หลังจากที่เทียนฉินได้รับรู้ข้อมูลจากอาจารย์ของเขาแล้ว เทียนฉินไม่รอช้ารีบเดินทางไปตามที่เสิ้นจื่อบอกอย่างไม่ลังเล
"เจ้ามีธุระอะไรถึงมาที่นี่กัน?"ชายชราคนหนึ่งนั่งอยู่บนโขดหินหน้าประตูบานใหญ่บานหนึ่ง ลืมตาขึ้นมาทันทีที่เห็นเทียนฉินเดินข้ามาทางเขา พร้อมกับเอ่ยสอบถามด้วยเสียงราบเรียบ
"ข้าน้อยเทียนฉินคารวะผู้อาวุโส!"
"ท่านอาจารย์เสิ้นจื่อได้บอกแก่ข้าว่า ที่ตรงนี้มีสถานที่ให้ฝึกฝนในการต่อสู้ จึงหวังจะมาขัดเกลาฝีมือของตนเองให้ดียิ่งขึ้น!"
"อ่อ! ลูกศิษย์ของตาเฒ่าเสิ้นเองหรอกรึ?"ชายชราคนนั้นพยักหน้าเหมือนเข้าใจ ก่อนจะกล่าวถามอีกเล็กน้อย
"ว่าแต่ว่าเจ้าคงรู้แล้วสินะว่าที่แห่งนี้นั้นมีค่าใช้จ่ายในการเข้า"
"และที่สำคัญที่สุดคือที่แห่งนี้นั้นอันตรายเป็นอย่างมาก!"
"ข้อน้อยเข้าใจดีแล้วผู้อาวุโส"เทียนฉินตอบกลับอย่างนอบน้อม
"ถ้าอย่างนั้นก็ส่งป้ายหยกของเจ้ามาให้ข้าได้ตรวจเสียก่อน"ชายชรากล่าวออกมาอย่างเรียบง่าย
เทียนฉินเดินไปมอบป้ายหยกของตนเองให้กับชายชราคนนั้น หลังจากที่ตรวจสอบเสร็จและลงทะเบียนเรียบร้อยดีแล้ว ชายชราคนนั้นก็สอบถามเทียนฉินอีกสองสามครั้งก่อนจะพาเทียนฉินเดินผ่านเข้าประตูไปยังด้านใน
เรื่องที่ชายชราคนนั้นสอบถามก็ไม่ได้มีอะไรมาก เพียงแต่ถามเรื่องระยะเวลาในการเข้าไปฝึกกับเรื่องของคะแนนที่ต้องใช้จ่ายในการเข้าไปฝึกฝนด้านในนั่นเอง
เมื่อเดินเข้ามาภายในแล้วเทียนฉินพบว่าสถานที่ที่เขาเข้ามานั้นมีค่ายกลเคลื่อนย้ายอยู่สองจุด แต่ละจุดมีชายชราผมขาว ใส่เสื้อสีแดงเพลิงของนิกายนั่งล้อมอยู่จุดละสี่คน
ทันทีที่พวกเขาสองคนเดินเข้ามาชายชราทั้งแปดคนก็ลืมตาขึ้นมามองพวกเขาอย่างพร้อมเพียงกัน
"อาวุโสเล่งเจ้าพาใครเข้ามากัน!"ชราชราคนที่นั่งเฝ้าค่ายกลคนหนึ่งเอ่ยถามออกมา
"เป็นตาเฒ่าเสิ้นจื่อที่อยากจะให้ลูกศิษย์ของเขามาฝึกฝนที่นี่!"อาวุโสเล่งตอบกลับไป
"อ่อ! เป็นศิษย์คนใหม่ของตาเฒ่าเสิ้นนี่เองหรอกรึ?"ชายชราคนนั้นจ้องมองสำรวจเทียนฉินอย่างละเอียดก่อนจะเอ่ยถามออกมา
"ว่าแต่เจ้าอยากจะเข้าไปฝึกฝนที่ใดกัน?"
