หลินชิงอีดีใจมากที่ท่านผู้เฒ่าจันทราแถมมิติมาให้ด้วย แต่นางยังเข้าไปสำรวจตอนนี้ไม่ได้ คงต้องรอเข้าไปคืนนี้ละกัน
ตอนนี้มาทำภารกิจเดิมต่อดีกว่า ดังนั้นนางจึงลุกขึ้นแล้วหันหลังเดินกลับไปหาน้องสามี แต่นางสังเกตเห็นว่าเด็กน้อยมองนางแปลก ๆ นางจึงได้ถามออกไป
“ซิงเอ๋อเด็กดี ข้าเรียกเ้าแบบนี้ได้ใช่ไหม เ้าเป็อะไรรึไม่ ทำไมถึงมองข้าแปลก ๆ เช่นนั้นล่ะ”
ซิงเอ๋อเด็กดีของพี่สะใภ้ก็เอียงคอ และตอบออกมาอย่างใสซื่อมากว่า
“ข้ากำลังคิดว่า ท่านอาการกำเริบรึไม่ อยู่ ๆ ก็ลงไปนั่งคุกเข่าแล้วพึมพำอะไรที่ข้าไม่เข้าใจ
และข้าก็คิดอีกว่า จะให้พี่รองไปตามท่านหมอมาดูอาการท่านน่าจะดี ข้ากลัวท่านจะไม่สบายหนักกว่าเดิมเ้าค่ะ”
ดีที่เด็กน้อยไม่พูดคำสุดท้าย คือ ข้ากลัวว่าท่านจะเป็บ้าเลยอยากให้หมอมาดู
“เออะ… ข้าไม่ได้เป็อะไรเด็กดี พี่สะใภ้สบายดีทุกอย่าง เมื่อครู่แค่ขอพรต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ให้ครอบครัวของเรามีเสบียงเพิ่มขึ้นจะได้กินอิ่มไม่อดหนะ” แถไปซิทีนี้ สีข้างนางถลอกเืซิบแล้ว
“จริงนะเ้าคะ เช่นนั้นเราไปกันเถอะเ้าค่ะ” เด็กน้อยถามย้ำด้วยสายตาเคลือบแคลง จากนั้นก็ชวนกันไปเดินเล่นหลังบ้านต่อ
หน้าบ้านไม่มีอะไรมากเป็ลานโล่ง ๆ มีต้นเหมยต้นใหญ่แผ่ขยายกิ่งก้านสาขาอยู่ คงจะมีอายุมากแล้ว ที่ใต้ต้นไม้มีแคร่สำหรับนั่งเล่น เลยต้นไม้ไปจะเป็ประตูและรั้วบ้าน ซึ่งจากที่มองมันไม่แ่าเลย เหมือนทำไว้แค่บ่งบอกอาณาเขตของบ้านเท่านั้น
ฮืมมม ความปลอดภัยอยู่ไหน ไม่มีเลย ประตูรั้วกระแทกไม่กี่ทีก็คงหลุด รั้วถ้าจะเตี้ยขนาดนั้นไม่ต้องมีก็ได้นะ เอาไว้กันเด็กเข้าเหรอ ผู้ใหญ่ะโข้ามก็เข้ามาได้แล้ว
ถ้ามีเงินสิ่งแรกที่จะทำคือ สร้างรั้วใหม่ เอาให้สูงและแข็งแรงเลย ทั้งป้องกันคนและสัตว์ป่าด้วย
นอกจากนี้ยังมีห้องครัวอยู่ข้างตัวบ้าน สภาพก็นะ จะถล่มลงมาทับคนวันไหนไม่รู้เลย
ส่วนตัวบ้านนั้นทำมาจากดิน หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าบ้านดิน มีขนาด 2 ห้อง ห้องนึงของนางกับจ้าวซีห่าว ส่วนอีกห้องเป็ของเด็กน้อยกับพี่ชายฝาแฝด ถ้านางจะไปหลังบ้านต้องเดินอ้อมไปทางด้านข้างหรือทะลุประตูหลังห้องครัวไปนั่นเอง
เมื่อมาถึงหลังบ้าน นางมองภาพตรงหน้าด้วยความตกตะลึงและอึ้งไปชั่วขณะ
อืม… ไม่มีเลย ไม่มีอะไรเลยเ้าค่ะ โล่งมากกกก ไม่ซิมีนะ ซากแปลงผักที่ตายนี่ไง ตายเรียบเป็หน้ากองเลย ทำได้ไงเนี้ย ปลูกผักให้ตายหมด ถ้าไม่มีพร์ทำไม่ได้เลยนะ เหอะ ๆ ๆ
“ซิงเอ๋อ อันนั้นแปลงผักใช่ไหม ใครเป็คนปลูกหรือ” ชิงอีสูดหายใจเรียกสติกลับมาและถามขึ้นด้วยความสงสัย
“แปลงผักนี่เหรอเ้าคะ พี่ใหญ่เป็คนปลูกเ้าค่ะ”
“ทำไมมันถึงตายล่ะ พวกเ้าปลูกและดูแลมันยังไง”
