาทีเพื่อผ่อนคลายความเหนื่อยล้านี้ลง...

    แต่ดูเหมือนว่าในตอนนี้นั้นไม่ใช้เวลาจะมาทำแบบนั้น

    ตัวเขาที่กำลังจะลุกขึ้นมาได้นั้น ได้มองออกมาจากช่องของหน้ากากที่สวมอยู่นั้น และตรงหน้านั้นตัวเขาได้เห็นออร์คไร้เกาะที่กำลังวิ่งเข้ามาหาตัวเขาพร้อมกับดาบในมือที่ได้ง้างรอเตรียมพร้อมที่จะฟันเข้าใส่ตัวเขาที่ยืนขึ้นมาพิงต้นไม้นั้นอยู่

    “ชิ! บ้าเอ๊ย...”

    คาเซฮัสที่เห็นแบบนั้นตัวเขาได้หยิบขวานที่ตกอยู่ข้างๆ ขึ้นมาถือเอาไว้ด้วยสองมือ

    พอตัวเขาได้ขวานมาอยู่ในมือแล้วนั้นตัวเขาได้ขยับร่างกายของตนเองในทันที แต่ทว่าแทนที่ตัวเขานั้นจะรีบวิ่งเข้าไปต่อสู้กับออร์คตรงหน้าที่กำลังวิ่งเข้ามา ตัวเขากลับรีบวิ่งเข้าไปหลบที่หลังต้นไม้ที่ยืนพิงอยู่ในทันทีแทน

    ต้นไม้ที่สูงใหญ่นั้นได้ปิดบังร่างกายของตัวเขาทั้งหมดเอาไว้จนมิดชิดจากสายตาของออร์คไร้เกาะที่กำลังวิ่งเข้ามา แต่ถึงจะไม่เห็นร่างกายก็ตามแต่ก็ยังคงสามารถมองเห็นขวานสองมือขนาดเท่าแขนนั้นที่เกินออกมาจากลำต้นของต้นไม้นั้น

    ออร์คที่วิ่งมาจนถึงหน้าต้นไม้นั้นได้เหวี่ยงดาบปังต่อในมือฟันเข้าไปที่ต้นไม้ต้นนั้นในทันที

    ตึง! คมดาบปังต่อนั้นได้ฟันตัดผ่านต้นไม้นั้นไปได้อย่างง่ายดาย

    ต้นไม้ที่ถูกคมดาบตัดผ่านจนกลายเป็นเศษซากกระจายลอยไปมาอยู่ในอากาศและในเศษซากเหล่านั้นก็ได้มีเศษชิ้นสวนของขวานสองมือที่คาเซฮัสนั้นหยิบติดมือมาอยู่ในนั้นด้วย

    แต่ถึงจะมีเศษซากอยู่มากมายก็ตาม แต่ทว่าในนั้นกับไม่มีเศษชิ้นส่วนร่างกายของคาเซฮัสที่น่าจะโดนคมดาบตัดเป็นสองท่อนอยู่ในนั้นเลยแม้แต่ชิ้นเดียว

    “อือ? ...”

    ออร์คตนนั้นที่ได้เห็นแบบนั้นได้ตกใจเป็นอย่างมากจึงได้รีบหันมองไปทั้งซ้าย,ขวา,หน้า,หลังเพื่อหาคาเซฮัสที่ได้หายไปในทันที

    ทั้งซ้ายและขวา ทั้งหน้าและหลัง ไม่ว่าออร์คไร้เกาะนั้นจะหันมองไปยังทิศทางไหนก็ตามมันก็ไม่พบล่องลอยของคาเซฮัสเลยแม้แต่น้อย

    แต่ถึงจะยังหาไม่พบก็ตามออร์คตนนั้นก็ยังคงไม่ลดละยังคงหันมองทุกทิศทางไปมาอยู่เช่นเดิม เพื่อที่จะตามหาศัตรูของตนที่หายไป เพื่อที่จะใช้คมดาบในมือนี้ล้างแค้นให้กับพวกพ้องที่ตายไปด้วยความโกรธแค้นทั้งหมดที่มี

