ความเงียบเข้าปกคลุมห้องพักราคาประหยัดในบ่ายวันนั้น เหลือเพียงเสียงหอบหายใจของคนสองคนที่ยังไม่สงบดี ไออุ่นจากร่างกายที่เพิ่งแนบชิดกันยังคงอบอวลอยู่ใต้ผ้าห่มผืนบาง เอมินอนนิ่งอยู่บนแผ่นอกเปลือยเปล่าของกฤต ััได้ถึงจังหวะหัวใจของเขาที่เต้นแรงอยู่ใต้ฝ่ามือ ความสุขสมอันท่วมท้นที่เพิ่งผ่านพ้นไปยังคงทิ้งร่องรอยความซาบซ่านไว้ทั่วเรือนกาย แต่แล้ว ความรู้สึกผิดบาปอันหนักหน่วงก็ถาโถมเข้าใส่ราวกับคลื่นสึนามิ พัดพาความสุขเมื่อครู่ให้จมหายไปในพริบตา
น้ำตาหยดหนึ่งไหลรินจากหางตาของเธออย่างเงียบเชียบ นี่เธอทำอะไรลงไป? นี่คือการทรยศที่สมบูรณ์แบบที่สุด เธอได้มอบกายให้กับชายอื่นที่ไม่ใช่สามี ในห้องพักราคาถูกที่ไหนก็ไม่รู้... ความรู้สึกขยะแขยงตัวเองและสมเพชเวทนาในโชคชะตาตีรวนกันอยู่ในอก
"เป็อะไรรึเปล่า" กฤตถามเสียงเบา ััได้ถึงร่างบางที่สั่นเทาเล็กน้อยในอ้อมแขนเขา
เอมิส่ายหน้า ไม่กล้าสบตาเขา เธอค่อยๆ ขยับตัวออกห่าง ดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดบังร่างเปลือยเปล่าของตัวเอง รู้สึกหนาวเหน็บขึ้นมาอย่างประหลาดทั้งที่อากาศไม่ได้เย็นเลย
กฤตมองตามท่าทางนั้น เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นนั่ง มองดูนาฬิกาข้อมือ "เรา...คงต้องไปแล้วล่ะเอมิ เดี๋ยวมันจะนานเกินไป" น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็เรียบๆ แฝงความรีบร้อนเล็กน้อย ไม่มีความอ่อนโยนเหมือนตอนก่อนหน้านี้
คำพูดนั้นเหมือนน้ำเย็นที่สาดใส่หน้าเอมิ ความจริงอันโหดร้ายกระแทกเข้ามาเต็มๆ นี่เป็เพียงแค่ "การแวะ" ชั่วครู่ชั่วยามสำหรับเขาเท่านั้น ความสุขสมเมื่อครู่คือเื่ชั่วคราวที่ต้องรีบจบลงเพื่อกลับไปสู่โลกแห่งความเป็จริง เอมิรู้สึกจุกในอก ความรู้สึกเหมือนถูกใช้แล้วทิ้งเริ่มก่อตัวขึ้นจางๆ
บรรยากาศในห้องพลันเปลี่ยนเป็ความกระอักกระอ่วน พวกเขารีบแต่งตัวอย่างเงียบเชียบ หลีกเลี่ยงที่จะสบตากัน เสื้อผ้าที่เคยถูกถอดออกอย่างเร่งร้อนด้วยไฟปรารถนา ตอนนี้กลับถูกสวมใส่ด้วยความรู้สึกอึดอัดและละอายใจ ห้องพักที่เมื่อครู่ยังเป็สรวง์ชั่วคราว ตอนนี้กลับดูซอมซ่อและน่าอึดอัดสิ้นดี
"ทุกอย่างจะโอเคนะเอมิ" กฤตพูดขึ้นเบาๆ ขณะที่กำลังติดกระดุมเสื้อเชิ้ต แต่คำพูดนั้นกลับฟังดูว่างเปล่าและไม่น่าเชื่อถือเลยแม้แต่น้อย
เอมิไม่ได้ตอบอะไร เธอเพียงแต่พยักหน้ารับเบาๆ ไม่อยากจะพูดอะไรอีกแล้วในตอนนี้
