สวี่หว่านถิงก้าวถอยหลังเพียงครึ่งก้าวก่อนประสานมือค้อมศีรษะให้อ๋องจางฟู่หว่านโหรว
แววตาของเธอช้อนขึ้นสบตาเขา ทว่าสายตาเรียบง่ายนั้นแต่กลับแฝงประกายอ่อนหวานชวนให้ใจเต้นแรง
ริมฝีปากน้อยคลี่ยิ้มบาง
“ตายจริงมือของท่านอ๋องแดงหมดแล้วคงจะเป็เพราะที่ถูกหม่อมฉันชนเข้าเมื่อครู่นี้เป็แน่”สวี่หว่านถิงแสร้งฉวยจับมือของอ๋องจางฟู่หว่านโหรวขึ้นมาก่อนจะค่อยๆพ่นลมบางๆลงไปที่มือนั่นของเขาอย่างอ่อนโยน
หึรับบทนางร้ายในจอมามากเื่ยั่วยวนตัวละครในเื่ฉันทำมาจนชิน เธอคิดในใจก่อนจะแอบแสยะยิ้มมุมปากเบาๆ
การกระทำเช่นนั้นของสวี่หว่านถิงทำเอาอ๋องจางฟู่หว่านโหรวนิ่งไปสายตาคมเข้มสั่นไหววูบหนึ่ง หัวใจเต้นแรงไม่เป็ส่ำ
ความรู้สึกบางอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนจู่โจมหัวใจเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว
“ตายจริงหม่อมฉันขอประทานอภัยเพคะท่านอ๋อง”เธอแสร้งทำเป็ใก่อนจะลงไปนั่งคลุกเข่าบนพื้น
อ๋องจางฟู่หว่านโหรวที่ไม่เคยอ่อนไหวกับสตรีนางใดแต่ทว่าเขากลับยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน
“เ้ารีบลุกขึ้นเถิด เ้าหาได้ทำสิ่งใดผิด”
เธอแสร้งยิ้มอย่างหวั่นๆก่อนจะลุกขึ้น
“ท่านอ๋องพะยะค่ะรีบเสด็จขึ้นรถม้าเถอะพะยะค่ะ”
“อื้ม”เขาตอบทหารองครักษ์เพียงสั้นๆก่อนจะมองเธออีกครั้งอย่างเสียดายพร้อมกับรีบเดินขึ้นรถม้าที่ห่างเพียงสามก้าวในทันที
สวี่หว่านถิงแอบกระหยิ่มในใจ
ตกง่ายจริงๆผู้ชายในนิยายเนี่ย ถ้าเดาไม่ผิดตอนนี้ท่านอ๋องสุดหล่อนั่นก็คงจะแอบเก็บเอาไป๋หลิงซิ่วไปคิดถึงอย่างแน่นอนเธอพึมพำในใจก่อนจะชายตามองไปยังรถม้าสง่านั่นผ้าม่านสีทองถูกแง้มออกมาเพียงเล็กน้อยพอที่สายตาทั้งสองคู่จะสามารถส่งถึงกันได้อย่างไม่มีอะไรขวาง
“สตรีผู้นี้… นางเป็ใครกันแน่ ทำไมเพียงสบตาข้ากลับลืมหายใจไปชั่วขณะ…”อ๋องจางฟู่หว่านโหรวพึมพำกับตัวเองเบาๆราวกับว่าหัวใจของเขาในตอนนี้กำลังถูกหญิงสาวแปลกหน้าขโมยไปเสียแล้ว
สวี่หว่านถิงยิ้มน้อยๆก่อนจะหันหลังจากไปเหลือทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมอ่อนๆที่ยังคงติดอยู่ในลมหายใจของอ๋องหนุ่มไม่จาง
ณ จวนแม่ทัพหม่าจื่อหว่านอี้
แสงแดดยามบ่ายที่ร้อนแรงทำเอาโถงใหญ่ร้อนวูบวาบเป็ไฟขึ้นมาในทันที