    แต่ทว่าตัวมันนั้นกับไม่รู้สึกตัวเลยทุกๆ การกระทำนั้นถูกจับจ้องมองดูอยู่โดยศัตรูที่กำลังหลบซ่อนตัวอยู่ในที่ที่สูงยิ่งกว่าตัวมันไปอีก

    ณ พุ่มไม้ที่ด้านบนของหนึ่งในต้นไม้มากมายในหุบเขาแห่งนี้ที่กำลังผิวไหวไปมาตามสายลมที่รุ่นแรงที่จู่ๆ ก็เกิดขึ้นมาโดยที่ไม่มีใครได้ตั้งตัวพร้อมกับเมฆสีดำมากมายที่ได้ปกคลุมท้องฟ้าอยู่จนแทบที่จะไม่สามารถมองเห็นสีของท้องฟ้าจริงๆ ที่อยู่ด้านบนจากมันได้เลยแม้แต่น้อย

    (...อีกแค่นิดเดียว...อีกแค่นิดเดียวเท่านั้น...)

    คาเซฮัสที่กำลังมองลงมาจากพุ่มไม้ด้านบนของต้นไม้ที่อยู่ใกล้กับออร์คตนนั้นที่กำลังมองหาตัวเขาอยู่

    ตัวเขาที่ใช้จังหวะที่เข้าไปหลบที่ด้านหลังของต้นไม้นั้นได้ใช้จังหวะที่ต้นไม้ได้บังตัวเขาเอาไว้จากสายตาของออร์คในการทิ้งขวานเอาไว้ที่ด้านล่างแล้วรีบปีนขึ้นไปยังด้านบนของต้นไม้ต้นนั้น และในวินาทีที่ต้นไม้ต้นนั้นได้ถูกโคนลงมาด้วยคมดาบของออร์คไร้เกาะนั้น ตัวเขาได้ใช้จังหวะที่ต้นไม้กำลังล้มลงในการกระโดดจากต้นไม้หนึ่งไปยังอีกต้นไม้หนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ แล้วหลบซ่อนตัวอยู่ที่นั่นจนถึงตอนนี้

    ตัวเขาที่กำลังมองลงมาจากที่ซ่อนตัวได้กำมีดในมือที่เหลืออยู่เป็นเล่มสุดท้ายเอาไว้แน่นด้วยทั้งสองมือที่กำลังสั่นไปมาด้วยความเหนื่อยล้านั้นเอาไว้

    (อีกแค่สองก้าวเท่านั้น...)

    ตัวเขาได้หายใจเข้าออกเพื่อทำให้จิตใจนั้นสงบลง จนในที่สุดมือทั้งสองก็ได้หยุดสั่นลง…

    และแล้วในจังหวะนั้นที่ตัวเขากำลังรอคอยก็มาถึง

    เปลี่ยง! เสียงของฟ้าผ่าที่ได้ดังขึ้นมาจากทางหมู่บ้านนั้นได้ดังสนั่นไปทั่วทั้งหุบเขาและในจังหวะนั้นนั่นเองที่สายฟ้าได้ผ่าลงมา

    “! ”

    ออร์คตนนั้นที่ได้ตกใจและหวาดกลัวเสียงของมันจึงได้ถอยหลังไปสองก้าวโดยและลดการป้องกันตัวลงมา โดยที่ตัวมันนั้นไม่รู้ตัวเลยว่านั่นจะเป็นการเดินครั้งสุดท้ายของมันแล้ว

    คาเซฮัสที่ได้เห็นจังหวะที่ตัวเขานั้นรอคอยอยู่นั้น ได้กระโดดลงมาจากด้านบนของต้นไม้แล้วพุ่งตัวตรงลงมาใส่ออร์คที่อยู่ด้านล่างในทันที

    ตัวเขาได้กำมีดในมือเอาไว้แน่นด้วยสองมือที่นิ่งสงบนั้น

    จึก! คมมีดที่คมกริบได้พุ่งผ่านอากาศลงมาพร้อมกับตัวเขาทิ่มแทงลงไปที่ด้านบนหัวของออร์คตนนั้นจนมิดด้าม

    “อ...ออ...”