"จากที่ท่านอาจารย์ได้บอกกับศิษย์ไว้ ศิษย์จึงได้ตัดสินใจไปที่เขตแดนลับหมื่นอสูร!"เทียนฉินได้เอ่ยออกมาอย่างหนักแน่น
อันที่จริงเสิ้นจื่อได้บอกเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้ไว้แล้วว่า ในนิกายมีสถานที่ฝึกฝนลับอยู่สองแห่ง ซึ่งแต่ละแห่งมีความยากง่ายแตกต่างกันไป นั้นก็คือ แดนลับหมื่นอสูรกับแดนลับมายาวงกต
เพียงแต่เสิ้นจื่อแนะนำให้เทียนฉินไปที่แดนลับมายาวงกตมากกว่า เนื่องจากแดนลับมายาวงกตนี้สัตว์อสูรที่ร้ายกาจที่สุดมีเพียงพลังระดับผันแปรขั้นต้นเท่านั้น
แต่ถ้าเป็นเขตแดนลับหมื่นอสูรกลับมีอสูรบางตัวที่มีระดับสูงถึงผันแปรขั้นสูงสุดอยู่ด้วย นั่นทำให้เสิ้นจื่อเป็นกังวลว่าจะทำให้เทียนฉินมีอันตรายได้
"โอ้ว! เจ้าแน่ใจรึที่เจ้าเข้าไปยังเขตแดนลับหมื่นอสูรนั่น!"ชายชราคนนั้นถามย้ำเพื่อให้เทียนฉินตัดสินใจอีกครั้ง
"ศิษย์ตัดสินใจดีแล้วผู้อาวุโส"เทียนฉินยังมุ่งมั่นในการตัดสินใจของเขาไม่หวั่นไหว
"ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็เตรียมตัวให้พร้อม พวกข้าจะเปิดค่ายกลเพื่อให้เจ้าได้เข้าไปในเขตแดนลับหมื่นอสูรนี้!"ชายชราคนนั้นเอ่ยบอกพร้อมกับพยักหน้าให้กับอีกสามคนที่นั่งอยู่ตรงจุดเคลื่อนย้ายนั้น
ทั้งสี่คนเริ่มทำการถ่ายเทพลังปราณเข้าใส่ค่ายกลเคลื่อนย้ายนั้นโดยไม่เอ่ยอะไรออกมาสักคำ ทันทีที่กระแสพลังปราณทั้งสี่สายพุ่งเข้าใส่ค่ายกลนั้นเอง ก็ปรากฏเป็นแสงสีขาวส่องสว่างไสวตรงค่ายกลนั้น ก่อนจะเกิดเป็นประตูมิติบานหนึ่งขึ้นมากลางค่ายกลนั้น
"เจ้ารีบเข้าไปเถอะ เมื่อครบกำหนดเวลาที่เจ้าได้ลงทะเบียนไว้ ค่ายกลเคลื่อนย้ายนี้จะนำพาตัวเจ้ากลับออกมาเอง"ชายชราคนนั้นหันมาทางเทียนฉินก่อนบอกข้อมูลในการเข้าออกแดนลับหมื่นอสูรนี้ให้รู้
"ขอบคุณอาวุโสทุกท่าน!"เทียนฉินคำนับชายชราทั้งหมดก่อนเดินเข้าไปในประตูมิติบานนั้นอย่างไม่ลังเล
"การประลองคราวนี้คงน่าสนุกกว่าที่ผ่านมาแน่นอน!"ชายชราคนนั้นเอ่ยพึมพำออกมาหลังจากที่เห็นเทียนฉินเดินเข้าไปด้านในแล้ว
"ฮ่าๆ! คราวนี้ตาเฒ่าเสิ้นคงได้ยิ้มหน้าบานเป็นแน่!"อาวุโสเล่งเอ่ยตอบกลับมาก่อนจะเดินออกไปเฝ้าด้านหน้าเหมือนเดิม
"หวังว่าคงไม่ตกม้าตายเสียก่อนการประลองล่ะ!"ชายชราอีกคนกล่าวบอกความคิดเห็นออกมา
