เทียนหลง ดันเจี้ยน สเลเยอร์

    บทที่ 15

    “นั่นสิครับ ร้านก็ออกจะใหญ่โต พี่ครีมทำคนเดียวไม่ไหวหรอก ยังไงก็ต้องจ้างคนเพิ่มอยู่ดี ไหนจะงานครัว งานบาร์น้ำ เสิร์ฟอาหาร ล้างจาน เช็ดโต๊ะ ล้างห้องน้ำ รดน้ำต้นไม้อีก ผมว่ายังไงที่ก็ต้องจ้างเพิ่มอีกอยู่ดีนั่นแหละครับ..” ไอซ์กล่าวออกมาตามเหตุผล เพราะร้านที่เขาไปดูนั้นมันไม่ใช่สถานที่เล็กๆเลย มันเป็นคาเฟ่ที่มีขนาดกว่า 1 ไร่ และครึ่งหนึ่งของที่ดินเป็นสิ่งปลูกสร้าง ไหนจะตัวอาคารที่มีสองชั้น และยังมีสวนดอกไม้อีกด้วย“มันจะดีเหรอ ฉันไม่อยากรบกวนพวกแกเท่าไรนัก อีกอย่าง..” บิวตี้กล่าวออกมาอย่างเกรงใจ อีกใจหนึ่งก็ดีใจที่เพื่อนของเธอไม่เคยคิดจะทอดทิ้งเธอในตอนที่ลำบาก ในขณะที่เธอกำลังจะพูดให้เหตุผลครีมก็กล่าวแทรกขึ้นมาก่อน“แกไม่ต้องพูดอะไรอีก.. แกมาทำงานกับฉันนั่นแหละดีแล้ว ตอนเรียนพวกเราก็ผ่านอะไรกันมาตั้งเยอะ ฉันจะปล่อยให้แกลำบากได้ยังไงกันเพื่อน.. แล้วแกก็ต้องมาในทำงานในฐานะหุ้นส่วนของฉันด้วย ไม่เอาลูกจ้างนะ..” ครีมกล่าวกับเพื่อนรักของเธออย่างจริงจัง“แต่ฉันไม่มีเงินลงทุนกับแกนี่นา.. เป็นลูกจ้างก็ดีอยู่แล้ว” บิวตี้กล่าว“เรื่องนั้นเดี๋ยวฉันให้ยืมก่อนก็แล้วกัน ไว้แกสะสมเงินจากร้านได้แล้วค่อยคืนก็ได้ หรือจะให้หักจากเงินปันผลของแกในแต่ละเดือนก็ได้..” ครีมกล่าว บิวตี้ที่ได้ยินอย่างนั้นก็แทบจะน้ำตาซึมด้วยความซาบซึ้งใจ สุดท้ายแล้วเพื่อนคนนี้ก็ไม่เคยทอดทิ้งเธอเลยสักครั้ง ประกอบกับที่เจ้าน้องไอซ์กล่าวยุเธออย่างต่อเนื่อง ในที่สุดเธอก็ใจอ่อนยอมจนได้“ก็ได้.. ฉันทำกับแกก็ได้..” บิวตี้กล่าวตอบรับ จากนั้นพวกเขาก็วางแผนเรื่องร้านคาเฟ่ใหม่นี้ด้วยกัน โดยที่ไอซ์นั่งฟังเงียบๆ เขาบอกกับทั้งสองเรื่องที่จะไม่ขอมีส่วนร่วมกับธุรกิจของทั้งสอง และให้เหตุผลว่าเขามีบริษัทที่จะต้องดูแลอยู่แล้ว เวลาผ่านไปสักพักหนึ่งข้อตกลงก็ลงตัว ครีมจะดูแลเรื่องงานครัวทุกอย่าง และถือหุ้นจำนวน 60 เปอร์เซ็นต์ บิวตี้ดูเรื่องงานบริการ และเครื่องดื่ม ถือหุ้นจำนวนอีก 40 เปอร์เซ็นต์“หลังจากเซ็นสัญญาที่ดินแล้ว เราค่อยวางแผนซื้อของอีกทีหนึ่งก็แล้วกัน.. แกก็เคลียร์งานที่เดิมให้เสร็จแล้วก็ลาออกมาซะ มีปัญหากับพวกมันบอกฉัน เดี๋ยวแม่จะฟาดปากพวกมันถึงที่เลยคอยดู..” ครีมกล่าว ในขณะที่บิวตี้ก็พยักหน้าพร้อมกับยิ้มอ่อนๆออกมา“อ่า!! อีกอย่างหนึ่ง แกย้ายของเข้ามาที่บ้านฉันดีกว่า อยู่หอให้เสียตังค์ทำไมกัน แล้วก็ไม่ต้องมาเกรงใจฉัน บ้านหลังนี้ก็ออกจะใหญ่โตเหลือห้องนอนอีกตั้งสองสามห้อง แกมาอยู่มันก็ไม่ได้ต่างอะไรจากเดิมเท่าไรหรอก..” ครีมกล่าวต่อเมื่อนึกออกถึงเรื่องนี้ บิวตี้ก็พยักหน้าให้เช่นเดิม“เรื่องจบแล้วนะครับ ยังไงผมขอตัวไปทำงานต่อก่อนนะ เหลือเรื่องเอกสารนิดหน่อย ถ้าคุณปังปอนติดต่อกลับมาแล้ว ผมจะแจ้งให้ทราบกันอีกที พวกพี่ไม่ได้เจอกันนานน่าจะออกไปหาอะไรกินกันหน่อยนะ..” ไอซ์กล่าวกับทั้งสองก่อนจะขอตัวขึ้นไปบนห้องนอนชั้นสอง แน่นอนว่าทั้งสองก็เห็นด้วย วันนี้ต้องเมารื้อฟื้นความหลังกันสักหน่อย ครีมขับรถใหม่ของเธอออกไปพร้อมกับบิวตี้ในเวลาต่อมา“ในที่สุด บ้านก็เงียบลงเสียที.. เอาล่ะ อย่างแรกที่ต้องทำก็คงจะต้องเป็นเรื่องนั้น...” ไอซ์ที่เห็นว่าทั้งสองเดินทางออกไปแล้ว เขาก็พูดกับตัวเองก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อต่อสายไปหาบุคคลคนหนึ่ง รอไม่นานปลายสายก็ตอบรับกลับมา“สวัสดีครับ คุณอนุวัฒน์ มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ หรือว่าการใช้งานบัตรเครดิตของธนาคารเราจะมีปัญหาอย่างนั้นเหรอครับ..” แน่นอนว่าสายนี้เป็นของผู้จัดการธนาคารสาขาที่เขาไปทำเรื่องซื้อขายหลายๆอย่างเอาไว้“ไม่ทราบว่ารบกวนคุณเกียรติไกรหรือเปล่าครับ แต่ผมมีเรื่องอยากจะรบกวนคุณสักหน่อย ต้องขอโทษด้วยนะครับที่โทรมาในเวลาอย่างนี้..” ไอซ์กล่าว แต่ด้วยเวลาที่เย็นมากขนาดนี้ ซึ่งเวลานี้มันคงจะกลายเป็นเวลาพักผ่อนของทุกคนเสียมากกว่า“ไม่เป็นไรครับคุณอนุวัฒน์ ตอนนี้ผมยังทำงานอยู่ที่ธนาคารอยู่เลยครับ.. ว่าแต่มีเรื่องอะไรให้ผมจัดการให้ครับ” ผู้จัดการกล่าวออกมาตามความจริง ตอนนี้เขากำลังติดตามเอกสารให้กับไอซ์อยู่ ซื้อหุ้น และกองทุน อสังหาริมทรัพย์ แล้วไหนจะประกันชีวิตอีก แค่อย่างเดียวมันก็มีหลายขั้นตอนแล้ว เขาจำเป็นต้องรีบทำ เพราะอีกฝ่ายมีทรัพย์สินติดท็อปลำดับ 22 ของประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากที่ตรวจสอบ“ต้องรบกวนคุณแล้ว แต่มันค่อนข้างเป็นเรื่องด่วนสำหรับผม.. คุณพอจะรู้ไหมว่าฮันเตอร์ที่ชื่อ ‘สรศิษฐ์’ มีบริษัทไหนให้การสนับสนุนเขาอยู่..” ไอซ์กล่าวเพื่อเข้าประเด็นในทันทีเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา“คุณสรศิษฐ์ ใช่คุณ แจ๊คกี้หรือเปล่าครับ หรือว่าคุณอนุวัฒน์ต้องการจะสนับสนุนเขากันครับ” เกียรติไกรเอ่ยถามกับไอซ์“ใช่แล้วคนที่ชื่อแจ๊คกี้นั่นแหละ แต่คุณอาจจะเข้าใจผิดแล้ว ผมไม่ได้ต้องการสนับสนุนเขา แต่ผมต้องการทำลายเขาคนนั้นให้ยับแบบป่นปี้.. ถ้าคุณรู้จักเขาดีล่ะก็แปลว่าคุณทราบข้อมูลเกี่ยวกับมันใช่ไหมครับ” ไอซ์กล่าวพร้อมกับใช้น้ำเสียงที่ค่อนข้างกดดันกับอีกฝ่าย แน่นอนว่ามันทำให้เกียรติไกรถึงกับเหงื่อแตกในทันที“เออ.. ก็พอทราบอยู่หรอกครับ ยังไงคุณแจ๊คกี้ก็เป็นนักล่าที่มีระดับค่อนข้างสูง และโดดเด่น การจะทำลายเขาคงจะไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะครับ เพราะบริษัทที่ให้กับสนับสนุนเขาเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่จากจีน และได้ข่าวว่าทายาทของเจ้าของบริษัทมีคุณแจ๊คกี้เป็นมือขวาในการลงดันเจี้ยน.. เรื่องนี้ ผมว่ามันเกินตัวผมไปมากครับ” เกียรติไกรกล่าวออกมาอย่างยากลำบากใจกับเรื่องนี้“ผมเข้าใจความลำบากของคุณดี.. แต่ผมขอเพียงแค่ชื่อของบริษัทที่ให้การสนับสนุนเขา และคนที่เป็นเจ้านายของเขาเท่านั้น เพียงแค่ชื่อผมคิดว่ามันไม่น่าจะเป็นความลับอะไร หวังว่าคุณจะช่วยเหลือผมได้ในเรื่องนี้ ถ้าไม่ก็แค่บอกมา ผมสามารถจัดการที่อื่นได้ด้วยตัวเอง” ไอซ์กล่าวกดดันอีกฝ่ายให้จนมุม มันก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะสืบ แต่ถ้าเขาสืบเองตัวตนของเขาอาจจะเสี่ยงถูกเปิดเผยเอาก็ได้“..เออ..ก็ได้ครับ บริษัทที่ให้การสนับสนุนเขาอยู่คือ บริษัทเครือตระกูลหลิน หรือเอาง่ายๆก็คือ หลานชายของคุณหลินฟ่อเคอ กองทุนที่คุณซื้อไว้ด้วยเงินกว่า 5 พันล้านบาทนั่นแหละครับ..” เกียรติไกรตัดสินใจที่กล่าวออกไป เพราะถึงอย่างไรมันก็ไม่ได้เป็นความลับแต่อย่างใด หากติดตามข่าวสักนิดก็จะทราบได้ถึงความสัมพันธ์นี้อยู่ดี“เป็นตระกูลหลินอย่างนั้นเหรอ.. ผมเข้าใจแล้ว คุณช่วยถอนหุ้นคืนจากกองทุนของพวกเขา และบริษัทในเครือของตระกูลหลินออกมาให้หมด แล้วไปซื้อหุ้นส่วนจากบริษัทคู่แข่งของเขาให้หมด.. เรื่องนี้คุณพอจะทำให้ผมได้ไหม..” ไอซ์ที่ได้ยินว่าพวกมันคือพวกตระกูลหลินเขาก็เข้าใจว่ามันต้องใช้เวลากว่าที่จะโค่นมันได้ทั้งหมด และไม่ว่ามันจะใหญ่มาจากไหนเขาก็พร้อมที่จะทำลายมันทั้งหมด“เข้าใจแล้วครับ นอกจากกองทุนที่คุณซื้อไว้ก็ไม่มีบริษัทที่คุณลงทุนเกี่ยวข้องกับตระกูลหลินอีกครับ เรื่องการถอนกองทุนผมจะรีบจัดการให้ในทันที แต่จากการคาดการณ์ของผมแล้ว คุณจะสูญเสียเงินในครั้งนี้กว่า 100 ล้านบาทในการถอนตัว.. คุณอนุวัฒน์พอเข้าใจใช่ไหมครับ” ผู้จัดการชี้แจงให้ไอซ์ฟังถึงจำนวนเงินที่กำลังจะเสียไปหากจะถอนมันในตอนนี้“แน่นอน มันก็แค่ 100 ล้าน ผมเสียได้มากกว่านี้อีก และพวกเขาทั้งหมดจะต้องพังพินาศในเวลาไม่นาน คุณทำตามที่ผมต้องการก็พอ และรอดูกันว่าระหว่างผมกับพวกมันตระกูลหลินยังกล้าที่จะสนับสนุนไอ้แจ๊คกี้นั่นอยู่ไหม” ไอซ์กล่าวอย่างมีน้ำโหค่อนข้างมาก และทั้งหมดนี้มันก็เพื่อผู้หญิงเพียงคนเดียว คนที่เปรียบเสมือนพี่สาวคนที่สองของเขา“ใครที่กล้าเข้ามาทำร้ายครอบครัวของฉัน.. พวกมันต้องไม่ตายดี”