    ออร์คตนนั้นพยายามที่จะตอบโต้คาเซฮัสที่ขี่คอมันอยู่กลับไปด้วยดาบในมือ

    แต่ทว่าเพราะมีดที่เสียบคาหัวของมันอยู่ทำให้มันนั้นหมดโอกาศนั้นไป

    ตึ้ง! ร่างกายขนาดใหญ่ของออร์คตนนั้นได้ล้มลงไปกองอยู่กับพื้นและแน่นิ่งไปพร้อมกับเลือดมากมายที่ได้ไหล่ออกมาจากบาดแผลเล็กๆ นั่นที่ถูกมีดเล่มเล็กๆ นั้นเสียบคาอยู่อย่างนั้น

    คาเซฮัสที่ทั้งร่างกายเต็มไปด้วยเหงื่อมากมายที่ได้ไหลออกมาจากร่างกายของเขาผสมรวมกันกับโคลนและเลือดที่กองอยู่บนพื้นจนร่างกายและชุดที่เขาใส่อยู่ได้กายเป็นสีที่ขุ่นมัวไปจนจดจำสีดั้งเดิมของมันไม่ได้เลยนั้นได้ถอนหายใจออกมา

    “เฮ้อ~...”

    ตัวเขาที่นอนอยู่ได้ลุกขึ้นมานั่งอยู่ที่ข้างๆ กับศพของออร์คตนนั้นที่ตัวเขานั้นได้กำจัดมันลงไปแล้ว

    (ใช้แรงมากเกินไปซะได้...)

    คาเซฮัสได้ใช้สองมือดันพื้นเพื่อลุกขึ้น

    “จะต้องรีบตามจาง เฉินไป...”

    ครืน! แต่ในวินาทีนั้นที่ตัวเขากำลังจะลุกขึ้นมาก็ได้มีบางสิ่งกำลังพุ่งตรงเข้ามาจากทางด้านหลังของตัวเขา

    “ฮะ!? ”

    คาเซฮัสที่ได้ยินเสียงของสิ่งนั้น ตัวเขาจึงได้ใช้มือที่ดันพื้นอยู่ในการดันตัวเองขึ้นเหนือพื้นแล้วกระโดดหลบไปทางด้านขวาของตนในทันที

    ตึง! เสียงของของแข็งที่ได้ตกลงกระทบพื้นที่ตัวเขานั้นเคยนั่งอยู่

    คาเซฮัสที่กระโดดหลบไปได้หันกลับมายังจุดที่ตัวเขานั้นเคยนั่งอยู่ก่อนหน้านี้และตัวเขาก็ได้เห็นสิ่งนั้นที่กองอยู่บนพื้นที่กลายเป็นหลุมตื้นๆ ไป

    มันคือลูกตุ้มหนามทรงกลมที่มีขนาดใหญ่เท่ากับหัวของตัวเขาที่ติดโซ่ล่ามเอาไว้ที่ตรงด้านหนึ่งของวงกลมนั้น

    (นั้นมันมาจากไหนกัน?)

    คาเซฮัสที่คิดสงสัยอยู่ในใจในขณะที่ตัวเขากำลังลอยอยู่เหนือพื้นได้หันมองไปตามโซ่นั้นและที่ปลายทางของมันนั้นตัวเขาก็ได้เห็นร่างกายของออร์คตนหนึ่งที่ยืนอยู่ที่ปลายทางนั้น

    “หลบได้งั้นเหรอ...”