พื้นที่ภายในแดนลับหมื่นอสูรนี้ ประกอบไปด้วยผืนป่าอันกว้างใหญ่ ภูเขาลูกแล้วลูกเล่าขึ้นสลับซับซ้อนกันดูสวยงาม มีบ้างที่เป็นผืนดินอันแข็งกระด้าง มีบ้างเป็นทุ่งหญ้าอันอุดมสมบูรณ์
เทียนฉินยืนมองบรรยากาศโดยรอบทำให้รู้สึกทึ่งกับนิกายเพลิงอัคคีเป็นอย่างมาก เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าทางนิกายจะมีเขตแดนลับที่ยิ่งใหญ่เพียงนี้ได้
"ข้าไม่อาจดูถูกพลังของทางนิกายได้เลยสินะ"เทียนฉินพึมพำออกมาในใจ
"เจ้าหนู! ที่จริงแล้วที่นี่เป็นมิติลับแห่งหนึ่งที่หลงเหลืออยู่ตั้งแต่กาลก่อนเท่านั้นเอง"
"เพียงแต่ว่าตอนนี้ไม่รู้ว่ายังหลงเหลืออะไรให้ค้นหาได้อีกหรือไม่!"หลงยู่หมิง
กล่าวออกมาหลังจากที่เห็นเขายืนตะลึงอยู่กับที่นานแล้ว
"อาวุโสหลงรู้จักสถานที่แห่งนี้ด้วยรึ?"
เทียนฉินเอ่ยถามอย่างสงสัย
"เฮ่อ!"
"ที่จริงแล้วมิติลับแห่งนี้เผ่าพันธุ์ข้าเคยครอบครองมาก่อน แต่หลังจากที่เผ่าพันธุ์ข้าได้ล่มสลายลงกลับไม่คาดคิดว่าจะมาอยู่ในความครอบครองของนิกายเจ้าเสียได้!"หลงยู่หมิงกล้่วออกมาพร้อมกับเสียงทอดถอนใจ
"ถ้าอย่างนั้นอาวุโสหลงคงบอกข้าได้สิว่าควรไปที่ใดกัน!"เทียนฉินได้ยินดังนั้นก็เอ่ยออกมาด้วยความตื่นเต้น
"ได้อยู่แล้ว! แต่เจ้าก็อย่าพึ่งคาดหวังว่าจะได้พบกับโชควาสนาอันใดเล่า เพราะกว่าจะมาถึงตอนนี้คงถูกคนของนิกายเจ้าพลิกผืนดินค้นหาจนทั่วหมดแล้ว!"หลงยู่หมิงกล่าวดักเทียนฉินอย่างรู้ทันความคิด
"อ่า! ข้าแต่ต้องการมุ่งไปในที่ที่มีสัตว์อสูรอยู่ก็เท่านั้นเอง!"เทียนฉินแก้ตัวออกมาอย่างอายๆ
"ถ้าอย่างนั้นก็ไปตามทางที่ข้าบอก!"หลงยู่หมิงกล่าวเพียงสั้นๆ ก่อนจะแนะนำเทียนฉินให้รู้ว่าควรมุ่งหน้าไปทางไหนก่อน
เวลาผ่านไปในชั่วพริบตา การเดินทางท่ามกลางดินแดนหมื่นอสูรอันกว้างใหญ่ เทียนฉินก็ได้มาถึงจุดมุ่งหมายแรกของการฝึกฝนแล้ว
"ที่นี่คือจุดแรกที่ข้าจะให้เจ้าเข้าไปขัดเกลาฝีมือ รังของหมาป่ายักษ์วารี ซึ่งมีร่างกายใหญ่โตราวกับขุนเขา แต่ระดับพลังข้าไม่แน่ใจว่ามันบรรลุถึงขั้นไหนแล้ว!" หลงยู่หมิงชี้มือไปในทิศทางเบื้องหน้าที่มีต้นไม้ขึ้นเบียดเสียดแน่นขนัด กิ่งไม้ไหวลู่ไปมาเมื่อสายลมพัดผ่าน
"ดี! ถ้าอย่างนั้นเราก็เริ่มกันเลยดีกว่า!"
