เด็กชายจูหงเฟยลุกขึ้นจากเตียงนอน เขาพยายามกำหนดลมหายใจตามเคล็ดดูดซับพลังปราณลมหายใจแห่งมิติจักรวาลไปอย่างกระท่อนกระแท่น
เนื่องจากในตอนตีห้าเช้าตรู่นั้นจูหงเฟยนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงนอนเฉยๆ ไม่ได้ทำกิจกรรมใดๆ การกำหนดลมหายใจจึงเป็ไปได้อย่างราบรื่น
แต่ในขณะที่จูหงเฟยกำลังทำธุระส่วนตัวไม่ว่าจะแปรงฟัน ล้างหน้า แต่งตัว จูหงเฟยก็รู้สึกได้ว่าการกำหนดลมหายใจไปด้วยแล้วทำโน่น..นี่..นั่น..ไปด้วยมันยากลำบากมาก โดยเฉพาะตอนกินข้าว จูหงเฟยจึงเลิกการกำหนดลมหายใจตามเคล็ดดูดซับพลังปราณลมหายใจแห่งมิติจักรวาล แล้วกลับมาหายใจตามปรกติ จากนั้นเขาจึงจะสามารถกินข้าวเช้าได้อย่างมีความสุข
จูหงเฟยสะพายเป้ใส่อุปกรณ์การเรียนแล้วออกมาจากห้องคอนโดของเขา เพื่อที่จะเดินไปโรงเรียนประถมพร้อมๆกับกลุ่มเพื่อนๆ
เช้านี้จูหงเฟยและกลุ่มเพื่อนๆของเขาเดินไปตามฟุตบาทเหมือนปรกติทั่วๆไป แต่ที่ไม่เหมือนเดิมก็คือ จูหงเฟยเดินเงียบๆอย่างเดียว ไม่พูดไม่คุยกับเพื่อนๆเลย ทั้งๆที่ในทุกๆวันจูหงเฟยจะเป็หัวโจกและจะคนที่พูดคุยเก่ง คอยชวนเพื่อนๆพูดคุยเื่โน้นเื่นี้อยู่ตลอดเวลา
"นี่เสี่ยวเฟย..วันนี้นายเป็อะไรไปเหรอ ทำไมถึงได้เอาแต่ก้มหน้าก้มตาเดินอย่างเดียว ไม่พูดไม่จาอะไรเลย" เพื่อนของจูหงเฟยคนหนึ่งเอ่ยถามออกมาด้วยความสงสัย
"ฉันไม่ได้เป็อะไรหรอก ฉันแค่มีเื่ต้องคิดบางเื่น่ะ ฉันก็เลยเดินไปคิดไปเงียบๆ" จูหงเฟยตอบกลับเพื่อนของเขาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม เพื่อปกปิดการ *ฝืน* เดินไปด้วยแล้วกำหนดลมหายใจตามเคล็ดดูดซับพลังปราณไปด้วยอย่างยากลำบากและกระท่อนกระแท่น
จังหวะการกำหนดลมหายใจของจูหงเฟยกับการเดินยังไม่ลงตัวกัน จูหงเฟยจึงต้องใช้สมาธิเป็อย่างมากถึงจะทำทั้ง 2 อย่างพร้อมกันได้ เพราะถึงอย่างไรจูหงเฟยก็เพิ่งเริ่มเรียนรู้การกำหนดลมหายใจตามเคล็ดดูดซับพลังปราณลมหายใจแห่งมิติจักรวาลมาเมื่อตอนตีห้าของเช้าตรู่วันนี้เอง
และผลของเคล็ดดูดซับพลังปราณลมหายใจแห่งมิติจักรวาลนี้ก็ทำให้เกิดผลดีกับร่างกายของจูหงเฟยจริงๆ จนจูหงเฟยสัมพัสและรับรู้ได้ ดังนั้นจูหงเฟยจึงพยายามอย่างเต็มที่เพื่อที่จะกำหนดลมหายใจตามเคล็ดดูดซับพลังปราณลมหายใจแห่งมิติจักรวาลนี้ให้ได้
แล้วจูหงเฟยจะได้เริ่มต้นฝึกเป็เทพยุทธ์อย่างเเท้จริงเสียที ตัวของจูหงเฟยเองก็มีความฝันที่อยากจะเป็ซุปเปอร์ฮีโร่เหมือนกันกับเด็กผู้ชายทั่วๆไปแทบทุกคนบนโลกใบนี้
จูหงเฟยใช้เวลาเดินไปพร้อมกับกำหนดลมหายใจไปเป็เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง เขากับเพื่อนๆก็เดินมาถึงโรงเรียนประถมที่พวกเขาเรียนอยู่
จูหงเฟยรีบเดินขึ้นไปบนอาคารเรียนของชั้นประถมปีที่ 5 ในทันที เมื่อจูหงเฟยเดินขึ้นบันไดมาจนถึงระเบียงทางเดินหน้าห้องเรียนของชั้นประถมปีที่ 5 แล้ว จูหงเฟยก็ได้พบเห็นเหตุการณ์ที่ไม่ปรกติเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาของเขา
