บทที่15
เหตุร้ายที่ท่าเรือไม่ใช่เื่ที่ทางการจะปล่อยวาง ผู้ปกครองมณฑลฯได้เรียกประชุมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทันที ท่ามกลางความโกลาหล วุ่นวาย ที่ประชุมได้แบ่งออกเป็สามฝ่ายชัดเจน
ฝ่ายที่หนึ่ง้าให้ปราบปรามผู้กระทำการร้ายแรงครั้งนี้อย่างเด็ดขาด
ฝ่ายที่สองยื่นข้อเสนอให้ขับไล่เรือสำเภาตัวปัญหาออกไปจากครูก้า
และพวกเป็กลางไม่แสดงความคิดเห็น พวกนี้รอจังหวะเข้าข้างฝ่ายที่ได้รับชัยชนะ ไม่สนความผิดถูก
ช่างเป็ทีมบริหารที่ดีของประเทศนี้เสียจริงๆ
ยายชูในฐานะที่ปรึกษาาุโถึงกับโมโหเืขึ้นหน้างานนี้ได้เห็นธาตุแท้ของใครๆหลายคนยายสุดทนถึงกับเดินออกจากที่ประชุมไปโดยไม่สนใจเสียงขอร้องอ้อนวอนจากใครๆ
ที่ประชุมมีทีท่าว่าจะให้เชิญเรือสำเภาออกไปจากประเทศนี้หลายคนยังเกรงกลัวเฒ่าพิษ ไม่มีใครกล้าออกความเห็นคัดค้านมตินี้ไม่มีใครออกตัวเสนอหน้าชัดเจน
เรือสำเภาลำปัญหาดูเหมือนจะถูกขับไล่ไปอีกในไม่ช้า
และที่ประชุมมอบหมายให้ผู้บัญชาการฯฮาล็องเบอร์นาร์ด เป็ผู้รับผิดชอบในภารกิจนี้ ช่างเป็งานที่สุดแสนอัปยศยิ่งนักสีหน้าผู้บัญชาการแดงเถือกถึงใบหูบ่งบอกถึงอารมณ์โกรธจัดเมื่อนึกถึงผองมิตรที่มองมาเขาถึงกับกระอักกระอ่วน กลืนไม่เข้าคายไม่ออกจำต้องกล้ำกลืนฝืนไว้ งานดีดีพวกท่านเอาไปกันหมด งานโยนเผือกร้อนแบบนี้เอามาให้นะช่างน่านับถือจริงๆ เลื่อมใสๆ
ค่ำคืนที่มืดมิดเรือพิฆาตสองลำจอดเทียบข้างเรือสำเภา มองรูปการณ์เหมือนจะบีบบังคับให้เรือสำเภาเร่งจากไป
เนื่องจากบริเวณโดยรอบถูกทางการปิดกั้นและประกาศเป็เขตโรคติดต่อร้ายแรง ห้ามผู้ใดเข้าใกล้ จึงไม่มีใครรู้เห็นกิจกรรมใดๆจากเรือสำเภาใหญ่
บนดาดฟ้าเรือทรงกลด อลิสา รรินทรา และสามองครักษ์เงา ในสภาพที่อิดโรย พวกเขาเพิ่งหายจากอาการถูกพิษเป็เ้าภาพต้อนรับยายชู ลุงฟง ผู้บัญชาการเรือรบฮาล็อง และนายทหารเรือกลุ่มใหญ่ แสงไฟแถวทิวที่ติดสว่างทำให้บรรยากาศงานเลี้ยงคืนนี้ดูสวยงามมีคุณค่าควรแก่การจดจำ
อาหารชั้นดีบนโต๊ะยาวพร่องไปกว่าครึ่งไวน์ เหล้า เบียร์ ตรงหน้าของทุกคนโชยกลิ่นหอมจางๆ ทำให้คันจมูกเล็กน้อยนี่คือเครื่องดื่มที่ทรงกลดแอบใส่ยาแก้พิษไว้เพื่อป้องกันการลอบถูกวางยา
เด็กหนุ่มกับนายทหารเรือใหญ่สนทนาโอภาปราศรัยกันอย่างออกรสส่วนคนอื่นๆรวบกลุ่มสนทนากับผู้ที่นั่งใกล้ตัวเอง เสียงหัวเราะเสียงพูดจากระเซ้าเย้าแหย่ บ่งบอกถึงบรรยากาศที่สนิทแแ่
“พี่ไม่ต้องห่วงนะครับคืนนี้เื่ทุกอย่างจะจบลง” ทรงกลดกล่าวอย่างมีเลศนัย
“มีอะไรให้ช่วยบอกได้เลยน้องรัก” ผู้บัญชาการฯคงเจอไปหลายแก้ว ลิ้นเริ่มรัว