“มันต้องดูแลด้วยหรือเ้าคะ ข้าเห็นพี่ใหญ่ขุดดินเอาเมล็ดมาหว่าน รอให้มันโต และสุดท้ายมันก็เป็แบบนี้เ้าค่ะ”
เด็กน้อยตอบด้วยหน้าตาใสซื่อ ดูแล้วอินโนเซนต์สุด ๆ แม้คำบางคำที่พี่สะใภ้พูดนางจะไม่ค่อยเข้าใจแต่โดยรวมแล้วพอเข้าใจ นางจึงสามารถตอบคำถามของพี่สะใภ้ได้นั้นเอง
“หะ!! เ้าว่ายังไงนะ ที่นี่เขาปลูกผักกันแบบนี้เหรอ”
นางะโถามขึ้นด้วยความใ โอ๊ย!!! หัวอิแม่จะปวด นางยกมือขึ้นนวดขมับตนเอง รู้สึกความดันจะขึ้น นี่มันตรรกะอะไรกัน
“จริง ๆ นะเ้าคะ ไม่ใช่แค่ที่นี่เท่านั้น พี่ใหญ่บอกว่า ใคร ๆ เขาก็ทำกันแบบนี้ จะขึ้นหรือไม่ขึ้นก็อยู่ที่โชคชะตาและเทพเซียนท่านจะเมตตาเ้าค่ะ” เด็กน้อยดีใจที่ตอบคำถามของพี่สะใภ้ได้ จึงยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี
ยัง ๆ จะยิ้มได้อีก ถึงยิ้มแล้วจะน่ารักก็เถอะ แต่มันไม่ใช่ไหม โลกนี้มันอะไรกัน ความรู้เื่การเกษตรเป็ศูนย์มาก มีอย่างที่ไหนฝากอนาคตผักไว้กับโชคชะตาและเทพเซียน บ้าไปแล้ววว
โอ้วววว แบบนี้นางจะใช้ชีวิตในโลกนี้รอดไหมเนี้ย เห้ออออ นางโอดครวญด้วยความสงสารตัวเอง
เอาวะ ลองกันสักตั้ง ฉันจะปฎิวัติวงการการเกษตรเอง เอาให้โด่งดังแล้วปังไปเลย
มาดูซิว่าอดีต เด็ก ป.ตรี คณะเกษตรศาสตร์ พ่วงด้วยตำแหน่งผู้ช่วยนักวิจัยการเกษตรอย่างนาง จะทำได้ไหม นางชูกำปั้นขวาขึ้นสุดแขนมือซ้ายเท้าเอวแล้วหัวเราะออกมาด้วยความฮึกเหิม
“โหะ โหะ โหะ” (เสียงหัวเราะเหมือนนางร้ายไปนะ/ไรท์)
‘เอาแล้ว พี่สะใภ้เอาอีกแล้ว นางทำท่าแปลก ๆ อีกแล้ว ไม่ต้องให้พี่รองไปตามท่านหมอจริง ๆ หรือ’
เด็กหญิงตัวน้อยได้แต่คิดสับสนอยู่ในใจ แต่ก็คอยสังเกตอาการพี่สะใภ้ไปด้วย เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นนางจะเป็คนวิ่งไปตามหมอเองในทันทีไม่ต้องรอพี่รองแล้ว
กลับมาที่ชิงอี เมื่อสร้างความฮึกเหิมให้กับตนเองเสร็จแล้ว ก็เริ่มคิดว่าเหมือนมีบางอย่างขาดหายไป
เอ… เดี๋ยวนะ รู้สึกเหมือนคลับคล้ายคลับคลาว่าลืมอะไรบางอย่าง ความทรงจำขาด ๆ เกิน ๆ และนางก็ความจำดีด้วยอะนะ เจริญพรแท้ นางได้แต่เอ่ยตัดพ้อในความขี้ลืมของตัวเอง
หรือว่าจะต้องนั่งขัดสมาธิเอานิ้วแตะน้ำลายมาป้ายขมับ และฟังเสียง ติ๊กต๊อก ติ๊กต๊อก เหมือนในการ์ตูนที่เคยดูหรือป่าวนะ
อะ… นึกออกแล้ว (ดีนะไม่ต้องทำตามการ์ตูน ถ้าทำแล้วได้ไม่เหมือน เสียชื่อเขาหมด/ไรท์) สิ่งที่นางลืมก็คือข้อมูลของโลกนี้ เพราะโลกนี้ต่างจากโลกเดิมมากเหมือนเป็โลกคู่ขนานเลย ซึ่งที่นี่เป็โลกที่มีพลังธาตุ นิยมความแข็งแกร่ง ปลาใหญ่กินปลาเล็ก แกร่งเท่านั้นที่จะอยู่รอด
