บทที่ 9 เ้าปีศาจน้อยถูกดวงดาวแห่งโชคลาภปราบ
"คุณปู่พ่อบ้าน เค้กชิ้นนี้หนูเก็บไว้ให้พี่ชายนะคะ คุณห้ามเก็บมันไปนะ พี่ชายจะลงมากินตอนกลางคืน"
"ได้ครับคุณหนูน้อย" พ่อบ้านมองเธอด้วยสายตาเอ็นดู
ดีจริง ๆ อายุยังน้อยแต่ก็รู้จักแบ่งปันแล้ว
ไม่เห็นแก่ตัวเลยสักนิด สมกับที่คุณหนูเป็นางฟ้าตัวน้อยจริง ๆ
"อื้อ!"
ถังโย่วโย่วพยักหน้าเบา ๆ แล้วหมุนตัวเดินขึ้นบันไดไป
พ่อบ้านมองถังโย่วโย่วเดินขึ้นบันได ในใจคิดว่าเดี๋ยวเค้กชิ้นนี้อาจจะถูกสาวใช้คนอื่นเก็บไปก่อน เขาจึงรีบหยิบกระดาษโน้ตมาเขียนข้อความว่า ‘โย่วโย่วเก็บไว้ให้พี่ชาย’
จากนั้นก็แปะไว้บนโต๊ะข้าง ๆ เค้ก เมื่อเป็เช่นนี้เพียงเห็นกระดาษโน้ตก็จะรู้ว่าเค้กชิ้นนี้เป็ของที่คุณหนูน้อยเก็บไว้ให้นายน้อย
หลังจัดการเสร็จ พ่อบ้านก็พยักหน้าด้วยความพอใจ
…
ดวงดาวมากมายลอยอยู่บนท้องฟ้า
หลิวชิงทำเล็บเสร็จแล้วก็กลับห้องไปพักผ่อนเพื่อความงามของตนเองที่ห้องนอน
ส่วนชางจื่อโกรธจนนอนไม่หลับ อีกอย่างตอนกินข้าวเย็นเขาก็คอยตักอาหารให้ถังโย่วโย่วเด็กอกตัญญูคนนั้นจนตัวเองแทบไม่ได้กินอะไร พอเกิดเื่วุ่นวายอย่างนี้เขาก็หิวขึ้นมา แต่ตัวเขาเองก็ไม่อยากเสียหน้าด้วยการลงไปข้างล่าง จึงคิดว่าจะรอให้ทุกคนเข้านอนก่อนแล้วค่อยแอบย่องลงไปห้องอาหาร ดูว่ามีอะไรกินประทังท้องได้บ้าง
แต่พอนึกว่าตัวเองเป็ถึงคุณชายตัวจริงแต่กลับต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้เพราะเด็กน้อยถังโย่วโย่ว ชางจื่อก็รู้สึกอึดอัดใจขึ้นมา
แต่เขาก็ไม่รู้จะทำอย่างไรกับเ้าตัวน้อยนุ่มนิ่มคนนั้น
สามชั่วโมงต่อมา คฤหาสน์หลังใหญ่ปิดไฟทั้งหมดแล้ว
ชางจื่อค่อย ๆ ย่องออกมาจากห้องแล้วเดินลงบันได
พอเห็นว่าในห้องโถงไม่มีใครอยู่เลย เขาจึงเดินไปที่ห้องอาหาร
เพิ่งจะเดินเข้ามาในห้องอาหารก็เห็นเค้กวางอยู่บนโต๊ะอาหาร ชางจื่อตาเป็ประกาย รีบเดินเข้าไปข้างหน้า กำลังจะยกเค้กขึ้นมากิน แต่กลับเห็นกระดาษโน้ตแปะไว้
เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย หยิบกระดาษโน้ตขึ้นมาอ่าน
"โย่วโย่วเก็บไว้ให้พี่ชาย"
ไม่อยากจะเชื่อเลย?! นี่เป็ของที่เด็กอกตัญญูคนนั้นทิ้งไว้ให้ฉันงั้นเหรอ?!
ทำไมถึงได้มีน้ำใจขนาดนี้?
ไม่ได้ใส่ยาพิษไว้ใช่ไหม? แต่ก็นะ เด็กห้าขวบจะรู้จักวางยาได้ยังไง
ชางจื่อรีบสลัดความคิดนั้นทิ้งไป
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็วางเค้กลงอยู่ดี
เหอะ! ชางจื่อแค่นเสียงในลำคอแล้วนึกขึ้นมาว่า ถ้ากินเค้กชิ้นนี้ไปก็เท่ากับยกโทษให้เด็กอกตัญญูสิ?