    ออร์คตนนั้นที่มองไปยังคาเซฮัสด้วยดวงตาสีแดงของมันนั้นได้พูดออกมาด้วยนํ้าเสียงที่แหบแห้งด้วยปากที่หยาบกร้านที่มีฟันขนาดใหญ่ที่หักไปครึ่งหนึ่งงอกออกมาจากปากของมัน

    ตัวมันได้ใช้มือของมันดึงลูกตุ้มหนามกลับไปด้วยโซ่ในมือขวาของมัน

    มันคือออร์คที่ดูมีอายุมากที่มีผิวกายเหี่ยวย่นและหยาบกร้านสีเขียวเข้มจนเกือบที่จะกายเป็นสีนํ้าตาลไป มีผมยาวสีขาวซีดที่ดูหยาบกร้านยาวลงมาปกคลุมใบหน้านั้นเอาไว้เกือบทั้งหมด

    ตัวมันนั้นไม่ได้ใส่ชุดเกาะใส่เอาไว้เพียงแค่ผ้าขาดๆ ที่พันร่างกายเอาไว้ทั้งหมดเท่านั้นแสดงให้เห็นถึงความไม่เก่งกลัวต่อสิ่งใดที่จะเข้ามาทำลายตัวมันเลยแม้แต่น้อย และที่สำคัญในมือขวานั้นยังถือโว่ที่ล่ามลูกตุ้มหนามเอาไว้พร้อมที่จะฟาดทุกสิ่งทุกอย่างให้แหลกสลายไปจนหมดสิ้นด้วยพลังที่เหนือกว่า

    คาเซฮัสที่ลงมายืนที่พื้นได้นั้น ได้เผลอมองเข้าไปยังในตานั้นของมัน ในตาของนักรบที่แข็งแกร่งที่ไม่ว่าจะอายุมากแค่ไหนก็ยังคงมีไฟแห่งการต่อหลงเหลืออยู่ภายในนั้น

    ตัวเขาที่เห็นแบบนั้นด้วยตาของตนเองจึงได้เผลอถ่อยหลังไปหนึ่งก้าวโดยที่ตัวเขานั้นไม่รู้ตัวและได้แสดงสีหน้าที่เป็นกังวลออกมาโดยที่ไม่รู้ตัวด้วยเช่นกัน

    (แววตาแบบนั้น...ถ้าจะไม่ดีแล้วสิ...แถมร่างกายของข้านั้นก็มาใกล้ถึงขีดจำกัดแล้ว...แบบนี้คงจะต่อสู้ต่อไปคงจะไม่ใช่เรื่องดีแน่...คงต้อง...)

    คาเซฮัสที่ไม่เห็นหนทางชนะจึงได้ตัดสินใจที่จะเตรียมตัวหนีไปจากที่ตรงนี้

    ครืน! แต่ทว่าในขณะที่ตัวเขากำลังจะหนีไปก็ได้มีลูกตุ้มหนามถูกเหวี่ยงพุ่งตรงเข้ามาใส่ตัวเขาอีกครั้ง

    “ฮะ! ”

    ตึง! ลูกตุ้มหนามนั้นได้กระทบลงสู่พื้นอีกครั้งพร้อมกับคาเซฮัสที่ได้กระโดดหลบมันมาได้อีกครั้งด้วยเช่นกัน

    “แกคิดที่จะหนีสินะ”

    “ฮะ? ”

    คาเซฮัสที่ได้ยินสิ่งนั้นที่ออร์คตนนั้นได้พูดออกมานั้นได้ทำสีหน้าตกตะลึงไปครู่นึ่ง

    (มันอ่านใจข้าได้งั้นเหรอ...)

    “ไม่ได้อ่านใจอะไรทั้งนั้น”

    “!? ”

    คาเซฮัสได้ทำสีหน้าตกใจขึ้นมาอีกครั้งเมื่อได้ยินคำพูดนั้น

    “ข้าแค่ดูจากสีหน้าของเจ้าเท่านั้น ก็สามารถบอกได้แล้วว่าเจ้านั้นกำลังคิดอะไรอยู่เจ้าน้อยหนู”

    ออร์คชรานั้นพูดออกมาพร้อมกับได้ใช้มือคู่นั้นดึงเอาลูกตุ้มหนามนั้นกลับไปอีกครั้งจนมาถึงมือของมันในที่สุด