“เสียดายที่งานคืนนี้เป็งานเลี้ยงส่ง”
“ไม่ต้องห่วงครับลุงฟงหากมีวาสนาเราคงได้พบกันอีก”
ชายหนุ่มหันไปทางยายชูที่นั่งถอนใจอย่างเศร้าสร้อยยายไม่สามารถช่วยอะไรเด็กหนุ่มได้เลยเขายิ้มให้ “ยาย อย่าเศร้าไปเลยผมได้จัดการทุกอย่างไว้หมดแล้ว”รอยยิ้มที่อบอุ่นแฝงแววขอบคุณมองหน้ายายชู“ผมให้พี่รินเขียนตำรายากับแนวทางการแก้พิษให้ยายสองเล่มนะครับ ตอนแรกตั้งใจจะเขียนแค่เล่มเดียวแต่เนื้อหามันมากเกินไป สองเล่มดีกว่า หนากำลังดี”
ยายชูยิ้มทั้งน้ำตาด้วยความปลาบปลื้มยายไม่เคยเจอใครที่มีความสามารถมากขนาดนี้ “ไอหนูขอให้คิดว่าสวนสมุนไพรยายเป็บ้านหลังหนึ่งของเรานะ หากมีโอกาสก็แวะมาแต่อย่าให้นานเกิน ยายอาจจะไม่ได้อยู่ถึงตอนนั้น”
“อยู่ถึงสิครับยาย”ทรงกลดกล่าวอย่างมั่นใจ เขาล้วงขวดเล็กๆใบหนึ่งออกมาจากอกเสื้อวางบนโต๊ะทุกคนหันมามองด้วยความประหลาดใจ
โต๊ะสนทนาเริ่มเงียบทุกคนหันมาให้ความสนใจกับขวดแก้วตรงหน้าเด็กหนุ่ม สังหรณ์ใจว่าคืนนี้อาจจะได้รับอะไรดีดี
“นี่เป็ของขวัญก่อนจากสำหรับทุกคนที่นี่”ชายหนุ่มเทยาเม็ดกลมเขียวใส ขนาดเมล็ดข้าวโพด “ผมบังเอิญพบสูตรทำยาปฏิชีวนะนี้ตอนคิดทำยาแก้พิษที่สวนของยายขอเพียงไม่พบอุบัติเหตุร้ายแรง ทุกคนจะมีอายุยืนยาวอีกห้าสิบปีการสึกหรอแก่เฒ่าของร่างกายจะหยุดชะงักอยู่กับที่หลังจากได้กินยาเม็ดนี้”
คำพูดนี้ทำเอาหลายคนบนโต๊ะอาหารตกตะลึงช่างเป็โชคในคราวทุกข์จริงๆ ทุกคนมองเด็กหนุ่มด้วยความเลื่อมใสตื้นตันใจ มีอีกหลายคนออกอาการเสียดายถ้าต้องจากกันไปในลักษณะนี้
“คุณชายคิดจะไปที่ไหนครับเผื่อวันไหนผมออกจากงานทหารเรือนี้ ผมอยากจะไปอยู่รับใช้คุณชาย”เรือโทหนุ่มคนหนึ่งกล่าวขึ้นกลางงาน หลายคนส่งเสียงฮือฮาส่งแววตาใคร่รู้มา
“ขอบคุณพี่ทุกคนมากเลยครับขอเพียงทุกคนคิดถึงผมบ้างก็พอแล้ว ที่ๆผมจะไปมันอันตรายผมไม่อยากให้ใครต้องไปเสี่ยงกับผมส่วนตัวผมเองยังไม่รู้เลยว่าจะรอดกลับมาหรือปล่าว”
โต๊ะอาหารถึงกับเงียบกริบหลายคนหายใจสะท้อน นึกสงสารในชะตาชีวิตของเด็กหนุ่มคนนี้ อายุยังน้อยอยู่แท้ๆกับต้องมาแบกภาระที่ยิ่งใหญ่หนักหนาเช่นนี้
“สนุกกันดีกว่าดื่มครับ ขอให้ทุกคนแข็งแรงมีอายุยืนยาวนะครับ”ทรงกลดกล่าวตัดบทยกแก้วไวน์ในมือชูไปรอบๆ
ในเงามืดข้างกองกระสอบป่านบนฝั่งสายตาคมกริบคู่หนึ่งจ้องมองขึ้นไปบนเรือ ถึงเวลาที่เขาต้องปล่อยเชื้อพิษอีกครั้ง เขาคือเฒ่าพิษนั่นเอง
เฒ่าพิษในชุดอาหรับราตรีสีดำสนิทผ้าคลุมหัวมิดชิดเห็นเพียงดวงตาวาววับสองข้าง หอบหายใจรุนแรงบาง่เขาเองยังต้องกลั้นหายใจเมื่อทิศทางลมตีเข้าหาตัว