เขาไม่ได้ใจง่ายแบบนั้นหรอก!
เด็กชายวางเค้กลง ชางจื่อเดินไปที่ห้องครัวด้านหลัง น่าเสียดายที่เขาค้นดูทั่วห้องครัวก็ยังไม่เจออาหารสักอย่าง ต้องรู้ไว้ว่าอาหารในคฤหาสน์หลังนี้จะมีของสดใหม่ส่งมาทุกวัน ตอนกลางคืนอาหารทั้งหมดที่กินไม่หมดหรือเหลือทิ้งจะถูกเก็บกวาดไปทั้งหมด ในคฤหาสน์จะไม่เก็บอาหารค้างคืนไว้เด็ดขาด ดังนั้นชางจื่อจึงไม่สามารถหาของกินอย่างอื่นได้เลย
เขาเดินวนเวียนไปมาจนมากลับถึงห้องอาหาร และเห็นเค้กหอมหวานน่ากินบนโต๊ะอาหาร...
โครกคราก
ท้องของเขาส่งเสียงร้องไม่เป็จังหวะสองครั้ง
พระเ้า! นี่เป็ความประสงค์ของ์ที่จะให้เขาให้อภัยเด็กเนรคุณคนนั้นหรือไง?!
ชางจื่อพยายามต่อต้าน แต่สุดท้ายก็ไม่อาจต้านทานความหิวได้ จึงจำใจหยิบเค้กขึ้นมากินจนหมด
หลังจากกินเค้กเสร็จ ชางจื่อก็ถึงกระดาษโน้ตที่ติดอยู่บนโต๊ะอาหารออก เขาค่อย ๆ เก็บกระดาษโน้ตอย่างระมัดระวังแล้วเดินขึ้นชั้นบน ทิ้งไว้เพียงจานเปล่าบนโต๊ะ
ช่างมันเถอะ ในเมื่อกินเค้กหมดแล้วก็ให้อภัยเด็กเนรคุณคนนั้นแล้วกัน
วันรุ่งขึ้น
ถังโย่วโย่วตั้งใจตื่นแต่เช้า
ก่อนที่พ่อบ้านจะมาปลุก เด็กหญิงตัวกลมก็นั่งเรียบร้อยอยู่ที่โต๊ะอาหาร รออาหารเช้า
เธอเป็คนแรกที่ตื่นมา
พอมาถึงก็เห็นจานเปล่าบนโต๊ะ เค้กที่อยู่ในจานหายไปไม่เห็นแม้แต่เงา
ถังโย่วโย่วรู้ดีว่านี่เป็ฝีมือของชางจื่อที่กินมันไป
เขากินเค้กไปแล้วก็แปลว่าให้อภัยเธอแล้วสินะ?
ฮ่า ๆ พวกเด็ก ๆ ก็หลอกล่อได้ง่ายดายแบบนี้แหละ!
เมื่อวานถังโย่วโย่วคาดการณ์ไว้แล้วว่าตอนกลางคืนชางจื่อต้องนอนไม่หลับแน่ ๆ แล้วก็ต้องลุกขึ้นมาหาอะไรกิน
แต่ตระกูลร่ำรวยอย่างตระกูลชางจะมีอาหารเหลือค้างคืนได้ยังไง? เื่แค่นี้แม้แต่คนที่ขยันคิดก็นึกออก เฮ้ย! นี่เท่ากับแอบเหน็บว่าชางจื่อไม่มีสมองนะ
ในเมื่อไม่มีอาหารอย่างอื่นก็เหลือแค่เค้กเท่านั้น
ตัวเลือกที่วางอยู่ตรงหน้าชางจื่อมีเพียงอย่างเดียว ไม่กินก็ต้องกิน
ฮ่า ๆ ๆ นี่ตรงกับความ้าของถังโย่วโย่วพอดีเลย เธอรีบเก็บจานก่อนที่ทุกคนจะตื่น
เมื่อทุกคนตื่นมากินอาหารเช้าก็เห็นถังโย่วโย่วกำลังยืนเขย่งปลายเท้าบนม้านั่ง
"โอ้ะ โย่วโย่วตื่นแต่เช้าเชียวนะ"
"อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณป้า" ถังโย่วโย่วยิ้มหวานราวกับแสงอุ่นในยามเช้า
"ฮ่า ๆ ๆ เมื่อคืนเด็กน้อยของเรานอนหลับสบายดีไหม"
หลิวชิงเดินเข้ามาแล้วหอมหน้าผากของถังโย่วโย่ว
"อื้อ" ถังโย่วโย่วพยักหน้า
ตอนนั้นเองที่ชางโหยวกับชางจื่อเดินลงมา
ถังโย่วโย่วเอียงหัวน้อย ๆ เมื่อเห็นทั้งสองคนก็รีบทักทายทันทีว่า "อรุณสวัสดิ์ค่ะ คุณลุง พี่ชาย!"