    “นามของข้านั้นคือผู้ทลายภูผา โทรลล์เพ่น รองหัวหน้าแห่งกองทัพออร์คหนึ่งในสี่มหากองทัพแห่งเฮลไฮล์ม”

    เปรี้ยง! สายฟ้าจากที่ห่างไกลได้ฟาดผ่าลงมาอีกครั้งพร้อมกับออร์คชราตนนั้นที่ได้เอ่ยนามของตนเองออกมา

    “เฮ้อ~ดูเหมือนว่าเจ้าหนูนั่น...ไม่ซิ หัวหน้าของพวกข้าจะเจอคนที่คู่ควรพอที่จะใช้สิ่งนั้นแล้วสินะ เฮ้ย~น่าอิจฉาจริงๆ เลยนะ”

    ออร์คชราได้เกาหัวแกร่กๆ หลังจากที่ได้มองไปยังทิศทางของสายฟ้านั่น

    หลังจากนั้นตัวมันก็ได้หันกลับมาหาคาเซฮัสอีกครั้ง

    “เอาล่ะไหนดูซิว่าแกจะทำให้ข้าสนุกได้มากแค่ไหนกัน”

    ออร์คชราที่พูดออกมาแบบนั้นได้ใช้มือของมันเหวี่ยงโซ่ในมือทำให้ลูกตุ้มหนามนั้นถูกเหวี่ยงไปมาเป็นวงกลมที่เร็วขึ้นทุกวินาที

    (แบบนี้ดูท่าจะไม่มีดีแล้ว...คงมีแต่จะต้องสู้อย่างเดียวแล้วซินะ...)

    คาเซอัสที่ดูเหนื่อยล้าได้เอื้อมมือไปหยิบเอากิ่งไม้ขนาดพอๆ กันกับแขนของตนที่ตกอยู่ใกล้ๆ ขึ้นมาเป็นอาวุธเพื่อใช้ต่อสู้กับลูกตุ้มหนามตรงหน้า

    “ฮึ! แกคิดว่าจะใช้สิ่งนั้นต่อสู้กับข้าได้งั้นเหรอ”

    “ถ้าไม่รองก็ไม่รู้หรอก...”

    (ไม่เลย...เอาจริงๆ ก็รู้อยู่แล้วล่ะว่าไม่ไหว แต่ถึงอย่างนั้นก็มีแต่ต้องลองเสี่ยงดูเท่านั้น...)

    ตัวเขาได้หายใจเข้าลึกๆ ก่อนที่จะตะโกนออกมาสุดเสียงด้วยนํ้าเสียงที่ทรงพลังนั้น

    “ถ้าไม่รองก็ไม่รู้หรอก! ”

    ตัวเขาที่ได้ตะโกนออกมาได้วิ่งพุ่งตรงเข้าไปเข้าใส่ออร์คชราตรงหน้าที่กำลังเหวี่ยงลูกตุ้มหนามในมือไปมาเตรียมพร้อมรอที่จะใช้มันในอีกไม่ช้านี้

    “ฮึ! ก็สวยซิ! ”

    ออร์คชราได้เหวี่ยงโซ่ในมือนั้นแล้วลูกตุ้มหนามที่ทรงพลังก็ได้พุ่งตรงเข้ามาหาคาเซฮัสที่กำลังวิ่งเข้ามาหามัน

    คาเซฮัสที่เห็นลูกตุ้มหนามที่กำลังพุ่งตรงเข้ามาด้วยความเร็วนั้น ได้เหวี่ยงตัวหลบมันมาได้อย่างฉิวเฉียด

    ตัวเข้าที่หลบมันมาได้นั้นได้วิ่งพุ่งตรงเข้าไปตามสายโซ่นั่นตรงเข้าไปหาออร์คชราที่อยู่นะปลายทางของมัน

    ตัวเขาที่ไปถึงตรงหน้าของออร์คชราในพริบตาเดียวนั้น ได้กระโดดขึ้นเหนือพื้นแล้วเหวี่ยงร่างกายหมุนตัวเพิ่มแรงเหวี่ยงพร้อมกับได้กำกิ่งไม้ในมือเอาไว้แน่นเตรียมพร้อมที่จะฟาดมันลงไปยังออร์คชราที่อยู่ตรงหน้า

    “หึ! ...”