ฟางหยวน ซึ่งเป็กัปตันทีมบาสเกตบอลทีมคู่แข่งของจูหงเฟย กำลังถูกทำร้ายร่างกายโดยเด็กชายร่างั์คนหนึ่ง
ถึงแม้จูหงเฟยกับฟางหยวนจะเรียนอยู่คนละห้องกันและเป็คู่แข่งเดิมพันกันในเกมส์บาสเกตบอล แต่ก็ยังถือได้ว่าทั้ง 2 คนเป็เพื่อนกันในระดับหนึ่ง
เด็กชายร่างั์คนนี้มีชื่อว่า โม่จง เขากำลังใช้เท้าขวาอันหนาใหญ่ของเขาเตะเข้าไปที่เอวของฟางหยวนอย่างจัง
อันที่จริงแล้วจะเรียกว่าเอวก็ไม่ถูกต้องนัก ต้องเรียกว่าพุงด้านข้างเสียมากกว่า เพราะฟางหยวนมีรูปร่างที่อวบในระยะสุดท้าย จนเกือบที่จะกลายเป็อ้วนตุ้ยนุ้ยอยู่แล้ว
แต่ฟางหยวนก็ยังเป็คนที่มีความคล่องตัวสูง ออกแนวอ้วนพริ้วตามแบบดารานักแสดงชื่อดัง *หงจินเป่า* เสียมากกว่า ฟางหยวนถึงได้มีความสามารถเป็กัปตันทีมบาสเกตบอลทีมคู่แข่งของจูหงเฟยได้
จูหงเฟยเมื่อเห็นดังนั้นเขาก็โกรธขึ้นมาในทันที
"หนอย..ไอ้เ้าั์โม่จง แกบังอาจมากที่มาทำร้ายไอ้เ้าฟางหยวนที่เป็ถึงบ่อเงินบ่อทอง แล้วก็เป็ตู้ ATM ของฉัน คราวนี้แกได้เละแน่ ไอ้เ้าั์โม่จง" จูหงเฟยคิดในใจแล้ววิ่งพุ่งเข้าไปหาโม่จงในทันที
เมื่อจูหงเฟยพุ่งตัวเข้ามาอยู่ในระยะโจมตีแล้ว จูหงเฟยก็ใช้ท่า *ดรอปคิก* ซึ่งเป็ท่าะโโถมตัวถีบด้วยเท้าทั้งสองข้าง ตามที่จูหงเฟยเคยเห็นมาจากรายการมวยปล้ำอาชีพ WWE ในทีวีทันที
เท้าทั้งสองข้างของจูหงเฟยถีบเข้าไปตรงบริเวณข้างลำตัวของเ้าั์โม่จงเข้าอย่างจัง
เ้าั์โม่จงถึงกับเซถลาออกไปด้านข้าง 4 ก้าว จูหงเฟยได้แต่สงสัยในใจว่า "เอ๋..!! ปรกติแล้วถ้าไอ้เ้าั์โม่จงนี่มันโดนท่าดรอปคิกของเรา มันก็แค่เซไปแค่ 1 หรือ 2 ก้าวเท่านั้น ทำไมคราวนี้มันถึงได้เซไปถึง 4 ก้าวล่ะ หรือว่ามันไม่ทันได้ระวังตัว หรือว่าเราจะมีพลังเพิ่มขึ้นมาจากการกำหนดลมหายใจแปลกๆนั่น"
แน่นอนว่าการต่อสู้และการทะเลาะกันของจูหงเฟยกับเ้าั์โม่จงนั้น เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง เพราะต่างฝ่ายต่างก็เป็ผู้นำในกลุ่มของตน รวมถึงเ้าหมูตอนฟางหยวนก็มีกลุ่มของเขาเองด้วยเช่นกัน
แต่ส่วนมากแล้วจูหงเฟยจะแพ้ให้กับเ้าั์โม่จงมากกว่าชนะ เพราะเ้าั์โม่จงนั้นตัวสูงใหญ่มาก สูงใหญ่เสียจนเหมือนกับผู้ชายวัยผู้ใหญ่คนหนึ่งเลยทีเดียว หากโม่จงสามารถจับล็อคตัวของจูหงเฟยที่ไวอย่างกับลิงเอาไว้ได้ จูหงเฟยก็จะแพ้การต่อสู้ในครั้งนั้นไปในทันที
ตอนนี้จูหงเฟยไม่มีเวลาที่จะคิดอะไรต่อแล้ว เ้าั์โม่จงมันรู้ตัวแล้วว่าจูหงเฟยลอบเข้ามาะโถีบมันจากด้านข้าง มันจึงเตรียมตั้งหลัก แล้วจะเข้ามาล็อคตัวจูหงเฟยเอาไว้ให้ได้
จูหงเฟยจึงวิ่งพุ่งเข้าใส่เ้าั์โม่จงอีกครั้ง ในขณะที่เ้าั์โม่จงยังตั้งหลักได้ไม่ถึง 100% เต็ม
ในครั้งนี้เมื่อจูหงเฟยใช้ท่า *โคลสท์ไลน์* ชึ่งเป็ท่าที่ใช้ท่อนแขนกระแทกเข้าไปที่ลำคอหรือที่หน้าอกของคู่ต่อสู้ เลียนแบบท่ามวยปล้ำที่เคยดูมาจากในทีวี..อีกแล้ว..