"อรุณสวัสดิ์โย่วโย่ว!" ชางโหยวทักทาย
ชางจื่อ "..."
เมื่อชางโหยวเห็นถังโย่วโย่ว เขาก็ยิ้มออกมาทันที
การได้เห็นเด็กน้อยน่ารักคนนี้มาทักทายั้แ่เช้าตรู่ มันช่างเป็ความรู้สึกที่ดีเหลือเกิน! อารมณ์ตลอดทั้งวันนี้ก็ดีขึ้นมาทันทีเลย
แต่ชางจื่อกลับแค่ทำสีหน้าแข็งทื่อมองถังโย่วโย่ว
ถังโย่วโย่วกะพริบตาโตใส่เขาสองสามทีพร้อมรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความซุกซนอย่างมีเลศนัย
ราวกับกำลังบอกว่า นายหลอกฉันไม่ได้หรอก ฉันรู้ความจริงหมดแล้ว!
ชางจื่อหยุดเดินไปที่โต๊ะอาหารท่ามกลางสายตาของถังโย่วโย่ว
ทั้งสี่คนนั่งลง จากนั้นคนรับใช้ก็นำอาหารเช้ามาเสิร์ฟ
ในขณะที่กำลังดื่มโจ๊กรังนก หลิวชิงมองพ่อค้าที่นั่งอย่างเรียบร้อยอยู่ข้าง ๆ และถามด้วยความสงสัย "เอ๊ะ นายน้อยของพวกเราไม่โกรธแล้วหรือ?"
"เมื่อวานยังโกรธจนทนไม่ไหวอยู่เลยไม่ใช่หรือไง"
นิสัยแย่ ๆ ของชางจื่อนั้นขึ้นชื่อเื่ความแปลกประหลาด
ั้แ่เด็กจนโตเด็กชายก็เป็แบบนี้ ถ้าเขาโกรธจริง ๆ ใครจะง้อแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์ ต้องปล่อยให้ผ่านไปสองสามวันถึงจะดีขึ้น ดังนั้นชางโหยวกับหลิวชิงจึงชินกับนิสัยของเขาเสียจนไม่อยากจะสนใจ
พวกเขาคิดว่าเช้านี้ชางจื่อคงไม่มากินอาหารเช้าด้วยกัน
แต่วันนี้ชางจื่อกลับมากินอาหารเช้าอย่างว่าง่าย? นี่มันผิดปกติเกินไปแล้วนะ
"..."
เมื่อได้ยินคำพูดของหลิวชิง ร่างของชางจื่อก็ชะงักไปก่อนจะก้มศีรษะลงเล็กน้อย
จากนั้นเสียงเล็ก ๆ อ่อนหวานก็ดังขึ้นจากข้าง ๆ "ป้าคะ พี่ชายโตแล้ว เขาไม่โกรธหรอกค่ะ! ใช่ไหมพี่ชาย"
หลังจากพูดจบ ถังโย่วโย่วก็จ้องมองชางจื่อด้วยดวงตากลมโต
"..." ชางจื่อเงยหน้าขึ้นอย่างแข็งทื่อ พูดออกมาว่า "ครับ"
ชางโหยวและหลิวชิงต่างตะลึงงัน พวกเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าชางจื่อจะเชื่อฟังขนาดนี้
"ฮ่า ๆ ๆ" ชางโหยวหัวเราะลั่น "ดีจริง ผมว่าในบ้านหลังนี้ คนที่สามารถควบคุมนิสัยของเ้าตัวแสบได้ คงมีแค่โย่วโย่วของพวกเราคนเดียวแล้ว"
"ใช่แล้ว ฉันก็คิดแบบนั้น โย่วโย่วสมกับเป็ดวงดาวนำโชคของบ้านเราจริง ๆ" หลิวชิงเห็นด้วย
ส่วนชางจื่อเมื่อได้ยินพวกเขาพูดแบบนั้นก็รีบก้มหน้าดื่มโจ๊กในชามจนหมดรวดเดียวแล้วพูดว่า "ผมกินเสร็จแล้ว ผมจะไปโรงเรียน"
มีเพียง์ที่รู้ แผ่นดินที่รู้ ถังโย่วโย่วที่รู้ และตัวชางจื่อเองที่รู้ดี