    แต่ทว่าในช่วงเวลานั้นในจังหวะที่กิ่งไม้กำลังจะมาถึงตัวของออร์คชรานั้นก็ได้มีเสียงบางอย่างที่พุ่งเข้ามาจากทางด้านหลังของคาเซฮัสอย่างรวดเร็ว

    “ฮะ!? ”

    คาเซฮัสที่ได้ยินเสียงนั้นได้เหลือกตามองกลับไปยังด้านหลังของตนในขณะที่กำลังหมุนตัวอยู่และเขาก็ได้เห็นภาพของลูกตุ้มหนามที่ได้เลี้ยวกลางอากาศแล้วพุ่งตรงเข้ามาหาตัวเขาอย่างรวดเร็วมากกว่าความเร็วของตัวเขาหลายเท่าตัว

    “อะไร! ”

    คาเซฮัสที่เห็นแบบนั้นรู้ได้ในทันทีเลยว่าท่าปล่อยเอาไว้แบบนี้ละก็คนที่จะกลายเป็นร่างที่ไร้วิญญาณนั้นก็คือตัวเขาอย่างแน่นอน

    (ข้าจะมาตายที่นี่ไม่ได้!)

    “ย๊าก! ”

    ตัวเขาที่ได้คิดเช่นนั้นด้วยใจอันแรงกล้าได้หมุนตัวกลางอากาศเปลี่ยนทิศทางแล้วยกกิ่งไม้นานในมือขึ้นมาป้องกันลูกตุ้มหนามนั้นที่กำลังพุ่งเข้ามาในทันที

    ตึง! ลูกตุ้มหนามนั้นพุ่งตรงเข้ามาปะทะทำลายกิ่งไม้นั้นอย่างง่ายดายในพริบตา

    แต่มันก็มาไม่ถึงร่างกายของคาเซฮัสเลยแม้แต่น้อย…

    นั่นก็เพราะว่าในวินาทีที่กิ่งไม่นั้นปะทะกับลูกตุ้มหนามตัวเข้าก็ได้ใช้มือที่ถือมันอยู่พักดันตัวเองให้ลอยกระเด็นออกมาจากที่ตรงนั้นและรอดตายมาได้อย่างฉิวเฉียด

    ตัวเขานั้นได้กระเด็นลอยออกมาตกลงกระแทกลงสู่พื้นเข้าอย่างแรงห่างจากออร์คชรานั้นประมาณ10ก้าวได้

    “อา! ...”

    คาเซฮัสได้ไอออกมาพร้อมกับได้ใช้มือขวาของตนกุมท้องที่กระแทกเข้ากับพื้นอย่างแรงนั่นเอาไว้

    (ไม่คิดเลยว่ามันจะเลี้ยวกลางอากาศได้แบบนี้ด้วย...)

    “เฮ้ย! แกยังไหวอยู่มั้ยล่ะนั่น”

    “...? ”

    คาเซฮัสที่คุกเข่าอยู่กับพื้นได้แหงนหน้าขึ้นมามองไปยังปลายทางของเสียงนั้น

    ตัวเขาได้เห็นออร์คชราที่กำลังถือลูกตุ้มหนามนั่นอยู่ในมือแล้วกำลังเดินเข้ามาหาตัวเขาที่นั่งคุกเข่ากองอยู่บนพื้น

    “ก็ไม่รู้ซินะ...ไม่ลองเข้ามาพิสูจน์ดูเอาเองล่ะ...”