คืนนี้เป็คืนที่ห้าติดต่อกันแล้วที่เขาแอบมาปล่อยเชื้อพิษให้กระจายไปทั่วๆบริเวณห่างออกไปสามสิบเมตรเป็เต็นท์คนป่วยผู้ติดเชื้อ เ้าหน้าที่กำลังเร่งทำการรักษายังไม่รู้ความคืบหน้าว่าได้ผลหรือไม่
พ้นคืนนี้ไปแล้วพิษที่เขาปล่อยจะไม่มีใครสามารถแก้ได้ แม้แต่ตัวเขาเองก็หมดหนทางเป็พิษที่โหดร้ายมาก ไม่ทำให้ผู้รับตายในทันทีแต่จะค่อยๆทวีความรุนแรงจนครบสี่สิบเก้าวัน แผลจากพิษร้ายจะแตกออก เมื่อนั้น ต่อให้เป็เทพองค์ใหนก็ไม่สามารถชุบชีวิตได้
การเคลื่อนไหวครั้งนี้หาได้รอดพ้นสายตาอันคมกริบของทรงกลดไม่ชายหนุ่มหางตากระตุก มองทิศทางที่เงาร่างด้านล่างเคลื่อนไหว เขาจดจำเงาประหลาดนี้มาสามคืนแล้วมาตรงเวลาทุกคืน ปล่อยหมอกจางๆกลุ่มหนึ่งแล้วจากไป
คืนนี้ได้เวลาเก็บดอกเบี้ยแล้ว
“ผมมีเื่สำคัญต้องไปทำขออนุญาตสักครู่” ชายหนุ่มลุกเดินออกจากโต๊ะ
ในขณะที่เฒ่าพิษกำลังเพลิดเพลินกับการปล่อยละอองพิษพลันเกิดลมกรรโชกรุนแรงผ้าคลุมหน้าถึงกับปลิวออก เผยเห็นใบหน้าที่เหี่ยวย่นหนวดเครารุงรังลมหนาวจับจิตพุ่งมาปะทะแก้มขวาถึงกับสั่นสะท้านเฒ่าพิษถึงกับสูดลมหายใจด้วยความหนาวเหน็บ คืนนี้มีอะไรแปลกๆแต่เขาก็ยังคงทำการปล่อยละอองพิษไปจนหมดถุงผ้าที่เตรียมมาเฒ่าพิษแสยะยิ้มอย่างพึงพอใจ มองเรือสำเภาตรงหน้าแววตาเหมือนจะเป็การบอกลาสักพักเขาก็หายวับไปกับความมืด
อีกมุมหนึ่งข้างกองลังไม้ไม่ใกลจากจุดที่เฒ่าพิษจากไปมากนักทรงกลดโผล่ออกมาจากจุดซ่อนตัว เขายิ้มลึกลับมองตำแหน่งที่เฒ่าพิษจากไป ‘โชคดีนะเฒ่าชั่ว กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นรับไปเองเถอะ’
นี่คงเป็บทจบของการต่อสู้ที่สุดแสนจะประหลาดทั้งสองไม่เคยเจอหน้ากันจังๆ ไม่เข้าปะทะ ไม่แสดงตัว จากวันแรกจนถึงวันนี้ทรงกลดกับเฒ่าพิษยังไม่เคยปะทะคารมกันเลย
ทรงกลดกลับมาที่งานเลี้ยงในเวลาต่อมาทุกคนกำลังจับกลุ่มคุยกัน บรรยากาศดูเป็กันเองยิ่งนัก น่าเสียดายอีกไม่นานงานเลี้ยงจะเลิกรา ถึงเวลาต้องลาจาก
“น้องรักพี่ก็มีของจะให้เราเหมือนกัน” ฮาล็องล้วงของอย่างหนึ่งจากอกเสื้อยื่นให้
“อะไรเหรอครับพี่มันดูมีค่ามากเลย”เด็กหนุ่มหรี่ตาถามด้วยความสงสัยพลิกดูเหรียญทองขนาดเล็กว่าฝ่ามือเล็กน้อย มีลวดลายโบราณทั้งสองด้าน
“นี่คือเหรียญภาคีนาวี”
“เหรียญภาคีนาวี”หลายคนอุทานออกมา ไม่เว้นแม้กระทั่งลุงฟง