บุรุษร่างสูงใหญ่ในชุดแม่ทัพเต็มยศนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ดำขลับใบหน้าแข็งกร้าว สายตาคมวาวราวเหล็กกล้า
ข้างกายเขามีหญิงสาวหน้าตาอ่อนหวาน ลั่วเหยียนเอ๋อยืนทำหน้าเศร้าราวกับเพิ่งถูกกระทำมา
“เ้าหายหัวไปไหนมา”เสียงทุ้มต่ำแฝงอารมณ์ขุ่นมัวของแม่ทัพหม่าเอ่ยขึ้น
สวี่หว่านถิงหรือควรกล่าวว่าไป๋หลิงซิ่วในตอนนี้เพียงยกคิ้วขึ้นอย่างไม่สะทกสะท้าน
เธอวางห่อข้าวของมากมายที่นำมาจากตลาดลงบนโต๊ะไม้เสียงดังตึง! ก่อนจะยืนทัดอกตอบอย่างท้าทาย
“ตาบอดงั้นหรือเ้าคะ? ข้าก็ออกไปใช้ชีวิตนิดหน่อยจะให้ข้าอุดอู้อยู่แต่ในจวนท่านหรือไร”
แม่ทัพหม่าเงยหน้าขึ้นดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธจัด เขามองของที่กองเต็มโต๊ะทั้งเครื่องประดับ ผ้าไหม เครื่องปทินผิวจากตลาดในเมือง
“นี่เ้า เ้าผลาญเงินในจวนข้างั้นรึ!”
เธอยกมือขึ้นมองดูเล็บมืออย่างเชื่องช้าริมฝีปากโค้งขึ้นน้อย ๆ อย่างไม่แยแส
“ก็แล้วข้าทำไม่ได้หรือเ้าคะ? สมบัติของท่านก็คือสมบัติของข้า…ในฐานะฮูหยินใหญ่ของจวนนี้ เอ๊ะหรือว่าข้าไม่ใช่แล้ว?”
“นี่เ้า หึจริงอยู่ที่เ้าเป็ฮูหยินใหญ่แต่เ้าก็หาได้มีสิทธิ์ใช้เงินทองในจวนข้าอย่างไร้หตุผลเช่นนี้”
“อะไรคือไร้เหตุผล เสื้อผ้าอาภรเครื่องประดับเหล่านี้งั้นเหรอ”เธอพูดพร้อมกับหยิบสิ่งของเ่าั้ขึ้นอวดทีละชิ้นก่อนจะปรายตาเย็นเยียบจ้องมองแม่ทัพหม่า
“ข้าไม่เคยใช้เงินทองในจวนท่านไร้เหตุผลสิ่งของเหล่านี้ข้าในฐานะฮูหยินใหญ่สมควรได้รับ แต่ที่ผ่านมาข้าไม่เคยได้รับมันเลยด้วยซ้ำเสื้อผ้าอาภร เครื่องประดับสวยหรูที่ข้าสวมใส่ในตอนนี้ล้วนมาจากบ้านเดิมของข้าทั้งสิ้นกลับกันฮูหยินรองของท่านกลับได้สวมใส่อาภรผ้าไหมอย่างดีเครื่องประดับหยกเครื่องประดับมุขก็ไม่เคยขาดนี่นะเหรอความเท่าเทียม เฮอะช่างน่าขันยิ่งนัก ฮูหยินใหญ่จะซื้ออาภรใหม่เพียงไม่กี่ชุดกับมองว่าใช้จ่ายไร้เหตุผลแต่กลับฮูหยินรองอยากได้อาภรเครื่องประดับดีๆกับมองว่าซื้อในสิ่งที่ถูกต้องทั้งที่นางเป็เพียงสตรีชนชั้นล่างไม่ควรสวมใส่อาภรและเครื่องประดับที่เสมอข้าเลยด้วยซ้ำ”
เสียงประชดประชันนั่นเฉียบคมพอจะทำให้ลั่วเหยียนเอ๋อหน้าแดงเถือกอย่างละอาย
บรรยากาศในโถงคล้ายจะตึงเครียดขึ้นในทันที
แม่ทัพหม่าเม้มริมฝีปากแน่น ขณะที่สวี่หว่านถิงเพียงยืนนิ่งสายตาสงบแต่วาจากลับสามารถกรีดใจคนได้