ซึ่งทุกคนจะมีพลังธาตุมาแต่กำเนิดอยู่แล้ว และจะปลุกพลังได้ตอนอายุ 5 ปี และแต่ละคนจะมีพลังมากน้อย อยู่ระดับขั้นใดหรือพัฒนาต่อไปได้แค่ไหน ขึ้นอยู่ที่อำนาจ กำลังเงิน และทรัพยากรนั่นเอง
โดยส่วนมากชาวบ้านทั่วไปก็จะมีพลังอยู่ที่ระดับสีแดง ขั้นต่ำถึงสูง ถ้าใครได้อยู่ระดับสีส้มแค่ขั้นต่ำก็ได้รับความเกรงใจและการนับหน้าถือตาจากคนทั่วไปแล้ว
ซึ่งพลังธาตุนั้น แบ่งเป็ธาตุพื้นฐาน ดิน น้ำ ลม ไฟ และธาตุพิเศษ คือ แสง มืด น้ำแข็ง สายฟ้า พฤกษา
ซึ่งธาตุพิเศษนี้หายากมาก ร้อยปีจะโผล่มาสักคน ยิ่งคนที่มี สองธาตุ หรือสามธาตุ ไม่ต้องพูดถึง พันปีก็ยังหาได้ยากเลย
และหนึ่งในนั้นก็คือนางนั่นเอง นางมีสองธาตุ คือ ธาตุไฟและพฤกษา แต่ชิงอีคนเก่าไม่ได้บอกใคร นางจะใช้เฉพาะธาตุไฟเท่านั้น ซึ่งในเื่นี้ท่านพ่อและท่านแม่เคยบอกนางไว้ว่าห้ามให้ใครรู้เด็ดขาด ไม่เช่นนั้นนางจะเป็อันตรายได้
ทั้งนี้ระดับพลังจะแบ่งตามสี ดังนี้ แดง(ต่ำสุด) ส้ม เหลือง เขียว ฟ้า น้ำเงิน ม่วง สีทอง สีดำ สีรุ้ง(สูงสุด) และแต่ละสีจะแบ่งขั้นย่อยเป็ ต่ำ กลาง สูง
โดยการแบ่งระดับพลังนี้จะรวมถึง ผักิญญา สมุนไพริญญา สัตว์อสูร และโอสถต่าง ๆ อีกด้วย
อืม เยอะใช้ได้เลยแหะ ข้อมูลแน่นปึ๊ก ถ้านางไม่ใช่คนขี้ลืมอะ แต่นางยังไม่แก่นะจะรีบขี้ลืมไปไหน ไม่ได้ ๆ ต้องห้ามลืม เพราะนางยังไม่อยากแก่ ฮิฮิ
ว่าแต่ในครอบครัวเราใครมีธาตุและพลังระดับไหนแล้วนะ งั้นไปถามเด็กน้อยอับดุล ถามได้ตอบได้ดีกว่า ฮ่าฮ่าฮ่า
“ซิงเอ๋อ พี่สะใภ้อยากรู้ว่า ครอบครัวเราแต่ละคนมีธาตุอะไรและอยู่ระดับไหนกันแล้ว”
“เอ่อ… ของพี่ใหญ่ธาตุน้ำ แต่ข้าไม่รู้ระดับเ้าค่ะ ของพี่รองธาตุดิน ระดับสีแดงขั้นต่ำ ส่วนของข้าธาตุน้ำ สีแดงขั้นต่ำเหมือนกันเ้าค่ะ”
จ้าวไป่ซิงตอบและมองมาด้วยสายตาบ่องแบ้ว เหมือนจะสื่อว่าถามอีกซิ หนูตอบได้นะ
“อืม… แต่ละคนยังอยู่ขั้นต่ำซินะ ยกเว้นผั… แฮ่ม ๆ สามีของข้าที่ยังไม่รู้ระดับที่แน่ชัด”
นางพูดไปก็เขินไป ชาติก่อนเป็โสดมาทั้งชีวิต มาชาตินี้แฟนก็ยังไม่ทันจะมี ข้ามขั้นไปมีสามีซะงั้น เหอะ ๆ ๆ
ว่าแต่สามีของนางหน้าตาเป็ยังไงนะทำไมนึกไม่ออก เื่อื่นให้ความทรงจำมา กับอีแค่หน้าสามีทำไมไม่ให้ความทรงจำมาด้วยนะ หนหวยเด้!!!
ฮัดเช้ย !! ฮัดเช้ย !!
ใครบางคนที่อยู่ในป่ากำลังจามออกมาด้วยเสียงดังเพราะรอบด้านค่อนข้างเงียบ
ขณะที่กำลังมองหาที่สำหรับวางกับดักอยู่นั้น ในใจก็ได้แต่คิดด้วยความหวังว่าการล่าครั้งนี้จะได้สัตว์กลับไปบ้าง
แต่ถ้าครบกำหนดที่ต้องกลับแล้ว เขายังล่าสัตว์ไม่ได้เลย หน้าหนาวที่จะถึงครอบครัวเขาคงต้องลำบากมากแน่ ๆ
Talk
ไรท์ : นี่ ๆ แค่มีคนคิดถึงหน่อยเดียวถึงกับจามเลยเหรอ
ซีห่าว : ใคร ? ( - _ - )
ไรท์ : เออะ เจอหน้าน้ำแข็ง ไปต่อไม่ถูก เล่นมุกไม่ออกเลย แกล้งตายดีกว่า อ็อก!!