ผ่านไปห้าวันแล้วนับั้แ่มินตราตัดสินใจลาออกจากบริษัท ่เวลาเ่าั้เธอใช้ไปกับการเก็บตัวอยู่ในบ้านพักเล็กๆ ใกล้มหาวิทยาลัย บ้านที่เธอเคยคิดว่าเงียบสงบและปลอดภัย แต่ตอนนี้กลับกลายเป็สถานที่ที่เธอรู้สึกอ้างว้างที่สุด
เสียงซุบซิบและคำกล่าวหาจากที่ทำงานยังคงดังก้องอยู่ในหัว เธอพยายามหลีกหนีมันด้วยการทำความสะอาดห้อง อ่านหนังสือ หรือแม้แต่จ้องมองเพดานเพื่อปล่อยให้เวลาผ่านไป
คืนนั้น ขณะที่เธอนั่งอยู่คนเดียวในห้องนั่งเล่นเล็กๆ เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นทำให้เธอสะดุ้ง เธอไม่คาดคิดว่าจะมีใครมาหาในเวลาแบบนี้ มินตราเดินไปที่ประตู เปิดมันออกอย่างระมัดระวัง และพบกับร่างสูงของคริสเตียนที่ยืนอยู่ตรงหน้า
ดวงตาสีเทาของเขาจ้องมองมาที่เธอ ใบหน้าที่เคยดูมั่นใจเสมอ ตอนนี้กลับฉายความเหนื่อยล้า
“คุณ…คุณมาที่นี่…ได้อย่างไรคะ?”
มินตราถามอย่างตื่นตระหนก น้ำเสียงของเธอเจือความประหลาดใจและลังเล
“ผมต้องมาคุยกับคุณให้รู้เื่”
เขาตอบสั้นๆ แต่หนักแน่น
เธอยืนนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเปิดประตูให้เขาเดินเข้ามา
...
ภายในห้องพักเล็กๆ คริสเตียนกวาดตามองไปรอบๆ เฟอร์นิเจอร์เรียบง่ายและบรรยากาศสงบเงียบแตกต่างจากความวุ่นวายในบริษัทโดยสิ้นเชิง เขานั่งลงที่โซฟาตัวเล็กๆ ขณะที่มินตรานั่งลงตรงข้าม ใบหน้าของเธอยังเต็มไปด้วยความระวัง
“เื่เมื่อห้าวันก่อนในที่ประชุม…”
คริสเตียนเริ่มต้น แต่เสียงของเขาเบาและเจือความเศร้า
“ผมรู้ว่าคุณโดนใส่ร้าย…แต่ผมก็ไม่อาจปกป้องคุณได้ หลังจากนั้นผมก็เร่งควานหาต้นเหตุของเหตุการณ์นั้นจนกระทั่งรู้ว่ามันคือแผนการโค่นล้มผม มีใครบางคน้าเล่นงานคุณและผมในเวลาเดียวกัน”
“แต่นั่นไม่ใช่ครั้งแรก…สำหรับผมแล้วมันคือเื่เล็กน้อย แต่ผมกลับรู้สึกผิด…”
“รู้สึกผิด?”
มินตราทวนคำ ขณะที่เธอยังคงจับจ้องไปที่เขา
“ใช่ ผมทำผิด ที่ดึงคุณเข้ามาเกี่ยวข้อง หากคุณไม่ได้เป็ผู้ช่วยส่วนตัวผม ชีวิตการฝึกงานของคุณก็คงไม่ต้องจบลงแบบนี้”
คำพูดของเขาทำให้มินตรานิ่งไป เธอไม่เคยเห็นเขาในสภาพแบบนี้มาก่อน ใบหน้าที่เคยมั่นคงและเข้มแข็งของเขาดูอ่อนล้า และน้ำเสียงของเขาสะท้อนถึงความจริงใจ
“แล้วตอนนี้คุณ้าอะไรคะ?”
มินตราถาม น้ำเสียงของเธอแฝงไปด้วยความสับสน
“ผม้าให้คุณกลับมา”
“กลับมาอยู่เคียงข้างผม”
“และก็กลับมาฝึกงานให้จบ”
คริสเตียนพูดตรงไปตรงมา สายตาของเขาแน่วแน่
มินตราเบิกตากว้างกับคำพูดนั้น เธอหลบสายตา หัวใจของเธอเต้นแรงจนเธอรู้สึกเหมือนมันจะหลุดออกจากอก
“…”
เวลาผ่านไปไม่รู้ว่านานเท่าไร
ทุกอย่างภายในห้องนั้นเงียบจนแทบได้ยินเสียงหายใจของคนทั้งสอง
จู่ๆ ร่างสูงใหญ่ของคริสเตียนก็ขยับเข้าไปใกล้เธอมากขึ้น มือใหญ่ของเขาวางลงบนโต๊ะตรงหน้าแล้วพูดความในใจออกมา
“ผมรู้ว่าการที่คุณตัดสินใจลาออกเพราะคุณ้าปกป้องผม คุณคิดว่าคุณกำลังช่วยผม...แต่คุณไม่รู้เลยว่าคุณทำให้ผมรู้สึกสูญเสียมากแค่ไหน”
มินตรามองเขาอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
“ฉันทำเพื่อช่วยคุณค่ะ เพราะทุกคนมองว่าฉันเป็ปัญหา”
“ผมไม่สนใจว่าคนอื่นจะมองคุณยังไง”
คริสเตียนพูด น้ำเสียงของเขาหนักแน่น “ผมสนใจแค่ว่าคุณยังเชื่อใจผมอยู่หรือเปล่า”
คำถามนั้นทำให้มินตราสะอึก เธอหลบสายตา พยายามหาคำตอบในใจ
“คุณคงคาดเดาได้แล้วว่าใครอยู่เื้ัของเื่นี้ แน่นอนว่าเป็อลิสาและแอนโทนี่ร่วมมือกันเพื่อทำลายคุณและผม พวกเขาใช้ข่าวลือ ใช้เอกสารปลอม และเล่นเกมที่ทำให้คุณต้องจากไป แต่ต่อจากนี้…คนพวกนั้นไม่สามารถทำอะไรได้อีกแล้ว ผมจะจัดการมันให้จบ”
มินตราเงยหน้ามองใบหน้าคมคายของชายหนุ่มตรงหน้า จู่ๆ น้ำตาก็เริ่มคลอเบ้า คริสเตียนเอื้อมมือมาจับมือของเธอไว้แน่น สายตาของเขาจริงจังมากขึ้น
“ั้แ่นี้ไปผมจะไม่ปล่อยให้คุณไปไหนอีก นี่คือคำสั่ง!”
มินตรานั่งเงียบไปนาน หัวใจของเธอเต้นแรง และความรู้สึกที่เธอเคยเก็บซ่อนก็เหมือนจะพังทลาย
“ฉันไม่แน่ใจว่าควรจะกลับไปหรือเปล่า...”
เธอกระซิบเบาๆ
“คุณไม่ต้องรีบตัดสินใจ”
คริสเตียนพูดด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล แต่หนักแน่นในเวลาเดียวกัน
“แต่ผมแค่อยากให้คุณรู้ว่าผม้าคุณ ไม่ใช่แค่ในฐานะพนักงานฝึกงาน แต่ในฐานะคนสำคัญในชีวิตที่ผมไว้วางใจได้”
คำพูดของเขาเต็มไปด้วยความจริงใจจนมินตรารู้สึกว่ามันมาจากใจจริง
ก่อนที่มินตราจะทันตอบอะไร
คริสเตียนก็โน้มตัวลงมา มือใหญ่ประคองใบหน้าของเธออย่างแ่เบา แต่สายตาของเขากลับสะกดเธอไว้ ลมหายใจของเขาร้อนจนเธอรู้สึกวูบวาบไปทั่วร่างกาย
สายตาที่จับจ้องเธอนั้นกลับดุดันและแน่วแน่ ราวกับ้าประกาศว่าเธอไม่มีทางหนีเขาไปได้ ลมหายใจร้อนของเขารินรดใกล้ใบหน้าของเธอ จนเธอรู้สึกเหมือนหัวใจของตัวเองจะหลุดออกมา
ริมฝีปากของเขาทาบลงมาที่ริมฝีปากของเธอทันที ความร้อนแรงและหนักแน่นในจูบนั้นทำให้มินตราเหมือนตกอยู่ในแรงดึงดูดที่ไม่สามารถต้านทานได้ ลิ้นร้อนของเขาแทรกเข้ามาในโพรงปากของเธอ เรียกร้องและลึกซึ้งจนเธอรู้สึกเหมือนถูกดูดกลืนไปในโลกที่เขาสร้างขึ้น มือของเขาที่ประคองใบหน้าค่อยๆ ลูบไล้ลงมาตามลำคอของเธอ ัันั้นร้อนรุ่มจนเธอขนลุก
“คริสเตียน...”