เทียนฉินเอ่ยออกมาพร้อมกับมุ่งหน้าไปทางป่านั้นทันที
เมื่อมาถึงบริเวณป่านี้ได้ไม่นาน เทียนฉินก็พบฝูงหมาป่าฝูงหนึ่งซึ่งมีอยู่ประมาณหกเจ็ดตัว เขามองดูรอบๆอีกครั้งก็ไม่เห็นฝูงอื่นอีก จึงตัดสินใจพุ่งเข้าหาฝูงหมาป่านั้นอย่างรวดเร็ว
ฉั้วะ!
ร่างของเทียนฉินพลิ้วไหวดั่งสายลม ก่อนดาบเพลิงสุริยาในมือจะฟาดลงบนหัวของหมาป่าตัวหนึ่งอย่างว่องไว
บรู้วว!
หมาป่าที่เหลือต่างส่งเสียงร้องออกมาอย่างโหยหวน สายตาต่างหันมาจดจ้องเทียนฉินราวกับเป็นอาหารอันโอชะของพวกมัน
เทียนฉินไม่ปล่อยโอกาสให้ตนเองอยู่ในอันตรายแน่นอน เขายกดาบเพลิงสุริยาขึ้นก่อนวาดท่วงท่าของเพลงดาบเงาสวรรค์ออกไปทันที
แสงดาบพรั่งพรูออกมาสลับกันราวกับตาข่าย พุ่งเข้าหาฝูงหมาป่าที่เหลืออย่างรวดเร็วโดยที่พวกมันไม่ทันได้โต้ตอบใดๆ
เมื่อเทียนฉินได้หยุดการวาดดาบลง ฝูงหมาป่าเหล่านั้นก็ถูกซัดกระจัดกระจายไปรอบด้านในสภาพคอขาดบ้าง ลำตัวขาดสองท่อนบ้าง เลือดต่างเจิ่งนองไปทั่วบริเวณ
"เคล็ดวิชาดาบเงาสวรรค์รุนแรงถึงเพียงนี้เชียวหรือ!"
เพลงดาบตาข่ายฟ้านี้คือการออกดาบอย่างว่องไวแล้วผสานกับพลังปราณในร่างกายจนเกิดเป็นคมดาบจำนวนมากคล้ายกับตาข่ายพุ่งเข้าหาศัตรู ซึ่งเพลงดาบตาข่ายเงานี้เป็นเพียงหนึ่งในสามกระบวนท่าของเคล็ดวิชาดาบเงาสวรรค์เท่านั้นเอง
"เจ้าต้องค่อยๆขัดเกลากระบวนท่าแต่ละอย่างให้ช่ำชองโดยเร็วที่สุด โดยต้องไม่ใช้ควบคู่ไปกับแก่นแท้ธาตุไฟและน้ำ เพราะมันจะทำให้เจ้าเข้าถึงเพลงดาบได้อย่างแท้จริง!"
เทียนฉินนึกถึงคำกล่าวของหลงยู่หมิงที่เคยบอกเขาไว้ตอนที่เข้ามาแดนลับหมื่นอสูรตอนแรก
เขาไม่รอช้ารีบมุ่งหน้าเข้าไปยังใจกลางของรังหมาป่ายักษ์วารีอย่างรวดเร็ว เพราะเขามีเวลาในการขัดเกลาเคล็ดวิชานี้อีกไม่ถึงสองเดือนแล้วก่อนจะเริ่มงานประลอง
จบตอนที่ 56