การเดินทางกลับมายังร้านกาแฟเต็มไปด้วยความเงียบงันที่น่าอึดอัด เอมินั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ภาพทิวทัศน์ที่คุ้นเคยผ่านไปโดยที่เธอไม่ได้ใส่ใจรับรู้ ในหัวมีแต่ภาพเหตุการณ์ในห้องพักนั้นวนเวียนซ้ำไปซ้ำมา ความรู้สึกผิดชาวาบไปทั้งร่างจนแทบจะอาเจียนออกมา กฤตเองก็ตั้งหน้าตั้งตาขับรถ ไม่ได้ชวนคุยอะไร อาจจะรับรู้ได้ถึงความรู้สึกอันหนักอึ้งของเธอ หรืออาจจะแค่กำลังคิดถึงเื่ของตัวเองอยู่ก็เป็ได้
เขามีน้ำใจพอที่จะจอดรถส่งเธอในซอยเล็กๆ ก่อนถึงร้าน เพื่อไม่ให้เป็ที่สังเกตของผู้คน
"เดี๋ยวผมโทรหานะ" เขาพูดสั้นๆ ขณะที่เอมิเปิดประตูลงจากรถ เธอไม่ได้หันกลับไปมองเขาด้วยซ้ำ เพียงแต่รีบก้าวเท้าเดินออกมาอย่างรวดเร็ว เสียงรถของเขาขับเคลื่อนออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งเธอไว้กับความรู้สึกว่างเปล่าและสับสน
เอมิสูดหายใจลึก พยายามรวบรวมสติ ปรับสีหน้าให้เป็ปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอยกมือขึ้นลูบหน้า เช็ดคราบน้ำตาที่อาจจะหลงเหลืออยู่ เดินกลับไปยัง "ละมุนใจ คาเฟ่" ที่เปรียบเสมือนฉากละครฉากใหญ่ที่เธอต้องกลับไปสวมบทบาทเดิม
"กลับมาแล้วเหรอคะพี่เอมิ!" พลอยทักทายด้วยรอยยิ้มสดใส "ก๋วยเตี๋ยวอร่อยไหมคะ เห็นหายไปนานเลย"
"อืม... ก็อร่อยดีจ้ะ พอดีคุยธุระกันต่อนิดหน่อยน่ะ" เอมิโกหก พยายามยิ้มตอบ แต่รอยยิ้มนั้นช่างฝืดเฝื่อนเหลือเกิน เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นักแสดงตลกที่กำลังเล่นละครตบตาคนทั้งโลก
่เวลาที่เหลือของวันทำงานผ่านไปเหมือนฝันร้าย เอมิทำงานเหมือนหุ่นยนต์ ชงกาแฟ รับเงิน ทอนเงิน ด้วยจิตใจที่ล่องลอยไปอยู่ที่อื่น ความรู้สึกผิดบาปเหมือนเหล็กเผาไฟที่นาบอยู่ที่กลางอก เธอไม่กล้าส่องกระจก ไม่กล้ามองหน้าลูกค้าตรงๆ รู้สึกเหมือนตัวเองสกปรก ไม่คู่ควร และน่ารังเกียจที่สุด ภาพใบหน้าเปี่ยมรักและไว้วางใจของศิวัฒน์ลอยเข้ามาในหัวครั้งแล้วครั้งเล่า ทรมานเธอราวกับตกนรกทั้งเป็
นี่เธอทำอะไรลงไป? เธอก้าวข้ามเส้นสุดท้ายมาแล้วจริงๆ การนอกใจครั้งนี้มันไม่ใช่แค่เื่ของอารมณ์ชั่ววูบ หรือการจูบที่ผิดพลาดอีกต่อไป แต่มันคือการทรยศหักหลังที่สมบูรณ์แบบ ความสัมพันธ์กับกฤตได้ก้าวเข้าสู่ห้วงลึกที่อันตรายและมืดมิดเกินกว่าที่เธอจะคาดเดาได้ และเธอก็ไม่รู้เลยว่าตัวเองจะหาทางกลับออกมาจากวังวนนี้ได้อย่างไร