"ผลัวะ..!!!" เสียงท่อนแขนข้างขวาของจูหงเฟยกระทบเข้ากับลูกกระเดือกตรงลำคอของเ้าั์โม่จงเข้าอย่างจัง จนเ้าั์โม่จงต้องเอามือทั้งสองข้างขึ้นมากุมลำคอเอาไว้ แล้วเริ่มหายใจติดขัดขึ้นมาในทันที
จูหงเฟยซึ่งในขณะนี้กำลังถลำตัวเลยมาอยู่ทางด้านหลังของเ้าั์โม่จง เขาจึงรีบหันตัวกลับ แล้วโจมตีต่อเนื่องด้วยท่า *เฮดบัตต์* ซึ่งก็คือท่ามวยปล้ำที่ใช้ศีรษะโขกไปที่ร่างกายของคู่ต่อสู้ในทันที
อันที่จริงแล้วจูหงเฟยอยากจะใช้ท่า *ซูเพล็กซ์* ชึ่งเป็ท่าที่รัดเอวคู่ต่อสู้จากทางด้านหลังเเล้วยกตัวคู่ต่อสู้ทุ่มข้ามตัวเองไปในแบบท่าสะพานโค้ง แล้วเอาศีรษะของคู่ต่อสู้โหม่งลงกับพื้น แต่จูหงเฟยนั้นก็ตัวเล็กกว่าเ้าั์โม่จงมาก เขาจึงตัดสินใจไม่ใช้ท่าซูเพล็กซ์นี้ เนื่องจากจูหงเฟยคาดว่าเขาคงยกตัวของเ้าั์โม่จงไม่ขึ้น
จูหงเฟยกระโจนขึ้นสูงพุ่งเข้าใส่เ้าั์โม่จงจากทางด้านหลังอย่างรวดเร็ว แล้วจูหงเฟยก็ใช้ศีรษะบริเวณหน้าผากของเขาโขกเข้าไปที่ศีรษะด้านหลังของเ้าั์โม่จงอย่างรุนแรง
ตำแหน่งที่จูหงเฟยใช้หน้าฝากของเขาโขกเข้าใส่ศีรษะด้านหลังของเ้าั์โม่จงก็คือบริเวณส่วนท้ายทอย
"โป๊ก..!!!!! " หน้าผากของจูหงเฟยโขกกระแทกเข้ากับท้ายทอยของเ้าั์โม่จงอย่างแรง เกิดเป็เสียงดังจนนักเรียนที่มุงดูอยู่รอบๆได้ยินอย่างชัดเจนถนัดถนี่
เ้าั์โม่จงเอามือทั้งสองข้างจากที่กุมลำคอย้ายมากุมศีรษะบริเวณท้ายทอยตามสัญชาตญาณในทันที
จากนั้นสติของเ้าั์โม่จงก็ดับวูบลงไปอย่างฉับพลัน เ้าั์โม่จงโดนโขกเข้าไปที่ท้ายทอยซึ่งเป็จุดสลบของมนุษย์ นั่นจึงทำให้เ้าั์โม่จงสลบแล้วทรุดตัวล้มลงไปนอนคว่ำหน้าบนพื้นระเบียงทางเดินอย่างไร้สติ..