เธอเรียกชื่อเขาเสียงแ่ แต่มันกลับเหมือนเสียงกระซิบที่ถูกกลืนหายไปในความร้อนแรงของเขา
คริสเตียนผละออกจากริมฝีปากของเธอเพียงเล็กน้อย แต่ไม่ได้ปล่อยให้เธอได้พักหายใจนาน
เขารีบก้มลงซุกไซ้ที่ลำคอของเธออย่างเร่าร้อน ริมฝีปากของเขากดจูบหนักแน่น ไล่เรียงจากโคนคอขึ้นไปยังกรอบหน้าของเธอ เสียงลมหายใจที่หนักหน่วงของเขาชัดเจนในความเงียบ
“คุณรู้ไหม...”
เสียงทุ้มลึกกระซิบข้างใบหูอันบอบบาง น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความปรารถนาอย่างแรงกล้า
“คุณทำให้ผมแทบคลั่งทุกครั้งเมื่ออยู่ใกล้คุณ”
“ผมต้องอดทนต่อตัวเองเพื่อไม่ให้มองคุณมากเกินไป”
“แต่ตอนนี้…ผมจะไม่ทนมันอีกต่อไปแล้ว”
พูดจบ มือของเขาก็เลื่อนไปที่เนินอกของเธอ บีบขยำเบาๆ อย่างเป็จังหวะ ราวกับพยายามย้ำให้เธอรับรู้ถึงสิ่งที่เขา้า มินตราสะดุ้งเล็กน้อย แต่ความร้อนจากฝ่ามือของเขากลับทำให้เธอไม่สามารถขัดขืนได้
“คุณ...อ่า…”
เธอพยายามพูด แต่เสียงของเธอกลับขาดห้วงไปอย่างแปลกประหลาด
“คุณ้าผมไหม?”
คำถามของเขากระแทกเข้าไปในจิตใจของเธอ ดวงตาสีเทาเข้มจ้องมองมาที่เธออย่างแน่วแน่ ราวกับไม่้าคำตอบที่เป็คำโกหก
มินตราหลับตาแน่น หัวใจของเธอเต้นแรงจนเหมือนกำลังจะหลุดออกมา เธอรู้สึกเหมือนร่างกายของเธอกำลังทรยศต่อความคิด ลมหายใจของเธอเริ่มหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ
คริสเตียนไม่รอให้เธอตอบ เขารีบโน้มตัวเข้ามาใกล้กว่าเดิม มือของเขาเลื่อนลงไปลูบไล้ที่สะโพกผายของเธออย่างแ่เบา พอที่จะทำให้เธอรู้ว่าเขาไม่้าให้เธอหนีไปไหน ริมฝีปากของเขากดจูบที่เนินอกขาวผ่องของเธอ แล้วไล่เรียงไปตามแนวคออย่างช่ำชอง
“คืนนี้…ผมจะไม่ปล่อยคุณไปไหน...”
เขากระซิบเสียงพร่า ขณะที่มือของเขายังคงลูบไล้บนร่างบอบบางของเธออย่างเรียกร้อง
บรรยากาศในห้องเหมือนถูกปกคลุมด้วยความร้อนแรง ทุกััและการเคลื่อนไหวของเขาทำให้เธอเหมือนตกอยู่ในห้วงที่ไม่สามารถควบคุมได้
“ผม้าคุณ...ทั้งตัวและทั้งหัวใจ”
คำพูดนั้นเหมือนคำประกาศก้องที่ย้ำเตือนว่าเธอจะต้องเป็ของเขาเท่านั้น
มินตรารู้สึกเหมือนทุกอย่างรอบตัวเลือนหายไป เหลือเพียงร่างอันแข็งแกร่งและััที่ร้อนแรงของเขาที่กำลังปลุกเร้าให้เธอจมดิ่งไปในโลกที่เขาควบคุมอย่างสมบูรณ์
ในค่ำคืนนี้…นักศึกษาฝึกงานอย่างเธอ ได้ตกอยู่ในเงื้อมมือของเ้านายผู้ทรงเสน่ห์อย่างคริสเตียนในที่สุด
แม้ว่าเธออยากจะฝืนร่าง แต่รสััของเขานั้นไม่อาจทำให้เธอหลบหนีไปไหนได้…