    คาเซฮัสที่กำลังลุกขึ้นมาได้พูดท้าทายออร์คชราที่กำลังเดินใกล้เข้ามา

    (เอาจริงๆ ร่างกายเจ็บจนแทบจะขยับไม่ไหวแล้ว...แต่ว่าจะให้มันรู้ไม่ได้...)

    “ฮึ! ปากดีซะจริงๆ เลยนะทั้งๆ ที่ร่างกายนั้นแทบจะทนไม่ไหวแล้วแท้ๆ ”

    ออร์คชราที่ได้พูดออกมาแบบนั้นได้เริ่มเหวี่ยงโซ่ในมืออีกครั้งแล้วลูกตุ้มก็ได้หมุนเป็นวงกลมอีกครั้งและเร็วขึ้นทุกวินาที

    “ถ้าแกมีฝีมือเพียงแค่นี้ล่ะก็ การต่อสู้นี้คงจะต้องจบลงเพียงแค่นี้แล้วล่ะ”

    ออร์คชราได้หยุดเดินแล้วเตรียมพร้อมที่จะเหวี่ยงลูกตุ้มหนามในมือนั้นเข้าใส่คาเซฮัสที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้า

    แต่ทว่าในวินาทีที่ลูกตุ้มนั้นกำลังจะถูกเหวี่ยงออกมามันก็ได้หยุดลงเพราะเสียงของบางสิ่งที่ได้ดังออกมาจากที่ห่างไกลออกไปจากที่ตรงนี้ไกลนัก

    ตึง! ครืน~~~~~!!! เสียงที่ดังสนั่นพร้อมกับเหล่าแมกไม้ที่ได้สั่นไหวไปมาอย่างรุนแรงจนหุบเขาทั้งหมดนั้นสะเทือนเลือนลั่นไปมาอย่างน่าสะพรึง

    “!? ”

    ออร์คชราที่ได้หยุดลูกตุ้มในมือลงได้หันไปมองยังทิศทางของเสียงนั้นและที่ตรงนั้นเข้าก็ได้เห็นมันสิ่งที่กำลังแหวกแมกไม้มากมายเหล่านั้นออกมา

    สิ่งนั้นที่สูงใหญ่รูปร่างมนุษย์โลหะที่ดูแข็งแกร่ง ที่มีขนาดร่างกายสูงใหญ่กว่าเหล่าต้นไม้ทั้งหมดที่มีอยู่นะที่นี้ได้ลุกขึ้นมายืนอยู่สูงเหนือต้นไม้เหล่านั้น แสดงร่างกายที่ดูทรงพลังนั้นให้ทุกคนทั้งหมดได้เห็น

    ออร์คชราที่ได้เห็นสิ่งนั้นได้หยุดชะงักไปครู่นึ่งก่อนที่จะพูดออกมาด้วยสีหน้าที่ดูกังวลมากกว่าปกติที่ผ่านมา

    “นะ...นั่นมัน...ทำมั้ยกัน...ทำมั้ยมันถึงมาอยู่ที่นี่ได้กัน...จักรกลสงครามแห่งสหพันธ์ทวยเทพ มาเกียน่า! ”

    ออร์คชราที่ได้เห็นสิ่งนั้นได้กำโซ่ในมือเอาไว้แน่นด้วยความโกรธเตรียมพร้อมที่จะเข้าต่อสู้กับมันในทันที

    ส่วนคาเซฮัสนั้นตรงกันข้ามกันเลย

    ตัวเขาได้จ้องมองไปที่สิ่งนั้นด้วยแววตาที่มีความหวังปรากฎขึ้นมา

    “ในที่สุด...เจ้าก็ไปถึงแล้วสินะ...จาง เฉิน ในที่สุดความหวังก็เข้าข้างพวกเราแล้วซินะ...”

    ตัวเขาที่พูดออกมาแบบนั้นได้เผลอแสดงรอยยิ้มออกมาโดยที่ตัวเขานั้นไม่รู้ตัว

    และแล้วการปะทะกันทั้งสุดท้ายของทั้งสามฝ่ายก็กำลังจะเริ่มต้นขึ้นมานะบัดนี้