“เหรียญภาคีนาวีในโลกนี้มีเพียงสามเหรียญเป็เหรียญที่สามารถสั่งการกองเรือรบในสามคาบสมุทรได้ นั่นหมายถึงกองเรือรบสิบห้าประเทศในสามคาบสมุทรสำคัญของโลกต่างอยู่ใต้อานัติเหรียญนี้ ผู้ที่ถือครองเหรียญจะต้องเป็ผู้มีคุณธรรมสูงมีบารมีที่ยิ่งใหญ่ หากเหรียญตกอยู่ในมือคนชั่วาโลกครั้งต่อไปคงเกิดขึ้นแน่นอน”ผู้บัญชาการฮาล็องกล่าวรายละเอียดอย่างภาคภูมิใจ
ทรงกลดและพรรคพวกได้ฟังเื่ราวของเหรียญถึงกับอึ้งในความสำคัญของเหรียญนี้ต้องสร้างความดีสักกี่ชาติถึงจะได้มันมา
“มันทรงค่าเกินไปผมไม่กล้ารับหรอกครับพี่” ทรงกลดยื่นเหรียญคิดจะส่งคืน
“อย่าดูถูกน้ำใจพี่”ประโยคสั้นๆของชายชาติทหารเรือทำเอาทรงกลดถึงกับอึ้งทำอะไรไม่ถูกเขาจำใจต้องรับเหรียญทรงค่านี้แบบไม่เต็มใจเท่าใดนัก
ทุกคนมองมาที่ทรงกลดมีเหรียญ ภาคีนาวี เด็กหนุ่มคนนี้ คงเปรียบดังพยัคฆ์ติดปีก อนาคตคงไปใกลสุดคาดคิดแน่นอน
ไม่มีงานเลี้ยงใดที่ไม่เลิกราแขกทุกคนลากลับตอนใกล้สว่าง หลายคนอยากจะอยู่ส่งเด็กหนุ่มออกจากท่าแต่ทรงกลดขอร้องไว้ เขาไม่้าให้คนที่อยู่ทางนี้เดือดร้อนตกเป็เป้าของใครๆสู้จากลากันเงียบๆดีกว่า มิตรภาพคงยั่งยืน ชีวิตต้องดำเนินไปอย่างราบเรียบด้วย
“เจอกันครั้งหน้าผมจะผลิตยาที่ดีที่สุดมามอบให้กับทุกคน”ทรงกลดะโให้คำมั่นก่อนเรือพิฆาตสองลำจะเคลื่อนตัวห่างออกไป
“เหงาเหมือนกันนะครับนายน้อย เสียดายที่ต้องจากกันเช่นนี้”เสียงอรุณเบิกสั่นบ่งบอกถึงอารมณ์ที่อ่อนไหวสายตายังคงจับจ้องเรือพิฆาตทั้งสอง
“อืม”ทรงกลดถอนใจดังเฮือก “พวกเราก็ควรจะไปกันได้แล้ว”
“ครับนายน้อย” สามองครักษ์เงารับคำสั่งพร้อมเพรียงกัน
ไม่มีใครถามเื่เฒ่าพิษไม่สงสัยในการจัดการของนายน้อย ทุกคนเชื่อใจศิโรราบยินดีรับฟังเพียงเื่ที่เด็กหนุ่ม้าให้รู้เท่านั้น
ครั้งนี้การเดินทางได้เริ่มขึ้นอีกครั้ง หนทางข้างหน้ายังยาวใกลไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีก
สายลมเอื่อยเฉื่อยพัดใบเรือที่กางโค้ง แล่นหายไปในความมืดของท้องทะเลกว้าง นับจากค่ำคืนนี้เรือสำเภาลำแห่งตำนาน ได้หายไปจากเมืองด็องตูอย่างสมบูรณ์
พร้อมกับเฒ่าพิษที่หายไปอย่างไร้ร่องรอย
หลายข่าวบอกว่าเขาโดนเด็กหนุ่มจากสำเภาใหญ่จับตัวไปเป็ทาส
บางกระแสก็ว่าเขาพ่ายแพ้ โดนทำลายแม้กระทั่งซากศพก็ไม่เหลือให้เห็น
หญิงชรากลางสวนสมุนไพรเบิกยิ้มกว้าง ร่องรอยเหี่ยวย่นของวันวานได้เลือนหายไปจากใบหน้ากลับกลายเป็คุณป้าวัยไม่เกินห้าสิบปี เธอยืนโดดเดี่ยวบนยอดเนินเหม่อมองทิศทางที่เรือสำเภาจากไปเสียงทอดถอนใจทำให้รู้ว่า เธอกำลังคิดถึงใครคนหนึ่ง
“เก่งเหลือเชื่อเลยไอหนูอย่าลืมกลับมาเยี่ยมยายด้วยหล่ะ ยายจะรอ”
แม้นใบหน้าจะอ่อนเยาว์ลงแต่การแทนตัวเองว่า ‘ยาย’ ยังคงมีความหมาย สำหรับหญิงชราคนนี้